บรรยากาศภายในห้องนอนของไป๋ลั่วเย็นเยียบยิ่งกว่าเหมันต์ฤดู แม้แสงแดดจะสาดส่องเข้ามา แต่ก็ไม่อาจละลายความตึงเครียดที่ปกคลุมอยู่ได้
หีบไม้ใบเก่าถูกเปิดอ้าออก ข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวของไป๋ลั่วถูกพับเก็บลงไปอย่างเป็ระเบียบ นางยืนบัญชาการสาวใช้ด้วยใบหน้าเรียบเฉยไร้ความรู้สึก ราวกับรูปสลักน้ำแข็งที่งดงามแต่ไร้หัวใจ
"ฮูหยินเ้าคะ จะให้เก็บผ้าไหมพับพวกนี้ไปด้วยหรือไม่เ้าคะ?" เสี่ยวชุ่ยหยิบพับผ้าไหมราคาแพงที่หลี่หยางเพิ่งสั่งคนนำมาให้เมื่อวันก่อนขึ้นถาม
"ทิ้งไว้ที่นี่"
ไป๋ลั่วปรายตามองเพียงแวบเดียวแล้วเมินเฉย
"ของสกุลหลี่ ข้าไม่้าแม้แต่ชิ้นเดียว ข้าจะนำไปเพียงของที่ติดตัวข้ามาแต่เดิมเท่านั้น"
"แต่ว่า..."
"ใครอนุญาตให้เ้าเก็บของ!"
เสียงตวาดกัมปนาทดังลั่นหน้าประตูห้อง บานประตูไม้สักถูกผลักเปิดออกอย่างแรงจนกระแทกผนัง ร่างสูงใหญ่ของหลี่อ๋องก้าวเข้ามาด้วยใบหน้าแดงก่ำจากความตื่นตระหนกและโทสะ ทว่าั์ตาคมกริบกลับวูบไหวด้วยความหวาดกลัวเมื่อเห็นหีบสัมภาระที่พร้อมขนย้าย
"ออกไปให้หมด!" เขาไล่ตะเพิดบ่าวไพร่จนวิ่งหนีกันจ้าละหวั่น เหลือเพียงเขากับไป๋ลั่วที่ยืนเผชิญหน้ากันกลางห้อง
"เ้าคิดจะทำอะไร?" หลี่หยางถามเสียงลอดไรฟัน พยายามข่มความกลัวในใจ "นี่บ้านของเ้า เ้าจะไปไหน!"
ไป๋ลั่วหันมาสบตาเขาช้าๆ ริมฝีปากบางเหยียดยิ้มเ็า
"บ้าน? ที่นี่เคยเป็บ้านของข้าด้วยหรือเ้าคะ? ข้านึกว่าเป็คุกคุมขังนักโทษ หรือไม่ก็ซ่องนางโลมส่วนตัวของท่านอ๋องเสียอีก"
คำพูดเสียดแทงทำเอาหลี่หยางสะอึก เขาปรี่เข้าไปคว้าข้อมือนางแน่น
"หยุดประชดประชันข้าลั่วเอ๋อร์! ข้าไม่ให้เ้าไป! เ้าเป็เมียข้า เป็ฮูหยินตราตั้งของข้า!"
"ฮูหยินตราตั้งที่ท่านเกลียดชัง ฮูหยินที่ท่านย่ำยีศักดิ์ศรีป่นปี้น่ะหรือ!"
ไป๋ลั่วสะบัดมือเขาออกอย่างแรง แววตาแข็งกร้าวขึ้น
"คืนนี้เป็คืนสุดท้าย พรุ่งนี้เช้าพันธะของเราก็จบสิ้น ข้าชดใช้ให้ท่านหมดแล้ว ทั้งร่างกายและบุญคุณชีวิตในอดีต!"
"ไม่..." หลี่หยางส่ายหน้า "ข้าไม่ยอมรับ! ข้ารักเ้า ลั่วเอ๋อร์... เ้าก็รักข้าไม่ใช่หรือ?"
"ใช่... ข้ารักท่าน"
ไป๋ลั่วยอมรับตรงๆ แต่น้ำเสียงกลับว่างเปล่าจนน่าใจหาย
"แต่ความรักของข้า มันถูกท่านทำลายด้วยมือของท่านเองไปหมดแล้ว เด็กสาวที่ท่านเคยช่วยไว้ในป่า นางตายไปแล้ว ตายไปพร้อมกับความโหดร้ายที่ท่านมอบให้ตลอดหลายคืนที่ผ่านมา!"
"ลั่วเอ๋อร์..."
"ท่านบอกว่าท่านรักข้า?" นางแค่นเสียงหัวเราะ "รักแบบไหนกัน? รักที่เห็นข้าเป็ที่ระบาย? รักที่เห็นข้าเป็ตัวแทนความแค้น? เก็บคำรักจอมปลอมของท่านไว้ใช้กับคนอื่นเถอะ ข้าไม่้า!"
