มหาศึกแห่งจักรวาล

    ภาค 2 ตอนที่ 76.การกลับเข้าไปครั้งที่สอง

    หลังจากพักอยู่ด้านหน้าห้องอยู่พักใหญ่

    ทั้งสิบคนก็เริ่มเตรียมตัวอีกครั้ง

    ไม่มีใครพูดว่าจะต้องเอาชนะบอสในครั้งนี้

    ทุกคนเพียงรู้ว่า...

    ครั้งนี้พวกเขาจะเข้าไปเพื่อเรียนรู้มัน

    ไคยืนมองประตูหิน

    “จำไว้ อย่ารีบ”

    ทุกคนพยักหน้า

    รันกระชับโล่

    ไคกำหมัด

    นัทจับง้าว

    มาร์โกตรวจมีดในมือ

    หัวหน้าทีมสำรวจกิลด์มองสมาชิกของตัวเอง ก่อนพยักหน้า

    “ไป”

    ทั้งสิบคนเดินเข้าไปในห้องอีกครั้ง

    ภายในห้องยังเหมือนเดิม

    ร่างขนาดใหญ่ยืนอยู่กลางห้อง

    นิ่งสนิท

    เหมือนกับไม่เคยขยับไปไหน

    นัทหยุดอยู่บริเวณทางเข้า

    ครั้งนี้เขาไม่ได้พุ่งเข้าไป

    เขามองมัน

    มาร์โกกระจายตัวออกด้านข้าง

    ไคอยู่ใกล้นัท

    รันยกโล่ขึ้น

    ทุกคนรอ

    ผ่านไปหลายวินาที...

    บอสยังไม่ขยับ

    ไคพูดเบา ๆ

    “มันกำลังรอ”

    นัทพยักหน้า

    “งั้นเราไม่ต้องรีบ”

    ทันใดนั้น—

    กึง!

    เท้าของบอสกระแทกพื้น

    ร่างขนาดใหญ่พุ่งเข้ามา

    ฟ้าว!

    รันก้าวออกไปข้างหน้า

    เคร้ง!!!

    โล่รับการโจมตีเต็มแรง

    ร่างของรันไถลถอยหลังไปหลายเมตร

    “หนักชะมัด!”

    ไคพุ่งเข้าไปทันที

    เปลวไฟลุกขึ้นรอบกำปั้น

    ตูม!!!

    หมัดปราณไฟกระแทกเข้ากลางลำตัว

    บอสถอยไปหนึ่งก้าว

    แต่ไม่ล้ม

    นัทมองการเคลื่อนไหวของมัน

    ครั้งนี้เขาไม่รีบโจมตี

    เขารอ

    บอสยกแขนขึ้นอีกครั้ง

    นัทเห็นจังหวะ

    “ตอนนี้!”

    เขาพุ่งเข้าไป

    ง้าวฟันลง

    แต่ไม่ได้ใช้สกิล

    ฉัวะ!

    คมง้าวกระแทกเข้ากับเกราะ

    เคร้ง!

    แรงสะท้อนทำให้นัทถอยออกมา

    นัทมองรอยบนเกราะ

    แทบไม่มีความเสียหาย

    “เกราะหนา”

    ไคตะโกน

    “อย่าเสียปราณกับมัน!”

    นัทถอยทันที

    บอสหมุนตัว

    แขนขนาดใหญ่กวาดออกด้านข้าง

    ฟ้าว!

    ทุกคนกระโดดหลบ

    ตูม!!!

    พื้นด้านหลังแตกกระจาย

    มาร์โกหายเข้าไปในเงา

    พรึ่บ

    ร่างของเขาปรากฏขึ้นด้านหลังบอส

    เขาไม่ได้โจมตีทันที

    เพียงกวาดตามอง

    เกราะด้านหลัง

    ไหล่

    เอว

    ข้อต่อ

    แล้วสายตาของเขาก็หยุดอยู่ตรงหนึ่ง

    บริเวณด้านหลังช่วงขา

    มีรอยต่อเล็ก ๆ ระหว่างเกราะ

    มาร์โกจำตำแหน่งนั้นไว้

    ก่อนหายเข้าเงาอีกครั้ง

    “นัท!”

