[ แจ้งเตือน ท่านเลเวลอัพ ]
แก่นมานาใจกลางหน้าอกปลดปล่อยพลังงานไปทั่วร่าง เฉินห่าวที่ย่อยสลายพลังงานด้วยวรยุทธ์วัชระคงกระพันค่อยๆลืมตาตื่น ผ่านมาแล้ว 1 เดือนนับตั้งแต่สงครามจบลง เขายังคงดูดซับผลึกมานาต่อไปเรื่อยๆจนเลเวลเพิ่มขึ้นมาเป็น 70 อีก 10 เลเวลเขาก็จะได้สกิลอาชีพอีกครั้ง
“ อ้าวตื่นแล้วเหรอ ”
“ ป๊ะป๋าทำใยเหยอ ” เป่าเป้ยมองป๊ะป๋าด้วยใบหน้าสงสัย เธอตื่นขึ้นมานานแล้วเห็นว่าป๊ะป๋ากำลังนั่งสมาธิจึงนั่งมอง
“ พ่อดูดซับพลังจากผลึกมานาครับ ”
“ ดูดซับทำไมเหยอ ”
“ เพื่ออัพเลเวลของป๊ะป๋าไง ”
“ อัพเวลเพื่ออาใยเหยอ ” เด็กสาวเอียงหัวเล็กน้อย เธอไม่เข้าใจสิ่งที่พ่อเอ่ย
“ เพื่อให้ป๊ะป๋าเก่งขึ้นไง ยิ่งเลเวลเพิ่มขึ้นป๊ะป๋าก็ยิ่งแข็งแกร่งขึ้น ดูกล้ามป๊ะป๋าสิ ดึ๋งดึ๋ง ”
เฉินห่าวเบ่งกล้ามแขนให้ลูกสาวดู เธอชอบใจไม่น้อยกับท่าทางของป๊ะป๋าจนหัวเราะเบาๆ
“ มังกรย้อยยังไม่กลับมาเหยอ ”
“ ยังไม่กลับมาเลยครับ คิดถึงมังกรน้อยเหรอ ”
เป่าเป้ยพยักหน้าหงึกหงัก เกือบจะครึ่งเดือนแล้วที่มังกรหายไป มันไม่ส่งข่าวติดต่อกลับมาเลยรู้เพียงแค่ว่ายังมีชีวิตอยู่
เฉินห่าวเห็นว่าลูกสาวตื่นเช้าแล้วจึงพาไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าจากนั้นจึงพาเดินทางลงไปยังชั้นหนึ่งเพื่อต้อนรับลูกค้าเหมือนทุกๆวัน
ตามกำหนดการณ์ผู้คนภายในร้านของเขาจะต้องลดลงและหายไป มันเป็นไปตามกลไกการออกกำลังกาย
ผู้ที่ไม่ได้สมัครคอร์สจะใช้เวลาราว 1 เดือนในการออกกำลังกายที่นี่ ส่วนผู้ที่มีเงินมากพอจะซื้อโปรตีนก็ออกจากร้านไปได้ครึ่งเดือนแล้ว
คนที่อยู่ในร้านตอนนี้จึงเป็นลูกค้าที่ไม่ได้เข้ามาเป็นสมาชิกอาทิตย์แรกหลังจากสงครามจบเลย อีกส่วนหนึ่งเป็นคนที่ไม่ได้แวะเวียนมาทุกวันทำให้พวกเขาแวะมาเก็บให้ครบ 100 ชั่วโมง
ในส่วนของตระกูลใหญ่ทั้ง 3 พวกเขาออกไปเมื่อวาน แม้จะเข้ามาใช้งานช้ากว่าฮันเตอร์ก็ตาม พวกเขาซื้อโปรตีนเสริมกันทุกคนทำให้ใช้เวลาเพียงครึ่งเดือนเท่านั้น
อุปกรณ์เลเวล 2 ที่ติดตั้งไว้ชั้น 2 ข้างๆห้องของตระกูลใหญ่ยังไม่มีใครเข้าไปใช้งาน
