อสูรไร้เทียมทาน

    บทที่ 37 ผ่านมาครึ่งปี

    บทที่ 37

    ผ่านมาครึ่งปี 

    ช่วงเวลานั้นผ่านพ้นมาอย่างรวดเร็ว เพียงแค่คิดต่อในครั้งเดียวกว่าที่จะรู้สึกตัวในตอนนี้เวลาก็ผ่านมาครึ่งปีแล้ว

     

    ลู่เฟิ่งอยู่ภายในหุบเขาแห่งนี้มาครึ่งปีแล้ว ดวงตาของเขาจ้องมองทัศนียภาพที่เต็มไปด้วยภูเขาที่ทอดยาวจากบนยอดของภูเขากระบี่ 

     

    สถานที่แห่งนี้เขาอยู่มาครึ่งปีเต็มๆหลังจากที่ฝึกฝนมาเป็นเวลานาน ในที่สุดเขาก็สามารถบรรลุถึงแก่นแท้กระบี่ได้สำเร็จ

     

    “ ทำหน้าตาเช่นนั้นเจ้าไม่ดีใจเลยอย่างนั้นหรือที่เจ้าสามารถสำเร็จสิ่งที่ต้องการเอาไว้ได้รวดเร็วขนาดนี้ ” เสียงของผู้อาวุโสดังมาจากด้านหลัง 

     

    ลู่เฟิ่งหันกลับไปมอง “ ครึ่งปีใช้เวลานานกว่าที่ข้านั้นคิดเอาไว้อีกขอรับ ”

     

    “ นานกว่าที่เจ้าคิดเอาไว้อย่างนั้นหรือ”

     

    “ นี่ตัวของเจ้าคิดว่าการที่จะสามารถฝึกฝนมันสำเร็จได้ต้องใช้เวลาสักเท่าไหร่กัน ”

     

    “ อย่าบอกนะว่าเจ้าตั้งเป้าเอาไว้เพียงแค่ประมาณ 1 หรือ 2 เดือนเจ้าก็จะออกจากสถานที่แห่งนี้ได้ ”

     

    “ ช่างเป็นสัตว์ประหลาดจริงๆ เอาเถอะถึงแม้ว่าตัวของเจ้าจะใช้เวลาครึ่งปี ” 

     

    “ แต่เจ้าเองก็ยังถือว่าเป็นสัตว์ประหลาดที่อยู่เหนือกว่าพวกอัจฉริยะหลายเท่า ข้าผู้ที่เป็น 1 ใน 10 ราชันกระบี่ยืนยันด้วยตัวของตนเองเลย ”

     

    “ การเรียนวิชาของข้าขนาดค่าที่ได้รับการถ่ายทอดมายังต้องใช้เวลาศึกษาหลาย 10 ปีกว่าที่จะมายืนอยู่ตรงจุดนี้ ”

     

    “ ถึงแม้ว่าในตอนนี้การเชี่ยวชาญวิชากระบี่ก้าวดาราเจ้าจะไม่สามารถเทียบกับข้าได้แต่ถ้ามองถึงความเชี่ยวชาญของเจ้าอยู่ในระดับที่สูงมาก ”

     

    “ ในตอนนี้ก็รอเพียงแค่การนำเอาประสบการณ์มาขัดเกลา ”

     

    “ เพียงแค่นั้นอีกสักปีหรือ 2 ปีเจ้าก็สามารถขึ้นไปอยู่ในระดับปรมาจารย์ได้แล้ว ”

     

    “ เจ้ามาถึงตรงจุดนี้ได้โดยใช้ระยะเวลาเพียงแค่ครึ่งปี ตัวของเจ้ายังไม่พึงพอใจข้านี่เหลือเชื่อจริงๆ ”

     

    “ ทั้งที่คนปกติทั่วไปการที่พวกเขานั้นจะมายืนอยู่ตรงจุดเดียวกับเจ้าพวกเขาต้องใช้เวลามากกว่า 20 ปีแท้ๆ ” 

     

    “ เอาเถอะแต่มันก็ไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจที่เจ้านั้นจะแสดงท่าทางไม่พอใจ  ”

     

    “ จากที่ข้านั้นอยู่กับเจ้ามาตลอดครึ่งปีข้าเองก็มองเห็นหลายๆอย่าง ”

