ระบบฝึกฝนสัตว์อสูร

    บทที่ 33 ร่างเงาในความมืด

            บทที่ 33

            ร่างเงาในความมืด

            แสงไฟจากไฟคบเพลิงที่กำลังสว่างไสวมันได้ถูกดับลงเพียงแค่ฝ่ามือเดียวทำการสะบัดเบาบางเกิดสายลมวูบหนึ่งพัดจนกองเพลิงที่มันกำลังสว่างไสวนั้นดับลงในพริบตา

            ในตอนนี้จากที่ได้มองเห็นภายในถ้ำที่ทั้งสองกำลังยืนอยู่สัมผัสได้ว่ามีตัวตนบางอย่างกำลังย่างกายเข้ามา 

            ทั้งสองสามารถสัมผัสได้เช่นเดียวกันจึงทำการเงียบแล้วก็เอียงหูฟังจากเสียงที่ตนเองนั้นกำลังได้ยินในตอนนี้

            ดวงตาของทั้งสองมองตรงออกไปด้านนอกอี้หลงเซียนขยับร่างกายไปด้านหน้าอย่างช้าๆภายในความมืด

            พวกเขาได้ยินเสียงของฝีเท้าที่ไกลๆย่างกายเข้ามาฟังดูจากเสียงเท้าที่กำลังย่างกายเข้ามาฟังดูก็รู้ได้ในทันทีเลยว่าเป็นมนุษย์

            เสียงของมนุษย์และสัตว์อสูรมันมีเสียงที่แตกต่างกันออกไปยามนี้ผู้ที่กำลังย่างกายเข้ามาภายในบริเวณนี้เป็นมนุษย์อย่างแน่นอน

            ดวงตาทั้งสองข้างกำลังเต็มเปี่ยมไปด้วยความจริงจังในขณะที่กำลังยืนอยู่ภายในถ้ำที่เต็มไปด้วยความมืด

            ในตอนนี้มองออกไปบริเวณด้านหน้าเห็นแสงไฟเบาบางสว่างขึ้น

            แสงไฟที่มันสว่างขึ้นบริเวณด้านนอกคาดการณ์ว่ามาจากฝีมือของผู้ใดสักคน

            มันน่าจะเป็นคบเพลิงหรือว่าแสงอะไรซักอย่างที่ส่องแสงสว่างไสวขึ้น

            แสงไฟนั้นมันค่อยค่อยย่างกายเข้ามาอย่างช้าๆจนมาหยุดลงบริเวณข้างข้างลำธาร

            จากที่ได้ยินเสียงมิใช่เพียงแค่คนเดียว

             “ ไม่ใช่เพียงแค่คนเดียว” จางหมิงกล่าวกับตัวเองภายในใจหลังจากที่สัมผัสได้

            ดวงตาทั้งสองข้างดูจริงจังมากขึ้นเมื่อหมอตรงออกไปด้านนอกก็มองเห็นว่าสิ่งที่ปรากฏอยู่บริเวณด้านนอกนั้นมันเป็นร่างเงาของผู้ใดซักคนที่ยืนอยู่เป็นกลุ่ม

            อี้หลงเซียนยืนมองอยู่ตรงบริเวณสักพักเค้าค่อยค่อยก้าวเดินไปบริเวณด้านหน้า

            เมื่อก้าวเดินไปบริเวณด้านหน้านางย่างกายออกไปบริเวณด้านหน้าปากถ้ำเผชิญหน้ากับผู้ที่กำลังยืนอยู่บริเวณนั้น

            นางไม่มีท่าทางเกรงกลัวเลยแม้แต่น้อยเดินออกไปด้วยท่าทางที่ห้าวหาญเพื่อทำการก้าวเดินออกมาผู้ที่กำลังยืนอยู่บริเวณข้างลำธารได้หันมามองอย่างรวดเร็ว

            ร่างเงาปริศนาประมาณห้าถึงหกชีวิตที่อยู่บริเวณด้านหน้าค่อยค่อยปรากฏให้เห็นว่าพวกมันนั้นเป็นศิษย์ของสำนักไป๋หลง

            ตอนนี้ศิษย์ของสำนักไป๋หลงที่ปรากฏกายออกมาบริเวณด้านหน้าเป็นกลุ่มคนที่เป็นกลุ่มลูกศิษย์เดียวกับที่จางหมิงพบเจอ

            พวกนี้ถูกนำมาโดยลูกศิษย์ที่ชื่อว่าหยวนเฉินอยู่บริเวณด้านหน้าชายผู้นั้นหันกลับมามองด้านหลังเห็นบุรุษหน้าตางดงามปรากฏกายอยู่บริเวณด้านหน้าขมวดคิ้วทั้งสองข้างเข้าหากันอย่างจริงจัง

