Dawnroot Citadel สูงขึ้นไปในหมู่ต้นไม้ั์
ไม่ใช่ตึกที่สร้างขึ้น แต่เป็ต้นไม้ที่ถูกทำให้กลายเป็ตึก ราวกับว่าเมื่อหลายร้อยปีก่อน มีใครสักคนพูดกับต้นไม้ว่า้าอะไร และต้นไม้ก็เติบโตตามที่บอก กิ่งก้านสานกันเป็ทางเดิน รากใหญ่โค้งเป็ประตู เปลือกไม้ขึ้นรูปเป็ผนังที่ยังหายใจอยู่ สีทองของแสงบ่ายกรองผ่านใบไม้ทำให้ทุกอย่างดูอบอุ่น
แต่ Elira รู้ว่ามันไม่ใช่ความอบอุ่นที่เชิญชวน มันคือความงามที่บอกว่ามองได้ แต่อย่าแตะ
เธอเคยอ่านเกี่ยวกับ Dawnroot Citadel มาั้แ่อายุสิบสาม ในหนังสือเก่าที่ Maera ให้ยืม ในบันทึกของนักเดินทางที่เข้ามาถึงชายแดนแล้วเขียนเล่าสิ่งที่เห็นจากระยะไกล เธอเคยจินตนาการว่าถ้าได้เข้ามาที่นี่จะรู้สึกอย่างไร — ว่าจะได้เรียนรู้บางอย่างที่หนังสือแม่มดไม่มี ว่าจะได้เห็นว่าเวทป่าทำงานอย่างไรจากข้างใน
แต่เธอไม่เคยจินตนาการว่าจะเข้ามาแบบนี้
มันไม่ใช่ความโชคร้าย มันไม่ใช่ความน่าขัน และมันไม่ใช่เื่ที่เธอจะยอมให้แสดงออกมาในสีหน้า แต่มันมีอยู่ในที่ไหนสักแห่งระหว่างซี่โครง ในแบบที่สิ่งที่คาดหวังไว้นานแล้วพังทลายมักจะทิ้งร่องรอยไว้แม้จะไม่มีใครเห็น
ผู้คนในทางเดินหยุดมองเธอ บางคนแค่มอง บางคนพูดกับคนข้าง ๆ เธอไม่ได้ยินคำ แต่รู้ว่าพูดถึงเธอ พวกเขาไม่มองด้วยความกลัว ไม่มองด้วยความเกลียด แต่มองแบบที่มองสิ่งที่ไม่ควรอยู่ที่นั่น
Kaelen เดินข้างหน้าด้วยก้าวที่ไม่เปลี่ยน ไม่รีบ ไม่ชะลอ เขาไม่หันมาดูว่าเธอเป็อย่างไร ในทางเดินของบ้านตัวเอง ท่าทางของเขาต่างออกไป มั่นคงกว่า แต่ก็แข็งกว่าด้วย เหมือนสวมบทบาทที่ถูกออกแบบมาเพื่อที่นี่
ประตูที่ปลายทางเดินเปิดออกโดยไม่มีใครแตะ เธอเดินผ่านเข้าไป
ห้องพิจารณาเป็วงกลม
ที่นั่งเรียงเป็ชั้นสูงขึ้นไปรอบ ๆ เหมือนอัฒจันทร์ที่มีศูนย์กลางเป็พื้นที่โล่ง ตรงกลางไม่มีเก้าอี้ ไม่มีที่พิง ไม่มีแม้แต่โต๊ะ มีแค่พื้นไม้เรียบที่เรืองแสงบาง ๆ จากเวทที่ฝังไว้ในร่องระหว่างแผ่นไม้
Elira เดินเข้าไปยืนตรงกลางนั้น
สมาชิกสภาเดินเข้ามาทีละคน บางคนมองเธอระหว่างทาง บางคนคุยกันก่อนนั่ง เธอยืนตรง มือไม่ขยับ สายตาไม่ลงพื้น
