เสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นมิได้แฝงความเกรงใจ เจี้ยนหลิน (剑林) เปิดประตูออกพบกับศิษย์พิทักษ์ที่ยืนรออยู่ด้วยสีหน้าเคร่งขรึมและจริงจัง
ท่านผู้อาวุโสมีคำสั่งเรียกตัวเจ้า ไปกับข้า
เจี้ยนหลินพยักหน้ารับอย่างสงบ เขาก้าวเดินตามศิษย์พิทักษ์ผู้นั้นออกจากเขตเรือนพักศิษย์นอกที่คุ้นเคย มุ่งหน้าสู่เขตตำหนักในอันเป็นที่พำนักของเหล่าศิษย์ระดับสูงและผู้อาวุโสของสำนักกระบี่เมฆาพิสุทธิ์ (云清剑宗)
ระหว่างทาง สายตาของศิษย์ในหลายคู่ที่เดินสวนทางมาจับจ้องมายังเขาด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งความสงสัย ความประหลาดใจ หรือแม้แต่แววตาที่แฝงความไม่เป็นมิตรจางๆ จากผู้ที่อาจจะสังกัดหออัคคีเมฆา
‘ดูเหมือนว่าการกลับมาของข้าในครั้งนี้ จะน่าสนใจยิ่งกว่าการประลองยุทธ์ประจำปีเสียอีกกระมัง ช่างเป็นเกียรติที่ศิษย์นอกผู้ต่ำต้อยเช่นข้าได้รับโดยแท้’
ศิษย์พิทักษ์นำเขามาหยุดอยู่หน้าห้องโถงขนาดกลางแห่งหนึ่ง มันคือโถงประชุมของสภาผู้อาวุโส บรรยากาศโดยรอบดูขรึมขลังและแผ่แรงกดดันที่มองไม่เห็นออกมา
เมื่อก้าวเข้าไปภายใน เจี้ยนหลินก็พบว่ามีผู้อาวุโสสี่ถึงห้าท่านนั่งรออยู่แล้ว แต่ละท่านล้วนมีกลิ่นอายพลังปราณที่ลึกล้ำและน่าเกรงขาม ศิษย์พี่หญิงเยว่ชิงหลิง (月清灵) ยืนสงบนิ่งอยู่ด้านข้าง ใบหน้าของนางยังคงเยือกเย็นเช่นเคย แต่ในแววตากลับฉายความกังวลเล็กน้อยเมื่อเห็นเขามาถึง และที่หัวโต๊ะนั้น คือร่างของอาจารย์ซ่ง (宋长老) ผู้ซึ่งยังคงลูบเคราสีดอกเลาของตนเองเบาๆ แววตาของท่านมองมายังเจี้ยนหลินอย่างพินิจพิเคราะห์
เจี้ยนหลิน ศิษย์นอกคารวะท่านผู้อาวุโสทุกท่าน เขาประสานมือคำนับอย่างนอบน้อม
เยว่ชิงหลิงได้เล่าเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นในหุบเขาเร้นเมฆาให้พวกเราฟังแล้ว ผู้อาวุโสท่านหนึ่งเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ นางกล่าวว่าเจ้ามีส่วนสำคัญในการช่วยเหลือและเอาชีวิตรอดกลับมาได้ พวกเราอยากจะฟังเรื่องราวจากปากของเจ้าบ้าง
เจี้ยนหลินตอบคำถามของเหล่าผู้อาวุโสอย่างระมัดระวังที่สุด เขาเล่าเหตุการณ์ตามความเป็นจริง แต่ก็เลือกที่จะเก็บงำรายละเอียดที่สำคัญบางอย่างไว้ ทั้งเรื่องของหน่ออ่อนแห่งกระบี่ การค้นพบเคล็ดวิชาพฤกษานิรมิต และความสามารถที่แท้จริงของขาวน้อย เขาเน้นย้ำถึงการใช้ไหวพริบ ความเข้าใจในพืชพรรณ และการฉวยโอกาสจากสถานการณ์ที่สับสนวุ่นวายในการเอาตัวรอด
หลังจากซักถามอยู่ครู่ใหญ่ เมื่อเห็นว่ามิอาจได้ข้อมูลใดเพิ่มเติมจากเด็กหนุ่มผู้สุขุมเยือกเย็นเกินวัยผู้นี้ อาจารย์ซ่งจึงโบกมือเบาๆ
เอาล่ะ เรื่องราวในวันนี้พอแค่นี้ก่อน พวกเจ้าทุกคนแยกย้ายกันไปได้ ส่วนเจ้า เจี้ยนหลิน อยู่พบข้าตามลำพังก่อน
เหล่าผู้อาวุโสท่านอื่นและเยว่ชิงหลิงโค้งคำนับแล้วทยอยเดินจากไป ทิ้งไว้เพียงเจี้ยนหลินและอาจารย์ซ่งตามลำพังภายในห้องโถงอันเงียบสงัด
