ระบบสุดยอดอาจารย์ ศิษย์ของข้าลิขิตฟ้าด้วยตัวเอง

    สุสานลับ 8

    ณ ที่ภูเขาน้ำตกกลางหุบเขาที่เต็มไปด้วยสมุนไพรและสัตว์ร้ายหายากมากมาย…

    ชายหนุ่มหนึ่งคนเดินมาพร้อมกับหญิงสาวอีกสองคนที่กำลังหัวเราะและพูดคุยกันอย่างเป็นกันเอง ทั้งสามสวมชุดคลุมสีดำแดงซึ่งเป็นเครื่องแบบของดินแดนศักดิ์สิทธิ์จันทราเลือด ลวดลายจันทราซ้อนทับกับกลีบบุปผาโลหิตบนชายแขน

    เบื้องหลังของพวกเขา บริเวณพื้นหินกระจัดกระจายมีซากศพของตั๊กแตนวิญญาณระดับราชานักบุญ ร่างของมันถูกฉีกออกเป็นชิ้นๆ อย่างน่าสยดสยอง หญิงสาวผมยาวสีดำเข้มคนหนึ่งเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้มชื่นชม

    “น้องชายหลิน กระดูกแห่งความว่างเปล่าของเจ้ามันแข็งแกร่งจนเหนือจินตนาการของข้าไปมากจริงๆ”

    หลินหยวนยิ้มก่อนจะตอบกลับด้วยท่าทีนุ่มนวล

    “พี่สาวชมข้ามากเกินไปแล้ว ข้ายังห่างไกลเกินไปเมื่อเทียบกับ…”

    แต่ยังไม่ทันที่เสียงของเขาจะจางหายจากริมฝีปาก เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นภายในจิตของหลินหยวน

    “ก้มลง!”

    หลินหยวนไม่รีรอแม้แต่วินาทีเดียว เขาคว้าตัวหญิงสาวทั้งสองเข้ามากอดแน่น แล้วพุ่งตัวก้มหลบลงกับพื้นทันที

    ตูมมมมม!

    ภูเขาทั้งลูกที่อยู่เบื้องหลังพวกเขาถูกตัดขาดเป็นสองส่วน สายน้ำตกแตกกระจายหายไปอย่างไร้ร่องรอย เศษหินถล่มลงมาพร้อมคลื่นฝุ่นที่พวยพุ่งปกคลุมทุกสิ่ง

    หลินหยวนยังไม่ทันได้ตั้งสติ เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากภายในม่านควัน

    “ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ... อดีตศิษย์น้องทั้งสามที่น่ารังเกียจของข้า… ผู้หญิงสารเลวนั้นยังสบายดีอยู่รึเปล่าละ??”

    เมื่อม่านฝุ่นจางลง ร่างของชายหนุ่มในชุดคลุมสีเทาดำยืนอยู่ท่ามกลางซากหินและซากน้ำตก กลิ่นอายแห่งความว่างเปล่าปะทุออกมาจากร่างของเขาอย่างรุนแรง

    หลินหยวนมีสีหน้าที่เปลี่ยนไปทันทีเมื่อมองเห็นชายเบื้องหน้าของเขา

    “เฟิ่งหวงจุน… เจ้า… เจ้ายังไม่ตาย…”

    คำพูดของหลินหยวนยังไม่ทันจะสิ้นสุดประโยคดี ฟิ่ว! เสียงแหวกอากาศตัดผ่านคอของหลินหยวนอย่างรวดเร็ว หญิงสาวผมสีฟ้าที่เป็นศิษย์พี่ของเขารีบคว้าร่างของหลินหยวนหลบไปทันเวลาพอดี

    เมื่อรอดจากการโจมตีแล้วเสียงของนางก็สั่นเคืองและเต็มไปด้วยโทสะ

    “ศิษย์พี่! ท่านคิดจะฆ่าศิษย์น้องของตัวเองงั้นเหรอ!? แล้วท่านเรียกอาจารย์แบบนั้นได้ยังไงกัน?! ท่านลืมไปแล้วงั้นเหรอว่าใครที่ปล่อยให้ท่านออกจากนิกายโดยไม่ประหารชีวิตของท่าน…”

    เฟิ่งหวงจุนหัวเราะเบาๆ

    “แล้วกระดูกและเลือดของข้าละ…...ทำไมนางสารเลวนั้นถึงขุดกระดูกและเลือดของข้าไปให้หลินหยวนกัน”

    คลื่นพลังแห่งความว่างเปล่าพุ่งออกมาจากฝ่ามือของเขาเป็นแนวยาว ราวกับใบมีดฟาดทะลวงเข้าใส่ทั้งสามคนในเสี้ยววินาที

    แต่ก่อนที่การโจมตีจะสัมผัสกับทั้ง 3 คน...

