[จบ]เซียนทะลุมิติมาบริหารฟิตเนส

    70 วิบวิบ

    [  แจ้งเตือน ท่านเลเวลอัพ ]


    แก่นมานาใจกลางหน้าอกปลดปล่อยพลังงานไปทั่วร่าง เฉินห่าวที่ย่อยสลายพลังงานด้วยวรยุทธ์วัชระคงกระพันค่อยๆลืมตาตื่น ผ่านมาแล้ว 1 เดือนนับตั้งแต่สงครามจบลง เขายังคงดูดซับผลึกมานาต่อไปเรื่อยๆจนเลเวลเพิ่มขึ้นมาเป็น 70 อีก 10 เลเวลเขาก็จะได้สกิลอาชีพอีกครั้ง


    “ อ้าวตื่นแล้วเหรอ ”


    “ ป๊ะป๋าทำใยเหยอ ”  เป่าเป้ยมองป๊ะป๋าด้วยใบหน้าสงสัย เธอตื่นขึ้นมานานแล้วเห็นว่าป๊ะป๋ากำลังนั่งสมาธิจึงนั่งมอง


    “ พ่อดูดซับพลังจากผลึกมานาครับ ”


    “ ดูดซับทำไมเหยอ ”


    “ เพื่ออัพเลเวลของป๊ะป๋าไง ”


    “ อัพเวลเพื่ออาใยเหยอ ” เด็กสาวเอียงหัวเล็กน้อย เธอไม่เข้าใจสิ่งที่พ่อเอ่ย


    “ เพื่อให้ป๊ะป๋าเก่งขึ้นไง ยิ่งเลเวลเพิ่มขึ้นป๊ะป๋าก็ยิ่งแข็งแกร่งขึ้น ดูกล้ามป๊ะป๋าสิ ดึ๋งดึ๋ง ”


    เฉินห่าวเบ่งกล้ามแขนให้ลูกสาวดู เธอชอบใจไม่น้อยกับท่าทางของป๊ะป๋าจนหัวเราะเบาๆ


    “ มังกรย้อยยังไม่กลับมาเหยอ ”


    “ ยังไม่กลับมาเลยครับ คิดถึงมังกรน้อยเหรอ ”


    เป่าเป้ยพยักหน้าหงึกหงัก เกือบจะครึ่งเดือนแล้วที่มังกรหายไป มันไม่ส่งข่าวติดต่อกลับมาเลยรู้เพียงแค่ว่ายังมีชีวิตอยู่


    เฉินห่าวเห็นว่าลูกสาวตื่นเช้าแล้วจึงพาไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าจากนั้นจึงพาเดินทางลงไปยังชั้นหนึ่งเพื่อต้อนรับลูกค้าเหมือนทุกๆวัน


    ตามกำหนดการณ์ผู้คนภายในร้านของเขาจะต้องลดลงและหายไป มันเป็นไปตามกลไกการออกกำลังกาย


    ผู้ที่ไม่ได้สมัครคอร์สจะใช้เวลาราว 1 เดือนในการออกกำลังกายที่นี่  ส่วนผู้ที่มีเงินมากพอจะซื้อโปรตีนก็ออกจากร้านไปได้ครึ่งเดือนแล้ว


    คนที่อยู่ในร้านตอนนี้จึงเป็นลูกค้าที่ไม่ได้เข้ามาเป็นสมาชิกอาทิตย์แรกหลังจากสงครามจบเลย อีกส่วนหนึ่งเป็นคนที่ไม่ได้แวะเวียนมาทุกวันทำให้พวกเขาแวะมาเก็บให้ครบ 100 ชั่วโมง


    ในส่วนของตระกูลใหญ่ทั้ง 3 พวกเขาออกไปเมื่อวาน แม้จะเข้ามาใช้งานช้ากว่าฮันเตอร์ก็ตาม พวกเขาซื้อโปรตีนเสริมกันทุกคนทำให้ใช้เวลาเพียงครึ่งเดือนเท่านั้น


    อุปกรณ์เลเวล 2 ที่ติดตั้งไว้ชั้น 2 ข้างๆห้องของตระกูลใหญ่ยังไม่มีใครเข้าไปใช้งาน


    สาเหตุที่เฉินห่าวไม่เปิดให้ใครเข้าไปเลยนอกจากเจ้าหน้าที่หยาง เป็นเพราะว่าเขาจะใช้มันดึงลูกค้าให้กลับมาอีกครั้ง


