ขอแค่ไม่โง่ก็คงไม่มีใครกล้าขัดขืนผู้ที่แข็งแกร่งเหนือกว่าตนเอง
แน่นอนว่าทั้งเกอหย่งกับจั่วชิวเหว่ยเย่ไม่ใช่คนโง่หลังจากได้รู้ซึ้งถึงความแข็งแกร่งของถังฮ่าวแล้วคนทั้งสองจึงนำเหล่าลูกสมุนใต้บังคับบัญชาเข้าร่วมทีมของถังฮ่าวอย่างไม่ลังเล
จากนี้ไปกองกำลังทั้งสามในฐานที่มั่นซูหนานก็จะอยู่ภายใต้บัญชาของถังฮ่าวแล้ว
“ติ๊ง!จำนวนพลเมือง (ผู้ติดตาม) บรรลุ 5,000 คน ตำแหน่งราชการได้รับการเลื่อนขั้นตำแหน่งปัจจุบัน : พั่นโจว (ผู้พิพากษา) ได้รับคะแนนวิวัฒนาการขุนพลบู๊บุ๋น 1 แต้มตำแหน่งถัดไป : จือเสี้ยน (ผู้พิพากษาท้องถิ่น) บัดนี้สามารถเลื่อนระดับขุนนางและนางสนมได้+1 ขีดจำกัดปัจจุบันคือ 10 คน” เสียงของระบบดังขึ้น
ถังฮ่าวได้ยินหัวใจก็พองโตด้วยความยินดี
เขาเปิดระบบขึ้นดูก่อนจะพบว่าช่องตำแหน่งราชการมีการเปลี่ยนแปลงไป
ตำแหน่ง: จือเสี้ยน (ผู้พิพากษาท้องถิ่น) ตำแหน่งถัดไป : เสี้ยนกวน (ผู้ครองเมือง)5178/10000
คะแนนวิวัฒนาการขุนพลบู๊บุ๋นเพิ่มขึ้นหนึ่งแต้มและเวลานี้ก็มี 18.85 แต้มแล้ว
จำนวนคนที่สามารถใช้คะแนนวิวัฒนาการขุนนางเลื่อนระดับก็ได้เพิ่มขึ้นอีกหนึ่งคน
ส่วนอื่นๆยังคงเหมือนเดิม
หนึ่งชั่วโมงต่อมาโอวหยางเผิงเฉิง ซ่งปิงเซี่ย และว่านหย่าหลี่ได้พบกับถังฮ่าวที่ห้องโถงที่เคยใช้สำหรับประชุมของพรรคราชาหมี
“เสี่ยวฮ่าวขอบใจ ขอบใจมาก!” โอวหยางเผิงเฉิงจับมือถังฮ่าว ดวงตาที่จ้องมองก็คลอไปด้วยน้ำตาเขาไม่เพียงแต่จะขอบคุณที่ถังฮ่าวช่วยชีวิตเขากับภรรยาและว่านหย่าหลี่เท่านั้นแต่ยังขอบคุณที่ช่วยชีวิตโอวหยางมี่มี่ที่เป็นลูกสาวกับเชียนมู่เซวี่ยที่เป็นหลานสาวของเขาด้วย
“คุณลุงคุณป้า ไม่ต้องพูดขอบคุณหรอกครับ ลุงเชียนกับป้าหยุนก็เหมือนพ่อแม่ของผม มี่มี่ก็เรียกผมว่าพี่ฮ่าวมาตั้งแต่เด็กพวกคุณคือครอบครัวของผมครับ”
หลังจากเอ่ยทักกันแล้วก็นั่งลงก่อนที่โอวหยางเผิงเฉิงจะเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าจริงจัง
“เสี่ยวฮ่าวบัดนี้วันสิ้นโลกได้มาเยือนแล้ว หลังจากนี้นายวางแผนไว้อย่างไรบ้าง?”
“แผนเหรอครับ?”
“เคยคิดที่จะสร้างผลงานที่ยิ่งใหญ่ในวันสิ้นโลกบ้างไหม?”