            ในตอนนี้จากที่ได้มองเห็นมันไม่เคยพบเห็นคนพวกนี้มาก่อนจึงต้องแสดงท่าทางระวังตัว

            กระบี่ภายในมือของมันยกสูงขึ้นเล็กน้อยเตรียมพร้อมเข้าปะทะ

            จางหมิงที่ยืนอยู่ด้านในค่อยค่อยเดินออกมาอย่างช้าๆสัตว์อสูรทั้งหมดของเขาถูกเก็บเข้าไปภายในตราสัญลักษณ์เรียบร้อยแล้ว

            เพราะแบบนั้นในตอนนี้รอบๆร่างกายของเขาไม่มีสัตว์อสูรอยู่เลยแม้แต่น้อยแล้วก็ไม่มีลมปราณอยู่บริเวณนี้ด้วย

            ยามที่ต้องเผชิญหน้ากับผู้ที่อยู่ด้านหน้าก้าวเดินออกมาพบเห็นว่าเป็นคนผู้นี้ทำการกล่าวกับภายในใจของตนเองอย่างตกใจ “ พวกมัน… ”

            พวกที่อยู่บริเวณด้านหน้าในตอนนี้คือกลุ่มคนที่พบเจอก่อนหน้านี้อย่างไม่ผิดเพี้ยน

            พวกมันมาอยู่บริเวณนี้โดยที่มีกลุ่มคนเป็นสมาชิกเดิมทั้งหมด

            ตามความเข้าใจแล้วก่อนหน้านี้ทางด้านของฝั่งสำนักมันน่าจะเลือกทำการค้นหาไปสักพักแล้วเหตุใดพวกมันถึงไม่อยู่ที่นี่

            ถึงแม้ว่าจะมองเห็นพวกมันอยู่ด้านหน้าแต่เค้าก็ไม่ได้แสดงท่าทางเป็นพิรุธออกมา

            เป็นเพราะว่ายังคงรู้ดีว่าพวกมันพบเจอเขาตอนที่เขานั้นกำลังควบคุมสัตว์อสูรอยู่ไม่เคยพบเจอกันตรงตรงเช่นนี้

            แม้ว่าในช่วงจังหวะแรกที่พบหน้าจะหยุดชะงักไปบ้างแต่ในไม่กี่ลมหายใจต่อมาก็ตั้งสติได้สามารถตั้งสติได้ก็ควบคุมร่างกายของตนเองกลับมาในรูปแบบเช่นเดิม

            ก้าวเดินไปบริเวณด้านหน้าไปหยุดนิ่งอยู่บริเวณด้านหลังของอี้หลงเซียน

            ยามนี้เฝ้ามองดูอยู่บริเวณด้านหลังมาดูว่าพวกที่อยู่ด้านหน้าจะสนทนาอะไรกัน

            หยวนเฉินแสดงใบหน้าจริงจังจากนั้นมันก็ถามขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เคร่งขรึ้ม “ พวกเจ้าเป็นผู้ใดกันเหตุใดถึงมาอยู่ภายในภูเขาไป๋หลง?”

            ถามขึ้นมาเป็นเพราะว่าเห็นคนแปลกหน้าทั้งสองมาอยู่ภายในอาณาเขตนี้

            โดยทั่วไปแล้วภายในอาณาเขตของภูเขาแห่งนี้จะไม่ค่อยมีคนธรรมดาย่างกายเข้ามาสักเท่าไหร่

            อี้หลงเซียนยังคงแสดงรอยยิ้มแล้วก็พูดกับไป “ ข้ามาเดินเล่น ”

            เมื่อได้ยินพูดกลับมาเช่นนั้นหยวนเฉินกัดฟันแน่นเล็กน้อยใบหน้าของมันเต็มไปด้วยความจริงจัง

            ชายผู้นี้ลองดูบุคลิกท่าทางภายนอกก็รู้ได้ในทันทีว่าเป็นคนที่มีนิสัยเช่นไร

            หยวนเฉินยกกระบี่ภายในมือของตนเองขึ้นมาพุ่งทะยานเข้ามาหาร่างกายของอี้หลงเซียนอย่างรวดเร็ว

            กระบี่ภายในมือของเขาแฝงเร้นลมปราณอันหนักแน่นพรุ่งทะยานเป็นเส้นตรงเข้าหาร่างกายของอี้หลงเซียน

            ในชั่วพริบตาการโจมตีนั้นพรุ่งทะยานเข้าไปภายในความมืด

            แสงไฟสลัวสลัวจากคบเพลิงหลายอันที่อยู่บริเวณนั้นสะท้อนเงากระบี่ที่พุ่งทะยานผ่านผลความมืดเข้าหาร่างกายของบุรุษรูปงามในยามราตรี

