บทที่ 18 เ้าเป็คนดีมาก
หลังจากทั้งสี่คนกลับมาถึงค่ายโจร พวกเขาก็นั่งดื่มสุราและทานอาหารกันในโถงจวี้อี้
และแน่นอนว่าสุราที่ดื่มย่อมเป็สุราวีรชนที่เนี่ยเฉินเป็คนหมักเอง
เนี่ยเฉินนับว่าเป็อาจารย์คนหนึ่ง เขาเพียงผลิตสิ่งของและสอนขั้นตอนการทำให้คนอื่น จากนั้นก็จะมีคนไปทำต่อ สองวันมานี้โรงตีเหล็กกำลังผลิตลูกธนูและเตาต้มสุราอยู่ตลอด พวกเขาพยายามทำเตาต้มสุราให้เสร็จก่อน เพื่อที่จะได้ผลิตสุราวีรชนจำนวนมาก แล้วรีบนำไปขายให้กับชนเผ่าทุ่งหญ้า เพื่อแลกเปลี่ยนเอาเอ็นวัว หนังวัว ม้า และสิ่งของอื่น ๆ
เหล่าโจรเองก็เป็กลุ่มคนที่ชื่นชอบสุราเป็ชีวิตจิตใจ พวกเขาเรียกหาสุราทั้งวัน เนี่ยเฉินจึงจำกัดให้พวกเขาดื่มได้เพียงคนละหนึ่งจอกต่อวันเท่านั้น
มองดูพวกโจรที่ถอนหายใจยาวอยู่ข้างนอก เนี่ยเฉินก็หัวเราะพลางกล่าวว่า
“พรุ่งนี้ก็จะสร้างหน้าไม้ยิ่งต่อเนื่องชุดแรกสำเร็จแล้ว จากนั้นชาวบ้านก็จะถูกเกณฑ์เข้ามา พวกเขาก็จะว่างและมีเวลามาฝึกซ้อม ต่อไปหากใครทำภารกิจตอนฝึกซ้อมสำเร็จก็จะได้ดื่มสุรา แต่ถ้าใครทำไม่สำเร็จก็ต้องฝึกล่วงเวลา ไม่สามารถแจกจ่ายสุราให้ทุกคนได้ ต้องมีรางวัลและการลงโทษที่ชัดเจน พวกเขาถึงจะมีแรงจูงใจ”
"มีเหตุผล"
ขณะนี้เองที่โซ่วโฮ่ววิ่งเข้ามาพร้อมกับหัวเราะร่า
"หัวหน้าใหญ่ รองหัวหน้า พวกท่านลองเดาดูสิว่าข้าจับใครมาได้!"
"ใครกัน ถึงได้ทำให้เ้าดีใจเช่นนี้?"
หัวหน้าใหญ่กล่าวพลางหัวเราะ
“นำตัวเข้ามา!”
ไม่นานก็มีโจรห้าถึงหกคนลากคนถูกมัดมือมัดเท้าเข้ามา
“โอ้ ไม่ใช่หัวหน้าใหญ่หม่าหนิวพีหรอกหรือ”
พอหัวหน้าใหญ่เห็นก็หัวเราะชอบใจ
เนี่ยเฉินพิจารณาอีกฝ่ายอย่างละเอียด ผู้มาเยือนคนนี้มีใบหน้าปูดบวม ร่างกายเต็มไปด้วยเื แต่พอเห็นชัด ๆ ก็จำได้ว่านี่คือหม่าหนิวพี คนที่วันนี้บุกตะลุยกลางวงล้อมของทหาร
“หัวหน้าใหญ่ ตอนที่ทำงานเสร็จและกำลังจะกลับ พวกเราร้อยกว่าคนบังเอิญเห็นหม่าหนิวพีพาลูกน้องผ่านมาแถวนี้ พวกเราเลยจับมันมาให้ท่าน เ้านี่แรงเยอะมาก พวกเราต้องช่วยกันตั้งสิบคนกว่าจะจับมันได้”
หม่าหนิวพีแค่นเสียงเ็า แล้วตวาดด้วยความโกรธ
“หึ! หากไม่ใช่เพราะวันนี้ข้าต้องต่อสู้กับทหารสองพันนายจนดาบหักคามือ ต่อให้โจรกระจอกอย่างพวกเ้ามาอีกหลายสิบคนก็ไม่ใช่คู่มือของข้า!”