มีคนหนึ่งพูดดัง ๆ พอที่เธอได้ยิน "เล็กกว่าที่คิด"
เธอมองตาคนนั้นตรง ๆ ไม่หันหนี ไม่เปลี่ยนสีหน้า เพียงแต่มองจนเขาหันไปทางอื่น
Kaelen เดินไปนั่งที่โต๊ะรายงาน — ตำแหน่งที่บอกว่าเขามาให้ข้อมูล ไม่ใช่มาตัดสิน Riven ไปนั่งข้าง ๆ สมาชิกสภาคนหนึ่ง พูดอะไรบางอย่างกับคนนั้น และทั้งคู่มองมาที่เธอพร้อมกัน
ที่นั่งสูงสุดว่างอยู่ ห้องเงียบ เธอยืนตรง และรอ
Thalion เดินเข้ามาช้า ๆ
เขาอายุมาก แต่เดินตรง เดินในแบบที่บอกว่าเคยเดินทางไกลมากกว่าที่ร่างกายควรจะไหว แต่ยังคงไป เสื้อคลุมสีทองเข้มที่เขาสวมไม่ได้ออกแบบมาเพื่อโอ้อวด แต่มันบอกสิ่งที่้าบอกโดยไม่ต้องพูดถึง
เขาไม่มองห้องก่อน เขามองที่เธอก่อน แล้วยิ้มเล็กน้อย ไม่ใช่รอยยิ้มที่อบอุ่น แต่รอยยิ้มของคนที่กำลังยืนยันบางอย่างที่รู้อยู่แล้ว
"หวังว่าเธอคงสบายดีใน่เวลาที่ผ่านมา" เขาพูดก่อนนั่งลง
"ขอบคุณ" เธอตอบในภาษาเอลฟ์ สั้น ๆ และกลาง
การสอบสวนเริ่ม
Thalion ถามด้วยน้ำเสียงสุภาพที่ไม่เคยเปลี่ยน "เธอรู้ไหมว่าการนำขวดคำสาปเข้ามาในเขตป่าเป็การละเมิดขั้นร้ายแรงตามข้อตกลงที่สองเผ่าลงนามไว้"
"รู้"
"และเธอรู้ไหมว่าคำสาปชนิดนี้ตรงกับรูปแบบที่เราเคยพบในการโจมตีป่าสามครั้งใน่สามเดือนที่ผ่านมา"
"ฉันไม่รู้ว่ามีการโจมตีสามครั้ง แต่รู้ว่าขวดที่ฉันพบมีพลังงานสามชั้น ชั้นที่ฉันจำได้ชั้นเดียวคือชั้นนอก ชั้นกลางและชั้นในไม่ใช่เวทที่ฉันรู้จัก"
Riven พูดขึ้นจาก้า "นั่นคือสิ่งที่ผู้ที่ออกแบบการโจมตีจะพูดเพื่อสร้างความสับสน"
"หรือนั่นคือสิ่งที่คนที่บอกความจริงจะพูดเมื่อเธอไม่รู้สิ่งที่ไม่ได้รู้"
สมาชิกสภาคนหนึ่งพูดขึ้น "ทั้งสองอย่างฟังเหมือนกัน นั่นคือปัญหา"
เธอเข้าใจกับดักที่กำลังถูกสร้างขึ้นต่อหน้า ไม่ว่าเธอจะพูดอะไร มันจะถูกตีความในทิศทางเดียวกัน เธอยืนตรง และไม่พูดสิ่งที่จะไม่ถูกได้ยิน
Thalion พูดต่อ "เธอรู้ว่าคำสาปนี้ตรงกับรูปแบบที่เราเคยเห็นในการโจมตีป่าไหม" เขาหันมาที่ Kaelen "Kaelen รายงานว่าเวทของเธอปรากฏบนขวด ถูกต้องไหม"