    ต่อให้เขาจะเปิดให้ขึ้นไปบนชั้นสองเพื่อเล่นอุปกรณ์เลเวล 2 ตอนนี้คงไม่มีใครสนใจเท่าไหร่ เนื่องจากว่าพลังงานทางตอนใต้เขต X กำลังดึงความสนใจของฮันเตอร์ทุกๆคน


    หากไม่มีมันร้านของเขาคงไม่มีฮันเตอร์กลับมาเก็บชั่วโมงออกกำลังกายให้ครบ 100 แน่นอน 


    ถึงอย่างนั้นสมาชิกใหม่ก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ หลังจากมีคนนำทักษะที่ถูกปรับแต่งไปล่า ฮันเตอร์อิสระล้วนแล้วซื้อทักษะจากตลาด เมื่อเห็นว่ามีทักษะเดียวกันแสดงพลังเหนื่อกว่า ร้านของเขาจึงถูกพูดถึงแล้วมีคนแห่เข้ามาเรื่อยๆ ซึ่งเขายังคงขายคอร์สอื่นๆให้เช่นเดิมจนทำให้มีลูกค้าเข้ามาไม่ขาดสาย


    “ ป๊ะป๋า เลเวลคือใยเหยอ ”


    หลังจากเห็นป๊ะป๋านั่งเงียบๆเพราะไม่มีใครเดินผ่าน เป่าเป้ยน้อยที่กำลังสงสัยเกี่ยวกับเลเวลจึงสอบถามป๊ะป๋า


    “ เลเวลมันก็คือสิ่งที่ทำให้ป๊ะป๋าแข็งแกร่งไง ลุงอ้ายเสินก็มีเลเวลเหมือนกัน ทุกคนในร้านก็มีเลเวล พวกเราทุกคนก็เลยแข็งแกร่ง ”


    “ หยูอยากมีเลเยลบ้าง ”


    “ เป่าเป้ยก็มีเลเวลเหมือนกัน ตั้งเลเวล 1 เลยนะ ”


    เด็กสาวตัวน้อยทำตาเป็นประกายเมื่อรู้ว่าตัวเองก็มีเลเวลเหมือนกัน 


    “  ป๊ะป๋าเลเยลเท่าใยเหยอ ”


    “ ป๊ะป๋าเลเวล 70 ส่วนเป่าเป้ยเลเวล 1 ถ้าเป่าเป้ยโตอีกนิดก็จะมีเลเวลเหมือนป๊ะป๋ายังไงล่ะ ”


    “ หยูจาเก่งเหมือนป๊ะป๋าแย้ว ”


    เด็กสาวตบมือแปะๆด้วยท่าทางพอใจ แล้วถามต่อ


    “ ดูเลเยลยังไงเหยอ ”


    “ ลองพูดคำว่าสถานะจงเปิด ”


    “ ถานะเปิด ”


    เด็กสาวทำตาโตเมื่อเห็นกรอบสี่เหลี่ยมด้านหน้าของตนเอง เฉินห่าวเห็นว่าลูกสาวเปิดหน้าต่างสถานะแล้วจึงขอดูบ้าง ถ้าหากเจ้าของไม่ให้ดูเขาก็จะดูไม่ได้


    “ ไหนๆ ให้ป๊ะป๋าดูหน่อย ”


    “ ม่ายให้ดู ”


    “ ทำไมล่ะ ถ้าให้ป๊ะป๋าดูป๊ะป๋าจะสอนอัพค่าสถานะให้แข็งแกร่งขึ้นไปอีกนะ ”


    “ จารอให้มังกรย้อยสอน ”


    “ โอเคก็ได้ ไว้ให้มังกรบอกก็แล้วกันนะ ”


    หงึกหงึก


    เฉินห่าวลูบหัวลูกสาวอย่างเอ็นดู แต่เหมือนว่าเด็กสาวจะมีความสงสัยเหลืออยู่


    “ ป๊ะป๋าบู้มบู้มยังไงเหรอ ”


    “ หมายถึงอัพเลเวลเหรอ ” 


    หงึกหงึก


    “ อ๋อ..ป๊ะป๋าดูดซับผลึกมานามอนสเตอร์เข้าไปไง เป่าเป้ยอยากลองดูไหม ”


    เด็กสาวพยักหน้ารัวๆด้วยความตื่นเต้น เฉินห่าวจึงนำผลึกมานาเลเวล 1 ออกมาให้ลูกสาวดู มันเป็นผลึกเล็กๆมีขนาดไม่ต่างจากเม็ดถั่ว 


