Rank 10 Fox [อันดับที่ 10 ฟ็อกส์]

    No.9 เตรียมตัว

    ภายในห้องนอนของพระสนมเอกโรซาเรีย ฟ็อกซ์ที่ถูกดีดหน้าผากจนสลบเหมือดคาที่ ก็ได้โรซาเรียคอยเช็ดเนื้อตัวให้และดูแลอยู่ไม่ห่าง สายตาของนางมองดูอย่างเป็นห่วง พลางได้แต่บ่นพึมพัมในใจ
    "ลูกแม่ เจ้าเติบโตขึ้นมากแล้ว อีกไม่นานนกน้อยเช่นเจ้าก็คงต้องบินออกจากรังเป็นแน่"
    เช้าวันต่อมา...
    แสงแดดยามเช้าที่สาดส่องเข้ามา ทำให้ฟ็อกซ์ค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้นพลางมองไปรอบห้อง ก็พบว่ามารดาของเขากำลังเย็บปักถักร้อยชุดให้เขาอยู่ไม่ห่าง ก่อนที่ฟ็อกซ์จะขยับร่างกายและลุกขึ้น
    "ตื่นแล้วหรอลูก!?" โรซาเรียถึงกับรีบวางอุปกรณ์ในมือก่อนจะรีบมาช่วยพยุงบุตรชายลุกขึ้น
    "ขอบคุณท่านแม่ มันเกิดอะไรขึ้นงั้นหรือ!?" ฟ็อกซ์จำได้เพียงแค่ลางๆ ว่าเขากำลังประลองกับหัวหน้าองค์รกษ์สาวอามีน่าอยู่ จากนั้นก็จำอะไรไม่ได้เลย
    โรซาเรียได้แต่ลูบหัวฟ็อกอย่างอ่อนโยน พลางยกยิ้มขึ้นมาอย่างสดใส "ลูกแพ้ในการประลองแล้วก็สลบไปน่ะ ที่สำคัญอีกสองวันลูกก็ต้องไปเข้าเรียนที่โรงเรียนหลวง" หางเสียงของโรซาเรียแฝงไปด้วยความเศร้าเล็กน้อย
    "ห๊า!!?" ฟ็อกซ์ถึงกับขมวดคิ้วเพราะนับตั้งแต่มาที่โลกใบนี้ เขาโดนตบสลบไปสองครั้งแล้วหรือนี่ น่าขายหน้าชะมัดขณะที่กำลังจะเอ่ยถาม ก็ถูกผู้เป็นมารดาส่ายหน้าและกล่าวขัดขึ้น
    "ในเมื่อลูกได้ตกปากรับคำท้าไปแล้วและลูกก็ได้พ่ายแพ้ไป จะผิดวาจาที่ลูกกล่าวออกไปไม่ได้เด็ดขาด ถึงแม้ว่าแม่เองจะไม่อยากให้ลูกจากไปก็ตาม"
    "ครับ ท่านแม่" ฟ็อกซ์ได้แต่จำใจยอมรับ
    จากนั้นเมื่อสองแม่ลูกรับประทานอาหารเช้ากันเรียบร้อย ก็เริ่มพูดคุยถึงกฏระเบียบต่างๆ และการใช้ชีวิตภายในโรงเรียนหลวง ที่ซึ่งมีองค์ประกอบความรู้มากมายทั้งยังเป็นสถานที่ฝึกฝนการต่อสู้อีกด้วย
    แต่เดิมทีแล้วนั้นโรงเรียนหลวงแห่งนี้มีชื่อว่าไคล์เซอร์ ที่เปิดเพื่อฝึกฝนเด็กที่มีความสามารถเท่านั้น ภายในโรงเรียนมีเหล่าเชื้อพระวงศ์จากอาณาจักรอื่นๆ และเด็กที่ความสามารถทุกพื้นที่ เข้าร่วมรับการทดสอบในการเข้าเป็นศิษย์ของที่โรงเรียนแห่งนี้
    เด็กคนไหนก็ตามที่เข้าเรียนที่โรงเรียนหลวงแห่งนี้ จะไม่มีการแบ่งฐานะทุกคนล้วนเท่าเทียมกันหมด นอกจากเด็กคนไหนที่มีความสามารถหรือพรสวรรค์ที่โดดเด่น จะได้รับการปกป้องดูแลพิเศษกว่านักเรียนทั่วไป เพราะนั่นหมายถึงความหวังในการดำรงอยู่ของเผ่าเซเรนไม่ให้สูญสิ้นเผ่าพันธุ์
    ฟ็อกซ์ขมวดคิ้วขึ้นเป็นปมอีกครั้ง เขาไม่เข้าใจในความหมายที่มารดากล่าวให้ฟังแม้แต่น้อย อันที่จริงต้องบอกว่าในหัวสมองของเด็กนี่ นอกจากเรื่องกฏบัญญัติของราชวงศ์กับข้อมูลอสูรในยอดเขาเฟเรียและเส้นทางในการหลบเลี่ยงแล้ว ข้อมูลความรู้ต่างๆ ที่มีกลับขาวโพลนไปหมด ราวกับไม่เคยได้รับการศึกษาใดมาก่อนเลย
    "ท่านแม่ แล้วลูกต้องเตรียมความพร้อมอะไรบ้างในการเข้าเรียน!?"