     

    “ มองเห็นว่าตัวของเจ้านั้นเป็นคนที่มีความทะเยอทะยานขนาดไหน แถมยังมีความสามารถมากอีกด้วย ไม่แปลกที่เจ้านั้นคิดจะก้าวขึ้นไปอยู่ในจุดที่สูงกว่านี้ให้เร็วกว่า ”

     

    “ แต่ว่าขอบเขตบ่มเพาะของเจ้าไม่เพิ่มขึ้นเลย ”

     

    “ นี่จะไม่ใช่เรื่องที่น่ากังวลอย่างนั้นหรือ ” หลงหมิงมองลู่เฟิ่ง

     

    ในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมาถ้าเป็นอัจฉริยะจริงๆขอบเขตบ่มเพาะก็คงจะเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโด แต่การฝึกฝนอย่างหนักมีเพียงแค่ทักษะของกระบี่ที่เพิ่มขึ้น

     

    แต่ขอบเขตผมเพราะมันกับย่ำอยู่กับที่นี่มันเป็นเรื่องที่น่าประหลาดจริงๆ ลู่เฟิ่งยกยืมขึ้นที่มุมตา “ ไม่เป็นอะไรหรอกขอรับ ”

     

    “ ท่านไม่จำเป็นก็ต้องกังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้ ”

     

    “ นั่นสินะอย่างไรเจ้าก็เป็นสัตว์ประหลาดตัวน้อยอยู่แล้วข้าจะกังวลอะไร ” 

     

    “ เอาล่ะบทเรียนที่ข้าอยากจะสอนเจ้าก็สอนไปหมดแล้วต่อจากนี้ก็เหลือเพียงแค่ให้เจ้านั้นขัดเกลาความสามารถของตนเองเท่านั้น ”

     

    “ จะออกไปจากสถานที่แห่งนี้ได้แล้ว ”

     

    “ ความหนาวเย็นค่อยๆเข้าปกคลุมภูเขาแห่งนี้อย่างช้า ฤดูเหมันต์กำลังเข้ามาเยี่ยมเยียนทวีปแห่งนี้อีกครั้ง ”

     

    ลู่เฟิ่งหันไปมองผู้อาวุโสที่กำลังยืนอยู่พลางกับพูดขึ้นมา “ ในฐานะที่ตัวของข้านั้นสามารถฝึกฝนจนจบได้ ” 

     

    “ ข้าอยากจะขอร้องท่านได้หรือไม่ขอรับ ”

     

    “ ขอร้องข้าอย่างนั้นรึ? ”

     

    “ ใช่แล้วขอรับถือว่าเป็นรางวัลก็แล้วกันขอรับ ที่ตรวจของค่านั้นสามารถฝึกฝนวิชากระบี่ของท่านให้สำเร็จกได้ภายในเวลาเพียงแค่เพียงครึ่งปีเท่านั้น ” 

     

    “ ได้สิ ”

     

    “ ถ้าเช่นนั้นก็ลองพูดออกมาสิว่าเจ้าอยากจะให้ตัวของข้าทำอะไร ”

     

    “ ถ้าเกิดว่าเป็นเรื่องที่ไม่ได้หนักหนาเกินไปหรือไม่ผิดศีลธรรมข้าเองก็จะทำให้เจ้าถือว่าเป็นรางวัลก็แล้วกัน ”

     

    “ ข้าอยากจะให้ท่านไม่บอกบิดาของข้าได้หรือไม่ขอรับว่าค่านั้นสำเร็จกระบี่จากสถานที่แห่งนี้แล้ว ” ลู่เฟิ่งกล่าวออกมาด้วยใบหน้าจริงจัง 

     

    หลังจากที่ได้ยินคำพูดแบบนั้นอีกฝ่ายก็มองตรงกลับมา แววตาของผู้อาวุโสกล่าวกับว่ารู้เจตนาของลู่เฟิ่ง

     

    ใบหน้าของผู้อาวุโสค่อยๆปรากฏรอยยิ้มก่อนที่จะพูดขึ้น “ แบบนี้เองสินะ ตัวของเจ้าไม่ได้ตั้งใจจะเดินทางกลับไปที่เมืองหลวงในทันที  ” 