    เสียงมาร์โกดังขึ้นจากด้านข้าง

    นัทหันไป

    “ด้านหลัง ข้อต่อช่วงขา!”

    นัทพยักหน้า

    บอสกำลังจะโจมตีรันอีกครั้ง

    รันยกโล่รับ

    เคร้ง!!!

    ร่างของเขาถอยหลัง

    ไคพุ่งเข้าไปโจมตี

    เปลวไฟระเบิดจากหมัด

    ตูม!

    บอสหันไปทางไค

    นัทเห็นช่องว่าง

    เขากำง้าวแน่น

    ครั้งนี้...

    เขาไม่ฟันธรรมดา

    นัทสูดลมหายใจ

    ปล่อยให้ปราณไหลเข้าสู่ร่าง

    จากนั้น—

    สกิล

    ปราณจำนวนมหาศาลพุ่งเข้าสู่ง้าวในพริบตา

    ไคที่อยู่ใกล้ถึงกับหันกลับมา

    “นัท!”

    แต่สายไปแล้ว

    ฟ้าววว!!!

    ง้าวฟาดลงเต็มแรง

    ตูมมมม!!!

    คมง้าวกระแทกเข้ากับข้อต่อด้านหลังของบอส

    เกราะบริเวณนั้นแตกออก

    แกร๊ก!

    บอสชะงัก

    ทุกคนมองพร้อมกัน

    รอยแตกปรากฏชัดเจน

    ไคเบิกตา

    “เข้าแล้ว!”

    นัทถอยออกมา

    แต่สีหน้าของเขาเปลี่ยนไป

    ปราณในร่างลดลงอย่างเห็นได้ชัด

    เขากำง้าวแน่น

    หายใจหนักขึ้นเล็กน้อย

    ไคเห็นทันที

    “เห็นไหม?”

    นัทหันไป

    “อะไรครับ?”

    “นี่แหละปัญหาของนาย”

    ไคชี้ไปที่ง้าว

    “นายทำลายเกราะได้”

    “แต่แลกด้วยปราณเกือบทั้งหมดที่ใช้ไป”

    นัทมองมือของตัวเอง

    เขาไม่ได้เถียง

    เพราะครั้งนี้รู้สึกได้ชัดเจนจริง ๆ

    บอสคำราม

    กรรรรร!

    ร่างของมันสั่น

    รอยแตกที่ขากำลังขยาย

    แต่แทนที่จะล้ม...

    มันกลับยืดตัวขึ้น

    แรงกดดันรอบร่างเพิ่มขึ้นทันที

    ตูม!

    พื้นใต้เท้าของทุกคนสั่น

    ไคสีหน้าเปลี่ยน

    “ถอย!”

    บอสพุ่งออกมา

    เร็วกว่าครั้งก่อน

    ฟ้าว!

    รันยกโล่ขึ้น

    เคร้ง!!!

    แรงกระแทกทำให้เขาลอยถอยหลัง

    “รัน!”

    ไคพุ่งเข้าไปช่วย

    มาร์โกหายเข้าเงา

    นัทกำง้าวแน่น

    แต่คราวนี้เขาไม่ใช้สกิล

    เขารู้แล้วว่า...

    ถ้าใช้ตอนนี้

    ปราณของเขาจะไม่เหลือพอสำหรับรับมือสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น

    นัทเปลี่ยนวิธี

    เขาปล่อยปราณเพียงเล็กน้อยเข้าไปในง้าว

    แล้วพุ่งเข้าไป

    ฉัวะ!

    ฟันใส่ข้อต่อเดิม

    แรงโจมตีไม่ได้รุนแรงเท่าครั้งก่อน

    แต่—

    แกร๊ก!

    รอยแตกเดิมขยายออกอีกเล็กน้อย

    นัทชะงัก

    เขามองง้าว

    แล้วมองข้อต่อ

    ไม่จำเป็นต้องใช้สกิลทุกครั้ง

    เพียงโจมตีให้ตรงจุด...

    ก็สร้างผลได้เหมือนกัน

    มาร์โกปรากฏตัวด้านหลังบอสอีกครั้ง

    เขาใช้มีดแทงเข้าไปตรงรอยต่อ

    ฉึก!

