ซานหลานเทียน แห่งตำหนักภูต ที่ถูกส่งออกมายังโลกภายนอก ใบหน้าของเขาบูดบึ้งไม่สบอารมณ์เป็นอย่างมาก ฝ่ามือกำหมัดไว้จนแน่น จนเสียงกระดูกแตกร้าวดังออกมาลั่น ไม่คิดว่าเขาจะพ่ายแพ้ ชายหนุ่มอัปลักษณ์ แผ่ซ่านจิตสังหารออกมา อย่างไม่มีปิดบัง
หมู่ชน ขนาบสองฝากข้าง ต่างพากันกลืนน้ำลายไปคำใหญ่ เมื่อรับรู้ถึงจิตสังหารที่ชายหนุ่ม ปลดปล่อยออกมา ทว่าชายผู้นี้ก็ยังถือว่าสงบนิ่งกว่าคนอื่นๆ มาก ไม่สิ้นคิดที่จะเข้าไปภายในมิติ หุบเหวสวรรค์ ด้วยความบ้าคลั่ง
ชายชราเจ้าสำนัก ตำหนักภูต ใบหน้าของเขาบูดเบี้ยวไม่น้อย ผู้ที่ได้ชื่อเป็นอันดับสองของสำนัก ถึงกับพลาดท่าออกมา เอ่ยถามออกไปด้วยความอยากรู้ ว่าภายในมิติหุบเหวสวรรค์เป็นเช่นไรบ้าง "เจ้าเล่าสถานการณ์ ภายในมิติหุบเหวสวรรค์ออกมาเสีย ซานหลานเทียน แล้วใครกันที่ฆ่าสังหารเจ้า"
ซานหลานเทียน ครั้นได้ยินเจ้าสำนักเอ่ยคำพูดขึ้นมาไต่ถามตัวเขา เขาน้อมตัวลงต่ำคำนับไปที่ผู้เฒ่าชราในทันที ก่อนกล่าวพูด สิ่งที่เขารู้ออกมาอย่างไม่ปิดบัง "เหมือนว่า มิติหุบเหวสวรรค์จะไม่เสถียร ช่วงที่ข้าออกมา เหมือนว่าข้า เห็น วิหารจักรพรรดิโลหิต ปรากฏออกมาสู่สายตา ของข้าแวบหนึ่ง"
เจ้าสำนักตำหนักเทพ ครั้นได้ยิน เขาตื่นตะลึงอยู่ไม่น้อย ก่อนไต่ถามไปที่ชายหนุ่ม ด้วยท่าทางดีใจ " ที่เจ้าพูดมา ความจริงหรือ?" เมื่อชายชราเห็นชายหนุ่มพยักหน้ารับเป็นมั่นเป็นเหมาะ เขายกยิ้มขึ้นมาด้วยความยินดี หากมันเปิดเร็วกว่ากำหนด นับเป็นเรื่องที่ดี กลุ่มคนที่รับรู้ พวกเขาก็ต่างมีใบหน้าเปื้อนยิ้ม โดยเฉพาะ2ราชวงศ์ใหญ่ เมื่อวิหาร จักรพรรดิโลหิต ปรากฏออกมาสู่สายตาหมู่ชน ลานหินหยั่งรู้ก็จะปรากฏขึ้นมาเช่นกัน หากผู้ใดสามารถไขปริศนาหยั่งรู้ได้ วิหารจักรพรรดิโลหิต ก็จะเปิดต้อนรับพวกเขาเข้าไปแสวงหาของล้ำค่าภายใน มันจึงทำให้เหล่าผู้ที่รู้ ยกยิ้มกันไม่น้อย อย่างน้อยๆ เหล่าอนุชนกลุ่มนี้ที่เข้าไปก็มีเวลาเพิ่มมาถึง 2เดือน ย่อมเป็นเรื่องที่ดี