     

    “ ใช่แล้วขอรับ”

     

    “ ข้าตั้งใจเอาไปแล้วว่าจะไม่ได้เดินทางกลับไปที่เมืองหลวงทันที ”

     

    “ เพราะแบบนั้นข้าเลยอยากจะขอร้องให้กับท่าน ตอนที่เดินทางมาท่านก็เป็นคนกล่าวกับบิดาของข้าเองว่าจะพาตัวของข้ามาฝึกฝนที่สถานที่แห่งนี้ ”

     

    “ ในตอนนี้ถ้าเกิดว่าท่านยังไม่ส่งข่าวกลับไปพวกเขาย่อมคิดว่าการฝึกฝนยังไม่จบลงอย่างแน่นอน ”

     

    “ เพราะแบบนั้นข้าก็เลยอยากจะให้ท่านไม่ส่งข่าวกลับไปที่เมืองหลวงได้หรือไม่ขอรับ ”

     

    หลงหมิงพยักหน้าขึ้นลง “ เข้าใจแล้วมองดูแล้วการพัฒนาที่รวดเร็วของเจ้า คงจะไม่มีผู้ใดคาดคิดหรอกว่าการเรียนกระบี่กับค่าจะใช้เวลาเพียงแค่ครึ่งปี ”

     

    “ เจ้าคงจะมีเรื่องที่อยากจะทำอยู่อีกสินะ ”  

     

    “ เพราะแบบนั้นเลยไม่อยากกลับไปที่เมืองหลวงตอนนี้ ธรรมเนียมของราชวงศ์ได้ยินว่าถ้าอายุยังไม่ 18 ปีสำหรับผู้ฝึกฝนก็จำเป็นจะต้องฝึกฝนอยู่ภายในตำหนักบ่มเพาะ ”

     

    “ ถ้ากลับไปที่สถานที่แห่งนั้นก็ต้องไปฝึกฝนอยู่ภายในสถานที่แห่งนั้นที่ไม่ต่างจากกรงขัง ”

     

    “ สำหรับข้าแล้วคิดว่าประเพณีนั้นฉันไร้สาระการฝึกฝนอยู่ด้านนอกอาจจะทำให้เจ้านั้นพัฒนาได้เร็วกว่าก็ได้”

     

    “ เอาเป็นว่าข้ายอมรับคำขอร้องของเจ้าก็แล้วกัน ข้าอยากจะดูด้วยว่าเจ้าจะเติบโตได้มากขนาดไหน ” หลงหมิงพยักหน้าขึ้นลงตอบรับคำขอร้อง 

     

    ลู่เฟิ่งก้มหน้าของตนเองประสานมืออย่างนอบน้อมพร้อมกับกล่าวขอบคุณ “ ขอบคุณท่านอาจารย์ ” 

     

    “ จริงสิขอรับข้ามีเรื่องอยากจะถามท่านสักหน่อย”

     

    “ ต่อจากนี้ท่านคิดจะทำอะไรอย่างนั้นหรือขอรับ ”

     

    “ คิดจะทำอะไรอย่างนั้นหรือ.. ”

     

    “ ไม่รู้สิถ้าคิดว่าจะเดินทางไปทางเหนือสักหน่อยพอดีว่าแถวนั้นข้าได้ยินข่าวลือแปลกๆอยู่นะ ” 

     

    “ ก็เลยคิดว่าจะเดินทางไปดูภายในสถานที่แห่งนั้นสักหน่อย”

     

    ลู่เฟิ่งคิดภายในใจ ‘ นี่ยังไม่ถึงเวลาที่ท่านอาจารย์โดนสังหารเพราะแบบนั้นไม่จำเป็นจะต้องกังวล ’ 

     

    “ เข้าใจแล้วขอรับถ้าเช่นนั้นก็ขอท่านอาจารย์โชคดี ” ลู่เฟิ่งก้มศีรษะของตนเองลง น้อมส่งผู้เป็นอาจารย์อีกครั้งหลังจากนี้เขาก็ต้องแยกทางกันหลังจากที่อยู่ด้วยกันมาครึ่งปีเต็มๆ 

     

    จบบท


     

    คล้ายกับเรื่องอสูรไร้เทียมทาน ที่คุณอ่าน