ณสถานที่มืดมิดแห่งหนึ่ง
ที่นี่คือถ้ำที่กว้างใหญ่มากด้านนอกคือแอ่งน้ำขนาดใหญ่ แต่โดนพลังมิติบางอย่างขวางกั้นเอาไว้ทำให้น้ำด้านนอกไม่สามารถไหลเข้ามาด้านในได้
ภายในถ้ำขนาดใหญ่นี้มีจระเข้เขี้ยวดาบนอนอยู่เป็นจำนวนมากพวกมันมีอาณาเขตของตัวเอง กำลังนอนหลับกันอย่างเป็นสุข
จระเข้เขี้ยวดาบที่กลืนเสิ่นเสวียนลงท้องมาก่อนหน้านี้ก็นอนอยู่ที่นี่ด้วยร่างของมันดูเล็กมากเมื่อเทียบกับที่นี่
เดิมทีที่นี่เงียบสงบเป็นอย่างมากมีเพียงแค่เสียงเคลื่อนไหวของจระเข้เขี้ยวดาบเท่านั้น ทันใดนั้นจระเข้เขี้ยวดาบวัยเติบโตที่นอนอยู่ตรงนั้นก็เบิกตาโตแล้วอ้าปากกว้าง
“โฮก!!!”
เสียงร้องคำรามดังออกมาจากปากของมันร่างที่นอนคว่ำอยู่พลิกหงายท้องขึ้นมาจนไปทับจระเข้เขี้ยวดาบอีกตัวหนึ่งหนังท้องสีขาวของมันปรากฏรอยเลือดชัดเจน
จระเข้เขี้ยวดาบตัวเต็มวัยที่โดนทับอยู่ข้างๆเคยโดนแบบนี้ที่ไหนกัน มันกัดเข้าที่หางของจระเข้เขี้ยวดาบวัยเติบโตตัวนี้ทันที
กร๊อบ!
เสียงกัดดังก้องหางขนาดใหญ่โดนจระเข้เขี้ยวดาบตัวเต็มวัยกัดขาดไปแล้ว
จระเข้เขี้ยวดาบที่หางขาดส่งเสียงร้องโหยหวนออกมาอย่างทรมานร่างของมันดิ้นพราดไม่หยุด ทำให้อาณาเขตที่เคยเงียบสงบไม่สงบอีกต่อไป
จระเข้เขี้ยวดาบเป็นสัตว์เลือดเย็นแม้อยู่ในฝูงเดียวกันแต่ก็ทะเลาะกันได้ตลอดเวลา
จระเข้เขี้ยวดาบตัวเล็กนี้กระโดดไปมาสร้างความรำคาญให้กับจระเข้เขี้ยวดาบตัวเต็มวัยอีกหลายตัว ยังไม่ทันได้ทำอะไรร่างของมันก็โดนตัวอื่นกินจนหมด
เสิ่นเสวียนที่ซ่อนตัวอยู่ในท้องมีสีหน้าสงสัย
“เอ๋? แปลกมากพลังอ่อนลงไปแล้ว”
เสิ่นเสวียนกล่าวพึมพำตนเองเพิ่งแทงกระบี่ออกไป เหตุใดพลังถึงอ่อนแรงลงได้!
“ช่างเถอะออกไปก่อนแล้วค่อยว่ากัน”
เสิ่นเสวียนส่ายหัวในมือถือกระบี่มังกรคำรามแทงซ้ำเข้าไปที่ท้องของจระเข้เขี้ยวดาบอีกครั้งไม่ว่ามันจะร้ายกาจมากเพียงใดหลังจากโดนแทงแล้วจะต้องได้รับบาดเจ็บหนักอย่างแน่นอนเมื่อถึงตอนนั้นคงจัดการได้ง่ายขึ้นมาก
จระเข้เขี้ยวดาบวัยเติบโตตัวหนึ่งแม้จะแข็งแกร่งมากแต่เสิ่นเสวียนไม่เห็นมันอยู่ในสายตา
เขาแทงกระบี่ออกไปครั้งนี้ไม่มีพลังใดๆขวางกั้นแล้ว ทำให้มันทะลุออกไปได้อย่างง่ายดาย
เพียงแต่หลังจากทะลุออกไปแล้วเสิ่นเสวียนปีนออกไปอย่างยากลำบาก และพบว่าตนเองต้องเจอกับผนังท้องของอีกตัวหนึ่งร่างของจระเข้เขี้ยวดาบตัวก่อนหน้านี้นอนนิ่งอยู่ตรงนั้น และโดนย่อยไปจนเกือบหมดแล้ว
เมื่อรับรู้ได้ถึงพลังกัดกร่อนที่รุนแรงเสิ่นเสวียนจึงโคจรพลังหลิงชี่ออกมาปกป้องร่างกายไว้ทันที
“พลังกัดกร่อนแข็งแกร่งยิ่งนัก!”