หัวหน้าใหญ่หัวเราะพลางพูดว่า
“ห้าร้อยคนกลายเป็สองพันคนได้อย่างไร หม่าหนิวพี เ้าตกอยู่ในมือพวกข้าแล้วยังจะปากแข็งอีกหรือ”
“หึ! คนแซ่เวิง ข้าเป็เสือที่ตกลงไปในถ้ำและถูกหมาข่มเท่านั้น หากเป็ก่อนหน้านี้ข้าคงบุกเข้าไปถล่มพวกเ้าค่ายชิงเฟิงเองด้วยซ้ำ พวกหนูขี้ขลาดไร้ความกล้า ไร้ค่าสิ้นดี! วันนี้ข้าตกอยู่ในมือพวกเ้าแล้ว จะฆ่าอย่างไรก็ตามใจ ถ้าข้าขมวดคิ้วแม้แต่น้อย ก็นับว่าข้าไม่ใช่ลูกผู้ชายแล้ว!”
หัวหน้าใหญ่ได้ยินเช่นนั้นก็แค่นหัวเราะเสียงเ็า ก่อนจะลุกขึ้นชี้หน้าหม่าหนิวพีพลางด่าว่า
"ไอ้ชาติชั่ว! เื่ที่เ้าสังหารพี่น้องในค่ายของข้าเมื่อปีที่แล้ว ข้ายังไม่ได้เอาเื่กับเ้าเลย บัดนี้ยังกล้ามาพูดจาโอหังที่นี่อีก มา! ลากมันไปตัดหัวซะ!"
"ผู้น้อยน้อมรับคำสั่ง!"
"เดี่ยวก่อน!"
เนี่ยเฉินลุกขึ้นยืนพลางโบกมือไล่โซ่วโฮ่วออกไป แล้วกล่าวว่า
""ไปปลดเชือกที่มัดพี่น้องจากูเาหนิวพีที่พวกเ้าจับมา แล้วต้อนรับพวกเขาด้วยอาหารและสุราอย่างดี"
โซ่วโฮ่วมองไปทางหัวหน้าใหญ่ด้วยสีหน้าลำบากใจ
เนี่ยเฉินขยิบตาให้อีกฝ่าย หัวหน้าใหญ่เข้าใจความคิดของเขาทันที และรู้ว่าเนี่ยเฉินกำลังจะทำอะไรแปลก ๆ อีกแล้ว จึงทำหน้าบึ้งตึงก่อนจะพยักหน้าอย่างไม่พอใจ
ชายหนุ่มแก้เชือกให้หม่าหนิวพีด้วยตัวเอง แล้วกล่าวว่า
"หัวหน้าหม่าลำบากแล้วจริง ๆ เชิญนั่งลงกินข้าวและดื่มสุราก่อนเถิด ดูาแทั่วร่างนี่สิ พวกทหารสุนัขนั่นช่างโหดร้ายเหลือเกิน"
หม่าหนิวพีส่ายข้อมือไปมา ขมวดคิ้วจ้องเนี่ยเฉินแล้วถามว่า
"เ้าหมายความว่าอย่างไร?"