“แน่นอนครับ!”ถังฮ่าวยิ้ม หลังจากที่ได้เกิดใหม่ถึงสองครั้งถังฮ่าวก็ไม่คิดจะใช้ชีวิตอย่างเรื่อยเปื่อยในชาตินี้อีก เขาต้องการสร้างฐานที่มั่นของตัวเองและปกป้องครอบครัวกับพวกพ้องที่เขารัก
“ในเมื่อมีความทะเยอทะยานที่จะสร้างราชวงศ์ของตัวเองเช่นนั้นลุงก็มีข้อเสนอบางอย่างแนะนำ...”
“เดี๋ยวก่อนครับเมื่อกี้ลุงพูดว่าราชวงศ์เหรอ?” ถังฮ่าวขมวดคิ้ว
“ใช่แล้วสถาปนาราชวงศ์ใหม่ที่เป็นของนายเอง ด้วยความแข็งแกร่งและกองกำลังที่มี จะต้องสร้างราชวงศ์ของตัวเองในวันสิ้นโลกนี้ได้แน่!”โอวหยางเผิงเฉิงตาเป็นประกาย
สถาปนาราชวงศ์ใหม่สร้างราชวงศ์ของตนเอง และกลายเป็นจักรพรรดิของโลกใบใหม่อย่างนั้นหรือ?
หัวใจของถังฮ่าวเต้นรัวราวกับมีประตูบานใหญ่กำลังเปิดออกต่อหน้าต่อตา
กษัตริย์ขุนนาง ขุนศึก และอำมาตย์ ล้วนไม่มีขีดจำกัดด้านชาติกำเนิด!
ถ้าเป็นยุคสงบสุขเขาคงไม่กล้าแม้แต่จะคิดฝัน แต่ตอนนี้มันคือวันสิ้นโลกที่เป็นยุคสมัยใหม่ เขามีประสบการณ์มากถึงสองชาติจึงทำให้ชาตินี้มีจุดเริ่มต้นเหนือกว่าคนอื่นๆไม่เพียงแต่เขาจะกลายเป็นบุตรแห่งเทพเท่านั้น แต่เชียนมู่เซวี่ย จางเสี่ยวเหาเฉินจวิน และเฉียนเจิงก็ล้วนกลายเป็นบุตรแห่งเทพทั้งหมด ยิ่งไปกว่านั้นเขายังมีโอวหยางมี่มี่จ้าวอี้เหมี่ยว หวังเส้าผิง หยวนจวิน ถานลี่ ฉินหยุนซาน ซือคงหลิงหลิน ไต้กั๋วฉิวและบุคคลระดับหัวกะทิอีกมากมายใต้บังคับบัญชา
ที่สำคัญที่สุดคือชาตินี้เขายังมีระบบจักรพรรดิสูงสุดด้วย
ดูจากชื่อของระบบก็รู้แล้วมันไม่เพียงมีคำว่าจักรพรรดิเท่านั้น แต่ยังเป็นจักรพรรดิสูงสุดด้วย บัดนี้ไม่ว่าจะเป็นโอกาสวันเวลา สถานที่ ผู้คน หรือแม้แต่สวรรค์ก็ยังเข้าข้าง เช่นนั้นแล้วทำไมเขาถึงไม่สร้างราชวงศ์และสถาปนาตัวเองขึ้นเป็นจักรพรรดิของโลกใบใหม่เล่า?
บัดนี้ถังฮ่าวพบเป้าหมายของตัวเองแล้วและเขาก็ต้องการนำพาทุกคนไปสู่การสร้างราชวงศ์ใหม่!
“ลุง เชิญพูดมาเลยครับ!”ถังฮ่าวตาเป็นประกาย
โอวหยางเผิงเฉิงโบกมือ“พี่หลี่!”
หลี่หยุนเฟยได้ยินก็รีบเดินเข้ามาใกล้!
