หวังซิ่วอันยังอธิบายต่ออีกว่า
“หลังเลิกงานช่วงสี่โมงถึงหกโมงเย็นให้ถือถังส่วนตัวไปที่จุดจ่ายน้ำเพื่อรับน้ำใช้ เอาเหรียญเขียวไปด้วย เก็บดีๆ ล่ะปีนี้เราเพิ่งเปลี่ยนตั๋วแจกน้ำจากเมื่อก่อนที่มีรหัสประจำตัวของแต่ละคนสลักไว้ กลายเป็นมีแค่เลขหน่วยงานกำกับ ถ้าหายไปล่ะก็ไม่มีชดเชยนะ เผลอๆ จะถูกลงโทษด้วยซ้ำ”
ตั๋วน้ำที่หวังซิ่วอันเอ่ยถึงนี้มีลักษณะเป็นเหรียญกลมมีรูตรงกลางขนาดพอๆ กับเหรียญหนึ่งหยวนทำจากอะลูมิเนียมหรือที่เรียกกันติดปากว่าเหล็กเบา เหรียญแต่ละเหรียญจะมีการแต้มสีเพื่อแบ่งแยกว่าเป็นโควตาสำหรับดื่มหรือใช้
“ห้าลิตรครึ่งไม่มีมากกว่านี้แล้ว แต่ฉันแนะนำว่าให้สะสมน้ำไว้ ไม่จำเป็นต้องใช้หมดในวันเดียวหรอก อ้อส่วนเรื่องการอาบน้ำ ที่เราจะไปคือโรงอาบน้ำ ถ้าเป็นเมื่อก่อนผู้หญิงจะอาบน้ำวันพุธ ผู้ชายอาบน้ำวันศุกร์ แต่เดี๋ยวนี้คนเยอะขึ้นน้ำก็ขาดแคลนขึ้นเลยเปลี่ยนให้ผู้ชายและผู้หญิงอาบน้ำพุธวันเดียวกันแต่คนละเวลา ผู้หญิงช่วงเช้าก่อนอาหารเช้า ผู้ชายช่วงบ่ายก่อนอาหารเย็น เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็เป็นวันอาบน้ำแล้ว คุณคงต้องอดทนผ่านวันนี้ไปก่อน”
ตั้งแต่ที่เสิ่นชิงหลัวได้รู้ว่าจะถูกส่งตัวมาทำภารกิจลับที่ฐานตงเฟิงเธอก็ทำใจไว้แล้วว่าการใช้ชีวิตที่นี่คงไม่สะดวกสบายนัก เพราะที่ตั้งของฐานนั้นอยู่ชายขอบตอนใต้ของทะเลทรายโกบีอันเป็นทะเลทรายหิน น้ำที่ใช้ในฐานย่อมขาดแคลนและมีค่ามากกว่าใบชา เผลอๆ จะมีค่ามากกว่าเงินเดือนด้วยซ้ำ
“ครั้งนี้ทำใจง่ายกว่าครั้งแรกเยอะเลย หวังว่าสภาพอากาศจะไม่แย่เหมือนครั้งก่อนนะ” จางลี่ฮวามองไปยังภายนอกเต็นท์แล้วถอนหายใจ จำนวนบุคลากรหญิงหมุนเวียนที่ต้องมายังฐานตงเฟิงในแต่ละครั้งนั้นมีไม่ถึงสิบคน เนื่องจากนี่เป็นงานภาคสนามและต้องอยู่ในสถานที่กันดารกับสภาพอากาศที่เลวร้าย นอนกลางดินกินกลางทรายไม่ใช่คำพูดเกินจริงเลย หากไม่ใช่เพราะเป็นตำแหน่งที่จำเป็นและขาดไม่ได้ เบื้องบนคงหาคนมาแทนเธอและเพื่อนร่วมทีมทั้งสามแล้ว
หวังซิ่วอันได้แต่หัวเราะแห้งๆ “ฉันก็หวังว่าให้เป็นอย่างนั้นค่ะ ครั้งนี้ไม่น่าหนักเท่าเดือนพฤษภาคมหรอก”