ทว่าก็มีกลุ่มคนอยู่ไม่น้อย รู้สึกแปลกใจ เหตุใด วิหารจักรพรรดิโลหิต ปรากฏออกมาสู่สายตา เร็วกว่าปกติ เสียงพูดคุยของหมู่ชน จึงดังออกไประเบ็งเซ็งแซ่
ชายชรา เจ้าสำนัก ตำหนักภูต เอ่ยถามออกไปอีกครา "ซานหลานเทียน เจ้าถูกใครฆ่าสังหาร"
ซานหลานเทียน ครั้นได้ยิน เขาจ้องมองไปที่หมู่ชนโดยรอบในทันที เมื่อเห็นเทพสายฟ้าน้อยกวนซี ยกยิ้มมาให้ตัวเขา ประหนึ่ง ข้าผู้นี้รู้ดี ว่าเจ้าก็ถูกชายหนุ่มอัปลักษณ์ ฆ่าสังหารเฉกเช่นเดียวกับข้า มันจึงทำให้ ซานหลานเทียน แห่งตำหนักภูต เดือดดาลไม่น้อย เอ่ยคำพูดออกมาด้วยความยากลำบาก "เขาเป็น เพียงชายหนุ่มอัปลักษณ์เท่านั้น ทว่าเหมือนเขาจะ มีกระดูกศักดิ์สิทธิ์ อยู่ในกาย ที่ข้าแพ้เขาเป็นไปได้ที่เขาจะสำแดงพลังของกระดูกศักดิ์สิทธิ์ออกมา"
เหล่าหมู่ชนโดยรอบครั้นได้ยินพวกเขา มีใบหน้าบูดเบี้ยวในทันที ครั้นได้ยินชื่อชายหนุ่มอัปลักษณ์ ขึ้นมาอีกครา แถมคนผู้นี้ยังถูกคาดการณ์ว่ามีกระดูกศักดิ์สิทธิ์ อีกด้วย หมู่ชนโดยรอบจึงพากันตกใจไม่น้อย มันย่อมไม่ใช่เรื่องธรรมดาเสียแล้ว
แม้แต่เหล่าเจ้าสำนักชรา ยังขมวดคิ้วมุ่น กลัวว่าชายหนุ่มอัปลักษณ์ จะมีมหาอำนาจคอยหนุนหลัง ใบหน้าบึ้งตึงจนไม่น่ามอง ส่งคำพูดไปให้กลุ่มคนของพวกเขาไปสืบหา ชายหนุ่มอัปลักษณ์ ผู้นี้เป็นใครกันแน่ ในยามนี้ พวกเขาไม่อาจ ละเลยชายหนุ่มอัปลักษณ์ได้อีกต่อไป จนบรรยากาศโดยรอบหนักอึ้งอย่างฉับพลัน
ภายใน มิติ หุบเหวสวรรค์ อี้เฉินที่หลบหนีออกไปได้ ร่วมๆ หนึ่งก้านธูปใหญ่ เขาก็เริ่มทนต่อความอิดโรย กายาเจ็บปวดไม่ไหวอีกต่อไป สติของเขา เริ่มหดหายลงไปทุกครา ฝ่ามือกุมหน้าอกไว้จนแน่น เต็มไปด้วยสีหน้าของความเจ็บปวด ไม่คิดว่าการใช้พลังของกระดูกศักดิ์สิทธิ์ จะเป็นภาระหนักต่อร่างกาย มากมายถึงเพียงนี้ แถมเหมือนว่ากระดูกสันหลังศักดิ์สิทธิ์ ที่สำแดงพลังออกมา ยังมีรอยแตกร้าวขึ้นมาอีกด้วย
