“ฉันได้ข่าวว่าวันนี้เธอไม่ได้ออกไปช่วยงานในไร่ แต่นอนอยู่ในห้องทั้งวันเลยอย่างนั้นหรือ” เสียงของกัวหลิวซื่ือแม่สามีของเธอถามขึ้นหลังจากที่เห็นครอบครัวสายรองเดินเข้าประตูมา
“นอนั้แ่เที่ยงเลยค่ะคุณแม่” สะใภ้สามทำพูดเสียงเบา
“สงสัยว่าวันก่อนฉันจะทำโทษเธอเบาไปใช่ไหม เธอคิดว่าที่บ้านเรามีคนอยู่กันกี่คน ถ้าไม่ทำงานแล้วจะเอาอะไรกินเข้าไป งานในไร่มีมากมาย เธอไม่ช่่วยแบ่งเบาภาระของครอบครัวฉัน ถ้าอย่างนั้นมื้อนี้เธอไม่ต้องกินข้าวก็แล้วกัน ไม่ทำงานก็ไม่มีข้าวให้กิน” แม่สามีพูดเสียงดัง
“แม่ครับ ถิงถิงไม่สบายนะครับ เธอนอนพักแค่่กลางวันเท่านั้น หลังจากนั้นเธอก็ออกไปเก็บผักป่า” หวังอี้ฉือถือตะกร้าผักป่าไปวางไว้ตรงหน้าแม่ของเขา “นี่ไงครับ ผักป่าตะกร้าใหญ่เลย แม่อย่าให้ถิงถิงอดข้าวเลยนะครับ”
“น้องรอง ทำอย่างนี้ไม่ถูกนะ แต่ไหนแต่ไรมา แม่เป็คนจัดการเรื่่องราวต่างๆ ในบ้าน แม่พูดไปแล้วว่าจะลงโทษสะใภ้รอง ถ้าแม่ไม่ทำตามคำพูดของแม่ ต่อไปแม่จะปกครองคนในบ้านยังไง” หวังป๋อ พี่ชายคนโตพูดขึ้น เพราะในใจเขาคิดว่าหากมื้อนี้งดอาหารของสะใภ้รอง อาหารในส่วนของเธอก็ต้องเอามาแบ่งให้กับครอบครัวของเขา เขาก็จะได้กินอิ่มขึ้น
“ใช่แล้วล่ะ พี่รองคนเราหากไม่ทำงานแล้วจะมีกินได้ยังไง วันนี้พี่สะใภ้รองไม่ทำงาน ก็ถูกแล้วที่จะไม่มีข้าวให้กิน” หวังหลิง ลูกชายคนที่สามของตระกูลหวังพูดสนับสนุนพี่ชายคนโต เพราะเขาก็้าแบ่งอาหารจากส่วนของพี่สะใภ้ตัวเองเช่นเดียวกัน
“พอๆ เลิกพูดกันได้แล้ว สะใภ้รองเธอเอาผักไปเก็บในห้องครัว แล้วก็ลงมือทำมื้อเย็นซะ ทำเสร็จแล้วเธอก็กลับห้องของเธอไป” แม่สามีพูดจบก็เดินเข้าบ้านไปอย่างไม่สนใจ
หลินถิงถิงได้แต่ยืนอึ้ง เธอไม่เคยเห็นครอบครัวไหนเห็นแก่ตัวอย่างนี้มาก่อน ครอบครัวสายรองของเธอทั้งสี่คน ทำงานในบ้านทุกอย่าง แม้แต่อิงอิงที่อายุเพิ่งจะสี่ขวบยังต้องออกไปช่วยงานในไร่แล้ว แต่ครอบครัวสายหลักและครอบครัวสายสามกลับไม่ได้ทำอะไรเลยด้วยซ้ำ เธอต้องคิดหาวิธีที่จะจัดการกับเื่นี้
“แม่คะ แม่ไม่ต้องห่วงนะคะ พอคุณย่าแบ่งอาหาร หนูจะแอบเก็บส่วนของหนูให้กับแม่” หวังอิงอิงบอกแม่เธอพร้อมรอยยิ้ม
“ไม่เป็ไรหรอกจ้ะ หนูกินส่วนของหนูไปเถอะ หนูยังเป็เด็กยังต้องเติบโต วันนี้แม่ไม่ค่อยสบายก็เลยไม่รู้สึกอยากกินอาหารเท่าไหร่” หลินถิงถิงบอกลูกสาวพลางลูบผมลูกสาวอย่างเบามือ
สองแม่ลูกช่วยกันทำกับข้าวในครัว จะเรียกว่าทำทั้งสองคนก็ไม่ได้ หวังอิงอิงเพียงแค่มานั่งให้กำลังใจแม่ของเธอในครัวเท่านั้น แต่ถึงอย่างนั้นหลินถิงถิงก็พอใจมากอยู่ดี เธอทำอาหารไปและล้อเล่นกับลูกสาวไปอย่างมีความสุข
“ทำไมวันนี้รสชาติอาหารถึงแปลกไปนะ” หวังหลิงพูดขึ้น
“รสชาติดีกว่าเมื่อก่อนมากเลยค่ะคุณแม่” สะใภ้ใหญ่พูดเสริมน้องสามี
“อร่อยมากเลยค่ะ ต้องใช้เครื่องปรุงไปมากขนาดไหนคะเนี่ยรสชาติถึงได้ออกมาดีอย่างนี้” สะใภ้สามแสร้งพูดชม
“นั่นสิ ต้องใช้เครื่องปรุงไปมากเท่าไหร่รสชาติถึงออกมาดีขนาดนี้ เมียของแกนี่มันตัวล้างผลาญจริงๆ เลยนะเ้ารอง แกคิดว่าบ้านเรามีเงินให้ใช้สอยมากมายนักหรือยังไง” นางกัวหลิวซื่อยังบ่นไม่หยุด
“วันนี้เมียแกไม่ได้ไปช่วยทำงานในไร่เลยหรือเ้ารอง” หวังหู่ผู้เป็พ่อถามลูกชาย
“ถิงถิงไม่สบาย ตอนเที่ยงก็เลยนอนพักอยู่ในห้อง แต่่บ่ายเธอก็ยังออกไปช่วยเก็บผักป่ากลับมานะครับพ่อ” หวังอี้ฉือตอบ
“เมียแกไม่ได้เป็โรคร้ายแรงอะไรใช่ไหม ไปดูแลถามไถ่ดีๆ บ้านเราไม่มีเงินมากมายที่จะใช้รักษาหรอกนะ” หวังหู่พูดอย่างไม่สนใจ
“ใช่แล้วล่ะ เกิดเจ็บป่วยร้ายแรงขึ้นมา ฉันบอกไว้ก่อนนะ ฉันไม่มีเงินเป็ค่ารักษาให้หรอก ฉันจะเก็บเงินไว้ให้เ้าใหญ่เรียนหนังสือ” นางกัวหลิวซื่อรีบพูดเสริม
หวังอี้ฉือนั่งเงียบฟังทุกคนพูดถึงภรรยา ในขณะที่หวังอี้เฉินและหวังอิงอิงแอบเก็บแผ่นแป้งย่างไว้ให้แม่ตัวเอง