“กานต์แก้ว เย็นนี้ลงทำงานพิเศษไหม” เสียงเพื่อนร่วมงานะโถามขณะที่หญิงสาวกำลังเดินออกจากประตูโรงพยาบาล แต่แทนที่จะตอบ กานต์แก้วกลับเพียงโบกมือให้พร้อมส่งยิ้มหวานๆก่อนรีบเดินกลับเข้าไปด้านใน
“ทำงานค่ะ คนเก่ง”
เธอพึมพำบอกตัวเองเบาๆ มือหยิบแฟ้มคนไข้ขึ้นมาแต่สายตากลับแอบเหลือบไปมองคอมพิวเตอร์ตัวเดิมตรงหน้าเคาน์เตอร์อยู่ตลอดเวลาราวกับกำลังรอใครบางคน อีกฝั่งหนึ่งของประเทศ ในบ้านไม้เก่าๆภายในค่ายทหารเมืองกาญจน์
ต้นไม้เดินลงมาจากอาคารทำงานหลังเลิกเวรแสงเย็นสีส้มตกกระทบไหล่กว้างในชุดเครื่องแบบทหารราบ บุหรี่ถูกคีบไว้ระหว่างนิ้วยาวๆ ขณะยืนพิงต้นไม้ใหญ่หลังอาคาร
“ไปดูบอลร้านหน้าค่ายไหมวะ จิบเบียร์เย็นๆกัน” เสียงเพื่อนทหารเอ่ยชวน ต้นไม้ส่ายหน้าเบาๆ
“กูมีนัด” เพื่อนอีกคนหันมามองทันที
“มึงมีนัดกับใครวะ พึ่งกลับจากต่างประเทศจะมีสาวได้ไง”ชายหนุ่มอมยิ้มบางๆ ก่อนตอบแบบเรียบ ๆ
“กูมีนัดกับคอมพิวเตอร์” สิ้นคำทุกคนหัวเราะลั่น
“อ้าว...มึงเป็หนักแล้ว ไอ้ต้น”
“ช่างกู” เขาหัวเราะเบาๆ ก่อนสูบบุหรี่เฮือกสุดท้าย
“กลับก่อนนะ เดี๋ยวต้องออกกำลังกาย อาทิตย์หน้ากูเข้าป่า”
บ้านพักทหารไม้หลังเก่าเงียบสงบ ต้นไม้เปิดประตูเข้ามาปลดกระดุมเครื่องแบบออกทีละเม็ดอย่างเหนื่อยล้า เมื่อถอดเสื้อออกร่างสูงโปร่งกับกล้ามเนื้อแบบผู้ชายวัยทำงานค่อยๆปรากฏขึ้น คิ้วเข้ม ดวงตาดุ ผิวคล้ำแดด แต่กลับมี ลักยิ้มลึกตรงมุมแก้ม จนทำให้ความเข้มทั้งหมดดูอบอุ่นขึ้นอย่างประหลาดเขาเหลือเพียงกางเกงขาสั้นสีเข้ม เดินเปิดพัดลมก่อนทิ้งตัวลงบนโซฟาเก่าๆ มันคือมุมธรรมดาของผู้ชายธรรมดาคนหนึ่งผู้ชายที่กำลังคิดถึงใครบางคนโดยไม่รู้ตัว
กริ๊งงงง กริ๊งงง กริ๊งงง เสียงโทรศัพท์บ้านดังขึ้น ต้นไม้เอื้อมมือไปรับอย่างใจเย็น
“ฮัลโหลคับ”
“คุณพ่อออออ” เสียงเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆดังออดอ้อนมาตามสาย ชายหนุ่มยิ้มทันที
“ว่าไงคับลูกสาว”
“หนูคิดถึงคุณพ่อจังเลยค่ะ”
“พ่อก็คิดถึงหนู คิดถึงพี่ชาย คิดถึงคุณแม่เหมือนกัน” ปลายสายเล่าเื่โรงเรียน เื่เพื่อน เื่ตุ๊กตาตัวใหม่ไม่หยุดต้นไม้เพียงนั่งฟังเงียบๆ ด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน บางครั้งความสุขของผู้ชายคนหนึ่งก็เป็แค่การได้ฟังเสียงลูก