ประหนึ่ง กระดูกศักดิ์สิทธิ์ที่อ่อนแอเกินไป เมื่อสำแดงพลังที่เกินขีดจำกัด จึงส่งผลให้มันแตกร้าวขึ้นมาเสียดื้อๆ อี้เฉินเขาใช้ทรัพยากรไปมาก เพื่อให้มันดูดซับ ไม่คิดว่าเพียงการสำแดงพลังเพียงครู่เดียว จะทำให้มันแตกร้าวเช่นนี้ หากฝืนใช้ เป็นไปได้ที่ตัวเขาเอง อาจจะตายตกไปพร้อมกับมัน เนื่องด้วย กระดูกสันหลัง เป็นรากฐานของร่างกาย หากมันพังทลาย ร่างก็พลอยดับสูญไปด้วย
ฉับพลันที่อี้เฉินผ่านเทือกเขา ที่เต็มไปด้วยหมอกควัน แววตาเขาเหลือบไปเห็น ถ้ำเล็กถ้ำหนึ่ง อยู่บริเวณใต้เทือกเขา ไม่ห่างจากตัวเขามากนัก เต็มไปด้วยเถาวัลย์รกชัฏ ขึ้นปกคลุม ไปทั่วบริเวณ อี้เฉินบินทะยานเข้าไปภายในถ้ำแห่งนั้นด้วยความอ่อนล้า ฉับพลันที่พุ่งเข้าไปได้ สติต่างๆ ภายในโสตประสาท ของเขาก็ค่อยๆ เลือนหายไป ในเฮือกสุดท้ายก่อนที่อี้เฉินจะหมดสติ เขาได้หยิบ สมุนไพร โสมเลือด ปรสิต ประดับเทพ ออกมากลืนกินอย่างไม่ลังเล ไม่มีเวลาคิดอะไรอีกต่อไป หมายมั่นให้สรรพคุณของมันเติมเต็มเลือดในกายของเขา
...อี้เฉินหลับใหลอยู่ภายในถ้ำไปเกือบๆ ครึ่งชั่วยาม กว่าเขาจะได้สติกลับมาอีกครา เลือดในกายาค่อยๆ เพิ่มพูนขึ้นมาช้าๆ พ้นขีดอันตรายมาได้อย่างเฉียดฉิว
ก่อนที่อี้เฉินจะถอนหายใจออกมายาว มองสำรวจกายา ที่เต็มไปด้วยบาดแผลของเขา บาดแผลทั่วกายาเองก็ค่อยๆ ฟื้นฟู ช้าๆ เหมือนว่า กายาเขา จะยังมีผลฟื้นฟูความเร็วสูงของเต๋าแห่งการฟื้นฟูหลงเหลืออยู่บ้าง ทำให้การฟื้นตัวของเขา รวดเร็วกว่าคนปกติ ไปหลายสิบเท่า
แขนที่ขาดวิ่นเคยห้อยต่องแต่ง เริ่มต่อติดกันอีกครั้ง หลงเหลือเพียงให้บาดแผลผสานเข้าหากัน แต่ก็คงจะใช้เวลาไม่น้อยเป็นแน่
อี้เฉิน รู้ตัวเป็นอย่างดี ช่วงนี้เขาต้องปิดด่าน สักระยะหนึ่ง ในยามนี้ เขายังไม่พ้นขีดอันตรายหากมี กลุ่มคนพบเจอตัวเขา ชีวิตน้อยๆ คงยากจะรักษาไว้เป็นแน่ ครั้นเมื่ออี้เฉินคิดได้เช่นนั้น เขาสอดส่องสายตาออกไปสำรวจทั่วบริเวณถ้ำในทันที เมื่อเห็นภายในถ้ำมีแหล่งน้ำไม่ใหญ่มากนัก
อี้เฉิน เดินปรี่เข้าไป ล้างหน้าล้างตาในทันที หมายมั่นจะให้หัวปลอดโปร่ง โล่งสบาย ก่อนจะหยิบ สมุนไพรภายในแหวนมิติออกมา หมายมั่นจะฟื้นฟู กายาที่บาดเจ็บของเขาให้กลับมาสมบูรณ์ พร้อมต่อสู้เป็นดีที่สุดในช่วงเวลานี้