อาจารย์ซ่งมองเจี้ยนหลินนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่แฝงความหมายลึกล้ำ การผจญภัยในครั้งนี้ ดูเหมือนจะมอบวาสนา (机缘) ให้เจ้าไม่น้อยเลยทีเดียว พลังของเจ้า พัฒนาไปไกลเกินกว่าที่ข้าคาดคิดไว้มากนัก
เจี้ยนหลินก้มศีรษะลงเล็กน้อย เป็นเพียงโชคช่วยขอรับท่านผู้อาวุโส
โชคหรือ อาจารย์ซ่งยิ้มบางๆ ในโลกของผู้บำเพ็ญเพียร โชคเพียงอย่างเดียวนั้นมิอาจนำพาร่างที่บอบช้ำให้รอดพ้นจากเงื้อมมือของอสูรระดับสร้างรากฐานได้หรอกนะ
เจี้ยนหลินนิ่งเงียบ เขารู้ดีว่ามิอาจปิดบังผู้อาวุโสท่านนี้ได้ทั้งหมด เขาจึงตัดสินใจที่จะลองหยั่งเชิงถามในสิ่งที่ค้างคาใจเขามานาน
ท่านผู้อาวุโสขอรับ เขาเอ่ยขึ้นอย่างกล้าๆ กลัวๆ ข้า มีเรื่องบางอย่างที่อยากจะเรียนถาม ระหว่างการเดินทาง ข้าเคยได้ยินผู้คนกล่าวถึงนาม อู๋หมิง (无名) และรู้สึกถึงพลังลึกลับบางอย่างภายในกายที่คอยตอบสนองในยามคับขัน ข้ามิอาจเข้าใจได้ว่ามันคือสิ่งใด และมีความเกี่ยวข้องกับข้าอย่างไร
แววตาของอาจารย์ซ่งทอประกายซับซ้อนขึ้นมาชั่วขณะหนึ่งเมื่อได้ยินนามนั้น ท่านนิ่งเงียบไปราวกับกำลังครุ่นคิดถึงเรื่องราวในอดีตอันไกลโพ้น ก่อนจะเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงที่แฝงปริศนาธรรม บางครั้ง คำตอบของคำถามที่ยิ่งใหญ่ที่สุด มิได้มาจากการเอื้อนเอ่ยวาจาของผู้ใด หากแต่มาจากการค้นพบด้วยตนเอง
ท่านลุกขึ้นยืนช้าๆ แล้วเดินไปยังหน้าต่าง มองออกไปยังหอตำราที่ตั้งตระหง่านอยู่ไม่ไกล
ในหอตำราของสำนักเรา ยังมีร่องรอยแห่งอดีตและเงื่อนงำของความลับมากมายที่ถูกหลงลืมไปตามกาลเวลา หากเจ้าปรารถนาจะค้นหาคำตอบของอู๋หมิง หรือทำความเข้าใจในพลังที่เจ้ามี บางที คำตอบอาจจะรอคอยเจ้าอยู่ในม้วนตำราเก่าแก่เหล่านั้นก็เป็นได้
ท่านหันกลับมามองเจี้ยนหลิน แต่จงจำไว้ ความรู้บางอย่างก็เป็นดั่งดาบสองคม การล่วงรู้เร็วเกินไป อาจจะนำมาซึ่งภยันตรายที่เจ้ายังมิพร้อมจะรับมือ
อาจารย์ซ่งมิได้มอบหมายภารกิจใดๆ อย่างเป็นทางการ แต่คำชี้แนะของท่านนั้นชัดเจนยิ่งกว่าคำสั่งใดๆ
เจี้ยนหลินโค้งคำนับอีกครั้งด้วยความเข้าใจและความมุ่งมั่นที่เพิ่มขึ้น ศิษย์เข้าใจแล้วขอรับท่านผู้อาวุโส
หลังจากออกจากห้องโถงนั้น เจี้ยนหลินก็สวนกับเยว่ชิงหลิงที่ดูเหมือนจะกำลังยืนรอเขาอยู่ นางมองเขาด้วยแววตาที่ซับซ้อน อาจารย์ซ่ง ท่านได้กล่าวสิ่งใดกับเจ้าบ้าง
เจี้ยนหลินเพียงแค่ส่ายศีรษะเบาๆ ท่านเพียงแค่ชี้แนะหนทางให้ข้าไปค้นหาคำตอบด้วยตนเองเท่านั้นขอรับ
เยว่ชิงหลิงพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ เช่นนั้น ก็จงระวังตัวให้ดี นางกล่าวทิ้งท้าย ก่อนจะเดินจากไป
เจี้ยนหลินมองตามร่างของนางไปจนลับสายตา ก่อนจะหันไปมองยังทิศทางของหอตำรา ดวงตาของเขาทอประกายแห่งความมุ่งมั่นและความคาดหวัง กระแสคลื่นแห่งความลับที่ซัดเข้ามาในชีวิตเขา บัดนี้ได้ชี้ทางไปยังประตูบานใหม่แล้ว
(จบตอนที่ 183)