ความจริงแล้วชั่วขณะที่พวกเขาเห็นถังฮ่าวแสดงพลังที่กล้าแกร่งไร้เทียมทานออกมาจนเอาชนะเกอหย่งกับจั่วชิวเหว่ยเย่ได้ พวกเขาก็เกิดความคิดขึ้นในใจแล้ว หลี่หยุนเฟยเองก็เป็นคนที่มีความทะเยอทะยานตลอดทางที่ผ่านมา เขาได้เห็นความสัมพันธ์ของถังฮ่าวกับเชียนมู่เซวี่ยและโอวหยางมี่มี่อย่างชัดเจน
เห็นชัดว่าถังฮ่าวคือผู้นำกลุ่มและรองลงมาก็คือเชียนมู่เซวี่ย โอวหยางมี่มี่และเย่ชิงเฉิง ผู้หญิงทั้งสามคนนี้มีสถานะพิเศษที่สุด
หลี่หยุนเฟยคลุกคลีอยู่ในวงการธุรกิจมากว่ายี่สิบปีจึงเป็นจิ้งจอกเฒ่าเจ้าเล่ห์แล้วดังนั้นจึงวิเคราะห์สถานะของผู้หญิงทั้งสามคนได้อย่างรวดเร็ว เชียนมู่เซวี่ยจะต้องเป็นภรรยาเอกอย่างไม่ต้องสงสัยโอวหยางมี่มี่คือน้องสาวที่ถังฮ่าวเอ็นดู ส่วนเย่ชิงเฉิงในตอนนี้ก็เป็นเพียงสหายหญิงเท่านั้น
หลังจากวิเคราะห์ความสัมพันธ์ชั้นนี้แล้วจึงเข้าใจได้ไม่ยากว่าโอวหยางเผิงเฉิงและซ่งปิงเซี่ยที่เป็นพ่อแม่ของโอวหยางมี่มี่และยังเป็นลุงกับป้าของเชียนมู่เซวี่ยจะมีความสำคัญมากขนาดไหน
หลี่หยุนเฟยจึงรีบผูกมิตรกับโอวหยางเผิงเฉิงทันที
คนหนึ่งเป็นนักธุรกิจเก๋าเก่าส่วนอีกคนเป็นอดีตข้าราชการระดับสูง ดังนั้นคนทั้งสองใช้เวลาเพียงครึ่งชั่วโมงก็วางแผนที่ค่อนข้างจะเป็นไปได้ออกมา
เมื่อได้ยินคำพูดของโอวหยางเผิงเฉิงและหลี่หยุนเฟยแล้วดวงตาของถังฮ่าวก็ยิ่งเปล่งประกายมากขึ้นเรื่อยๆ
“ลุงหลี่เรื่องนี้มันยอดเยี่ยมมาก ต่อไปนี้ลุงจะเป็น...” ถังฮ่าวรู้สึกชื่นชมหลี่หยุนเฟยเพราะคนผู้นี้เป็นคนมีความสามารถจริงๆ ตอนที่ถังฮ่าวกำลังจะมอบตำแหน่งให้หลี่หยุนเฟยก็รีบโบกมือขัดขึ้นก่อน
“อย่าเลยครับหัวหน้าอย่าเพิ่งมอบหมายตำแหน่งใดๆ ให้กับผมเลยเผิงเฉิงถนัดที่จะจัดการเรื่องการบริหารคนมากกว่า ส่วนเรื่องการค้าและด้านอื่นๆพ่อของชิงเฉิงที่เป็นอดีตเจ้านายของผมถึงจะเป็นอัจฉริยะตัวจริง!”
หลี่หยุนเฟยฉลาดมากเขารู้ดีว่าถังฮ่าวมีเป้าหมายสามอย่างในการเดินทางไปมหานครแห่งเวทในครั้งนี้ โดยเรื่องแรกก็คือช่วยเหลือพ่อแม่ของโอวหยางมี่มี่นั่นก็คือโอวหยางเผิงเฉิงกับซ่งปิงเซี่ยส่วนอีกสองเรื่องก็คือช่วยพ่อแม่ของเย่ชิงเฉิงและพ่อแม่ของเชียนมู่เซวี่ย!
หลี่หยุนเฟยรู้ฐานะตัวเองดีเขารู้ว่าต่อให้ตัวเองจะเก่งกาจแค่ไหนแต่ก็ยังไม่อาจเทียบกับพ่อแม่ของผู้หญิงทั้งสามคนได้
และเขาจะต้องรอให้พ่อแม่ของเชียนมู่เซวี่ยและคนอื่นๆได้รับการแต่งตั้งก่อน ตัวเขาถึงจะรับตำแหน่งภายใต้การนำของถังฮ่าว
...
