ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

    บทที่198 ส่งเวินรั่วเจียง

    หลังจากอี้เฉินกลับมายังที่พักห้องส่วนตัวของเขาที่ เยว่ฉาน จัดเตรียมไว้ให้ก่อนหน้านี้ เขาถอนหายใจยาวออกมาก่อนเอ่ยพึมพำ "หวังว่าชายชราผู้นำแคว้นเยว่จะเข้าใจตัวเขา" ตัวเขาไม่อยากสร้างศัตรูโดยไม่จำเป็น ก่อนเขาจะนั่งปิดขั้นพลัง หมายมั่นสะสมประสบการณ์ความรู้ให้มากขึ้น เพื่อเร่งความเร็วในการเลื่อนขั้นพลังโดยไว ตัวเขารู้สึกได้อีกไม่นาน ประสบการณ์ความรู้ของเขาจะตกผลึกในอีกไม่ช้า ถ้ามีเวลาจริงๆ ตัวเขาอยากออกไปแลกของล้ำค่าจากแท่นศิลาศึกสงคราม มาย่นระยะเวลาในการหยั่งรู้เป็นอย่างมาก แต่เวลากระชั้นชิดเกินไป

     

    ท่าทีของต่างดินแดนเองก็ไม่รู้จะมาในทิศทางไหน แต่เป็นไปได้ที่สงครามจะยกระดับขึ้นมา ภายในเมืองแคว้นดาบเต็มไปด้วย เหล่าจอมยุทธขั้นพลังกษัตริย์ มากขึ้นกว่าเมื่อวานหลายเท่า แม้แต่เจ้าผู้ครองแคว้นหลายๆ คน ยังเริ่มมาประจำการยังสนามรบมากขึ้น เมื่อรู้ข่าวว่ามีจอมยุทธขั้นพลังเทวะออกมาไล่ล่าเหล่าอนุชนของพวกเขา

     


    ...รุ่งเช้าของวันใหม่ก็เริ่มขึ้น พวกเขาต่างส่งกองกำลังออกไปทำสงครามกันอีกครั้ง เหล่าอนุชนเองก็ยังเป็นแกนหลักอยู่ แต่ภายในกองกำลังจะผสมไปด้วยจอมยุทธขั้นพลัง กษัตริย์นับ20คนติดตามลงไปทำสงครามด้วย แม้แต่จอมยุทธขั้นพลังเทวะ ยังออกไปเฝ้าสังเกตการหากอีกฝ่ายส่งจอมยุทธขั้นพลังเทวะลงสู่สนามรบเมื่อใด พวกเขาถึงจะส่งจอมยุทธขั้นพลังเทวะออกไปช่วยต่อสู้

     

    กลุ่ม3ดินแดนพันธมิตร ไม่อยากให้สงครามขยายใหญ่ไปมากกว่านี้ หากกลายเป็นสงครามขั้นพลังเทวะเต็มรูปแบบจริงละก็ จะวัดผลแพ้ชนะที่จำนวนของจอมยุทธขั้นพลังเทวะของอีกฝ่ายมีมากน้อยเพียงใดทันที ขั้นพลังกษัตริย์ไม่อาจต่อกรกับขั้นพลังเทวะได้ง่ายๆ ความห่างชั้นของขั้นพลังเยอะมากเกินไป ทำให้ศึกชี้ชะตาขึ้นอยู่กับขั้นพลังเทวะโดยสมบูรณ์ที่จะเป็นคนกำหนดทิศทางของสงครามครั้งนี้

     

    อี้เฉิน ที่นั่งอยู่ริมระเบียงชั้นสอง เขาถอนหายใจยาวออกมา นั่งมองออกไปด้านหน้าไกล มองดูเหล่าทหารตั้งขบวนทัพเตรียมออกไปต่อสู้ เวลานี้พวก อี้เฉินคงได้พักอีกซัก3-4วันก่อนได้ออกไปทำสงครามต่ออีกครั้งเป็นแน่

    เขารู้สึกหวาดหวั่นไม่น้อยจากคำพูดของจอมยุทธขั้นพลังเทวะที่พูดข่มขู่เขา มันยังตราตรึงใจเขาไม่ลบเลือนหายไป

    ก่อนที่อี้เฉิน จะนั่งเฝ้ามองดูแผ่นหลังของเหล่าทหาร บินทะยานออกจากกำแพงเมืองแคว้นจ้าวออกไปทำสงครามที่แคว้นเหมันต์ แคว้นนี้เหมือนกลายเป็นแดนประหารเหล่าจอมยุทธตายตกไปมากมาย ภายในกองกำลังที่ออกไป มีคนที่อี้เฉินคุ้นหน้าอยู่ไม่น้อย หวังว่าพระเจ้าคงจะคุ้มครองพวกเขาเหล่านั้น

     

    เยว่ฉานที่เห็นอี้เฉินมานั่งอยู่ริมระเบียงเห็นใบหน้าอี้เฉินมีสีหน้าไม่สู้ดีนัก นางลูบหัวอี้เฉินอย่างอ่อนโยนเบาๆ ปลอบใจเขาในทันที "เจ้าอย่าคิดมาก การตายเป็นเรื่องปกติของเหล่าจอมยุทธ ตัวเจ้าต้องผ่านความโศกเศร้าเหล่านั้นไปให้ได้"