    ฟึ่บ!

    เงาดำขนาดใหญ่ก็พุ่งลงมาจากฟากฟ้า ปะทะกับคลื่นพลังอย่างแรงจนเกิดเสียงระเบิดสะท้านไปทั่ว ก่อนที่การโจมตีของเฟิ่งหวงจุนจะสลายไป

    ผู้มาเยือนลึกลับ ร่างของเขาปิดบังไว้ด้วยชุดคลุมสีดำ ไม่มีผู้ใดเห็นใบหน้าของเขา แต่พลังที่แผ่ออกมา กลับทำให้เฟิ่งหวงจุนขมวดคิ้วเล็กน้อย เพราะดูเหมือนว่าจะตกได้ปลาผิดตัว

    …….

    …….

    ความเงียบงันที่ยืดยาวมาอย่างยาวนานกลับถูกรบกวนจากเสียงแตกของมิติ เฟิ่งหวงจุนยกมือขึ้น ทันใดนั้นความว่างเปล่าเบื้องหน้าถูกฉีกออกเป็นเส้นยาวสีเทาดำ ชายชุดดำพยายามจะหลบจากการโจมตีนี้แต่ก็ไม่ทันร่างของเขาขาดไปครึ่งหนึ่งทันที แต่เขาก็รีบหยิบโอสถฟื้นฟูขึ้นมากินทันทีก่อนที่ร่างของเขาจะงอกออกมาใหม่

    ชายชุดดำมองไปที่เฟิ่งหวงจุนด้วยความตกใจการโจมตีเมื่อกี้มันทำให้รู้ได้เลยว่าทั้ง 2 คนไม่ได้อยู่ในระดับเดียวกัน เมื่อชายชุดดำเห็นท่าไม่ดีเขาก็พุ่งเข้าไปหาหลินหยวนทันทีโดยที่ด้านหลังของเขามีใบมีดแห่งความว่างเปล่ากำลังไล่ตามเขามาอย่างรวดเร็ว

    ตูมมมมม!

    ใบมีดแห่งความว่างเปล่าถูกฟาดเข้าใส่ทั้งสี่คนจนพื้นดินแหวกเป็นทางยาว เฟิ่งหวงจุนมองไปที่ภาพด้านล่างก่อนที่จะเปิดความว่างเปล่าและหายไปทันที

    ห่างออกไปจากภูเขาน้ำตกเมื่อกี้

    รอยแยกของมิติถูกเปิดออกอีกครั้ง ร่างของเฟิ่งหวงจุนพุ่งทะลุออกมาอย่างดุดัน ร่างของเขาทะยานตรงไปเบื้องหน้าด้วยความเร็วที่แม้แต่ลมหายใจยังตามไม่ทัน

    ด้านหน้าของเขา ชายชุดดำกำลังใช้พลังวิญญาณอุ้มร่างของหลินหยวนและศิษย์พี่ของหลินหยวนอีกสองคนที่บาดเจ็บสาหัสหนีอย่างทุลักทุเล ชายชุดดำหันกลับมามองเฟิ่งหวงจุนผู้ที่สวมชุดสีดำอยู่ เขาไม่รู้ว่าเฟิ่งหวงจุนมาจากกองกำลังไหน แต่ในตอนนี้เขาทำได้แค่กัดฟันแน่นก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว

    “หยุดก่อนเจ้าหนู! พวกเราคุยกันได้นะ! เจ้าอยากได้อะไรข้าให้หมดเลยยกเว้นชีวิตของพวกเรา”

    เสียงของเขาแม้จะแข็งกร้าว แต่ก็แฝงไว้ด้วยความหวาดกลัวอย่างชัดเจน

    “แม้เจ้าอาจจะมาจากกองกำลังที่ทรงพลัง แต่ตระกูลของพวกข้า... ก็ไม่ใช่สิ่งที่เจ้า…”