สาเหตุที่เฉินห่าวไม่เปิดให้ใครเข้าไปเลยนอกจากเจ้าหน้าที่หยาง เป็นเพราะว่าเขาจะใช้มันดึงลูกค้าให้กลับมาอีกครั้ง
ต่อให้เขาจะเปิดให้ขึ้นไปบนชั้นสองเพื่อเล่นอุปกรณ์เลเวล 2 ตอนนี้คงไม่มีใครสนใจเท่าไหร่ เนื่องจากว่าพลังงานทางตอนใต้เขต X กำลังดึงความสนใจของฮันเตอร์ทุกๆคน
หากไม่มีมันร้านของเขาคงไม่มีฮันเตอร์กลับมาเก็บชั่วโมงออกกำลังกายให้ครบ 100 แน่นอน
ถึงอย่างนั้นสมาชิกใหม่ก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ หลังจากมีคนนำทักษะที่ถูกปรับแต่งไปล่า ฮันเตอร์อิสระล้วนแล้วซื้อทักษะจากตลาด เมื่อเห็นว่ามีทักษะเดียวกันแสดงพลังเหนื่อกว่า ร้านของเขาจึงถูกพูดถึงแล้วมีคนแห่เข้ามาเรื่อยๆ ซึ่งเขายังคงขายคอร์สอื่นๆให้เช่นเดิมจนทำให้มีลูกค้าเข้ามาไม่ขาดสาย
“ ป๊ะป๋า เลเวลคือใยเหยอ ”
หลังจากเห็นป๊ะป๋านั่งเงียบๆเพราะไม่มีใครเดินผ่าน เป่าเป้ยน้อยที่กำลังสงสัยเกี่ยวกับเลเวลจึงสอบถามป๊ะป๋า
“ เลเวลมันก็คือสิ่งที่ทำให้ป๊ะป๋าแข็งแกร่งไง ลุงอ้ายเสินก็มีเลเวลเหมือนกัน ทุกคนในร้านก็มีเลเวล พวกเราทุกคนก็เลยแข็งแกร่ง ”
“ หยูอยากมีเลเยลบ้าง ”
“ เป่าเป้ยก็มีเลเวลเหมือนกัน ตั้งเลเวล 1 เลยนะ ”
เด็กสาวตัวน้อยทำตาเป็นประกายเมื่อรู้ว่าตัวเองก็มีเลเวลเหมือนกัน
“ ป๊ะป๋าเลเยลเท่าใยเหยอ ”
“ ป๊ะป๋าเลเวล 70 ส่วนเป่าเป้ยเลเวล 1 ถ้าเป่าเป้ยโตอีกนิดก็จะมีเลเวลเหมือนป๊ะป๋ายังไงล่ะ ”
“ หยูจาเก่งเหมือนป๊ะป๋าแย้ว ”
เด็กสาวตบมือแปะๆด้วยท่าทางพอใจ แล้วถามต่อ
“ ดูเลเยลยังไงเหยอ ”
“ ลองพูดคำว่าสถานะจงเปิด ”
“ ถานะเปิด ”
เด็กสาวทำตาโตเมื่อเห็นกรอบสี่เหลี่ยมด้านหน้าของตนเอง เฉินห่าวเห็นว่าลูกสาวเปิดหน้าต่างสถานะแล้วจึงขอดูบ้าง ถ้าหากเจ้าของไม่ให้ดูเขาก็จะดูไม่ได้
“ ไหนๆ ให้ป๊ะป๋าดูหน่อย ”
“ ม่ายให้ดู ”
“ ทำไมล่ะ ถ้าให้ป๊ะป๋าดูป๊ะป๋าจะสอนอัพค่าสถานะให้แข็งแกร่งขึ้นไปอีกนะ ”
“ จารอให้มังกรย้อยสอน ”
“ โอเคก็ได้ ไว้ให้มังกรบอกก็แล้วกันนะ ”
หงึกหงึก
เฉินห่าวลูบหัวลูกสาวอย่างเอ็นดู แต่เหมือนว่าเด็กสาวจะมีความสงสัยเหลืออยู่