เวลา: 18:26 น. ของวันที่ 27 มิถุนายน 2028 ณ ฐานที่มั่นซูหนาน
ถังฮ่าวจ้องมองผู้คนกว่าสองพันคนที่อยู่เบื้องหน้าก่อนจะประกาศมาตรการใหม่สามอย่างออกมา
อย่างแรกก็คือฐานที่มั่นซูหนานจะเปลี่ยนชื่อเป็นฐานที่มั่นย่อยเถาหยวนเขตซูโจวซึ่งที่นี่จะเป็นฐานที่มั่นย่อยภายใต้ฐานที่มั่นเถาหยวนโดยฐานที่มั่นนี้จะจัดตั้งคณะกรรมการขึ้นมาชุดหนึ่ง โดยประกอบไปด้วยสมาชิกห้าคน อันได้แก่หลี่หยุนเฟย จางเฉิน เกอหย่ง จั่วชิวเหว่ยเย่ และสยงมู่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็ล้วนต้องผ่านการหารือและตัดสินใจจากคณะกรรมการทั้งห้าคนนี้ก่อน
เพียงแค่ถังฮ่าวยกมือขึ้นแตะไหล่ของจางเฉินเบาๆ จางเฉินก็วิวัฒนาการเป็นผู้วิวัฒนาการระดับ 4 ไปจากนั้นก็เลื่อนไปแตะไหล่ของหลี่หยุนเฟยต่อ ทันใดนั้นหลี่หยุนเฟยก็เลื่อนระดับจากผู้วิวัฒนาการระดับ2 เป็น 3 ก่อนจะพุ่งขึ้นต่อจนเป็นระดับ 4 ความสามารถอันน่าอัศจรรย์นี้ได้สร้างความตกตะลึงให้กับเกอหย่งและคนอื่นๆเป็นอย่างมาก
เดิมทีถังฮ่าวไม่ได้ตั้งใจจะทิ้งคนไว้ที่ฐานที่มั่นซูหนานแต่หลี่หยุนเฟยอาสาที่จะอยู่ที่นี่เอง เพราะเขารู้ดีว่าหากต้องการแทรกซึมเข้าไปในกองกำลังของถังฮ่าวก็ต้องแสดงให้เห็นถึงคุณค่าและความสามารถของตนเอง ภายในฐานที่มั่นซูหนานมีประชากรไม่น้อยจึงนับว่าเป็นรากฐานที่สำคัญสำหรับถังฮ่าวในตอนนี้มาก!
เมื่อเห็นหลี่หยุนเฟยอาสาอยู่ต่อโอวหยางเผิงเฉิงก็อยากจะอยู่ด้วยเช่นกัน แต่โอวหยางมี่มี่ เชียนมู่เซวี่ยซ่งปิงเซี่ย และคนอื่นๆ ต่างก็กังวลและไม่เห็นด้วย ยิ่งไปกว่านั้นแม้ถังฮ่าวจะได้รับการเลื่อนขั้นตำแหน่งราชการแล้วก็ตามแต่จำนวนคนที่เขาสามารถใช้คะแนนวิวัฒนาการขุนพลบู๊บุ๋นเพื่อเลื่อนระดับได้ก็เพิ่งจะเพิ่มขึ้นมาเพียงคนเดียวเท่านั้น
ดังนั้นจึงสามารถเลื่อนระดับหลี่หยุนเฟยหรือโอวหยางเผิงเฉิงคนใดคนหนึ่ง
ท้ายสุดหลังจากมองไปรอบๆแล้ว จางเฉินก็ตัดสินใจที่จะอยู่ต่อเพื่อช่วยหลี่หยุนเฟย
แน่นอนว่าถังฮ่าวจะไม่ทอดทิ้งทั้งหลี่หยุนเฟยและจางเฉินเขาจึงใช้คะแนนวิวัฒนาการห้าแต้มเลื่อนระดับให้คนทั้งสองเป็นผู้วิวัฒนาการระดับ 4ต่อหน้าเกอหย่งและคนอื่นๆ