    "อันที่จริงแล้วเกณฑ์ในการคัดเลือกรับศิษย์เข้าเรียนในโรงเรียนหลวงจริงๆ คือเด็กจะต้องมีอายุตั้งแต่ 13 ปีขึ้นไปและสามารถผ่านการทดสอบได้ แต่ด้วยความที่ว่าลูกได้เข้าเรียนก่อนวัยนั้น ทำให้ไม่ค่อยมีเวลาในการเตรียมตัวสักเท่าไหร่ แม่ทำได้เพียงแค่บอกข้อมูลและกฏระเบียบต่างๆ ให้ลูกฟังเท่านั้น หลังจากนั้นพ่อของลูกจะมาเป็นคนแนะนำแนวทางต่อไปให้ลูกเอง ลูกพร้อมที่จะรับฟังกฏต่างๆ หรือยังล่ะ" โรซาเรียตอบรับอย่างดีใจที่บุตรชายของนางสนใจที่จะเรียนรู้ในเรื่องพวกนี้แล้ว
    "ลูกพร้อมแล้วครับ ท่านแม่" ฟ็อกซ์ตอบรับด้วยท่าทีสนใจ
    "ภายในโรงเรียนหลวงนอกจากจะเป็นสถานที่มอบความรู้และฝึกฝนการต่อสู้แล้ว ยังต้องคอยรับมือกับภารกิจต่างๆ ในการต่อสู้กับเหล่าอสูรที่รุกรานอีกด้วย การรับภารกิจด้วยตัวเองจะสามารถรับได้ก็ต่อเมื่อขึ้นปีสองไปแล้วเท่านั้น ในส่วนของปีหนึ่งจะมีหน้าที่ในการศึกษาและฝึกฝน แต่อาจจะมีบางครั้งที่ต้องไปทำภารกิจด้วย"
    "ถ้าเช่นนั้นโรงเรียนหลวงกับกิลด์นักผจญภัยก็เหมือนกันสิครับ" ฟ็อกซ์ถามด้วยท่าทางกระตือรือร้น "ไม่ใช่จ๊ะ ทุกภารกิจในกิลด์นักผจญภัยจะมีได้ก็ต่อเมื่อมีผู้ว่าจ้าง และนักผจญภัยส่วนใหญ่จะนิยมล่าอสูรเพื่อนำมาแลกเปลี่ยนเป็นเงินตราหรือสิ่งของเท่านั้น ผิดกับส่วนของโรงเรียนหลวงที่รับผิดชอบเกือบทุกภารกิจ"
    ฟ็อกซ์เริ่มที่จะตื่นเต้นในการได้รู้ข้อมูลต่างๆ เพิ่มขึ้นมามากมายก็เริ่มยิงคำถามรัวๆ ใส่มารดาของเขาทันที จนกระทั่งตกเย็นสารพัดคำถามของเขาก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะจบลงแม้แต่น้อย จนโรซาเรียถึงกับต้องเบรกไว้ก่อนและเริ่มพูดถึงกฏระเบียบภายในโรงเรียนหลวงอย่างจริงๆ จังๆ ซึ่งมันมีมากถึง 221 ข้อ ทว่าตัวฟ็อกซ์นั้นกลับนั่งฟังอย่างตั้งใจ และจดจำมันไว้ในสมองอย่างดีเยี่ยม ท่ามกลางความแปลกใจของโรซาเรียไม่น้อย เพราะหากเป็นก่อนหน้านี้แค่นางพูดถึงข้อสองหรือสาม ถ้าฟ็อกซ์ไม่หลับไปซะก่อนก็ต้องขอตัวออกไปข้างนอกทันที
    เมื่อแสงอาทิตย์ลาลับตาไปและแสงจันทร์เริ่มมาเยือน โรซาเรียก็เริ่มกลับมาถักทอชุดให้ฟ็อกซ์อีกครั้ง ส่วนตัวฟ็อกซ์เองระหว่างที่รอบิดาสะสางงานราชการ ก็นั่งอ่านหนังสือไปเรื่อยๆ ในตอนแรกที่เห็นตัวอักษรพวกนี้ เขาถึงกับตายลายไปพักนึง พอผ่านไปไม่นานนักก็กลับสามารถเข้าใจในตัวอักษรนี้ได้อย่างง่ายดาย ถึงแม้เขาจะแปลกใจไม่น้อยแต่มันก็ถือว่าเป็นเรื่องดีสำหรับเขา