    เป่าเป้ยรู้ว่าจะต้องกลืนจึงตัดสินใจกลืนมันลงท้องเหมือนแตงโม ทันใดนั้นเธอก็พบว่ามีความร้อนบริเวณท้อง


    “ ท้องอุ่นอุ่น ”


    “ ใช่ ท้องมันจะอุ่นๆจากนั้นร่างกายก็จะอุ่นๆ ”


    “ รอนานไหม ”


    “ ไม่นานครับ รอสัก 5 นาทีมันก็จะหายไปแล้ว ”


    เด็กสาวใช้สองมือจับไปยังพุงป่องๆของตนเอง จนกระทั่งผ่านไป 5 นาทีความอุ่นก็หายไป


    “ หายแย้วล่ะ ”


    “ หายไปแล้วเหรอ แสดงว่าลูกดูดซับได้หมดแล้ว ”


    “ ขออีก ”


    เฉินห่าวนำผลึกมานามาให้ลูกสาวอีกก้อน มันไม่อันตรายต่อเด็กสองขวบ หากปลดล็อกเลเวลแล้วสามารถกินผลึกมานาเข้าไปได้เลย


    เขาเห็นลูกสาวชอบก็เลยปล่อยให้กินเล่นแทนขนมหวาน แต่เมื่อนึกขึ้นได้ว่าลูกสาวอาจจะติดมัน เขาจึงเปลี่ยนวิธีใหม่


    “ เป่าเป้ยจ๊ะ ป๊ะป๋ามีวิธีทำให้ท้องไม่อุ่นด้วยนะ ”


    เด็กน้อยกระพริบตาปริบๆ จากนั้นก็ฟังที่พ่อจะแสดงให้ดู


    “ ดูมือของพ่อนะ ”


    เฉินห่าววางผลึกมานาเลเวล 50 ที่ไม่ได้ใช้เอาไว้บนมือ จากนั้นเขาก็ส่งมานาเข้าไปในผลึกจนทำให้เกิดแสงสีฟ้าระยิบระยับ


    เด็กสาวตาเป็นประกายเมื่อเห็นแสงวิบวับบนฝ่ามือของผู้เป็นพ่อ ทันใดนั้นกลุ่มแสงก็หายเข้าไปในฝ่ามือวิ่งไปตามแขนกระจายไปทั่วแขนขา เพียงพริบตาแสงก็วิ่งกระจายไปทั่วร่างทำให้เรืองแสงวูบหนึ่งก่อนที่แสงจะหายไป


    “ ทำไงเหยอคะ ฉอนหยูหย่อย ”


    เฉินห่าวเห็นท่าทางสนใจของลูกสาวจึงแอบกระซิบข้างหูเบาๆบอกให้ลูกสาวตัวน้อยหลับตา


    แม้เขาจะไม่เคยรับลูกศิษย์ที่มีอายุ 3 ขวบมาก่อน ศิษย์ในสำนักของเขามีลูกเยอะแยะดังนั้นจึงได้ตั้งชื่อและสอนบางคนจึงคิดว่าการสอนลูกสาวไม่น่าจะเป็นเรื่องยาก นอกจากนั้นแล้วยังมีโอกาสได้ตรวจสอบพรสวรรค์ของลูกสาวตัวน้อยนี้อีก


    หากเธอทำไม่ได้เขาเพียงแค่ใช้สกิลปรับแก้ข้อผิดพลาดช่วยเหลือก็สามารถดูดซับผลึกมานาผ่านฝ่ามือได้แล้ว


    ฮึบ!


    เป่าเป้ยส่งเสียงเบาๆหลังจากหลับตาแล้วขมวดคิ้วทำตามที่คุณพ่อบอก เธอกลับไม่เข้าใจว่าอะไรคือสมาธิอะไรคือจิตจึงทำได้เพียงส่งเสียงฮึบฮึบเป็นช่วงๆ


    เฉินห่าวรู้ว่าลูกสาวไม่เข้าใจจึงวางฝ่ามือไปบนแผ่นหลังแล้วส่งมานาเข้าสู่แก่นมานาของเธอ จากนั้นจึงบอกให้สัมผัสมันดู


    “ ตอนนี้อยู่หัวไหล่แล้ว เจอยัง ”


    “ ยางม่ายเจอ ”


    “ ตรงแขนล่ะ ”


    “ เจอแย้ว ”