"ข้าไม่ได้หมายความอะไรหรอก เพียงแต่ข้าเคารพนับถือหัวหน้าหม่ามานาน และทราบว่าท่านเป็วีรบุรุษที่มีชื่อเสียงโด่งดัง ตัวข้านั้นอยากมาพบท่านมาโดยตลอด ทว่าไม่มีโอกาส
แต่ในที่สุดวันนี้พวกเราก็ได้พบกัน ข้าจึงอยากเชิญหัวหน้าหม่าดื่มสุราสักจอก หวังว่าหัวหน้าหม่าจะให้เกียรติข้าด้วย"
หม่าหนิวพีมองเนี่ยเฉิน แล้วหันไปมองหัวหน้าใหญ่ ก่อนจะแค่นเสียงเ็าว่า
"หึ! พวกเ้าทั้งสอง คนหนึ่งเล่นบทดี ส่วนอีกคนเล่นบทร้าย พวกเ้าแค่อยากให้ข้ายอมอยู่รับใช้พวกเ้าเยี่ยงสุนัขเท่านั้นใช่หรือไม่!?
แต่ขอบอกพวกเ้าเอาไว้ก่อนเลยนะ ลูกผู้ชายที่เกิดมาในโลกนี้จะยอมอยู่ใต้บังคับบัญชาของผู้อื่นได้อย่างไร ข้า หม่าหนิวพี ไม่มีทางยอมรับใช้ผู้ใดทั้งสิ้น! หากพวกเ้าจะสังหารข้าก็ลงมือั้แ่ตอนนี้ซะ มิเช่นนั้นอย่าโทษข้า หากข้าแย่งดาบและฆ่าพวกเ้าเพื่อหนีออกไป!"
"หัวหน้าหม่าเข้าใจผิดแล้ว ข้าเพียงอยากเชิญท่านดื่มสุราสักจอกเท่านั้น ไม่มีเจตนาจะชักชวนท่านให้เข้ามารับใช้แต่อย่างใด คืนนี้ท่านพักผ่อนที่ค่ายของเราสักคืนเถิด แล้วพรุ่งนี้ท่านค่อยพาพี่น้องของท่านจากไป ท่านดื่มได้อย่างสบายใจเลย หาก้าทำร้ายท่านจริง ข้าจะปลดเชือกและเชิญท่านไปดื่มสุราทำไมกัน?"
หม่าหนิวพีครุ่นคิดแล้วก็เห็นว่าเป็เหตุผลที่สมควร จึงกุมกำปั้นคารวะหัวหน้าใหญ่และเนี่ยเฉินแล้วนั่งลง
ต้าจ้วงไปหยิบไหสุรามารินให้หม่าหนิวพี
หม่าหนิวพีต่อสู้มาตลอดทั้งวัน ทั้งยังวิ่งมาอีกไกล เขาทั้งกระหายและหิวโหย จึงยกไหสุราขึ้นมาดื่มอึกใหญ่
"สุราอะไรกัน!? แรงมาก หอมจริง ๆ!"
หม่าหนิวพีเบิกตาโพลง พลางอุทานด้วยความประหลาดใจ
"นี่คือสุราวีรชน เป็สุราที่ข้าหมักเอง เพื่อวีรบุรุษเช่นหัวหน้าหม่าอย่างไรล่ะ"
"โอ้ น้องชายชมข้าเกินไปแล้ว ฮ่า ๆ ๆ แต่ข้ายังไม่ทราบว่าน้องชายแซ่อะไรเลย เ้าชื่ออะไรล่ะ"
เมื่อหม่าหนิวพีดื่มสุราไปหนึ่งไห ก็รู้สึกวางใจขึ้นมาได้
“ข้าน้อยแซ่อู๋ ชื่อเอี้ยนจู่ เป็รองหัวหน้าของค่ายชิงเฟิง”
“อ๋อ น้องอู๋ ข้าได้ยินชื่อเสียงของเ้ามานานแล้ว”
เวิงชิวฉานที่ยืนอยู่ด้านข้างแทบกลั้นขำเอาไว้ไม่อยู่
ชื่อนี้เนี่ยเฉินเพิ่งจะคิดขึ้นได้เมื่อสองวันที่ผ่านมา หม่าหนิวพีจะไปได้ยินชื่อเสียงมาจากไหนกัน