เมื่อเขาตรวจดูสิ่งของภายในแหวนมิติ อี้เฉินถึงกับหน้ามืดทะมึน ใบหน้าบูดเบี้ยว ลมจับในทันที เมื่อเห็นสมุนไพรที่เขามีกว่า 8ต้น ในยามนี้ มันหลงเหลือเพียง3ต้น แถมสมุนไพร ระดับจักรพรรดิ ภายในกล่องไม้ที่เขาไม่ได้มีเวลาเปิดดู ถูกบางสิ่งบางอย่างกัดแทะ จนไม่มีชิ้นดี หลงเหลืออยู่เพียง4ส่วนเท่านั้น
อี้เฉิน เขาอยากจะบ้าตาย "บัดซบ! บัดซบ! เจ้าสมิงน้อย เจ้าออกมาเดียวนี้ ...เจ้ากล้าแตะต้องสมุนไพรของข้า งั้นหรือ ข้าอุตส่าห์ย้ำนักย้ำหนา ว่าอย่ายุ่งกับสมุนไพร "อี้เฉินกล่าวคำพูดออกมาด้วยความเดือดดาล
เจ้าสมิงน้อย ครั้นที่มันได้ยิน มันออกมาจากแหวนมิติด้วยความเกียจคร้าน มันไม่มีท่าทางทุกข์ร้อน ยกอุ้มเท้าหน้า ฉีกเนื้อตากแห้งที่อี้เฉินเก็บไว้ เข้าปากกิน อย่างสบายใจ ก่อนมันจะเอ่ยคำพูดออกมา ประหนึ่งไม่ใช่ความผิดของมัน "ข้าบอกเจ้าไปแล้ว ว่าข้าเป็นมังสวิรัติ ชอบกินพืช เจ้าดันเอาข้าไปอยู่รวมกับพวก สมุนไพรได้อย่างไร ใครเล่าจะอดใจไหว ...ดีนะที่ข้าฝืนทน ไม่ได้กินมันจนหมด เจ้าก็เลิกหัวเสียได้แล้วเอาเป็นว่าข้าจะพลางสถานที่แห่งนี้ให้เจ้า เป็นข้อแลกเปลี่ยนแล้วกัน"
ฉับพลันที่สมิงน้อย เอ่ยคำพูดออกมาเสร็จสิ้น ค่ายกลอำพรางก็ถูกมันสร้างขึ้นออกมา ปกปิดสถานที่แห่งนี้ไว้ จากเหล่าจอมยุทธ์ภายนอกในทันที ทว่าก็ไม่อาจป้องกันเหล่าจอมยุทธ์ที่เข้ามาใกล้ ภายในสถานที่แห่งนี้ได้
อี้เฉิน เขาหนังตากระตุกถี่ยิบ คำพูดติดอยู่ในลำคอจนหมด เมื่อได้ยินคำพูดของเจ้าสมิงน้อย "เจ้า! เจ้า!" จนริมฝีปากอี้เฉินกระอักเลือดออกมา ด้วยความโกรธเคือง เริ่มเข้าใจผู้คนที่ถูกเขาปั่นหัวขึ้นมา 'ที่เองบอกเองเป็นมังสวิรัติ แต่ที่ปากเองคาบกินอยู่ นั้นมันเนื้อตากแห้งนะเว้ย แถมเองยังไม่ใช่กระต่ายกินพืชแต่ เองเป็นเสือ คำพูดของเอง มันน่าถูกทุบ จริง ๆ' ใจลึกๆ อี้เฉิน อยากจะก่นด่าเจ้าสมิงน้อย ซักฉากสองฉาก หากไม่ติดมันเป็นครึ่งก้าวเทพสวรรค์ เขาได้จัดการถอนขน เจ้าสมิงน้อยตัวอ้วนกลม ย่างมันกินเป็นแน่