    เฉินห่าวค่อยๆโคจรมานาไปเรื่อยๆเพื่อนำทาง เด็กน้อยที่ได้รับการชี้นำค่อยๆตอบคำถามเป็นช่วงๆ บางครั้งก็หัวเราะออกมาเบาๆเพราะเธอรู้สึกจั๊กจี้


    “ ไหนลองดึงมานาออกมาจากแก่นพลังหน่อย ”


    “ ไหนนะ ”


    “ อ๋อ งั้นลองดึงแสงวิบๆออกมาจากก้อนหินวับๆหน่อย ”


    “ คุณแสงวิบวิบ ” เฉินห่าวมองดูลูกสาวทุกฝีก้าว เธอไม่รู้จักมานาเขาจึงบอกให้ลองจับไปที่แสงวิบวับภายในแก่นมานาที่เหมือนก้อนหินส่องแสงวับๆ


    เมื่อมือน้อยๆจากจิตที่สร้างขึ้นมาโดยไม่รู้ตัวสัมผัสไปยังมานาวิบวิบ เฉินห่าวจึงบอกให้เธอจูงมือแสงไปตามเส้นทางที่เขาบอก


    เด็กสาวที่รู้สึกเหมือนตัวเองเล็กลงแล้วเข้าไปอยู่ในอุโมงค์แสงสว่างรีบจับแขนแสงวิบวิบที่ดึงออกมาจากก้อนหินวับวับไล่ตามร่างของคุณพ่อไป


    เฉินห่าวเห็นว่าลูกสาวชักนำมานาเป็นแล้วรีบใช้สกิลปรับแก้ข้อผิดพลาดช่วยเหลือเพื่อไม่ต้องเริ่มต้นใหม่ ทุกเส้นทางที่เธอโคจรมานาผ่านจะถูกจดจำได้ไม่มีวันลืม จนกระทั่งสามารถโคจรครบ 1 รอบเขาจึงปล่อยให้ลูกสาวลองมันด้วยตัวเอง


    “ เอาล่ะลองดูดซับจากผลึกมานาดูหน่อยเร็ว ”


    “ คุณแสงวิบวิบ ”

       

    มือน้อยๆกุมผลึกมานาเอาไว้แน่นแล้วชักนำแสงวิบวิบจากก้อนหินวับวับเข้าไปคลุมผลึกมานา จากนั้นจึงดึงแสงวิบวิบจากมือเข้าไปในร่างกายแล้วพามันวิ่งไปตามอุโมงค์ที่คุณพ่อบอกจนกระทั่งมานาโคจรครบ 1 รอบเด็กน้อยจึงลืมตา


    “ เก่งมาก ”


    เฉินห่าวชมลูกสาวจนเธอตบมือเปาะแปะภูมิใจกับตนเอง เขาจึงยื่นผลึกมานาให้อีกก้อน เป่าเป้ยจึงดูดซับมันอีกครั้งโดยไม่หลับตาเพราะเธออยากเห็นแสงวิบวับ เพียงพริบตาที่แสงส่องออกมาจากร่างเธอก็ทำหน้าตื่นเต้นดีใจเพราะตนเองเปล่งแสงได้


    “ วู้!  เก่งมากๆเลย ลูกใครเนี่ย ”


    “ ลูกป๊ะป๋า ”


    “ ใช่แล้ว ลูกป๊ะป๋าเฉินห่าวคนนี้ไง ”


    เฉินห่าวอุ้มลูกสาวขึ้นมาหอมแก้มก่อนจะพาออกไปยืนเล่นหน้าร้าน


    “ ป๊ะป๋าหมาย้อย ”


    หมาตัวสีน้ำตาลยังคงแวะเวียนอยู่หน้าร้านเช่นเดิม ตลอดเดือนที่ผ่านมาเป่าเป้ยจะเห็นมันฉี่ใส่ล้อรถเป็นประจำ รถทุกคนที่จอดอยู่หน้าร้านล้วนแล้วตกเป็นเป้าหมายของมันทั้งหมด เธอจึงตะโกนไล่มันไปให้พ้นทาง


    “ ป๊ะป๋ามังกรย้อย ”


    “ ไหน! ” เฉินห่าวรีบมองตามมือของลูกสาวที่กำลังชี้ขึ้นไปบนอากาศ ทันใดนั้นเขาก็เห็นร่างเล็กๆกำลังบินมาด้วยความไว มันไม่ได้กลายร่างให้ใครตกใจ เมื่อเห็นว่ามังกรกลับบ้านถูกแล้วเขาจึงเตรียมจะด่ามัน


