มหาปราชญ์ต่างโลก

    ตอนที่ 57 ผู้ถือครองกายาอสูร

    ในการที่หลินเทียนจะสามารถเข้าร่วมเป็นศิษย์ฝ่ายในได้นั้นตัวของเขานั้นจะต้องมีพลังเวทอย่างน้อย จอมเวทชั้นสูง ขั้นที่ 1 ขึ้นไปถึงจะสามารถเข้าร่วมเป็นศิษย์ฝ่ายในได้และระยะเวลาที่ศิษย์ฝ่ายนอกจะเข้าร่วมเป็นศิษย์ฝ่ายในได้นั้นก็คือ 2 ปี สำหรับหลินเทียนนี้นั้นนับว่าไม่มีปัญหาอะไรเหลือเพียงแต่อีกขั้นเดียวเท่านั้นที่ตัวของเขาก็จะก้าวข้ามไปสู่จอมเวทขั้นสูงแล้วคนที่เขาเป็นห่วงจริงๆในยามนี้นั้นคือเจ้าอ้วนเสียมากกว่าเพราะพลังของมันในยามนี้นั้นถือว่าน้อยนิดนัก ช่วงเวลาที่เหลืออยู่นี้นั้นหลินเทียนจึงช่วยมันฝึกแล้วก็ฝึกไม่เพียงแต่ฝึกห่าวอู๋เท่านั้นหลินเทียนยังช่วยฝึกเจ้าจูหยวนจางอีกด้วย การฝึกสอนเจ้าอ้วนนั้นนับว่าไม่เป็นปัญหาอะไรแต่สำหรับการฝึกเจ้าจูหยวนจางผู้นี้นั้นนับว่ายากเย็นเป็นอย่างมากมัน ไม่ว่าจะอธิบายหลักการและเหตุผลมันผู้นี้ก็เข้าใจได้ยากเย็นเสียเหลือเกินกว่าจะผ่านไปแต่ละขั้นแต่ล่ะตอนต้องใช้ระยะเวลาเป็นอย่างมาก“เจ้าพักผ่อนก่อนเถอะจูหยวนจาง การหักโหมมากจนเกินไปมันก็ไม่ใช่เรื่องที่ดีนัก” หลินเทียนกล่าวกับมันด้วยความเป็นห่วงถึงแม้ว่าคนผู้นี้ไร้ซึ่งพรสวรรค์แต่เขาเชื่อว่าสักวันหนึ่งความสามารถของมันจะต้องฉายแสงเป็นแน่ระดับพลังของจูหยวนจางในตอนนี้นั้นอยู่ที่ จอมเวทขั้นที่ 3 แต่อายุของมันผู้นี้นั้นก็ได้ 20 ปี แล้ว“ฮ่า ฮ่า ศิษย์พี่ใหญ่หลินเทียนต่อให้ท่านตั้งใจฝึกฝนมันเพียงใดคนผู้นี้ก็ไม่มีวันที่จะเก่งกาจขึ้นหรอก” ศิษย์ฝ่ายนอกเป็นจำนวนไม่น้อยหัวเราะออกมาด้วยความขบขันอย่างถึงที่สุดนี่มันอะไรกันอายุของเขาก็ 20 แล้ว แต่พลังของมันนั้นอยู่เพียงจอมเวทขั้นที่ 3 เท่านั้น นี่เขาเรียกว่าเกินเยียวยาแล้ว“ข้าเชื่อว่าความสามารถของมันผู้นี้สักวันนึงจะต้องฉายแสงแน่เมื่อวันนั้นมาถึงไม่ว่าจะเป็นพวกเจ้าหรือจะเป็นข้าก็ต้องรู้สึกตกใจ” หลินเทียนกล่าวออกมาด้วยความมั่นใจ“กร๊ากก ฮ่า ฮ่า ท่านช่างล้อข้าเล่นแล้วมันจะเป็นเช่นนั้นไปได้ยังไงหากมันเก่งกาจดังท่านว่าจริงข้ายอมให้เจ้าจูหยวนจางเป็นท่านปู่ของข้า” ถึงแม้ว่าตัวของหลินเทียนในยามนี้นั้นเป็นถึงพี่ใหญ่ของศิษย์ฝ่ายนอกแต่ไม่ว่าจะอย่างไรก็ไม่มีรุ่นเยาว์คนไหนเชื่อคำพูดของหลินเทียนเป็นอันขาดเจ้าขยะไร้ค่าผู้นี้มันจะกลับกลายเป็นคนที่เก่งกาจไปได้อย่างไรไม่ว่าอย่างไรมันก็ไม่มีทางเชื่อถือเกี่ยวกับเรื่องนี้เป็นอันขาด“นายท่านข้าทำให้ท่านต้องรู้สึกผิดหวังหรือเปล่า” นี่นับว่าเป็นครั้งแรกที่มีคนคาดหวังในตัวมันเองมากมายถึงขนาดนี้เขาผู้นี้นั้นเชื่อมั่นในตัวมันมากเสียยิ่งกว่าที่มันเชื่อมั่นในตัวเองเสียอีก“ฮ่า