            อี้หลงเซียนที่ยืนอยู่บนใบหน้าไม่ได้แปลเปลี่ยนไปเลยแม้แต่น้อย

            บนใบหน้าของนางยังคงเต็มไปด้วยความนิ่งเฉยมองเห็นการโจมตีนั้นพุ่งทะยานเข้ามาเพียงใช้2 นิ้วมือขึ้นมารับการโจมตีนั้นเอาไว้ได้อย่างง่ายดาย

            กระบี่สีเงินที่สะท้อนแสงเพลิงในความมืดถูกหยุดเอาไว้ด้วย2 นิ้วมืออย่างสมบูรณ์แบบ

            ลมปราณอันแข็งแกร่งที่แฝงเร้นเอามาไว้กับตัวกระบี่แผ่ซ่านลมปราณไปทั่วทั้งบริเวณลมปราณจากตัวกระบี่ที่ถูกหยุดเอาไว้มันได้แพกระจายไปบริเวณรอบรอบ

            ทั่วทั้งบริเวณถูกปกคลุมไปด้วยลมปราณอันแข็งแกร่งเปรียบดั่งสายลมยามราตรีที่หนาวเหน็บ

            จางหมิงที่ยืนอยู่ด้านหลังของอี้หลงเซียนร่างกายได้รับแล้วก็กระทบกับลมปราณอันแข็งแกร่งสะท้านไปทั่วทั้งร่างกาย

            ลมปราณอันแข็งแกร่งนี้ของผู้ที่อยู่ด้านหน้ากระบี่นี่แฝงเร้นไปด้วยจิตสังหาร

            จางหมิงร่างกายกระทบเข้ากับลมปราณเท้าทั้งสองข้างของเขายังลงที่พื้นอย่างเต็มแรงเพื่อที่จะหยุดร่างกายของตนเองไม่ให้กระเด็นออกไปจากบริเวณนี้

            คนผู้นั้นมีระดับลมปราณอยู่ในระดับเจ็ดขั้นกลางการโจมตีนี้ยังเป็นกระบี่ที่สามารถแทงทะลุต้นไม้ได้อย่างง่ายดาย

            แต่ในขณะที่กระบี่นั้นพุ่งทะยานออกมากลับโดนอี้หลงเซียนหยุดเอาไว้ได้อย่างง่ายดาย

            ยามนี้เมื่อกระบี่นั้นโดนหยุดเอาไว้ด้วยนิ้วมือทั้งสองนิ้วผู้ที่อยู่ด้านหน้าดวงตาเบิกกว้างอย่างตื่นตระหนกตกใจมันแสดงใบหน้าที่ไม่อยากจะเชื่อมองเห็นกระบี่ของตนเองโดนหยุดเอาไว้ได้แล้วอุทานออกมา “ นี่มันอันใดกัน? ”

            ไม่ใช่เพียงแค่คนผู้นี้เท่านั้นที่ตื่นตระหนกตกใจกับสิ่งที่ตนเองมองเห็นเหล่าศิษย์น้องของมันที่อยู่บริเวณด้านหลังเองก็เช่นกัน

            พวกศิษย์น้องที่ยืนอยู่ด้านหลังและมองเห็นกระบี่ของศิษย์พี่ของตนเองโดนหยุดเอาไว้ได้ง่ายดายอุทานออกมาด้วยความตระหนก “ มันคล้ายกันเหตุใดถึง…กระบี้ศิษน์พี่ถูกหยุดเอาไว้ได้ ”

            อี้หลงเซียนที่รับการโจมตีจากกระบี่ที่หมายมุ่งสังหารใบหน้าไม่ได้แปรเปลี่ยนเลยแม้แต่น้อยยังคงแสดงรอยยิ้มแล้วก็พูดออกมา “ รีบร้อนเกินไปแล้วใจร้อนเกินไปแล้ว~”

            หลังจากที่พูดออกมาออกแรงเพียงเล็กน้อยตวัดฝ่ามือของตนเองออกไปดีดกระบี่ที่อยู่ภายในนิ้วมือทั้งสองกระเด้งกลับไปอย่างง่ายดาย

            เมื่อดีดกระบี่ภายในมือของตนเองกลับไปร่างของหยวนเฉินก็กระเด็นกลับไปเช่นเดียวกัน

            คนผู้นี้เป็นชายฉกรรจ์ร่างกายกำยำแข็งแรงโดนคนที่มีร่างกายค่ะและมีรูปร่างที่เล็กกว่าตัวเองดีดกระบี่กลับมาด้วยภาระกำลังที่เหนือกว่าใบหน้าของมันในยามนี้ไม่สามารถรักษารูปเดิมได้