เสิ่นเสวียนคล้ายจะเข้าใจแล้วว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นที่แท้ก่อนหน้านี้จระเข้เขี้ยวดาบตัวนั้นก็โดนตัวอื่นกินไปแล้วและตนเองอยู่ในท้องของมันจึงโดนกลืนเข้ามาด้วย
หากจระเข้เขี้ยวดาบตัวก่อนหน้านี้อยู่ในขั้นหกแสดงว่าตัวที่ใหญ่กว่าตัวนี้อาจถึงขั้นเจ็ดแล้วก็ได้พลังกัดกร่อนรุนแรงขนาดนี้หาใช่สิ่งที่จระเข้เขี้ยวดาบตัวก่อนหน้าจะเทียบเคียงได้
เสิ่นเสวียนนั่งลงครุ่นคิดว่าจะออกไปอย่างไรเมื่อครู่เขาลองใช้กระบี่มังกรคำรามแล้วแต่กลับพบว่าร่างของมันแข็งแกร่งมากจนกระบี่กรีดแทงไม่เข้า
ที่สำคัญคือที่นี่มิอาจดูดซับพลังฟ้าดินเข้ามาได้มีเพียงต้องใช้พลังของตนเองที่หมดลงไปเรื่อยๆแต่การใช้กระบี่มังกรคำรามจำเป็นต้องใช้พลังฟ้าดินด้วยไม่อย่างนั้นอานุภาพจะลดลงไปมาก
เสิ่นเสวียนซ่อนตัวอยู่ในท้องของอีกฝ่ายกำลังครุ่นคิดว่าจะออกไปอย่างไรส่วนจระเข้เขี้ยวดาบตัวเต็มวัยที่อยู่ในถ้ำกำลังเดินลึกเข้าไปในถ้ำ ทำให้ร่างกายไหวเอนไปมา
จระเข้เขี้ยวดาบตัวนี้ที่กินจระเข้เขี้ยวดาบตัวน้อยเข้าไปเป็นหัวหน้าฝูงของจระเข้ฝูงนี้ในตอนนี้มันกำลังมุ่งหน้าไปยังด้านในอย่างอาจหาญ
ส่วนลึกของถ้ำยิ่งเข้าไปยิ่งมีจระเข้เขี้ยวดาบอยู่น้อย เมื่อถึงส่วนที่เป็นประตูหินแตกหักตรงนั้นไม่มีจระเข้เขี้ยวดาบเลยแม้แต่ตัวเดียว มันจึงปีนเข้าไปด้านในเพียงลำพัง
นี่คือกฎของที่นี่ผู้แข็งแกร่งที่สุดเท่านั้นที่จะเข้าไปด้านในนั้นได้
ภายในถ้ำมีแสงสว่างแปลกๆนอกจากพื้นผิวที่ดูเปล่งประกายแล้ว ทุกอย่างเหมือนที่พักของมนุษย์ไม่ผิดเพี้ยน
ตรงกลางถ้ำแห่งนี้มีโลงศพทาสีแดงวางอยู่โลงหนึ่งกลิ่นหอมฟุ้งโชยออกมาจากด้านบนนั้น จระเข้เขี้ยวดาบตัวนี้เดินไปอยู่ข้างๆโลงศพสีแดงแล้วนอนลง จากนั้นก็หลับตา สูดดมกลิ่นหอมที่ฟุ้งกระจายออกมาอย่างเพลิดเพลิน
ภายในท้องจระเข้เขี้ยวดาบ
เสิ่นเสวียนลองทุกวิถีทางแต่ก็ยังมิอาจออกไปได้ในทางกลับกัน พลังกัดกร่อนที่ภายนอกทำให้เขาหมดพลังไปมากกว่าครึ่งแล้วหากเป็นเช่นนี้ต่อไปเขาต้องตายอยู่ที่นี่อย่างแน่นอน
ส่วนมิติของเขาด้วยแรงกดดันที่รุนแรงทำให้เขาไม่สามารถเปิดมิติได้ จึงเลิกคิดเรื่องเข้าไปซ่อนตัวในนั้นได้เลย
ตอนนี้เบื้องหน้าของเสิ่นเสวียนมีทางเลือกอยู่สองทาง
หนึ่งออกจากทางปากของมัน ให้มันอาเจียนเขาออกมา
สองให้มันดึงเขาออกไป
นักรบฆ่าได้หยามไม่ได้เขาเลือกได้เพียงเส้นทางแรกเท่านั้น
เส้นทางที่สองทำได้ง่ายที่สุดส่วนเส้นทางแรกนั้นมีอันตรายซ่อนอยู่
“ช่างเถอะสู้เลยแล้วกัน”
เสิ่นเสวียนกัดฟันแน่นจากนั้นเขาก็โคจรพลังหลิงชี่ออกมาให้รุนแรงที่สุดเพื่อปกป้องร่างของตนเองไว้แล้วถือกระบี่มังกรคำรามมุ่งหน้าไปด้านบน
เพราะหนังที่หนาทำให้แรงกดดันรุนแรงมากจนเขาเดินไปได้อย่างยากลำบาก แต่ด้วยพลังร่างกายอันแข็งแกร่งทำให้เขายังสามารถก้าวเดินต่อไปได้