“ ป๊ะป๋าบู้มบู้มยังไงเหรอ ”
“ หมายถึงอัพเลเวลเหรอ ”
หงึกหงึก
“ อ๋อ..ป๊ะป๋าดูดซับผลึกมานามอนสเตอร์เข้าไปไง เป่าเป้ยอยากลองดูไหม ”
เด็กสาวพยักหน้ารัวๆด้วยความตื่นเต้น เฉินห่าวจึงนำผลึกมานาเลเวล 1 ออกมาให้ลูกสาวดู มันเป็นผลึกเล็กๆมีขนาดไม่ต่างจากเม็ดถั่ว
เป่าเป้ยรู้ว่าจะต้องกลืนจึงตัดสินใจกลืนมันลงท้องเหมือนแตงโม ทันใดนั้นเธอก็พบว่ามีความร้อนบริเวณท้อง
“ ท้องอุ่นอุ่น ”
“ ใช่ ท้องมันจะอุ่นๆจากนั้นร่างกายก็จะอุ่นๆ ”
“ รอนานไหม ”
“ ไม่นานครับ รอสัก 5 นาทีมันก็จะหายไปแล้ว ”
เด็กสาวใช้สองมือจับไปยังพุงป่องๆของตนเอง จนกระทั่งผ่านไป 5 นาทีความอุ่นก็หายไป
“ หายแย้วล่ะ ”
“ หายไปแล้วเหรอ แสดงว่าลูกดูดซับได้หมดแล้ว ”
“ ขออีก ”
เฉินห่าวนำผลึกมานามาให้ลูกสาวอีกก้อน มันไม่อันตรายต่อเด็กสองขวบ หากปลดล็อกเลเวลแล้วสามารถกินผลึกมานาเข้าไปได้เลย
เขาเห็นลูกสาวชอบก็เลยปล่อยให้กินเล่นแทนขนมหวาน แต่เมื่อนึกขึ้นได้ว่าลูกสาวอาจจะติดมัน เขาจึงเปลี่ยนวิธีใหม่
“ เป่าเป้ยจ๊ะ ป๊ะป๋ามีวิธีทำให้ท้องไม่อุ่นด้วยนะ ”
เด็กน้อยกระพริบตาปริบๆ จากนั้นก็ฟังที่พ่อจะแสดงให้ดู
“ ดูมือของพ่อนะ ”
เฉินห่าววางผลึกมานาเลเวล 50 ที่ไม่ได้ใช้เอาไว้บนมือ จากนั้นเขาก็ส่งมานาเข้าไปในผลึกจนทำให้เกิดแสงสีฟ้าระยิบระยับ
เด็กสาวตาเป็นประกายเมื่อเห็นแสงวิบวับบนฝ่ามือของผู้เป็นพ่อ ทันใดนั้นกลุ่มแสงก็หายเข้าไปในฝ่ามือวิ่งไปตามแขนกระจายไปทั่วแขนขา เพียงพริบตาแสงก็วิ่งกระจายไปทั่วร่างทำให้เรืองแสงวูบหนึ่งก่อนที่แสงจะหายไป
“ ทำไงเหยอคะ ฉอนหยูหย่อย ”
เฉินห่าวเห็นท่าทางสนใจของลูกสาวจึงแอบกระซิบข้างหูเบาๆบอกให้ลูกสาวตัวน้อยหลับตา
แม้เขาจะไม่เคยรับลูกศิษย์ที่มีอายุ 3 ขวบมาก่อน ศิษย์ในสำนักของเขามีลูกเยอะแยะดังนั้นจึงได้ตั้งชื่อและสอนบางคนจึงคิดว่าการสอนลูกสาวไม่น่าจะเป็นเรื่องยาก นอกจากนั้นแล้วยังมีโอกาสได้ตรวจสอบพรสวรรค์ของลูกสาวตัวน้อยนี้อีก
หากเธอทำไม่ได้เขาเพียงแค่ใช้สกิลปรับแก้ข้อผิดพลาดช่วยเหลือก็สามารถดูดซับผลึกมานาผ่านฝ่ามือได้แล้ว
ฮึบ!