            ขณะเดียวกันมันก็ทำให้หยวนเฉินล่วงรู้ได้เช่นเดียวกันว่าผู้ที่อยู่ด้านหน้าของมันในยามนี้มีความแข็งแกร่งที่เหนือกว่ามันกี่ขั้น

            หยวนเฉินที่ร่างกายกระเด็นกลับมาเท้าทั้งสองข้างหยังร่างกายของตัวเองเอาไว้ที่พื้นก่อนที่จะถามขึ้น “ ไม่ทราบว่ายอดฝีมือท่านนี้เดินทางมาที่ภูเขาไป๋หลงมีเจตนาอันใดโปรดแจ้งนามของตนเองมา”

            “ อี้หลงเซียนนั่นคือชื่อที่ผู้คนภายในยุทธภพเรียกข้า” นางคำการแนะนำตัวของตนเองออกมา

            เมื่อนางพูดไปแล้วพวกที่อยู่บริเวณด้านหน้าก็แสดงใบหน้าตื่นตระหนกหยวนเฉินอุทานออกมาอย่างรวดเร็ว “ จันทราทมิฬ ”

            ชื่อเสียงของนางตอนนี้แน่นอนว่าย่อมเป็นที่เลื่องลือถูกพูดถึงในมุมของผู้คนจำนวนมาก

            แม้ว่าจะโด่งดังจากต่างแดนแต่ว่าชื่อเสียงนั้นก็ดังมาจนถึงภายในสถานที่แห่งนี้

            และอีกอย่างสำนักแห่งนี้เป็นสำนักขนาดใหญ่ย่อมมีข่าวสารที่รับรู้ได้มากกว่าสถานที่อื่นๆ

            และในช่วงตลอดหลายปีที่ผ่านมาชื่อของจันทราทมิฬก็เป็นที่พูดถึงเป็นอย่างมาก

            รู้ว่าเป็นผู้ที่มีพรสวรรค์และเป็นจอมยุทธ์ที่ปรากฏกายอยู่ภายในใต้หล้า

            ยามนี้ได้มาพบเจอผู้ที่อยู่ด้านหน้าได้ประจักษ์แก่ความแข็งแกร่งจึงยอมรับให้ทันทีว่าคนผู้นี้คงจะเป็นจันทราทมิฬ

            เมื่อได้ยินอีกฝ่ายนั้นแนะนำตัวออกมาเช่นนั้นหยวนเฉินในฐานะศิษย์พี่มันค่อยค่อยยกกระบี่ทั้งสองข้างขึ้นมาก้มศรีษะลงไปเล็กน้อยและกล่าวออกมาอย่างนอบน้อม “ ไม่ทราบว่าจอมยุทธ์อี้มาทำอันใดภายในสถานที่แห่งนี้ภายในอาณาเขตของภูเขาไป๋หลง”

            มันย่อมแสดงท่าทางนอบน้อมผู้ที่อยู่ด้านหน้าเป็นผู้ที่มีชื่อเสียงในยุทธภพเป็นที่นับหน้าถือตาของผู้คนอย่างไรถ้ามาเยือนสถานที่แห่งนี้ย่อมต้องโดนต้อนรับเป็นอย่างดี

            “ ข้าบอกไปแล้วอย่างไรเดินทางมาที่สถานที่แห่งนี้เพราะว่ามาเดินเล่นเท่านั้นเดิมทีแล้วข้าเดินทางไปทั่วทั้งใต้หล้าสถานที่แห่งนี้เองก็เป็นหนึ่งในสถานที่ที่ผ่านทางมาเท่านั้น ”

            นางทำการกล่าวออกไปแน่นอนว่าคำพูดที่พูดออกไปย่อมไม่เปิดเผยเจตนาที่แท้จริงของตนเอง

            เมื่อทำการพูดออกไปจบหยวนเฉินที่ยืนอยู่เบื้องหน้าใช้ดวงตาของมันเหลือบไปมองเด็กหนุ่มที่อยู่บริเวณด้านหลังของอี้หลงเซียน “ แล้วเด็กหนุ่มผู้นั้นเป็นผู้ใด?”

            “ อ๋อ~เรื่องนั้น… ”

            จบบท

    คล้ายกับเรื่องระบบฝึกฝนสัตว์อสูร ที่คุณอ่าน

    เทพมังกรเหนือปฐพี

    เทพมังกรเหนือปฐพี

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    741K 474
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    หวนคืนมรรคา วิถีสู่สวรรค์

    หวนคืนมรรคา วิถีสู่สวรรค์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.57M 5024
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    นิยาย แฟนตาซี
    161K 179
    เทพยุทธ์ดาวตก

    เทพยุทธ์ดาวตก

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    506K 928