    คราวนี้มีดสามารถเข้าไปได้เล็กน้อย

    มาร์โกถอนออกทันที

    “จุดนี้อ่อนจริง!”

    ไคตะโกน

    “ทุกคน! เล็งขาข้างนั้น!”

    สมาชิกทีมสำรวจเริ่มขยับตามคำสั่ง

    รันใช้โล่ดึงความสนใจ

    ไคโจมตีจากด้านหน้า

    มาร์โกเคลื่อนผ่านเงา

    นัทไม่ใช้สกิลอีก

    เขารักษาปราณไว้

    รอจังหวะ

    เคร้ง!

    ตูม!

    ฉัวะ!

    การโจมตีเริ่มประสานกันมากขึ้น

    แต่บอสเองก็เริ่มปรับตัว

    มันไม่เปิดข้อต่อเดิมอีก

    ทุกครั้งที่มีใครพยายามเข้าใกล้ด้านหลัง

    มันจะหมุนตัวกลับทันที

    มาร์โกต้องถอย

    ไคถูกบังคับให้เปลี่ยนตำแหน่ง

    รันรับการโจมตีหนักขึ้นเรื่อย ๆ

    และในที่สุด—

    “ถอย!”

    หัวหน้าทีมสำรวจตะโกน

    ทุกคนเริ่มถอยออกจากห้อง

    ไม่มีใครฝืน

    ทั้งสิบคนกลับมายืนหน้าประตูอีกครั้ง

    ไม่มีใครเสียชีวิต

    ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บหนัก

    แต่ทุกคนรู้แล้วว่า...

    พวกเขาได้ข้อมูลมากขึ้น

    นัทมองง้าว

    “ข้อต่อด้านหลัง”

    มาร์โกพยักหน้า

    “แต่ตอนนี้มันรู้แล้ว”

    ไคเสริม

    “ครั้งหน้าอาจไม่ปล่อยให้เราเข้าใกล้ตรงนั้นง่าย ๆ”

    รันนั่งลงกับพื้น

    “อย่างน้อยก็ทำให้มันแตกได้”

    หัวหน้าทีมสำรวจมองประตู

    “ครั้งแรกเราแทบทำอะไรไม่ได้”

    เขาหันกลับมามองทุกคน

    “ครั้งนี้เราอย่างน้อยก็ทำให้มันบาดเจ็บ”

    นัทพยักหน้า

    “งั้นครั้งหน้าก็หาวิธีให้มากกว่านี้”

    ไคมองนัท

    “และนายต้องฝึกต่อ”

    นัทมองเขา

    “เรื่องปราณ?”

    “ใช่”

    ไคชี้ไปที่ง้าว

    “นายเริ่มเข้าใจแล้วว่าใช้พลังเท่าที่จำเป็นทำยังไง”

    “แต่ยังต้องฝึกอีกมาก”

    นัทพยักหน้า

    “ครับ”

    มาร์โกเดินมานั่งข้างนัท

    “ผมก็ด้วย”

    ไคมองทั้งสอง

    “ใช่”

    เขายิ้มเล็กน้อย

    “พวกนายสองคนยังมีอะไรให้เรียนอีกเยอะ”

    นัทมองเข้าไปในห้องบอส

    ร่างขนาดใหญ่ยังคงยืนอยู่กลางห้อง

    ข้อต่อด้านหลังของมันมีรอยแตก

    เพียงเล็กน้อย

    แต่สำหรับพวกเขา...

    มันคือหลักฐานว่า บอสตัวนี้ไม่ได้ไร้เทียมทาน

    เพียงแต่ยังต้องใช้เวลา

    อีกมาก

    นัทกำง้าวแน่น

    ครั้งนี้...

    เขาเริ่มรู้แล้วว่า

    ไม่จำเป็นต้องใช้พลังทั้งหมดเพื่อโจมตีทุกครั้ง

    และบางที...

    สิ่งที่เขาต้องเรียนรู้จากโลกนี้

    อาจสำคัญไม่แพ้พลังที่ระบบมอบให้เขาเลย