พูดจบเธอก็หันไปสนทนากับเสิ่นชิงหลัวที่มีสีคล้ายจะวิตกเล็กน้อย
เห็นเสิ่นชิงหลัวกังวลเช่นนั้น หวังซิ่วอันก็รีบบอกเล่าเรื่องราวดีๆ
“อย่าห่วงไปเลย คุณยังมีโควตาน้ำกินน้ำใช้ของวันนี้อยู่ ถึงจะอาบน้ำไม่ได้แต่ก็พอจะเช็ดตัวได้นะ”
“งั้นก็ดีเลย ขอบคุณนะคะพี่สาวหวัง”
“เฮ้ ไม่ต้องขอบคุณหรอก ไปๆ ไปกันเถอะถึงเวลารับน้ำพอดี”
เพราะมีหวังซิ่วอันเป็นไกด์ส่วนตัวที่คอยแนะนำ ทั้งยังมีกลุ่มรุ่นพี่จากปักกิ่งที่เคยมีประสบการณ์และถ่ายทอดประสบการณ์ส่วนตัวให้ ไม่นานคนทั้งหกก็สนิทสนมกันอย่างรวดเร็ว
ตลอดทางที่หวังซิ่วอันพาเสิ่นชิงหลัวเดินจากเขตที่พักอาศัยที่มีเต็นท์หลายร้อยหลังตั้งอยู่ไปจนถึงจุดแจกจ่ายน้ำ เธอก็ได้อธิบายให้เสิ่นชิงหลัวรู้ถึงพื้นที่โดยรวม
“ฐานตงเฟิงแบ่งเป็นสามพื้นที่ คือชั้นนอก ชั้นกลาง และชั้นใน ที่ที่เราอยู่ตอนนี้อยู่ในพื้นที่ชั้นกลางซึ่งมีทั้งที่พักอาศัย โรงอาหาร โรงพยาบาลสนาม คลังน้ำจะเรียกว่าเป็นเขตชุมชนชั่วคราวก็ได้ ส่วนเขตชั้นนอกเป็นเขตที่คุณเพิ่งผ่านมาตอนเดินทางนั่นแหละ เขตนั้นมีโรงเรียนพยาบาล โรงเรียน บ้านของสมาชิกในครอบครัวของคนในฐาน ส่วนเขตชั้นในถือว่าเป็นพื้นที่ลับในการทำงานฉันจะไม่พูดถึงละกัน”
“พี่สาวหวังคุณออกไปพื้นที่ชั้นนอกบ่อยไหม”
หวังซิ่วอันส่ายหน้า “จะเป็นไปได้อย่างไร ฉันไม่ใช่เจ้าหน้าที่อาวุโสเสียหน่อย มากสุดก็แค่ปีละสองครั้งเท่านั้น คงต้องรอจนกว่าจะเกษียณจากฐานฉันถึงจะออกไปข้างนอกได้ คนที่บ้านยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าฉันทำงานอะไรที่ไหน พวกเขารู้แค่ว่าฉันอยู่ที่กานซู่ ฮ่าๆ ก็นะ ชีวิตของเราไม่ง่ายแต่มันก็เพื่อประเทศชาติ”
“พูดได้ดีนี่เสี่ยวหวัง แล้วนี่ใคร? มาจากปักกิ่งล่ะสิ” ในระหว่างที่มารวมตัวกันเพื่อต่อแถวก็มีหลายคนเข้ามาทักทายกลุ่มของหวังซิ่วอัน
“เธอเป็นวิศวกรจากส่านซีค่ะ ฉันเลยพาเธอมาเข้าแถวนี้”
เสิ่นชิงหลัวมองไปยังแถวแต่ละแถวแล้วขมวดคิ้วเล็กน้อยเพราะจำนวนผู้คนเริ่มมากขึ้น แถวจึงยาวขึ้นเรื่อยๆ หากหวังซิ่วอันต้องมาเป็นพี่เลี้ยงอยู่อย่างนี้ อีกฝ่ายคงได้รับน้ำล่าช้าเป็นแน่