ฮ่า หากจะให้ข้าพูดตามตรงเจ้าเป็นคนโง่ที่สุดเท่าที่ข้าเคยพบเห็นมาแต่ที่ตัวของเจ้าเป็นเช่นนี้นั้นหาได้เป็นความผิดของเจ้าไม่ แต่นี่มันก็มีสิ่งที่ทดแทนที่ยิ่งใหญ่อยู่” ดูเหมือนว่าหลินเทียนจะพบถึงความผิดปกติอะไรบางอย่างเกี่ยวกับชายผู้นี้แล้ว มันเป็นเรื่องเล่าแต่เพียงในตำนานเท่านั้นตัวของเขานั้นเคยอ่านตำราที่ดูแล้วเก่าแก่โบราณเป็นอย่างมากภายในหอสมุดโรงเรียนจอมเวทแห่งนี้แต่ช่างหน้าผิดหวังเสียเหลือเกินที่ชายผู้นี้นั้นกับไม่ได้รับการดูแลการสั่งสอนที่ดีเท่าที่ควรนับว่าตัวของมันนั้นโชคดีเป็นอย่างมากที่ได้มาพบเจอกับหลินเทียน
    “จูหยวนจางเจ้ามีพรสวรรค์ที่ยิ่งใหญ่แอบแฝงอยู่เจ้าอยากที่จะดูพรสวรรค์ของเจ้าไหมแต่นี่มันอาจจะเสี่ยงตายหน่อยนะเพราะตัวของข้าเองก็ไม่แน่ใจเกี่ยวกับเรื่องนี้นัก” หลินเทียนกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยียบ“นายท่านตัวของข้านั้นไม่มีอะไรจะเสีย หากนี่เป็นโอกาสเดียวที่จะทำให้ข้าค้นพบพรสวรรค์ของข้าเองตัวข้ายินดีที่จะเสี่ยงตายหากเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตข้าตัวข้านั้นจะไม่โกรธเคืองท่านเป็นอันขาดแต่ได้โปรดได้โปรดช่วยดูแลขอบครัวของข้าด้วยหากตัวข้าเกิดเป็นอะไรขึ้นมาจริงๆ” จูหยวนจางกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่ซื่อตรงอย่างถึงที่สุดเพราะชีวิตของมันในยามนี้นั้นไม่มีอะไรจะเสียอีกแล้วหากนี่เป็นหนทางเดียวที่จะค้นพบความแข็งแกร่งตัวของมันนั้นก็ยินดีที่จะเสี่ยง“ดีงั้นเดินตามข้ามาสถานที่แห่งนี้นั้นผู้คนมากจนเกินไป” หลินเทียนพาพวกมันทั้งหมดไปยังสถานที่ที่ไร้ซึ่งผู้คนสีหน้าและแววตาของเด็กหนุ่มในยามนี้นั้นจริงจังเป็นอย่างมากมวลพลังมากมายมหาศาลอัดแน่นอยู่ภายในกายของหลินเทียนพร้อมที่จะแตกปะทุออกมาได้ทุกเมื่อมันคือสุดยอดทักษะที่ร้ายกาจที่สุดของหลินเทียนในยามนี้ มันคือทักษะพิฆาตดารา ขั้นที่ 1 มวลพลังมากมายมหาศาลที่มองดูแล้วชวนหน้าขนรุกอย่างถึงขีดสุดแม้แต่เจ้าอ้วนเองยังรู้สึกตื่นตกใจกลัวมิได้“หลินเทียนนี่เจ้าคิดจะทำอะไร