     

    "ข้าเข้าใจแล้วแต่ข้าไม่อยากเสียใครไป เจ้าควรกลับแคว้นเยว่ไปเสียเยว่ฉาน"

     

    "เจ้าเด็กโง่ หากข้าหนีไป ไฟสงครามก็ไปถึงแคว้นเยว่อยู่ดี มีเพียงเราต้องชนะสงครามครั้งนี้ไปให้ได้"

     

    "แต่ข้า"

     

    "เจ้าไม่ต้องพูดแล้ว ออกไปส่งเวินรั่วเจียงครั้งสุดท้ายกัน ซีเยว่เก็บมีดสั้นของนางกลับมา เราจะนำมันขึ้นไปฝังบนยอดเขา"

     

    อี้เฉินส่ายหัวนางไม่ฟังคำที่เขาพูดแม้แต่น้อย ก่อนรากตัวอี้เฉินไปที่ยอดเขาที่สูงที่สุดใกล้ๆ เมืองหลวงในทันที

     

     

    ...ไม่นานพวกเขาก็เดินทางมาถึงยังสถานที่ ที่นัดแนะกันไว้ มันเป็นภูเขาสูงชะลูดติดก้อนเมฆ คล้ายกับแท่งหินใหญ่ที่ตระหง่านกลางฟ้าดินเสียมากกว่า รอบๆ ตัวเขาเต็มไปด้วยต้นอิงฮวาเกาะหินขึ้นอยู่ประปราย ดอกของมันร่วงโรยไปจนหมดในยามนี้ แต่ยอดเขากลับมี ดอกฮิกัง บานะ สีแดงบานทั่ว

    อี้เฉินที่ขึ้นมาถึงยอดเขา ตัวเขาเอ่ยพูดพึมพำ "มันคงจะเหมาะกับเจ้าไม่น้อยเวินรั่วเจียง กับสถานที่แห่งนี้"

     

    "พวกเจ้าสองคนมาช้านะ พวกเรารอพวกเจ้าสองคนมาสักระยะหนึ่งแล้ว" ซีเผิงเอ่ยเสียงเรียบขึ้นมา ก่อนชี้นิ้วไปที่เหล่าสาวๆ ที่นั่งร้องให้ ซีเยว่ กงหนาน หริ่นหลัน ร้องไห้สะอื้นไม่หยุด จนเบ้าตาแดงก่ำ พวกนางต่างโทษตัวเองที่ทำให้ เวินรั่วเจียง ต้องมาสละชีวิตเพื่อพวกนาง

     

    หริ่นหลันสะอื้นไม่หยุดพูดออกมาด้วยเสียงสั่นๆ "เจ้าหลับให้สบายนะเวินรั่วเจียง ขอบใจเจ้ามากที่ข้ายังมีชีวิตอยู่ก็เพราะเจ้า"

    กงหนาน ซีเยว่ เช็ดน้ำตาที่ไหลรินออกมาตามพวงแก้ม ก่อนพวกนางจะค่อยๆ ฝั่งมีดสั้นของเวินรั่วเจียงที่เป็นของดูต่างหน้าเพียงชิ้นเดียวลงไปภายในพื้นดิน พวกเขาทั้งหมดต่างรินเหล้าให้กันก่อนเทลงป้ายหลุมศพของแม่นางเวินรั่วเจียง

     

    "การเสียสละของเจ้าจะไม่สูญเปล่าอย่างแน่นอน เวินรั่วเจียง ข้าให้สัญญา"

     

    "ใช่ เจ้าหลับให้สบาย"

     

    ทันที ที่พวกเขาเทเหล้าลงป้ายหลุมศพของนางเสร็จ เสียงร้องไห้ของ ซีเยว่ กงหนาน หริ่นหลัน สะอื้นไม่หยุดนั่งชันเข่าอยู่กับพื้นเหมือนเด็กร้องไห้งอแง จนต้องให้ซีเผิงกับ อี้เฉินปลอบใจพวกนางอยู่นาน กว่าจะกลับมาพูดคุยได้เหมือนผู้เหมือนคน ผมเผ้าพวกนางสามคนกระเซอะกระเซิงเป็นอย่างมาก ไม่งดงามเหมือนในวันวาน

     

    ซีเผิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจังบอกกล่าวพวกนาง"พวกเจ้าต้องเดินต่อไป อย่าทำให้เวินรั่วเจียง ต้องตายเปล่า หากพวกเจ้าอยากขอโทษนาง พวกเจ้าต้องอยู่รอดไปให้ได้ภายในสงครามครั้งนี้"

     

    อี้เฉินเพียงพยักหน้ารับ เขาเองก็เศร้าใจไม่น้อย ไม่สามารถเอ่ยพูดคำใดออกมาได้

     