    เวลาในยามค่ำคืนผ่านไปอย่างเชื่องช้า จนกระทั่งจักรพรรดิอิกครอสเสด็จมาถึงตำหนัก แต่เพราะทรงงานยุ่งมาก ทำให้ไม่มีเวลามากพอจะมาแนะนำให้กับฟ็อกซ์ จึงได้นำเอาหนังสือมากมายมามอบไว้ให้ และยังมีสมุดไดอารี่ประจำตัวของพระองค์ ถึงช่วงเวลาที่เคยเข้าเรียนในโรงเรียนหลวงแห่งนี้มอบให้ ซึ่งฟ็อกซ์นั้นเรียกได้ว่าเป็นคนแรกในบรรดาบุตรทั้งหมดที่ได้รับมอบของมีค่าเช่นนี้
    แต่สำหรับฟ็อกซ์แล้วเขาไม่ค่อยชอบจักรพรรดิอิกครอสเท่าไหร่ ถึงจะเป็นบิดาที่รักและเอาใจใส่มารดาและตัวเขามากก็ตาม แต่การมีภรรยาหลายคนและไม่อาจดูแลได้เท่าเทียมกัน นับเป็นเรื่องที่ไม่สมควรอย่างยิ่ง แม้ว่าตัวฟ็อกซ์จะไม่เคยมีคนรักมาก่อนก็ตามที
    พอจักรพรรดิอิกครอสจากไปได้ไม่นาน ฟ็อกซ์ก็ใช้ช่วงเวลาที่เหลืออยู่ทั้งหมด ก่อนเข้าเรียนอ่านหนังสือกองโตชนิดโต้รุ่งเลยทีเดียว เพราะเขาที่เข้าเรียนก่อนวัยจำเป็นต้องศึกษาข้อมูลโดยละเอียด ส่วนโรซาเรียผู้เป็นมารดาทำได้เพียงถักชุดให้ฟ็อกซ์ และคอยให้บ่าวรับใช้นำชากับอาหารว่างมาเสริ์ฟ
    2 วันผ่านไป...
    ยามเช้าตรู่ ฟ็อกซ์อยู่ในชุดสูทสีดำด้านในเป็นเสื้อสีขาว มีตราสัญลักษณ์รูปนกตรงปกคอเสื้อและกางเกงสีดำ แสดงออกว่าเป็นนักเรียนในโรงเรียนหลวง ก่อนที่มารดาของเขาที่นำแหวนมิติของฟ็อกซ์ไปจัดเตรียมอุปกรณ์ต่างๆ ทั้งชุดที่ใช้ในการฝึกซ้อม ชุดสำหรับทำภารกิจ และของใช้อื่นๆ อีกมากมาย เพราะการเข้าเรียนในครั้งนี้ต้องอาศัยอยู่ในโรงเรียนหลวงตลอดเวลา จะกลับมาได้ก็ต่อเมื่อสิ้นสุดภาคเรียนเท่านั้น
    เมื่อฟ็อกซ์ได้รู้เรื่องราวเช่นนี้ทำให้เขานั้นแทบจะไม่อยากไปเรียนซะด้วยซ้ำ แต่ก็ได้มารดาของเขาเกลี่ยกล่อมอยู่นาน จึงได้แต่จำใจยอมรับและปฏิบัติตามอย่างว่าง่าย จนสุดท้ายมารดาของเขาก็เป็นคนเดินออกมาส่งฟ็อกซ์ขึ้นไปบนรถลากที่ดูหรูหรา นัยน์ตาของฟ็อกซ์แลดูเศร้าๆ ก่อนที่จะออกเดินทางไปในทันที
    "เหตุใดพระองค์ถึงไม่ยอมออกมาส่งลูกเพคะ!?" เสียงของโรซาเรียถามอย่างเรียบง่าย ทว่าสิ่งที่นางพูดนั้นกลับไม่มีใครอยู่ตรงนั้นเลยด้วยซ้ำไป ก่อนที่จู่ๆ จะปรากฏร่างของจักรพรรดิอิกครอสขึ้นข้างๆ กับโรซาเรีย พระองค์ได้แต่ส่ายหน้าเบาๆ พลางเอ่ยขึ้นว่า
    "ข้าไม่อยากให้บุตรชายของเราต้องมีสิ่งกังวลมากจนเกินไป!!"