นางหมุนตัวจะเดินหนีไปที่หีบผ้า หลี่หยางเห็นท่าไม่ดี สติของเขาขาดผึง ความหยิ่งยโสและทิฐิมานะของแม่ทัพผู้เกรียงไกรพังทลายลงในวินาทีนั้น
ตุบ!
เสียงเข่ากระแทกพื้นดังสนั่น ไป๋ลั่วชะงักฝีเท้า นางหันกลับมามองด้วยความตกตะลึง
หลี่หยาง แม่ทัพใหญ่ผู้ไม่เคยคุกเข่าให้ใครนอกจากโอรส์ บัดนี้กำลังคุกเข่าลงแทบเท้านาง สองแขนแกร่งกอดเอวนางไว้แน่น ใบหน้าคมคายซบลงที่หน้าท้องของนางอย่างหมดสภาพ
"อย่าไป... พี่ขอร้อง..."
เสียงทุ้มสั่นเครือและแหบพร่า
"ด่าพี่สิ... ตบตีพี่ก็ได้... จะให้พี่คลานเป็สุนัขให้เ้าดูพี่ก็ยอม พี่มันเลวทรามต่ำช้า พี่มันตาบอด พี่ผิดไปแล้ว อย่าทิ้งพี่ไปเลยนะลั่วเอ๋อร์ พี่อยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีเ้า..."
ไป๋ลั่วมองบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ที่กำลังฟูมฟายแทบเท้านาง ความสะใจแล่นพล่านขึ้นมาวูบหนึ่ง แต่ลึกๆ แล้วหัวใจของนางก็บีบรัดด้วยความสงสาร
นางถอนหายใจยาว ยืนนิ่งปล่อยให้เขากอดอยู่อย่างนั้นครู่ใหญ่ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยแต่เด็ดขาด
"ลุกขึ้นเถอะเ้าค่ะ ท่านทำตัวน่าสมเพชเช่นนี้ บ่าวไพร่มาเห็นจะเอาไปหัวเราะเยาะได้"
"ข้าไม่ลุก! จนกว่าเ้าจะบอกว่าจะไม่ไป!" หลี่หยางดื้อแพ่ง กอดนางแน่นกว่าเดิม
"ท่านคิดว่าการคุกเข่าเช่นนี้ จะลบล้างความเ็ปที่ท่านทำกับข้าได้หรือ?"
นางก้มลงมองเขาด้วยสายตาเย็นเยียบ
"าแที่กายหายได้... แต่ที่ใจท่านจะรักษามันอย่างไร?"
หลี่หยางเงยหน้าขึ้น สบตานางด้วยแววตาเว้าวอน มือแกร่งยังคงกอดรัดเอวบางไว้แน่นราวกับคนจมน้ำที่เกาะขอนไม้
"บอกพี่มา... พี่ต้องทำอย่างไรเ้าถึงจะหายโกรธ พี่ต้องทำอย่างไรเ้าถึงจะให้โอกาสพี่อีกครั้ง"
ไป๋ลั่วนิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ นางมองบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ที่ยอมทิ้งศักดิ์ศรีคุกเข่าอยู่แทบเท้านาง
"ท่านอยากให้ข้าอยู่กับท่านจริงๆ หรือเ้าคะ?" นางถามย้ำ
"จริงที่สุด! พี่สาบาน"
"ดี..." ไป๋ลั่วสูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้หลี่หยางถึงกับตัวแข็งทื่อ
"ถ้าเช่นนั้นท่านจงไปที่จวนสกุลไป๋ แล้วไปพูดคุยกับท่านพ่อของข้าเสียเดี๋ยวนี้"
"อะไรนะ?" หลี่หยางเบิกตากว้าง คลายอ้อมกอดออกเล็กน้อยด้วยความตกตะลึง "เ้าจะให้พี่ไปหา... ไป๋ซาน? ไปหาเสนาบดีไป๋งั้นรึ?"
"ใช่เ้าค่ะ" ไป๋ลั่วพยักหน้า สีหน้าเรียบเฉย "ตลอดเวลาที่ผ่านมา ท่านกล่าวหาว่าข้าและท่านพ่อสมคบคิดกัน ท่านตราหน้าตระกูลข้าว่าชั่วช้าสารเลว ท่านเหยียบย่ำเกียรติของท่านพ่อข้าสารพัด"
นางก้มลงมองเขาด้วยสายตาที่อ่านยาก
"หากท่านสำนึกผิดต่อข้าจริงๆ ท่านก็ควรจะสำนึกผิดต่อครอบครัวของข้าด้วย ท่านต้องพิสูจน์ให้ข้าเห็น ว่าท่านสามารถละวางทิฐิและความเกลียดชังที่มีต่อท่านพ่อของข้าลงได้... เพื่อข้า"
"แต่ว่า... พ่อของเ้าเป็คน..." หลี่หยางพยายามจะเถียง เขาเกลียดขี้หน้าพ่อตาคนนี้เข้ากระดูกดำ ทั้งเื่การเมืองในราชสำนักที่ขัดแข้งขัดขากัน และเื่ที่ยัดเยียดลูกสาวมาให้เขา
"ท่านพ่อจะเป็คนอย่างไร นั่นก็คือพ่อของข้า!"