เป่าเป้ยส่งเสียงเบาๆหลังจากหลับตาแล้วขมวดคิ้วทำตามที่คุณพ่อบอก เธอกลับไม่เข้าใจว่าอะไรคือสมาธิอะไรคือจิตจึงทำได้เพียงส่งเสียงฮึบฮึบเป็นช่วงๆ
เฉินห่าวรู้ว่าลูกสาวไม่เข้าใจจึงวางฝ่ามือไปบนแผ่นหลังแล้วส่งมานาเข้าสู่แก่นมานาของเธอ จากนั้นจึงบอกให้สัมผัสมันดู
“ ตอนนี้อยู่หัวไหล่แล้ว เจอยัง ”
“ ยางม่ายเจอ ”
“ ตรงแขนล่ะ ”
“ เจอแย้ว ”
เฉินห่าวค่อยๆโคจรมานาไปเรื่อยๆเพื่อนำทาง เด็กน้อยที่ได้รับการชี้นำค่อยๆตอบคำถามเป็นช่วงๆ บางครั้งก็หัวเราะออกมาเบาๆเพราะเธอรู้สึกจั๊กจี้
“ ไหนลองดึงมานาออกมาจากแก่นพลังหน่อย ”
“ ไหนนะ ”
“ อ๋อ งั้นลองดึงแสงวิบๆออกมาจากก้อนหินวับๆหน่อย ”
“ คุณแสงวิบวิบ ” เฉินห่าวมองดูลูกสาวทุกฝีก้าว เธอไม่รู้จักมานาเขาจึงบอกให้ลองจับไปที่แสงวิบวับภายในแก่นมานาที่เหมือนก้อนหินส่องแสงวับๆ
เมื่อมือน้อยๆจากจิตที่สร้างขึ้นมาโดยไม่รู้ตัวสัมผัสไปยังมานาวิบวิบ เฉินห่าวจึงบอกให้เธอจูงมือแสงไปตามเส้นทางที่เขาบอก
เด็กสาวที่รู้สึกเหมือนตัวเองเล็กลงแล้วเข้าไปอยู่ในอุโมงค์แสงสว่างรีบจับแขนแสงวิบวิบที่ดึงออกมาจากก้อนหินวับวับไล่ตามร่างของคุณพ่อไป
เฉินห่าวเห็นว่าลูกสาวชักนำมานาเป็นแล้วรีบใช้สกิลปรับแก้ข้อผิดพลาดช่วยเหลือเพื่อไม่ต้องเริ่มต้นใหม่ ทุกเส้นทางที่เธอโคจรมานาผ่านจะถูกจดจำได้ไม่มีวันลืม จนกระทั่งสามารถโคจรครบ 1 รอบเขาจึงปล่อยให้ลูกสาวลองมันด้วยตัวเอง
“ เอาล่ะลองดูดซับจากผลึกมานาดูหน่อยเร็ว ”
“ คุณแสงวิบวิบ ”
มือน้อยๆกุมผลึกมานาเอาไว้แน่นแล้วชักนำแสงวิบวิบจากก้อนหินวับวับเข้าไปคลุมผลึกมานา จากนั้นจึงดึงแสงวิบวิบจากมือเข้าไปในร่างกายแล้วพามันวิ่งไปตามอุโมงค์ที่คุณพ่อบอกจนกระทั่งมานาโคจรครบ 1 รอบเด็กน้อยจึงลืมตา
“ เก่งมาก ”
เฉินห่าวชมลูกสาวจนเธอตบมือเปาะแปะภูมิใจกับตนเอง เขาจึงยื่นผลึกมานาให้อีกก้อน เป่าเป้ยจึงดูดซับมันอีกครั้งโดยไม่หลับตาเพราะเธออยากเห็นแสงวิบวับ เพียงพริบตาที่แสงส่องออกมาจากร่างเธอก็ทำหน้าตื่นเต้นดีใจเพราะตนเองเปล่งแสงได้
“ วู้! เก่งมากๆเลย ลูกใครเนี่ย ”
“ ลูกป๊ะป๋า ”
“ ใช่แล้ว ลูกป๊ะป๋าเฉินห่าวคนนี้ไง ”
เฉินห่าวอุ้มลูกสาวขึ้นมาหอมแก้มก่อนจะพาออกไปยืนเล่นหน้าร้าน
“ ป๊ะป๋าหมาย้อย ”
หมาตัวสีน้ำตาลยังคงแวะเวียนอยู่หน้าร้านเช่นเดิม ตลอดเดือนที่ผ่านมาเป่าเป้ยจะเห็นมันฉี่ใส่ล้อรถเป็นประจำ รถทุกคนที่จอดอยู่หน้าร้านล้วนแล้วตกเป็นเป้าหมายของมันทั้งหมด เธอจึงตะโกนไล่มันไปให้พ้นทาง
“ ป๊ะป๋ามังกรย้อย ”
