หลังจากเหตุการณ์แย่งชิงคัมภีร์ผ่านพ้นไป ผลกระทบที่ตามมาคือเ้าหน้าที่ในแผนกต่างๆของเขตสิบเอ็ด ตัดสินใจลาออกไปมากกว่า ยี่สิบหกคน จากทั้งหมดสามสิบแปดคน ทำให้จำนวนเ้าหน้าที่เหลือเพียงกะเช้าแปดคนและกะค่ำสองคน ส่งผลให้คนที่เหลืออยู่ต้องทำงานหนักมากขึ้นเป็สองเท่าแม้จะได้ค่าแรงเพิ่มขึ้นเล็กน้อยทำให้รู้สึกว่าไม่คุ้มค่า แต่พวกเขาก็ไม่มีทางเลือกอยู่ดี
ริศต้องจมอยู่กับกองเอกสารมหึมาและทำโอทีทุกวันไม่มีวันหยุด ส่วนภัทรเองก็ไม่ได้พักเลยเช่นกัน เขาและนัทต้องออกไปทำงานภาคสนามเกือบทุกวัน โดยส่วนใหญ่เป็คำร้องขอในละแวกใกล้เคียงที่ริศพิจารณาแล้วว่าไม่อันตราย และเดินทางสะดวก ส่วนงานที่อันตรายจะตกเป็ของชีตาห์แทน แน่นอนว่าเขาชอบอะไรแบบนี้มากกว่านั่งจัดการเอกสารอันน่าเบื่อหน่าย
แต่งานที่ปลอดภัยของริศก็ใช่ว่าจะสบาย มันเป็งานที่เน้น “ใช้แรงงาน” จนสายตัวแทบขาด ไม่ว่าจะเป็การลอกท่อระบายน้ำที่เต็มไปด้วยขยะอุดตัน, การไปเป็ลูกมือช่วยงานก่อสร้างให้แคมป์แรงงาน หรือแม้แต่ตามหาแมววิเศษที่หายไป (ซึ่งเ้าจิ๊ดริดเกือบโดนแมวตัวนั้นเขมือบเข้าไปแล้ว)
สภาพสองคู่หู ภัทร กับนัทกลับมาทุกวันจึงเหมือนแก่ไปเป็สิบปีอย่างไรอย่างนั้น ข้อดีเดียวคือยังมีนัทให้ได้คุยเล่นได้บ้างแม้ว่าส่วนใหญ่จะเป็การบ่นก็ตาม แถมตอนนี้ภัทรกลับมายังต้องแวะไปทำงานช่างวันละหนึ่งชั่วโมงเป็การของคุณลุงประดิษฐ์และแบ่งเบาภาระแกด้วย ที่สำคัญ แกมักพาภัทรไปเลี้ยงก๋วยเตี๋ยว ทำให้ภัทรมีความสุขเป็อย่างมาก
หนึ่งสัปดาห์ต่อมา
ปิ๊งป่อง!
