Teachers Kekkaishi คุณครูผู้ผนึกมาร

    บทที่130 ผู้วิเศษ!

    แถบชานเมืองเวลานี้ท้องฟ้าเริ่มมืดลง หมู่ดาวมากมายเริ่มปรากฏ แต่ท่ามกลางพวกมัน ณหมู่บ้านแห่งหนึ่งที่ไม่ค่อยมีผู้คนสัญจรไปมา และห่างไกลจากย่านการค้า

     

    ชายหนุ่มคนหนึ่งที่นั่งขัดสมาธิอยู่ภายในบ้านพลันลืมตาขึ้น

     

    วูบ!

     

    วินาทีนั้นกลิ่นอายของผู้บ่มเพาะจากระดับชีพจรขั้นสูงสุดของชายหนุ่มพลันทะลวงข้ามขั้นในทันที

     

    ผู้วิเศษ!

     

    ชายหนุ่มคนนี้ได้ฝ่าด่านการบ่มเพาะจากระดับชีพจรขั้นสูงสุดไปเป็นระดับผู้วิเศษแล้ว!

     

    ชายหนุ่มคนนี้ไม่ใช่ใครที่ไหนเขาคือ หว่อเฉินผู้ซึ่งเป็นนักเรียนห้องสิบสองของโรงเรียนมัธยมเจาหยางอย่างไรก็ตามด้วยความที่เขาสูญเสียพ่อแม่ไปตั้งแต่เด็กและได้รับรู้ความจริงว่าศัตรูที่ฆ่าพ่อแม่ของเขาเป็นชาวยุทธ์แห่งเจียงหูเขาก็ไล่ตามหาศัตรูที่แท้จริงเพื่อล้างแค้นมาตลอด

     

    จนอยู่มาวันหนึ่งเมื่อเขาได้บังเอิญเรียนรู้วิธีฝึกยุทธ์เพื่อต้องการเพิ่มความแข็งแกร่งเขาที่รับรู้ได้ว่าตัวเขานั้นต่างจากคนธรรมดาทั่วไปก็ได้เริ่มก้าวเข้าสู่เส้นทางแห่งการบ่มเพาะและใช้พลังแห่งการบ่มเพาะนี้ไล่ล่าหาเบาะแสตัวจริงของศัตรูเขาเรื่อยมา

     

    ซึ่งไม่นานนี้เขาที่พบเบาะแสสําคัญว่าพวกมันเป็นใครก็ได้เดินทางไปยังเขาหวงซานเพื่อสังเกตการ แต่ใครจะไปคิดล่ะว่าในระหว่างสังเกตการเขาจะได้บังเอิญไปเจอทรัพยากรที่เหมาะกับผู้บ่มเพาะเพราะอย่างนั้นในตอนนี้เขาที่ฝ่าระดับพลังมาได้แล้วจึงมีเป้าหมายจะไปล้างแค้นพวกมัน

     

    “ดูเหมือนว่าทรัพยากรเหล่านั้นที่ฉันไปได้มาจากเขาหวงซานจะมีค่ามากจริงๆไม่อย่างนั้นแล้วคนของเจียงหูคงไม่มานั่งไล่ตามล่าฉันถึงเพียงนี้…’’ทันทีที่สัมผัสได้ถึงการเคลื่อนไหวของคนกลุ่มหนึ่งรอบๆบ้านหว่อเฉินก็พึมพําก่อนลุกขึ้นยืนด้วยท่าทีต่างออกไปมันเต็มไปด้วยท่าทีแห่งความมั่นใจ

     

    หว่อเฉินมั่นใจเป็นอย่างมากว่าด้วยความแข็งแกร่งในตอนนี้ของเขาจะสามารถสยบพวกยอดฝีมือกําลังภายในพวกนี้ได้!

     

    โดยไม่รอช้าหว่อเฉินก็ใช้ท่าท้าวที่ฝึกเอาเองมาตลอดเคลื่อนกายไป พริบตาเขาก็มาถึงนอกบ้านที่ซึ่งมีเงาของนักฆ่าแห่งเจียงหูคนหนึ่งอยู่

     

    นักฆ่าคนนั้นที่เป็นถึงยอดฝีมือกําลังภายในก็ตกใจไปก่อนรีบโคจรลมปราณแล้วเตรียมโจมตี

     

    แต่ก็น่าเสียดายที่เขาประเมินหว่อเฉินตํ่าไป!