"เวทของเธอััขวด" Kaelen ตอบ "แต่ปฏิกิริยาเวทที่เกิดขึ้นในป่าผิดปกติ" เขาหยุดครู่ก่อนพูดต่อด้วยเสียงที่ไม่เปลี่ยน แต่มีบางอย่างในมันที่ตั้งใจ "คำสาปตอบสนองต่อเวทป่าของฉันด้วย ซึ่งไม่ใช่รูปแบบที่เวทแม่มดฝ่ายเดียวจะแสดงออก"
สภาหันมามองเขา
Thalion พยักหน้า "เราจะนำข้อมูลนั้นไปพิจารณาด้วย" แล้วพูดต่อในทิศทางเดิม
เธอเห็นว่าเขาเปลี่ยนทิศการสนทนาอย่างราบรื่นเหมือนน้ำที่เจอก้อนหิน ไหลรอบและไปต่อ
Thalion ถามต่อ "เธอมีใครที่ยืนยันได้ว่าเธอพบขวดโดยไม่รู้ล่วงหน้า"
"ไม่มี"
"เธอทำงานคนเดียวในพื้นที่ชายแดนบ่อยไหม"
"บ่อย"
"ทำไม"
"เพราะงานบางอย่างต้องทำคนเดียว ถ้า้าเห็นสิ่งที่ป่าแสดงโดยตรง ไม่ใช่ผ่านรายงาน"
สมาชิกสภาอีกคนพูดขึ้น "หรือเพราะงานบางอย่างไม่อยากให้ใครเห็น"
เธอมองคนนั้น ไม่พูดอะไร เพราะไม่มีคำตอบที่ดีพอสำหรับคำถามที่ออกแบบมาเพื่อไม่มีคำตอบที่ดี
Kaelen พูดขึ้นอีกครั้ง เสียงเท่าเดิม ไม่สูงขึ้น
"รอยทางพืชตายที่นำไปสู่จุดที่พบขวด มันเริ่มต้นจากในป่าเรา ไม่ใช่จากชายแดน"
ห้องเงียบลงต่างออกไป
นิ้วมือของ Thalion ที่วางอยู่บนแขนเก้าอี้หยุดนิ่ง ไม่ใช่เคลื่อน แต่หยุด แล้วสายตาเขาลดลงมาที่ระดับโต๊ะรายงานหนึ่งวินาที ก่อนที่จะยกกลับมาที่ห้องและพูดว่า "เราจะสืบสวนรอยทางด้วย ขอบคุณที่รายงาน Kaelen"
แล้วก็พูดต่อ
Elira จดจำนิ้วมือนั้นไว้ และสายตาที่ลดลงหนึ่งวินาที เขาไม่ได้หยุดเพราะข้อมูลใหม่ เขาหยุดเพราะข้อมูลที่ไม่อยากให้ปรากฏขึ้นในที่ประชุมนี้
"สภาตัดสินให้กักตัว Elira Moonthorn ระหว่างการสืบสวน" Thalion ประกาศในที่สุด "นี่ไม่ใช่การตัดสินความผิด แต่เป็ขั้นตอนที่จำเป็"
Riven ไม่ซ่อนว่าเขาพอใจ
Kaelen เงียบ มองอยู่ที่โต๊ะรายงานข้างหน้า ไม่มองใคร
ผู้พิทักษ์สองคนเดินเข้ามา
Elira ยืนอยู่กับที่หนึ่งวินาที แล้วพูดกับห้องทั้งห้องโดยไม่ได้พูดกับใครคนเดียว เสียงไม่โกรธ ไม่ขอร้อง ไม่พยายามโน้มน้าว
"ขวดนั้นไม่ใช่ของฉัน แต่คุณตัดสินแล้วก่อนฉันเปิดปาก ดังนั้นฉันจะพิสูจน์ให้ดู"
เธอหยุดนิ่งครู่หนึ่ง
"ไม่ใช่เพื่อคุณ"
แล้วเธอเดินออกไปด้วยตัวเองก่อนที่ผู้พิทักษ์จะก้าวเข้ามา