เสียงออดหน้าประตูสำนักงานดังขึ้น พร้อมกับบานประตูที่เปิดออก เผยให้เห็นเด็กสาวสองคน และเ้าหน้าที่อีกสี่คนเขามาในสำนักงาน แน่นอนว่าเป็เพราะคำขอของหัวหน้าเขตเมืองจึงได้จัดหาสมาชิกมาทำการช้วยเหลือชั่วคราวก่อนจะมีการรับสมัครพนักงานเข้ามาใหม่ พวกเขามาถึงก็เข้าไปรายงานผู้บังคับบัญชาทันทีส่วนเด็กสาวสองคนเดินมาที่โต๊ะริศ ที่ตอนนี้ภัทรกำลังช่วยซ่อมเครื่องพิมดีดตัวหนึ่งที่ซึ่งผ้าหมึกเวทมนตร์เสียทำให้ภัทรต้องง่วนอยู่กับถอดรื้ออยู่หลายที จึงทำให้เขาแทบไม่รู้เลยว่ามีใครเข้าออก ริศที่กำลังหัวฟูอยู่กับงาน รีบวางปากกาวิ่งมากอดน้องสาวทั้งสองคนทันที ทำให้ภัทรรู้สึกตัวเงยหน้าไปมอง
คนแรกที่เดินมาไม่ใช่ใครอื่น แต่คือ “รินธิรา” เด็กสาวผมสองสีที่ภัทรคุ้นเคยจากภารกิจก่อนหน้า
ส่วนอีกคนเป็เด็กหญิงอายุราวสิบเอ็ดสิบสองปี ผมสีดำขลับแต่มีปอยผมสีฟ้าแซมเหมือน ริศไม่มีผิด
“ริน! รัน! ขอบใจมากนะที่มาช่วยพี่นะ”
“พี่ริศขอให้ช่วยทั้งที หนูไม่เกี่ยงอยู่แล้วค่ะ” รินพูดพลางกอดอกมาดมั่น
“หนูด้วยๆ!” “รัน” น้องสาวคนเล็กตอบเสียงใส
“โอเคจ้ะ... ริน พี่ขอโทษนะที่ให้มาถึงก็ใช้งานเลย แต่พี่มีงานด่วนอยากให้ช่วยหน่อย ช่วยเอาของไปส่งให้ ท่านยาย ที่หน่วยพยาบาลนอกสถานที่หน่อยได้รึเปล่า?”
“ได้ค่ะ สบายมาก” รินตอบรับทันที
“แต่... ต้องพาภัทรไปด้วยนะ”
รินหน้าหงิกทันที “ทำไมต้องเอา ‘นายจืดจาง’ ที่ไม่มีแรงแม้แต่จะฆ่าไก่ไปด้วยคะ?”
“มันมีความจำเป็บางอย่างน่ะ...” ริศจับมือน้องสาวแล้วส่งสายตาอ้อนวอน “นะ... ช่วยพี่หน่อยได้มั้ย?”
รินที่แพ้ลูกอ้อนของพี่สาวก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ “ก็ได้ค่ะ... ว่าแต่ตานั่นอยู่ไหนคะ?”
“ภัทร! มานี่หน่อยสิ!”
“ครับบบบ...”
ภัทรที่รีบซ่อมเครื่องพิมดีดจนแล้วเสร็จทำให้เนื้อตัวเปราะไปด้วยหมึก และน้ำมันเครื่องเดินมาหาริศที่กำลังคุยกับรินธิราอยู่“ พี่ริศมีอะไรหรือเปล่าครับ?”
ริศอะแฮ่มทีหนึ่งก่อนจะพูดแนะนำ "ภัทรนี่คือรินนะ ส่วนริน นี่คือภัทร เด็กที่มาช่วยงานเราเป็การชั่วคราว พวกเธอเคยเจอกันมาก่อนใช่ไหม หวังว่าจะทำงานร่วมกันได้นะ"
"คะ... ครับ"ภัทรพยักหน้า เขาไม่ได้ไม่อยากทำงานกับเธอ แต่ไม่รู้เธอจะไม่อยากทำกับเขารึเปล่ามากกว่า
“สภาพ...” รินมองเหยียดๆ ั้แ่หัวจรดเท้า “นี่นายแต่งตัวคอสเพลย์เป็ถังขยะเปียกอยู่เหรอ?”
ริศรีบตัดบทก่อนจะเกิดาน้ำลาย “ภัทร พี่อยากให้เรากับรินไปส่งของให้ท่านยายหน่อย รินเขารู้ตำแหน่งดี พวกเธอไปด้วยกันสองคนนะ”
ภัทรทำหน้าแปลกใจแล้วเกาหัวแกรกๆกระซิบข้างหูริศ “ผมโอเค แต่คุณรินจะยอมไปกับผมเหรอครับ?”