     

    เสี้ยววินาทีนั้นหว่อเฉินได้ชิงลงมือก่อนเขาซัดพลังปราณออกไปเพียวๆเพื่อบดขยี้อีกฝ่ายด้วยพลังทําลายล้างที่ต่างกันราวฟ้ากับเหว

     

    ปัง!

     

    ร่างของนักฆ่าผู้ซึ่งเป็นยอดฝีมือกําลังภายในพลันกระเด็นไปกระแทกเข้ากับกําแพงและตกตายในทันที

     

    นักฆ่าคนอื่นๆที่เห็นก็เริ่มตื่นตะหนกพวกเขาตื่นตะหนกเป็นอย่างมากที่พอตามเจอเบาะแสของคนที่กล้าโขมยของๆพวกเขาไปได้แล้วจะต้องมาเห็นความแข็งแกร่งที่ผิดลิบลับแตกต่างจากเมื่อหลายวันก่อน

     

    แท้จริงแล้วหมอนี่ทําได้ยังไง?

     

    ต้องรู้ก่อนเมื่อหลายวันก่อนนั้นหว่อเฉินได้เข้าปะมือกับคนของเจียงหูเพื่อแย่งชิงทรัพยากรบ่มเพาะดังนั้นคนของเจียงหูจึงรู้ดีว่าศัตรูของพวกเขานั้นแตกต่างจากชาวยุทธ์ทั่วไปด้วยเหตุนี้พวกเขาจึงได้ส่งนักฆ่าผู้ซึ่งเป็นยอดฝีมือกําลังภายในให้ตามหาคนที่ว่าทว่าในปัจจุบันเมื่อพบเข้ากับความแข็งแกร่งที่น่าสะพรึงเกินกว่าข้อมูลเหล่านักฆ่าจึงไม่แปลกที่จะรู้สึกตื่นตะหนก เพราะในสายตาของพวกเขาการจะปล่อยพลังภายในออกมาโจมตียังศัตรูภายนอกได้นั้นจะต้องเป็นเซียนเทียนขึ้นไป

     

    ไม่ต้องสงสัยเลยว่าชายหนุ่มคนนี้มีความแข็งแกร่งเทียบเท่าขั้นเซียนเทียนแล้ว!

     

    แล้วแบบนี้จะให้พวกเขาซึ่งเป็นยอดฝีมือกําลังภายในไปต่อกรได้อย่างไร?

     

    “ตาย!’’ทว่าก่อนที่พวกเขาจะได้ทําอะไรแววตาของหว่อเฉินก็ประกายเย็นเฉียบและเผยจิตสังหารออกมา พริบตา ร่างของเขาก็ทะยานออกไปเพื่อสังหารพวกมัน

     

    ปัง!

     

    ร่างของคนทั้งหมดกระแทกเข้ากับกําแพงแล้วตกตายลงในทันที

     

    ถึงอย่างนั้นหว่อเฉินที่เห็นศัตรูของเขาตายหมดแล้วก็ไม่ได้ลดการระมัดระวังตัวเลยเพราะด้วยการรับรู้ของเขาเขาสามารถรับรู้ได้ตั้งแต่ตอนแรกแล้วว่ายังมีคนที่แข็งแกร่ง

     

    แข็งแกร่งพอๆกับเขาอยู่!

     

    แปะ!แปะ! แปะ!

     

    ครูต่อมาโดยไม่รอให้หว่อเฉินเคลื่อนไหวชายวัยกลางคนๆหนึ่งก็ก้าวออกจากความมืดมิดเขาคนนี้ปรากฏตัวออกมาพร้อมกับการตบมือที่มีรอยยิ้มประดับอยู่บนใบหน้าให้เห็น

     

    “ไม่เลว ดูเหมือนว่าเจ้าจะเป็นเชื้อสายของหว่อเสินจริงๆด้วย…’’แววตาของโฉ่วโม่ที่จ้องมองไปยังอีกฝ่ายเต็มไปด้วยความซับซ้อน

     

    “โฉ่วโม่!’’ทันทีที่เห็น ใบหน้าของหว่อเฉินก็เผยให้เห็นถึงความเย็นชาเขาจําใบหน้าของไอ้หมอนี่ได้เป็นอย่างดี ใบหน้าของคนผู้ซึ่งพรากทุกสิ่งทุกอย่างไปจากเขา

     

    โฉ่วโม่!ฆาตกรที่ปล่อยให้เขาอยู่รอดมาจนถึงวันนี้!