    "งั้นหรือ!!.....เพคะ" โรซาเรียได้แต่ถอนหายใจอย่างเพลียๆ เพราะนางไม่ค่อยเข้าใจในความรู้สึกของบุรุษเพศสักเท่าใดนัก "พวกเรากลับตำหนักกันเถอะ!!" จักรพรรดิอิกครอสกล่าวขึ้นและเดินจากไป เมื่อเห็นว่ารถลากนั้นหายไปจากสายตาของเขาแล้ว โดยที่โรซาเรียเพียงตอบรับสั้นๆ ก่อนจะเดินตามไป
    ----------------------------------------------------------
    หลังจากที่ฟ็อกซ์เริ่มทำใจยอมรับได้แล้ว เขาก็หันมาสนใจสัตว์ที่ใช้ลากรถประจำราชวงศ์ทันที "นี่มันตัวอะไรหรอ ลินดิส!?" ฟ็อกซ์ถามขึ้นอย่างสนใจ
    เพราะรถลากที่ฟ็อกซ์นั่งมานั้น เป็นรถที่ลากด้วยสัตว์ชนิดหนึ่งรูปร่างคล้ายหมาป่า แต่มีขนาดที่ใหญ่กว่ามาก มันมีขนที่ขาวสะอาดตา และตรงบริเวณแผงคอมีขนสีทองเป็นริ้วๆ และดูสง่างาม อีกทั้งมันยังวิ่งอยู่บนอากาศได้อย่างรวดเร็ว ที่สำคัญมันยังพูดได้อีกด้วย
    "อ๋อ!! นายไม่รู้งั้นหรอ นี้เป็นสัตว์อสูรประจำตัวเฉพาะราชวงศ์เลยนะ มันมีชื่อว่าแวร์วูฟ" ลินดิสตอบด้วยน้ำเสียงแกมแปลกใจเล็กน้อย ลินดิสนางคือองค์หญิงลำดับที่สิบเก้า ที่อายุครบตามเกณฑ์และได้ผ่านการทดสอบเข้าโรงเรียนหลวงได้ จึงได้เดินทางไปเรียนพร้อมกับฟ็อกซ์ ในวันเปิดเรียนวันแรก
    "หืม!! แล้วเราสามารถจับสัตว์อสูรมาเป็นของเราเองได้ไหม" ฟ็อกซ์ถามอย่างกระตือรือร้น
    "ได้สิ แต่สัตว์อสูรนั้นแข็งแกร่งมาก และไม่ใช่จะหากันได้ง่ายๆ หรอกนะ อีกทั้งยังต้องทำให้มันยอมรับอีกด้วย ถึงจะทำพันธะสัญญาได้" ลินดิสตอบแบบให้เข้าใจง่ายๆ
    "เธอนี่รอบรู้จังเลยนะ" ฟ็อกซ์เอ่ยชื่นชมจากใจจริง ถ้าเทียบกับเจ้าของเดิมร่างนี้ ช่างแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว เพราะลินดิสนั้นอายุเท่ากันกับฟ็อกซ์แต่นางปลุกพลังแรกขึ้นมาอยู่ในคลาส 6 ทำให้ได้เข้าก่อนวัยเหมือนฟ็อกซ์นั่นเอง
    เพียงแค่คำชมเล็กๆ น้อย ๆ แต่ก็ทำให้ลินดิสถึงกับหน้าแดงขึ้นทันที เพราะนางมักถูกล้อเสมอว่าเป็นพวกหนอนหนังสือ ทำให้ไม่มีองค์ชายหรือองค์หญิงในรุ่นเดียวกันเป็นเพื่อนเลยด้วยซ้ำ