“พี่สาวหวัง พี่เองก็ไปเข้าแถวของหน่วยพี่เถอะค่ะ ตรงนี้ฉันอยู่ได้”
“จะทำอย่างนั้นได้อย่างไร หัวหน้าโจวให้ฉันช่วยดูแลเธอ” หวังซิ่วอันส่ายหน้าปฏิเสธ
“เฮ้ๆ ไม่ต้องเป็นห่วงหรอก พวกเราจะดูแลให้เอง อย่างไรเสียในอนาคตก็จะเป็นเพื่อนร่วมงานกันอยู่ดี หวังซิ่วอันเธอไปต่อแถวของตัวเองเถอะ”
ด้วยคำสัญญาเป็นมั่นเป็นเหมาะของจางลี่ฮวา ในที่สุดหวังซิ่วอันก็พยักหน้าอย่างจำยอม
“ถ้าอย่างนั้นก็ได้ค่ะ น้องสาวเสิ่นถ้าเธอได้น้ำแล้วก็รอฉันก่อน เดี๋ยวฉันจะพาเธอไปที่จุดจ่ายน้ำต้ม ใกล้โรงครัวเพื่อรับน้ำดื่ม”
“ได้เลยค่ะ งั้นฉันจะรอตรงนั้นก็แล้วกัน” เสิ่นชิงหลัวชี้ไปที่พื้นที่โล่ง
“ตกลงตามนั้น” หลังจากฝากฝังเสิ่นชิงหลัวให้คนรุ่นเก่าผู้มากประสบการณ์ดูแล หวังซิ่วอันก็จากไป
“เฮ้ โจวหยุนเหออยู่ที่ไหน รีบไปหาเธอเร็วเข้า คนมาใหม่มากจากส่านซีล่ะ เขาต้องรู้จักคนนั้นแน่ๆ” ผู้หญิงคนหนึ่งรีบเอ่ยกระซิบเสียงแผ่วเบา
เสิ่นชิงหลัวรู้สึกงุนงงเล็กน้อยที่ทุกคนดูจะดีใจเป็นพิเศษเมื่อรู้ว่าเธอมาจากส่านซี โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้หญิงคนหนึ่งที่วิ่งเข้ามาหาเธอด้วยความเหนื่อยหอบ ดูก็รู้ว่าเร่งรีบเพียงใด ทว่าเมื่อถึงผู้หญิงคนนั้นกลับมีท่าทีประหม่าและดูเหมือนลังเลที่จะซักถาม
“เอ่อคุณคะ ฉันชื่อโจวหยุนเหอได้ยินว่าคุณมาจากส่านซีเหรอ คุณรู้จัก 01-ZT-273 [1]ไหมคะ? อ้อรหัสของเขาน่าจะเปลี่ยนเป็น 02 ของฐานซีอาน แต่เลขบุคคลยังเหมือนเดิม” น้ำเสียงของโจวหยุนเหอเต็มไปด้วยความคาดหวัง
เสิ่นชิงหลัวรีบปฏิเสธ “ฉันว่าอาจมีความเข้าใจคลาดเคลื่อนแล้วล่ะค่ะ ฉันมาจากส่านซีก็จริงแต่ไม่ได้อยู่ในศูนย์วัดควบคุมดาวเทียมซีอาน ที่นี่เป็นที่แรกเลยที่ฉันมาทำงานในด้านนี้”
แม้จะทำให้อีกฝ่ายต้องผิดหวังกับคำตอบ แต่เธอก็ต้องเอ่ยออกไปตามตรง
“อ่า...” โจวหยุนเหอเงียบไปชั่วขณะ
“ฉัน ฉันขอโทษนะเสี่ยวโจว ฉันไม่น่าให้คนไปตามเธอมาเลย” ซูเยว่รู้สึกผิดเป็นอย่างมากที่เร่งรีบเกินไปจนลืมถามให้ถี่ถ้วนจนทำให้โจวหยุนเหอต้องผิดหวัง
โจวหยุนเหอฝืนยิ้มแล้วกล่าวว่า “ไม่เป็นไรเลยค่ะ สักวันฉันกับเขาจะต้องได้เจอกันอีกครั้ง”