“ถ้ารีบไปรีบกลับ ก็ไม่มีปัญหาหรอกย่ะ!” รินตอบเสียงสะบัด
“งั้นก็ตกลงครับ”
“พี่ริศ แล้วหนูล่ะ? หนูอยากไปหาท่านยายด้วย” รันเข้ามากอดเอวริศอย่างออดอ้อน
"ภัทรนี่รันน้องสาวคนสุดท้องบ้านฉันเอง คือรัน"
"สวัสดีค่ะ"รันทักทายอย่างเป็กันเอง
"สวัสดีครับน้องรัน" ภัทรทักทายโดยไม่เห็นว่าข้างหลังมีสายตาเชิดเชือดเฉือนของรินอยู่ริศไม่รอช้าอธิบายให้รันฟัง
“รันไปด้วยไม่ได้นะ พี่ชายกับพี่สาวต้องไปทำธุระไกลน่ะจ้ะ แต่ไม่ต้องห่วงนะ รันจะไม่เหงาแน่นอน... ภัทร เรียกจิ๊ดริดมาหน่อย”
ภัทรพยักหน้า จากนั้นผิวปากสั้นๆ หนึ่งครั้ง เ้าหนูสีน้ำตาลแดงก็วิ่งจู๊ดออกมาจากห้องทำงานมายื่นข้างเขา
“จิ๊ดๆ!”
“น่ารักกกกก!” รันตาเป็ประกาย รีบวิ่งไปคว้าตัวเ้าจิ๊ดริดมากอดรัดฟัดเหวี่ยงทันที เ้าหนูผู้น่าสงสารไม่มีสิทธิ์ขัดขืนแม้แต่น้อยเพราะแรงกอดมหาศาลของเด็กน้อย
“หนูจะอยู่! หนูจะเล่นกับน้อง!”
“โอเคจ้ะ” ริศยิ้มอย่างพอใจยืนกระเป๋าสัมภาระให้ภัทร
“เอาล่ะ... นี่กระเป๋าของที่ต้องไปส่งนะภัทร ส่วนริน... นี่ซองจดหมาย ห้ามแกะอ่านเด็ดขาดนะ”
“รับทราบค่ะ”รินทำสีหน้าแปลกแต่ก็รีบมาอย่างว่าง่าย
“อ้อ ภัทร...” ริศกวักมือเรียกภัทรให้ก้มลงมา แล้วกระซิบเบาๆ พร้อมยัดเงินใส่มือ “เพราะเขตที่จะไปเป็ชานเมืองของคนธรรมดา รินอาจจะต้องพึ่งพาเธอหน่อยนะ... แล้วก็นี่เงินเบี้ยเลี้ยงพิเศษ ตามใจรินหน่อยนะ ยัยน้องคนนี้ชอบเครื่องประดับเล็กๆ กับตุ๊กตาหมี... ฝากด้วยล่ะ”
“ได้ครับ” ภัทรพยักหน้ารับคำอย่างหนักแน่น เพราะเขาเคยทำให้รินโกรธมาแล้ว การตามใจเธอเพื่อไถ่โทษคงเป็เื่ที่สมควรทำ
“งั้น... พรางตัวโดยการนี่ชุดจ้ะริน!”
ริศหยิบ “ชุดเดรสสีฟ้าฟูฟ่องที่มีปีกนางฟ้าติดอยู่ด้านหลัง” ออกมาโชว์
รินสตั๊นไปสามวินาที เธอมองภัทรแวบหนึ่งก่อนจะหน้าแดงแปร๊ดจนถึงใบหู รีบคว้าชุดนั้นไปซ่อนด้านหลังทันที
“พ-พี่ริศ! เอาชุดบ้าอะไรมาให้หนูใส่เนี่ย!?” เธอกระซิบเสียงลอดไรฟัน
“แหมๆ... ก็ปกติเห็นชอบใส่ชุดแนวนี...”
รินะโตะครุบปากพี่สาวทันที แล้วหันมาค้อนขวับใส่ภัทรตาเขียวปัด
“มะ... ไม่ได้ยินใช่มั้ย!?”
“เปล่า... ไม่ได้ยินอะไรเลยครับ” ภัทรตอบหน้าตายแต่จริงใจ “พี่ริศครับ ไม่ต้องเปลี่ยนชุดก็ได้มั้งครับ แค่ถอดปลอกแขนกับเข็มขัดสนามออกก็ดูเป็คนปกติแล้ว... อีกอย่าง คุณรินก็ ‘เหมาะ’ กับชุดนี้อยู่แล้วด้วย ไปชุดนี้เลยก็ได้ครับ”
“หึ!”