“หนูจะนอนแล้วนะคะ คุณแม่กับพี่ชายฝากหอมแก้มคุณพ่อด้วย”
“ครับผม” เขาหัวเราะเบาๆ
“พ่อรักทุกคนนะ”
หลังวางสาย บ้านทั้งหลังเงียบลงทันที เงียบในแบบที่ต่างออกไปเพราะเมื่อกี้มีเสียงเด็กอยู่ในหู แล้วเสียงนั้นก็หายไปพร้อมกับเสียงวางสาย ต้นไม้นั่งอยู่กับความเงียบนั้นสักครู่เขาเป็พ่อที่ดี เขารู้ เขาเป็สามีที่ดี เขาพยายาม แต่เขาก็เป็ผู้ชายคนหนึ่งที่อยู่ คนเดียวในบ้านนาน จนบางคืนได้แต่นั่งรอว่าหน้าจอจะสว่างขึ้นเมื่อไหร่เขาหันมองนาฬิกาโดยไม่รู้ตัว เหมือนกำลังรอเวลาอะไรบางอย่าง
อืม...ยังไม่ดึก ทันทีที่คิดแบบนั้น เขาก็เดินเข้าห้องน้ำไปอาบน้ำอย่างรวดเร็วหลังอาบน้ำเสร็จ ชายหนุ่มเดินกลับมาหน้าคอมพิวเตอร์ตัวเก่า เครื่องคอมสีครีมตั้งอยู่มุมห้องด้านข้างมีซีดีเพลงวางกองไว้กับถ้วยกาแฟที่ลืมล้าง เขานั่งลงอย่างไม่รีบร้อน แต่หัวใจกลับไม่ได้นิ่งแบบใบหน้า มือเอื้อมไปกดต่ออินเทอร์เน็ตตี๊ดดดด ครืดดด แกร๊กกกเสียงโมเด็มดังช้าๆ ภายในห้องเงียบ ต้นไม้เผลอนั่งตัวตรงขึ้นนิดหนึ่ง ก่อนรีบเปิด MSNทันที ดวงตาคมมองรายชื่อออนไลน์แต่ชื่อที่กำลังหา ยังไม่ขึ้น Offline ชายหนุ่มหันไปมองนาฬิกา ก่อนหยิบบุหรี่ขึ้นมาสูบ ควันสีขาวค่อยๆลอยคลุ้งในห้อง เขาเดินวนไปมา กลับมามองหน้าจอ แล้วเดินกลับไปอีก ผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมงบุหรี่มวนที่สองก็ตามมา
“เด็กนี่ไปไหนนะ” เขาพึมพำเบาๆ ก่อนจะเดินไปเปิดตู้เย็นหยิบเบียร์กระป๋องแต่ยังไม่ทันเปิด
ติ๊ง...เสียง MSNดังขึ้น ต้นไม้ชะงักทันทีรอยยิ้มบางๆ ค่อยๆปรากฏตรงมุมปากอย่างห้ามไม่ได้ เขารีบเดินกลับมาหน้าจอ ข้อความสั้นๆ ปรากฏขึ้น
“สวัสดีค่ะ” พร้อมอีโมจิยิ้มหวาน แค่นั้นจริงๆแต่กลับทำให้อารมณ์ทั้งหมดของผู้ชายวัยสี่สิบเปลี่ยนไปทันที เขานั่งลงเร็วแทบไม่รู้ตัวก่อนพิมพ์ตอบกลับภายในไม่กี่วินาที
“สวัสดีคับ” บางทีความสุขของคนเหงาสองคนอาจเป็เพียงการได้รอเสียง “ติ๊ง” จากใครอีกคนในทุกคืน
แม้จะยังไม่เคยจับมือ ไม่เคยเห็นหน้าไม่เคยรู้แม้กระทั่งกลิ่นของกันและกัน แต่กลับคิดถึงกันได้มากขนาดนี้ และทั้งคู่ยังไม่รู้เลยว่าวันหนึ่ง คำว่า “รอ” จะไม่ได้มีแค่รอยยิ้มอีกต่อไป