ไป๋ลั่วสวนกลับเสียงแข็ง
"หากท่านยังมองหน้าพ่อข้าไม่ได้ หากท่านยังรังเกียจเืเนื้อเชื้อไขของสกุลไป๋... เช่นนั้นเราก็ไม่มีอะไรต้องคุยกัน ท่านปล่อยข้าเถอะ ข้าจะกลับไปหาท่านพ่อของข้าเอง!"
นางทำท่าจะเดินหนีอีกครั้ง คำขู่ว่าจะ 'กลับบ้าน' ทำให้หลี่หยางร้อนรนจนนั่งไม่ติด
"เดี๋ยว! เดี๋ยวสิ!" หลี่หยางรีบลุกขึ้นคว้าข้อมือนางไว้ ใบหน้าคมคายฉายแววลำบากใจอย่างที่สุด
การให้แม่ทัพใหญ่อย่างเขา ไปก้มหัวขอขมาเสนาบดีจอมเ้าเล่ห์อย่างไป๋ซาน มันคือการหยามเกียรติกันชัดๆ ศักดิ์ศรีลูกผู้ชายของเขาค้ำคออยู่จนแทบกลืนน้ำลายไม่ลง
แต่เมื่อหันมาสบตากับไป๋ลั่ว... ดวงตาคู่สวยที่เคยทอประกายรักใคร่ บัดนี้เต็มไปด้วยความคาดหวังและรอคอยคำตอบ หากเขาปฏิเสธ นางคงเดินจากไปและไม่มีวันหวนกลับมา
ระหว่าง ศักดิ์ศรีจอมปลอม กับ ดวงใจของเขา
เขาควรเลือกสิ่งใด?
หลี่หยางกัดฟันกรอด กำหมัดแน่นจนเส้นเืปูดโปน ก่อนจะคลายออกช้าๆ พร้อมกับลมหายใจที่พรูออกมาอย่างยอมจำนน
"ก็ได้..." เขาเอ่ยเสียงหนักแน่น "เพื่อเ้า... พี่จะไป"
"ท่านพูดจริงหรือ?" ไป๋ลั่วเลิกคิ้วเล็กน้อย ไม่อยากเชื่อหู
"พี่พูดคำไหนคำนั้น"
หลี่หยางจับไหล่นางให้หันมาเผชิญหน้า แววตามุ่งมั่น
"พี่จะไปจวนสกุลไป๋เดี๋ยวนี้ พี่จะไปคุยกับพ่อเ้า พี่จะไปถอนคำพูดที่เคยกล่าวหาตระกูลเ้า ...และพี่จะไปขอลูกสาวเขาคืนมาอย่างสมเกียรติ"
เขาเชยคางนางขึ้น นิ้วหัวแม่มือเกลี่ยแก้มเนียนเบาๆ
"แต่เ้าต้องสัญญานะ ว่าระหว่างที่พี่ไม่อยู่ เ้าห้ามก้าวเท้าออกจากห้องนี้ ห้ามหนีพี่ไปไหน รอพี่กลับมา... ได้หรือไม่?"
ไป๋ลั่วมองลึกเข้าไปในดวงตาของสามี นางเห็นความเ็ปที่ต้องกลืนศักดิ์ศรีตัวเอง แต่ก็เห็นความรักที่ยิ่งใหญ่กว่านั้น
มุมปากบางยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็รอยยิ้มที่อ่อนโยนที่สุดในรอบเจ็ดวัน
"ข้าจะรอเ้าค่ะ..." นางตอบเสียงเบา "รีบไปเถอะเ้าค่ะ หากชักช้าท่านพ่ออาจจะไม่เปิดประตูรับท่านก็ได้"
หลี่หยางได้ยินดังนั้นก็ใจชื้นขึ้นเป็กอง เขาโน้มหน้าลงมาจูบหน้าผากนางหนักๆ หนึ่งทีเพื่อเป็มัดจำ
"รอพี่นะ... พี่จะรีบกลับมา"
แม่ทัพหนุ่มหมุนตัวเดินออกจากห้องไป สั่งการเสียงดังลั่นจวน
"เตรียมม้า! ข้าจะไปจวนเสนาบดีไป๋!"
ไป๋ลั่วมองตามแผ่นหลังกว้างที่รีบเร่งจากไป นางทรุดตัวลงนั่งบนเตียงอย่างหมดแรง แต่ในใจกลับพองโตด้วยความหวัง
ในที่สุด... กำแพงทิฐิที่กั้นกลางระหว่างเขากับนาง ก็กำลังจะถูกทลายลงด้วยมือของเขาเอง