    ยังไม่ทันที่ชายชุดดำจะพูดจบ เงาสีดำอีกกลุ่มหนึ่งที่น่าจะเป็นกองกำลังเสริมก็พุ่งเข้าหาเฟิ่งหวงจุนอย่างรวดเร็ว แต่ก่อนที่พวกมันจะได้เข้าใกล้เขาแม้แต่ครึ่งก้าว ร่างของพวกมันก็ถูกความว่างเปล่าเฉือนเป็นชิ้นๆ เลือดพุ่งกระเซ็นกลางอากาศก่อนจะตายทันที

    ชายชุดดำที่คิดว่าตัวเองรอดแล้วเนื่องจากกำลังเสริมของเขามาถึงแล้วแต่ก็ต้องตกใจเมื่อ กองกำลังเสริมเหล่านั้นถูกกำจัดไปทั้งหมดในพริบตาเดียว เขารู้ว่าพลังการต่อสู้ของเด็กหนุ่มคนนั้นแข็งแกร่งแต่ไม่คิดว่ามันจะแข็งแกร่งถึงขนาดฉีกร่างนักบุญเป็นสิบคนได้ในหนึ่งลมหายใจ

    เฟิ่งหวงจุนไม่รอช้าเขาใช้ใบมีดแห่งความว่างเปล่าตัดร่างของทั้ง 4 คนจนร่างของพวกเขากลายเป็นสองส่วนทันที

    “อ๊าาาา”

    ชายชุดดำที่บาดเจ็บหนัก พยายามตะโกนออกมาด้วยความโกรธ

    “ข้าบอกให้เจ้าหยุดไง!...”

    เฟิ่งหวงจุนพูดขึ้นด้วยความขบขัน พร้อมกับเตรียมที่จะดึงกระดูกแห่งความว่างเปล่าที่เป็นของเขาคืนมา

    “ข้าละไม่อยากจะเชื่อจริงๆ ว่า…..”

    ทันใดนั้น คลื่นพลังหอกสีดำทมิฬก็พุ่งเข้าใส่เฟิ่งหวงจุนจากด้านข้าง แต่กลับถูกความว่างเปล่าที่เปิดขึ้นแบบฉับพลันดูดกลืนหายไปเหมือนไม่มีการโจมตีใดถูกส่งออกมาหาเขา

    ในวินาทีต่อมา รอยแยกแห่งมิติเปิดขึ้นอีกครั้ง ก่อนจะส่งคืนคลื่นพลังหอกสีดำกลับไปยังทิศทางเดิมอย่างรวดเร็ว แต่มันก็ถูกทำลายลงเสียก่อนจากคลื่นพลังหอกสีดำที่ถูกศัตรูปล่อยมาอีกครั้ง คลื่นหอกสีดำปะทะเข้าหากันจนทำให้พื้นที่โดยรอบสั่นสะเทือนจนผืนดินแตกร้าว

    เฟิ่งหวงจุนหยุดเคลื่อนไหวในทันที เมื่อจิตสัมผัสของเขาเพิ่งได้รับเสียงภายในจากอาจารย์ของเขา หานหมิง

    “ทุกคน... ไปที่ใจกลางอาณาจักรลับภายในห้านาทีต่อจากนี้”

    ขณะที่เฟิ่งหวงจุนกำลังฟังคำพูดของหานหมิงอยู่ เสียงของชายชุดดำที่กำลังใกล้ตายก็ดังขึ้นด้วยความเคารพ

    “ขอบคุณท่านแม่ทัพหลิวอ้ายฉิง ขอรับ!”

    เบื้องบนท้องฟ้า หญิงสาวผมสีฟ้าน้ำทะเลยืนอยู่กลางอากาศ ออร่าพลังดำทมิฬแผ่ซ่านรอบกายของนาง นัยน์ตาสีฟ้าวาววับราวกับอัญมณีแห่งท้องทะเลจ้องมองมายังเฟิ่งหวงจุนอย่างแปลกใจ นางเอ่ยขึ้นด้วยเสียงเรียบ

    “เจ้าชื่ออะไร?”