เจ้าหน้าที่ในฐานเกินกว่าครึ่งล้วนเป็นคนโสดที่ยอมอุทิศร่างกายและจิตวิญญาณเพื่อประเทศชาติ แม้จะไม่มีกฎเกณฑ์หรือข้อห้ามที่ตายตัวเกี่ยวกับความสัมพันธ์รักใคร่ระหว่างเจ้าหน้าที่ ทว่ากลับมีการระบุว่าห้ามมีการติดต่อส่วนตัวหรือส่งข้อมูลโดยไม่ได้รายงานต่อหน่วยงานซึ่งนั่นรวมถึงการพบปะกันโดยไม่ได้รับอนุญาตเพื่อป้องกันการรั่วไหลของข้อมูลภารกิจ
‘ความรักในฐานไม่ใช่สิ่งต้องห้าม แต่เป็นสิ่งที่ต้องปิดไว้ให้มิดชิดที่สุด’
การที่เธอซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่เทคนิคและเขาที่เป็นวิศวกรของฐานมีความรักให้กันจึงถือว่าเป็นความสัมพันธ์ที่ละเอียดอ่อนมาก ก่อนเขาจะถูกย้ายไปยังฐานซีอาน ทั้งคู่มักจะได้พบกันที่โรงอาหารและมองเห็นอีกฝ่ายจากที่ไกลๆ ไม่มีใครกล้าพูดคำว่ารักจนกว่าจะยุติบทบาทในฐานะเจ้าหน้าที่ของฐาน ความสัมพันธ์นี้ช่างวาบหวามในอกแต่ก็อึดอัดมากเช่นกัน
ตลอดระยะเวลาเกือบหกปีทั้งคู่แอบพบกันส่วนตัวเพียงสามครั้งเท่านั้น วันสุดท้ายที่หม่าจวินจะจากไป เธอไม่ได้รับแม้แต่คำบอกลา มีเพียงการพยักหน้าให้เล็กน้อยก่อนที่เขาจะขึ้นรถ ส่วนเรื่องการส่งจดหมายในเวลานี้คงเป็นไปไม่ได้เลยเพราะฐานอยู่ในช่วงมีภารกิจสำคัญ แล้วอีกอย่างการติดต่อกันระหว่างเจ้าหน้าที่สองฐานอาจทำให้ถูกเบื้องบนเพ่งเล็ง
ความสัมพันธ์ลับๆ ของคนหนุ่มสาวในฐานนั้นมีให้เห็นตลอดและมีมากเสียด้วย แต่ทุกคนเข้าใจโดยปริยายว่าต้องเก็บให้เงียบที่สุด จึงมีเพียงคนสนิทไม่กี่คนเท่านั้นที่รับรู้
เสิ่นชิงหลัวและคนอื่นไม่รู้จะปลอบใจโจวหยุนเหออย่างไรดี จึงทำได้เพียงชวนเปลี่ยนเรื่องสนทนาเพื่อให้บรรยากาศผ่อนคลายขึ้น ทางโจวหยุนเหอยิ้มรับทุกคนและขอตัวกลับไปยังแถวจ่ายน้ำของหน่วยงานตัวเอง
[1] รหัสบุคลากรในกองทัพและโครงการอวกาศ[รหัสฐาน] – [ตัวอักษรตำแหน่ง] - [รหัสบุคคล] หากเจ้าหน้าที่ถูกย้ายจากฐานหนึ่งไปอีกฐานหนึ่งจะเปลี่ยนเลขหลักแรกและเลขหลักที่ 2 หากมีการเปลี่ยนสายงาน แต่จะคงเลขประจำตัวไว้ และเพราะเป็นโครงการลับของชาติ ในระหว่างการปฏิบัติหน้าที่จะไม่มีการใช้ชื่อแต่จะเป็นรหัสประจำตัวของแต่ละบุคคล