ห้องกักตัวมีหน้าต่างแคบเดียวที่หันออกไปยังป่า
ไม่กว้างพอที่จะมองเห็นขอบฟ้า แต่กว้างพอที่จะเห็นยอดต้นไม้และแสงที่เปลี่ยนตามเวลา เธอนั่งลงบนแผ่นไม้ เปิดฝ่ามือ แสงจันทร์ไหลออกจากนิ้วเธอช้า ๆ ม้วนตัวเป็เกลียวเล็กรอบนิ้ว แล้วค่อย ๆ ขยายออกเป็สัญญาณ เธอส่งมันออกไปทาง Talia
แล้วก็รู้สึกบางอย่าง
ไม่ใช่เสียง ไม่ใช่ภาพ แต่เป็ความรู้สึกเร่งด่วนที่ผุดขึ้นมาจากข้างใน พร้อมกลิ่นดินชื้นและกลิ่นของบางอย่างที่ยังไม่ตาย ป่าข้างนอกหน้าต่างนั้นร้องเรียกเธออยู่ ไม่ใช่เสียงที่หูได้ยิน แต่เป็ความรู้สึกที่เวทของเธอรับรู้
เธอมองออกไปที่ยอดต้นไม้
ยังไม่รู้ว่ามันคืออะไร แต่รู้ว่ามันไม่ใช่สิ่งที่เธอควรเพิกเฉย
ระเบียงของ Dawnroot Citadel หันออกไปทางทิศตะวันตก
Kaelen ยืนอยู่ที่นั่นหลังจากที่ทุกคนกระจายไปแล้ว วางมือบนราวไม้และมองออกไปที่ป่าเบื้องล่าง แสงบ่ายทำให้ยอดต้นไม้เป็สีทองที่เขาเห็นทุกวันมาตลอดชีวิต
"Kaelen"
Thalion ยืนอยู่หลังเขา "ฉัน้าให้คุณดูแลเธออย่างใกล้ชิด ใน่การสืบสวน"
"ดูแลในแบบไหน"
"เวทของเธอผิดปกติในแบบที่เราต้องเข้าใจ" Thalion พูด "ปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นระหว่างเวทของเธอกับเวทป่า มันน่าสนใจ"
"ผิดปกติในแบบไหน"
Thalion ยิ้มเล็กน้อย รอยยิ้มเดิมที่เขาใช้กับ Elira "ในแบบที่อาจมีประโยชน์"
แล้วก็หันไปเดินจากไปก่อนที่ Kaelen จะถามต่อ
Kaelen ยืนอยู่กับรอยยิ้มนั้นในความทรงจำ เขาดึงสมุดออกมาจากเสื้อ วางมันบนราวระเบียง เปิดหน้าว่าง วางปากกาลงไป
แล้วไม่เขียนอะไร
เขามองสมุดอยู่สักครู่ — สมุดที่เขาเขียนลงทุกอย่างที่ผิดปกติมาตลอดหกปีที่ทำงาน — ก่อนที่จะหยิบมันขึ้นมาและเก็บกลับเข้าไปในเสื้อโดยไม่เขียนสิ่งใดเลย
ในแบบที่อาจมีประโยชน์
เขามองออกไปที่ป่า คำว่า "เรา" ใน Thalion หมายถึงอะไรกันแน่
ป่าเบื้องล่างยังอยู่ที่นั่น สีทองในแสงบ่าย เงียบในแบบที่ป่าที่มีสิ่งผิดปกติจะเงียบ ไม่ไกลจากระเบียงนักมีหน้าต่างแคบของห้องกักตัวชั้นล่าง เขาไม่ได้มองมัน แต่รู้ว่ามันอยู่ที่นั่น