รินหน้าแดงยิ่งกว่าเดิม เธอกระทืบเท้าตึงตังเดินหนีออกจากห้องไป พร้อมทิ้งท้ายเสียงดัง
“ฉันจะไปรอที่โรงจอดรถ! ชักช้าฉันทิ้งนะ!”
“เห~ ภัทร... เธอนี่ร้ายไม่เบาเลยนะ” ริศยิ้มกรุ้มกริ่ม
“ร้าย? ผมทำอะไรผิดอีกเหรอครับ?” ภัทรทำหน้างงหนักกว่าเดิม
“ไม่มีอะไรๆ... ไปเถอะ เดี๋ยวรินจะโมโหนายอีก”
“ได้ครับ” ภัทรถอดเอี๊ยมกันเปื้อนออก ล้างมือลวกๆ แล้วรีบวิ่งตามออกไป โดยมีริศมองตามหลังด้วยสายตาเอ็นดู
เมื่อมาถึงโรงรถ ก็พบชายชราคนเดิม และรินที่ยืนกอดอกรออยู่
“สวัสดีครับลุง มาเบิกรถครับ”
“อ้าว... ไอ้หนูเมื่อวันก่อนนี่นา รถเองซ่อมเสร็จแล้ว อย่าเอาไปทำพังอีกล่ะ”
“ได้เลยครับ”
ภัทรเข็นรถออกมาแล้วหันไปหาริน “คุณรินธิราครับ พวกเราจะไปกันยังไงครับ? คุณจะขับนำหรือ...”
“นายขับ” รินพูดเสียงเบา
“อะไรนะครับ?”ภัทรทำหน้าแปลกๆเหมือนไม่เชื่อหูตัวเอง
“นาย-ขับ-สิ! ฉันขับรถไม่เป็!” เธอตวาดแก้เขิน
“อ๋อ... ได้ครับ งั้นซ้อนผมนะครับ ผมขับได้แต่สกู๊ตเตอร์นะ”
ภัทรเข็นรถสกู๊ตเตอร์สีขาวคันเดิม (เพิ่มเติมคือมีรอยสีถลอกจากการใช้งาน) ออกมา แล้วส่งหมวกกันน็อกให้ริน
“ของแบบนี้ไม่จำเป็หรอกย่ะ หัวฉันแข็งกว่าถนนอีก” รินสะบัดหน้า
“จำเป็ครับ... ถ้าเราไม่ใส่ ตำรวจ... เอ้อ คนดูแลความเรียบร้อยของเขตสามัญจะจับเราเอานะครับ อีกอย่าง...” ภัทรจ้องตาริน “...มันปลอดภัยกับตัวคุณรินธิราจริงๆ นะครับ ใส่เถอะครับ”
รินเม้มปากแน่นก่อนจะกระชากหมวกไปจากมือเขาด้วยใบหน้าแดงระเรื่อ
“ใส่ก็ได้! พอใจแล้วใช่มั้ย!”
“ครับผม เหมาะมากครับ... ไปกันเถอะ”
“หึ! ถ้านายพยายามแต๊ะอั๋งฉัน นายโดนดีแน่!”
จากนั้นรินก็ขึ้นมานั่งซ้อนท้ายแบบ “หันข้าง” เพราะกระโปรงทรงเอของหน่วยงานมันค่อนข้างแคบ
“จับแน่นๆ นะครับ”
ทันทีที่รถออกตัวด้วยความเร็ว รินหวีดร้องเบาๆ ด้วยความใ เธอเผลอคว้าเอวภัทรแล้วกอดไว้แน่นจนภัทรสะดุ้ง
“จะ... เจ็บครับคุณริน”
“หุบปากแล้วขับไปเงียบๆ เลยย่ะ!”
“ไปก่อนนะครับคุณลุง!”
ภัทระโบอกลาลุงเฝ้าโรงรถก่อนจะขับรถพารินมุ่งหน้าสู่เขตชานเมือง
ลุงเฝ้าแผนกมองตามท้ายรถไปพลางส่ายหน้ายิ้มๆ “แฮะๆ... พวกหนุ่มสาวนี่มันดีจริงๆ วุ้ย”