หลังจากนั้นสามสิบลมหายใจเขาเดินไปแล้วสิบก้าว อยู่ห่างจากทางออกอีกประมาณสิบก้าว
ยิ่งเดินไปเรื่อยๆแรงกดดันก็ยิ่งรุนแรงขึ้น
แต่เขามีกระบี่มังกรคำรามที่เป็นศาสตราวิเศษขั้นปฐพีอยู่ในมือทำให้เขายังคงก้าวเดินต่อไปได้ทีละน้อยตอนนี้อัญมณีที่ประดับอยู่บนกระบี่มังกรคำรามกำลังเปล่งแสงโลหิตออกมาจางๆแสงโลหิตนี้ทำให้กระบี่มังกรคำรามยังคงอานุภาพได้อยู่
ภายในถ้ำจระเข้เขี้ยวดาบตัวใหญ่ตัวนั้นกำลังนอนอย่างมีความสุขอยู่ที่พื้นทันใดนั้นมันส่งเสียงคำรามออกมาจากลำคอเบาๆ
เดิมทีมันไม่อยากจะลืมตาขึ้นมาเลยแต่มันรู้สึกเหมือนมีบางอย่างติดคออยู่ จึงต้องลืมตาขึ้นมา
อยู่ดีๆมันก็อยากจะอาเจียนขึ้นมา มันจึงลองกลืนลงไปก่อนก่อให้เกิดพลังน่ากลัวดันร่างของเสิ่นเสวียนถอยหลังไปหนึ่งฉื่อครึ่งแต่ด้วยความมานะของเสิ่นเสวียนทำให้เขายังคงยืนหยัดอยู่ได้และก้าวเดินต่อไปเรื่อยๆ
จระเข้เขี้ยวดาบที่ทนไม่ไหวแล้วจึงอ้าปากกว้างตั้งใจจะพ่น ‘สิ่งของ’ นี้ออกมา
เสิ่นเสวียนจึงคว้าโอกาสนี้กลิ้งตามออกมาทันที
จระเข้เขี้ยวดาบตัวนั้นเห็นว่ามีมนุษย์พุ่งออกมาแววตาก็เปล่งประกายโหดเหี้ยมขึ้นมาทันทีและอ้าปากกว้างเตรียมกัดเสิ่นเสวียนทว่าเสิ่นเสวียนเตรียมตัวอยู่นานแล้ว เขาจึงพลิกตัวกระโดดขึ้นไปบนโลงศพสีแดงทำให้อีกฝ่ายเอื้อมไม่ถึง
“ตัวใหญ่มาก!”
เสิ่นเสวียนยืนอยู่ด้านบนแล้วก้มมองจระเข้เขี้ยวดาบด้านล่างด้วยความตกใจไม่แปลกใจเลยที่มันสามารถกลืนร่างจระเข้เขี้ยวดาบตัวเล็กเข้าไปได้มันมีขนาดตัวใหญ่มากกว่าหกถึงเจ็ดจั้ง มันอ้าปากกว้าง เสิ่นเสวียนยืนอยู่ด้านบนเขากางแขนออกยังไม่เท่ากับจระเข้ตัวนั้นเลยแค่เขี้ยวซี่เดียวยังใหญ่กว่าร่างของเสิ่นเสวียนอีก
ตอนนี้เขาสัมผัสได้ถึงพลังที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างของจระเข้เขี้ยวดาบแล้ว
ขั้นเจ็ด!
หรืออาจจะอยู่ในขั้นเจ็ดระดับกลาง!
“ผู้เฒ่าจี๋เล่อช่างสรรหาสถานที่จริงๆ”
เสิ่นเสวียนมองจระเข้เขี้ยวดาบที่อยู่ด้านล่างแล้วถอนหายใจสิ่งที่ทำให้เสิ่นเสวียนรู้สึกแปลกก็คือ เจ้าตัวใหญ่ขั้นเจ็ดกำลังมองเขาที่อยู่ด้านบนแต่ไม่โจมตีใส่เขาเลย
“โลงศพ?”
เขาเพิ่งสังเกตเห็นว่าตนเองยืนอยู่บนโลงศพสีแดงโลงหนึ่ง
สีหน้าของเขายิ่งสงสัยกว่าเดิมอีก
หรือว่าเขาจะเจอโลงศพของผู้เฒ่าจี๋เล่อได้ง่ายขนาดนี้เลย
พลังจิตวิญญาณถูกส่งออกไปแต่กลับมิอาจตรวจสอบภายในโลงศพได้เลยโลงศพนี้ดูเหมือนของล้ำค่ามากกว่า เป็นของล้ำค่าที่ปิดกั้นไอพลังได้
จระเข้เขี้ยวดาบที่อยู่ด้านล่างไม่กล้าวู่วามเพราะเสิ่นเสวียนยืนอยู่บนโลงศพแต่การกระทำถัดมาของเสิ่นเสวียนทำให้จระเข้เขี้ยวดาบที่นอนอยู่ตรงนั้นรีบวิ่งออกไปราวกับเห็นผี
เพราะเขาใช้สองมือจับที่ฝาโลงศพแล้วค่อยๆ เปิดมันออกทีละน้อย