“หัวหน้าหม่า ท่านเล่าให้พวกเราฟังหน่อยได้หรือไม่ ว่าเหตุใดท่านถึงตกอยู่ในสภาพเช่นนี้”
เมื่อพูดถึงเื่นี้ หม่าหนิวพีก็โกรธขึ้นมาทันที
“ไอ้พวกทหารบ้านั่น ไม่รู้ว่าพวกมันเป็บ้าอะไรขึ้นมา จู่ ๆ ก็ยกพลมาตีค่ายหนิวพีของข้า…”
จากนั้นเขาก็เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นวันนี้ให้ทุกคนฟังโดยละเอียด
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หัวหน้าใหญ่ก็ตบโต๊ะอย่างแรง
“ไอ้นายอำเภอชาติสุนัขนี่รังแกคนเกินไปแล้ว! น้องชายหม่าแค่ปล้นเศรษฐีไม่กี่คนเท่านั้น แต่กลับส่งทหารมาโจมตี มันไม่เหลือทางรอดให้โจรูเาอย่างเราเลยจริง ๆ!”
เนี่ยเฉินยิ้มบาง ๆ พลางกล่าว
“อาจเป็ไปได้ว่าสินค้าที่พี่หม่าปล้นมา มีสิ่งของของนายอำเภออยู่ด้วยกระมัง”
โยนความผิดให้คนอื่น หลอกลวงฟ้าดิน เนี่ยเฉินประสบความสำเร็จในการชี้นำให้สาเหตุของเื่นี้ตกอยู่ที่ตัวหม่าหนิวพีเอง
หม่าหนิวพีได้ยินดังนั้นก็ดวงตาเป็ประกาย และกล่าวว่า
“หัวหน้าเวิงก็เกลียดนายอำเภอเหมือนกันหรือ? ดีเลย เช่นนั้นพวกเราบุกเข้าไปในเมืองกัน แล้วตัดหัวสุนัขของนายอำเภอนั่นกันเถอะ!”
“พี่หม่าอย่าเพิ่งรีบร้อน กำแพงเมืองสูงใหญ่เช่นนั้นจะบุกง่าย ๆ ได้อย่างไร และถึงพวกเราอยากบุก ก็บุกไม่ได้หรอก”
หม่าหนิวพีถอนหายใจเสียดาย เนี่ยเฉินจึงรีบเปลี่ยนทิศทางการสนทนาและกล่าวว่า
“เห็นวีรบุรุษเช่นพี่หม่าต้องมาลำบากเช่นนี้ ข้ารู้สึกไม่สบายใจยิ่งนัก และอยากจะช่วยเหลือพี่หม่าเหลือเกิน เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน พรุ่งนี้เช้าพวกข้าค่ายชิงเฟิงจะมอบเงินให้พี่หม่าหนึ่งพันตำลึง พร้อมเสบียงอีกสองเกวียน พี่หม่าจะได้รับสมัครคนเข้ามา ซื้อม้า และสร้างค่ายหนิวพีขึ้นมาใหม่”
หม่าหนิวพีเอ่ยถามทันทีว่า
“จริงหรือ? ดอกเบี้ยคิดเท่าไหร่?”
เนี่ยเฉินขมวดคิ้ว ก่อนจะพูดอย่างไม่ค่อยพอใจนัก
“พี่หม่าพูดอะไรเช่นนี้ ระหว่างพี่น้องจะกล่าวถึงเื่ดอกเบี้ยได้อย่างไร พี่หม่ามีเงินเมื่อใดค่อยนำมาคืนก็แล้วกัน”
คำพูดของเนี่ยเฉินทำให้หม่าหนิวพี รู้สึกซาบซึ้งจนน้ำตาคลอ
"น้องอู๋ เ้าช่างเป็คนดีเหลือเกิน!"