    เฟิ่งหวงจุนแสยะยิ้มก่อนจะตอบอย่างเย็นชา

    “อีกไม่นานเจ้าจะรู้มันเอง... เพราะชื่อของข้ามันจะสะเทือนไปทั่วโลกวิญญาณไร้ขอบเขต”

    เขาหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหรี่ตามองนางด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย

    “แล้วข้าหวังจริงๆ นะ...ว่าเราจะไม่ต้องมายืนตรงข้ามกัน”

    เมื่อพูดจบ พลังแห่งความว่างเปล่าระเบิดขึ้นทันที มิติรอบด้านถูกฉีกขาดพร้อมที่จะบดขยี้ทุกสิ่งตรงหน้าให้แหลกสลาย

    ร่างของชายชุดดำและอดีตศิษย์น้องหญิงของเขาอีก 2 คน ถูกฉีกออกเป็นเศษเนื้อกลางอากาศ เลือดสาดกระเซ็นไปทั่ว ก่อนที่เฟิ่งหวงจุนจะดึงร่างของหลินหยวนมาหาเข้าโดยตรง

    บนท้องฟ้า แม้แต่หลิวอ้ายฉิงที่อยู่สูงเหนือพื้นและคิดว่าตนหลบการโจมตีเมื่อกี้ได้... ร่างกายของนางก็ยังไม่รอด แขนและขาซ้ายของนางหายไปในพริบตา กลางลำตัวของนางถูกฉีกเป็นโพรงขนาดใหญ่ แต่กลับไม่มีโลหิตไหลรินออกมา และสุดท้ายนางก็ล้มลงสู่ความตายแล้วปรากฏว่าร่างของนางนั้นเป็นเพียงแค่หุ่นเชิดเท่านั้น

    เฟิ่งหวงจุนยิ้มเล็กน้อย เขายืนอยู่เหนือร่างของหลินหยวนที่ถูกผ่าครึ่ง ร่างกายท่อนล่างหายไปหมด เหลือเพียงลำตัวที่ยังหายใจรวยรินอยู่บนพื้น

    “ได้เวลาเอากระดูกและเลือดของข้าคืนมาแล้ว”

    เขาก้มลงมองร่างนั้นเหมือนกำลังมองขยะชิ้นหนึ่ง ก่อนจะยกมือขึ้น ความว่างเปล่าไหลออกมาจากปลายนิ้ว นิ้วเรียวยาวของเขาแทงทะลุเข้าไปกลางอกของหลินหยวนอย่างโหดเหี้ยมโดยไม่สนว่าหลินหยวนจะเป็นตายอย่างไร

    ในพริบตาเดียว เฟิ่งหวงจุนก็ชักมือออกมาพร้อมกับกระดูกศักดิ์สิทธิ์แห่งความว่างเปล่าถูกดึงออกมาจากร่างของหลินหยวนตามด้วยสายเลือดนกฟีนิกซ์แห่งความว่างเปล่าที่ลอยตามออกมาเป็นเส้นสีม่วงปะปนกับสีดำ

    แม้หลินหยวนจะหมดสติอยู่ แต่ทันทีที่กระดูกและเลือดถูกดึงออก ความเจ็บปวดก็แผดเผาไปทั่วทุกส่วนของร่างกายอย่างไร้การควบคุม ร่างของเขากระตุกไปมาด้วยความเจ็บปวด ดวงตาเบิกกว้าง มือที่ยังขยับได้ยกขึ้นเหมือนจะปัดป้องแต่ไร้เรี่ยวแรง

    “ศิษย์….พี่”

    เขาพยายามจะกรีดร้องเสียงอ้อนวอนบางอย่างออกจากริมฝีปากที่สั่นเทาออกมา ทว่ากลับไม่มีเสียงอะไรหลุดรอดออกมาได้แม้แต่เสียงหายใจยังเบาจนแทบไม่มีอยู่จริง ดวงตาของเขาเริ่มมีน้ำตาไหลออกมา

    เขาทำได้เพียงพึมพำอย่างไร้หนทาง และยอมรับความทรมานอย่างไร้ทางต่อต้านพร้อมภาวนาในใจขอให้มันจบเร็วๆ

    คล้ายกับเรื่องระบบสุดยอดอาจารย์ ศิษย์ของข้าลิขิตฟ้าด้วยตัวเอง ที่คุณอ่าน