    พวกเขา นั่งอยู่บริเวณหลุมศพของแม่นางเวินรั่วเจียงอยู่นานสองนาน รอพวก ซีเยว่ กงหนาน หริ่นหลัน สงบสติอารมณ์ลดความโศกเศร้าที่มีอยู่ลงไปบ้าง พวกอี้เฉินต่างรู้ดี พวกนางสนิทกันเป็นอย่างมาก หัวใจคงบอบช้ำไม่น้อย เมื่อต้องสูญเสียคนใกล้ชิดไป

     

    พวกเขาต่างนั่งอยู่บนภูเขาจนถึงยามเย็น กว่าพวกนางทั้ง3 จะกลับมาพูดคุยได้เหมือนคนทั่วไป ปาดน้ำตาที่พวงแก้มออกทั้งหมด ก่อนมานั่งกับพวกอี้เฉิน เมื่อพวกนางเห็นเหล้าที่ยังเหลืออยู่ต่างพากัน ดึงไหเหล้าจากมือของซีเผิงมาดื่มกิน คิดจะให้ลืมวันที่โศกเศร้า

     

    ซีเผิงส่ายหัวไปที่น้องสาวของเขาก่อน ดึงเหล้าคืนมา "เจ้ายังไหวนะซีเยว่"

     

    กงหนานเองก็อยากลืมความโศกเศร้าครั้งนี้เช่นกัน ตัวนางปกติไม่ชอบการดื่มของมึนเมาแต่วันนี้ ตัวนางอยากลืมเรื่องราวต่างๆ ลงไปเสีย พุ่งเข้าไปแย่งเหล้าจากมือของ ซีเผิงในทันที

     

    ซีเผิงเอ่ยพูดด้วยน้ำเสียงกล่าวเตือนออกมาอย่างรุนแรง"พวกเจ้าสงบสติอารมณ์กันหน่อย คนก็ตายไปแล้ว"

     

    "ท่านพี่ อย่างพูดเช่นนั้นออกมา"


    กงหนานได้ยินสิ่งที่ซีเผิง พูดออกมา นางเดือดดาลไม่น้อยแม้แต่หริ่นหลันยังกำหมัดแน่น ไม่คิดว่าซีเผิงจะพูดจาเช่นนั้นออกมา

    กงหนานไม่รอช้า ง้างกำปั้นต่อยหน้าอกซีเผิงไปหลายที ก่อนซีเผิงจะกระอักเลือดออกมาคำใหญ่ "เจ้าอย่าพูดถึงเพื่อนข้าแบบนั้นอีก"

     

    ซีเผิงไม่ได้ปัดป้องปล่อยให้นางยกกำปั้นต่อยอยู่หลายครั้ง ก่อนยกมือจับกำปั้นอันน้อยนิดของกงหนานไว้แน่น "เจ้าพอใจหรือยัง"
    ก่อนที่บรรยากาศรอบๆ จะกระอักกระอ่วน แปลกๆ ไม่มีใครเอ่ยพูดคำใดอยู่พักหนึ่ง พวกเขาเข้าใจซีเผิงผิดไปถนัด คิดไม่ถึงซีเผิงจะยอมใช้ร่างกายให้พวกนางระบายความโศกเศร้า


    เยว่ฉานที่เห็นท่าไม่ดีเอ่ยขึ้นมา "ซีเผิง เจ้าปล่อยพวกนางสักวันจะได้หรือไม่ วันนี้อาจเป็นวันที่พวกเราได้อยู่พร้อมหน้ากัน ก็เป็นได้ ข้าว่ามาดื่มกันหน่อยก็ไม่ได้เสียหายอะไร"

     

    อี้เฉินได้ยินเขาถึงกับส่ายหัว ไม่คิดว่าเยว่ฉานจะไม่ว่ากล่าวตักเตือนพวกนาง แถมยังเห็นดีเห็นงามด้วย ก่อนที่นางจะหยิบเหล้าออกมาจากแหวนมิติ เป็นเหล้าหมักชั้นดีผสมสมุนไพรเก่าแก่ไว้หลายชนิด ออกมานั่งดื่มกินกันโดยไม่สนว่ายามนี้ยังเป็นยามเย็นอยู่หรือไม่

     

     

    อี้เฉินที่เห็นพวกนางที่กระดกไหเหล้า เขาถึงกับยอมใจพวกนาง แม้แต่ตัวเขายังไม่กล้ากินเยอะขนาดนั้น แถมยังเป็นเหล้าหมักของเยว่ฉานที่นำมาอีก ความแรงของมันไม่ธรรมดา พวกนางได้นอนหลับฝันดีเป็นแน่ แม้แต่ซีเผิง ยังส่ายหัวก่อนนั่งพูดคุยกับ อี้เฉินชมบรรยากาศโดยรอบ มันช่างสวยงามไม่เลว หากผ่านพ้นไปอีกไม่กี่วันไม่รู้พวกเขาจะยังได้เห็นวิวทิวทัศน์แบบนี้อีกหรือไม่ สงครามคงดุเดือดเป็นอย่างมาก เป็นไปได้ที่พวกเขา จะตายตกในสักวันหนึ่ง

    คล้ายกับเรื่องลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ] ที่คุณอ่าน