“ ไหน! ” เฉินห่าวรีบมองตามมือของลูกสาวที่กำลังชี้ขึ้นไปบนอากาศ ทันใดนั้นเขาก็เห็นร่างเล็กๆกำลังบินมาด้วยความไว มันไม่ได้กลายร่างให้ใครตกใจ เมื่อเห็นว่ามังกรกลับบ้านถูกแล้วเขาจึงเตรียมจะด่ามัน
ทว่ามังกรกลับทิ้งตัวลงมานอนนิ่งด้านหน้าของเขาด้วยท่าทางอ่อนล้า เป่าเป้ยน้อยจึงขอเข้าไปดู
“ มังกรย้อยป่วยเหยอ ป๊ะป๋าช่วยเย็ว ”
เฉินห่าวมองไปที่มังกรก่อนจะใช้นิ้วแตะไปที่ตัวของมันเพื่อตรวจสอบ เมื่อเห็นว่ามันแค่เหนื่อยเขาจึงค่อยๆก้มหน้ากระซิบมัน
“ แกคิดว่าลูกสาวฉันจะช่วยแกได้เหรอ ฝันไปเถอะ ”
เฟยหลงที่พึ่งกลับมาอ้าปากแลบลิ้นทำราวกับว่ามันกำลังจะตาย เฉินห่าวจึงบอกให้เป่าเป้ยอุ้มเข้าไปในบ้าน เขาจะปล่อยให้เธอเล่นกับมันจนพอใจแล้วค่อยถามว่าหายหัวไปที่ไหนมา
ในระหว่างที่เขากำลังจะเดินตามเป่าเป้ยเข้าไปในร้าน เฉินห่าวพบว่าเจ้าหน้าที่หยางที่หายตัวไปนานกลับมาแล้ว สภาพของเขาดูผอมลงอย่างเห็นได้ชัด ผิวหนังดูซีดจางกว่าเดิมมาก เขาจึงยืนรอฟังอีกฝ่ายว่าไปเจออะไรมา
“ ไปทำอะไรมาเหรอพี่ ทำไมดูผอมจัง ”
“ เรื่องมันยาว เข้าไปข้างในก่อนเถอะ ว่าแต่นายไม่คิดจะจ้างคนมาดูแลร้านหน่อยเหรอ วันที่ฉันมาหานายเห็นคนมาด้อมๆมองๆ วันนี้ที่กลับมาก็ยังเห็นอยู่ ”
“ อ๋อพวกนั้นเหรอ พี่ไม่ต้องใส่ใจหรอก มันกำลังหาจังหวะลงมืออยู่ ผมวางแผนว่าจะจัดการพวกมันเช่นกัน ตอนนี้พร้อมแล้ว ว่าแต่พี่เถอะ สภาพอย่างกับคนติดเกาะ ”
“ ไม่ต่างจากติดเกาะเลย ”
เจ้าหน้าที่หยางเดินตามเฉินห่าวเข้ามาในร้าน สถานที่รับแขกยังเป็นโซฟาสีแดงเหมือนเดิม ส่วนเขากลับได้นั่งเก้าอี้เหล็กไม่ใช่โซฟาแดง
“ เอานี่พี่ ผมมีแค่น้ำเย็น ”
“ ก็ยังดี ” หนึ่งในสิ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนไปเลยคือความขี้งก เจ้าหน้าที่หยางกลับไม่ใส่ใจ
“ แล้วตกลงพี่ไปตรวจสอบพลังอะไรทำไมถึงหายไปนานแบบนั้นกัน ”
“ นายปิดเสียงแล้วใช่ไหม ”
“ ปิดแล้ว ”
“ งั้นฉันจะเล่าให้ฟังก็แล้วกัน หลังจากที่ฉันเพิ่มค่าสถานะอีก 10 หน่วยฉันก็ได้เดินทางไปพร้อมกับสมาชิกทีมอีก 3 คนมุ่งหน้าไปยังตอนใต้เพื่อสำรวจจุดที่มีพลังงานผันผวน ตำแหน่งนั้นมีฮันเตอร์ของตระกูลใหญ่เข้าสำรวจเช่นกัน แต่ก็ไม่มากมีเพียงตระกูลละ 10 เท่านั้น ส่วนฮันเตอร์อิสระก็มี เพียงแต่พวกเขาไม่กล้าเข้าไปลึกเพราะกลัวตาย ”
เฉินห่าวพยักหน้ารับฟังพลางชำเลืองมองดูมังกรที่กำลังถูกปั๊มหัวใจและฉีดยา
“ ฉันกับทีมตัดสินใจเข้าไปในพื้นที่แห่งนั้นกันสามคนแล้วบังเอิญไปเจอพื้นที่ประหลาดเข้าให้ ”