มิใช่เจ้าคิดจะฆ่าคนหรอกหรือ” ห่าวอู๋แน่ใจอย่างถึงที่สุดหากเป็นตัวของมันไปตั้งรับพลังที่สุดแสนจะบ้าขั้นเช่นนี้คงมีสภาพไม่ต่างอะไรไปจากผักแน่ดีไม่ดีอาจจะต้องไปนอนหยอดน้ำข้าวต้มนานนับเดือน ขนาดตัวของมันเองยังตั้งรับไม่ไหวแล้วเจ้าศิษย์รับใช้ผู้นี้มันจะไหวหรือพรึบ พรึบ ตู๊มมมมมมม หลินเทียนไม่ฟังเสียงคัดค้านของเจ้าอ้วน มวลพลังมากมายมหาศาลบดขยี้ร่างขอจูหยวนจางอย่างไร้ปราณีพื้นที่บริเวณโดยรอบถึงกับถูกทุบทำลายจนราบสิ้น ห่าวอู๋ถึงกับหายใจหอบถี่ด้วยความไม่อยากจะเชื่อมันไม่อยากจะคิดเลยว่าหลินเทียนจะกล้าลงมืออย่างโหดเหี้ยมกับศิษย์ผู้ไร้ซึ่งพรสวรรค์ผู้นึงหากสังเกตุไปที่ใบหน้าของหลินเทียนในยามนี้นั้นเสียหน้าและแววตาถึงกับเหนื่อยอ่อนอย่างเห็นได้ชัดแสดงว่าพลังที่ตัวของมันซัดออกไปเมื่อครู่ไม่มีกักแม้แต่เพียงเศษเสี้ยว“จูหยวนจาง เจ้ายังอยู่ดีรึไม่” ท่ามกลางหมอกควันที่แน่นหนาหลินเทียนกล่าวถามชายตรงหน้าที่ตนเองทำร้ายมันไปเมื่อครู่“เจ้าบ้าหลินเทียนนี่เจ้าทำอะไรของเจ้ากัน ถึงแม้ว่ามันจะเป็นศิษย์รับใช้แต่เจ้าก็ไม่ต้องทำตัวเหี้ยมโหดกับมันถึงเพียงนี้ยังมีหน้าไปถามมันอีกว่ายังอยู่ดีไหม เจ้าซัดมันไปเสียเต็มแรงขนาดนั้นป่านนี้มันคงกลับกลายเป็นเศษเนื้อไปแล้ว” เจ้าอ้วนดุด่าหลินเทียนราวกับว่ามันเป็นเด็กทารก สหายของตนผู้นี้มันเสียสติไปแล้วจริงๆ“ข้าน้อยไม่เป็นไรขอรับเพียงแค่เสื้อผ้าของข้าน้อยขาดจนเป็นชิ้นๆเท่านั้น” มีเสียงนึงดังออกมาจากหมอกควันที่แน่นหนา มันเป็นเสียงของเจ้าจูหยวนจางนั่นเอง“เฮือก..นี่เจ้ายังไม่ตายอีกรึ เจ้าเป็นตัวอะไรกันแน่ฟร่ะ เจอเจ้าหลินเทียนทุบตีไปขนาดนั้นกับไม่เป็นไร ข้าคิดว่าเจ้าจะกลายเป็นเศษเนื้อไปแล้วเสียอีก” เจ้าอ้วนกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่ไม่อยากจะเชื่อว่าชายตรงหน้าของตนนี้นั้นมันจะมีชีวิตอยู่จริงๆพลังทำลายล้างเมื่อครู่นี้นั้นไม่เบาเลยหากเปลี่ยนเป็นตัวมันเองคงได้นอนเป็นผักแน่ไม่ว่าจะอย่างไรร่างกายของเจ้าจูหยวนจางผู้นี้นั้นมันก็ไม่ปกติแล้ว“เป็นดั่งที่ข้าคิดไว้จริงๆ เจ้าคือผู้ถือครองกายาอสูร” ผู้ที่ถือครองกายาอสูรนั้นร่างกายของพวกมันมีความแข็งแกร่งไม่ต่างอะไรไปจากสัตว์อสูรเลยอาวุธทุกชนิดแทบที่จะทำร้ายพวกมันไม่ได้ หลินเทียนไม่คาดคิดมาก่อนว่าจะได้มาพบเจอกับผู้ถือครองกายาอสูรตัวเป็นๆเช่นนี้นับว่าเป็นภาพที่หน้าตื่นตาตื่นใจไม่น้อย 

    คล้ายกับเรื่องมหาปราชญ์ต่างโลก ที่คุณอ่าน