    ทว่ามังกรกลับทิ้งตัวลงมานอนนิ่งด้านหน้าของเขาด้วยท่าทางอ่อนล้า เป่าเป้ยน้อยจึงขอเข้าไปดู


    “ มังกรย้อยป่วยเหยอ ป๊ะป๋าช่วยเย็ว ”


    เฉินห่าวมองไปที่มังกรก่อนจะใช้นิ้วแตะไปที่ตัวของมันเพื่อตรวจสอบ เมื่อเห็นว่ามันแค่เหนื่อยเขาจึงค่อยๆก้มหน้ากระซิบมัน


    “ แกคิดว่าลูกสาวฉันจะช่วยแกได้เหรอ ฝันไปเถอะ ”


    เฟยหลงที่พึ่งกลับมาอ้าปากแลบลิ้นทำราวกับว่ามันกำลังจะตาย เฉินห่าวจึงบอกให้เป่าเป้ยอุ้มเข้าไปในบ้าน เขาจะปล่อยให้เธอเล่นกับมันจนพอใจแล้วค่อยถามว่าหายหัวไปที่ไหนมา


    ในระหว่างที่เขากำลังจะเดินตามเป่าเป้ยเข้าไปในร้าน เฉินห่าวพบว่าเจ้าหน้าที่หยางที่หายตัวไปนานกลับมาแล้ว สภาพของเขาดูผอมลงอย่างเห็นได้ชัด ผิวหนังดูซีดจางกว่าเดิมมาก เขาจึงยืนรอฟังอีกฝ่ายว่าไปเจออะไรมา


    “ ไปทำอะไรมาเหรอพี่ ทำไมดูผอมจัง ”


    “ เรื่องมันยาว เข้าไปข้างในก่อนเถอะ ว่าแต่นายไม่คิดจะจ้างคนมาดูแลร้านหน่อยเหรอ วันที่ฉันมาหานายเห็นคนมาด้อมๆมองๆ วันนี้ที่กลับมาก็ยังเห็นอยู่ ”


    “ อ๋อพวกนั้นเหรอ พี่ไม่ต้องใส่ใจหรอก มันกำลังหาจังหวะลงมืออยู่ ผมวางแผนว่าจะจัดการพวกมันเช่นกัน ตอนนี้พร้อมแล้ว ว่าแต่พี่เถอะ สภาพอย่างกับคนติดเกาะ ”


    “ ไม่ต่างจากติดเกาะเลย ”


    เจ้าหน้าที่หยางเดินตามเฉินห่าวเข้ามาในร้าน สถานที่รับแขกยังเป็นโซฟาสีแดงเหมือนเดิม ส่วนเขากลับได้นั่งเก้าอี้เหล็กไม่ใช่โซฟาแดง 


    “ เอานี่พี่ ผมมีแค่น้ำเย็น ”


    “ ก็ยังดี ” หนึ่งในสิ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนไปเลยคือความขี้งก เจ้าหน้าที่หยางกลับไม่ใส่ใจ


    “ แล้วตกลงพี่ไปตรวจสอบพลังอะไรทำไมถึงหายไปนานแบบนั้นกัน ”


    “ นายปิดเสียงแล้วใช่ไหม ”


    “ ปิดแล้ว ”


    “ งั้นฉันจะเล่าให้ฟังก็แล้วกัน หลังจากที่ฉันเพิ่มค่าสถานะอีก 10 หน่วยฉันก็ได้เดินทางไปพร้อมกับสมาชิกทีมอีก 3 คนมุ่งหน้าไปยังตอนใต้เพื่อสำรวจจุดที่มีพลังงานผันผวน ตำแหน่งนั้นมีฮันเตอร์ของตระกูลใหญ่เข้าสำรวจเช่นกัน แต่ก็ไม่มากมีเพียงตระกูลละ 10 เท่านั้น ส่วนฮันเตอร์อิสระก็มี เพียงแต่พวกเขาไม่กล้าเข้าไปลึกเพราะกลัวตาย ”


    เฉินห่าวพยักหน้ารับฟังพลางชำเลืองมองดูมังกรที่กำลังถูกปั๊มหัวใจและฉีดยา


    “ ฉันกับทีมตัดสินใจเข้าไปในพื้นที่แห่งนั้นกันสามคนแล้วบังเอิญไปเจอพื้นที่ประหลาดเข้าให้ ”



    คล้ายกับเรื่อง[จบ]เซียนทะลุมิติมาบริหารฟิตเนส ที่คุณอ่าน