     

    ต่อหน้าหว่อเฉินที่มองอย่างเย็นชาโฉ่วโม่เพียงมองอย่างซับซ้อนกลับไปเขาคิดไม่ถึงเลยจริงๆว่าเด็กในวันนั้นจะสามารถไต่เต้าขึ้นมาและแข็งแกร่งกว่าชาวยุทธ์ทั่วๆไปได้โดยเฉพาะตอนนี้เมื่อเขาได้เห็นความแข็งแกร่งของอีกฝ่ายที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าหว่อเสินในสมัยก่อนแล้วก็อดที่จะรู้สึกทึ่งไม่ได้

     

    ไม่ต้องบอกก็รู้เลยว่าการปล่อยให้อีกฝ่ายมีชีวิตรอดในวันนั้นถือเป็นการกระทําที่ผิดพลาด ดีไม่ดีหากยังปล่อยเอาไว้แบบนี้เรื่อยๆ อนาคตเขาคงได้ตกตายอย่างแน่นอน

     

    ตะหนักได้ใบหน้าของโฉ่วโม่ก็ค่อยๆปรากฏความเหี้ยมเกรียมให้เห็น พริบตา เพียงเขาเคลื่อนไหวลมปราณขั้นเซียนเทียนในร่างก็ปะทุขึ้น “เคล็ดกระยาจก!’’

     

    สิ้นเสียงคํารามกร้าวฝ่ามือของโฉ่วโม่ก็พุ่งออกไปแล้วปรากฏเปลวเพลิงที่น่าสะพรึง

     

    หว่อเฉินที่เห็นก็ยิ้มเยาะแล้วซัดกระบวนท่าที่เหมือนกันออกไป“เคล็ดกระยาจก!’’

     

    ทันใดนั้นเปลวเพลิงที่น่าสะพรึงสองสายจากต่างทิศทางก็พุ่งเข้าหากันแล้วปะทะกัน

     

    ปัง!

     

    สิ้นสุดการปะทะของเปลวเพลิงทั้งสองร่างของคนทั้งสองคนก็ต้องล่าถอยกลับออกไป

     

    “นี่เจ้า!เจ้าใช้เคล็ดวิชาของสำนักกระยาจกได้?’’ โฉ่วโม่ที่ล่าถอยออกมาก็อุทานในทันทีนํ้าเสียงของเขามันแฝงให้เห็นถึงความตกใจเพราะนอกจากอีกฝ่ายจะใช้เคล็ดวิชาของสำนักกระยาจกได้แล้วอีกฝ่ายยังมีพลังภายในที่มีประสิทธิภาพมากกว่าลมปราณของเขาอีกด้วย

     

    อย่างไรก็ตามในครู่ต่อมาเขาที่พลันตะหนักได้ถึงความจริงที่ว่าอีกฝ่ายเป็นเชื้อสายของศิษย์น้องของเขาเขาก็ไม่ได้แปลกใจอีกต่อไปดังนั้นเขาจึงอยากทดสอบเป็นอย่างมากว่าอีกฝ่ายนั้นฝึกสําเร็จไปถึงวิชาไหนแล้ว

     

    โดยไม่รอช้าโฉ่วโม่ก็ทะยานขึ้นสู่ฟากฟ้าก่อนเปล่งเสียงคํารามกร้าว “มังกรผยองได้สํานึก!’’

     

    สิ้นเสียงรอบๆพื้นที่ๆหว่อเฉินยืนอยู่ก็แปรเปลี่ยนเป็นเปลวเพลิงก่อนจะปรากฏเพลิงมังกรทั้งห้าพวยพุ่งออกมา

     

    มองไปยังเปลวเพลิงมังกรทั้งห้าอันน่าสะพรึงหว่อเฉินไม่ได้หวาดกลัวแม้แต่น้อย กลับกัน เขารู้สึกสบายใจต่อมันเป็นอย่างมาก ทว่าคิ้วของเขากลับขมวดแน่นอย่างเห็นได้ชัดเพราะในเวลานี้เขาสัมผัสได้ถึงคนๆหนึ่งที่กําลังเคลื่อนไหวมาทางนี้ด้วยความเร็วสูงเกินกว่าที่คนธรรมดาทั่วไปหรือเขาจะทําได้

    คล้ายกับเรื่องTeachers Kekkaishi คุณครูผู้ผนึกมาร ที่คุณอ่าน