"เสด็จลุงหลานขอให้มีการสอบสวน คู่หมั้นของหลานอยู่ดีๆจะหมดสติได้อย่างไร ในถ้วยชาอันนั้นต้องมีอะไรสักอย่าง หลานคิดว่านางต้องถูกพิษบางอย่างแน่นอน ขอเสด็จลุงโปรดมีรับสั่งให้ตรวจสอบเื่นี้ด้วยพะย่ะค่ะ"
สายพระเนตรจ้องมองใบหน้าหลานชายก็รู้ว่าครั้งนี้มันเป็เื่ใหญ่แล้วจริงๆ จึงหันไปสั่งองครักษ์ส่วนพระองค์ให้ช่วยจัดการตรวจสอบเื่นี้ให้มู่หรงหานเฟิง
"องครักษ์หลิวเก็บถ้วยชาทั้งหมดที่อยู่ตรงหน้าคุณหนูลู่ พร้อมกับกาน้ำเอาไว้ตรวจสอบ เรียกหมอหลวงเต๋อมาตรวจอาการคู่หมั้นจวิ้นอ๋องมา ห้ามคนที่มางานออกจากตำหนัก เถ้ากงกงสั่งทหารปิดประตู ใครมันช่างเหิมเกริมกล้าวางยาในงานเลี้ยงขององค์ไทเฮา ลุงไม่ปล่อยมันไว้แน่ หลานวางใจเถอะ"
"ขอบพระทัยพะย่ะค่ะเสด็จลุง"
ผู้คนทั้งหมดต่างพากันแตกตื่น มันเกิดอะไรขึ้นเหตุใดพระคู่หมั้นของจวิ้นอ๋องถึงได้หมดสติไปแบบนั้น ฮ่องเต้มู่หรงฉิงเฟยมีรับสั่งให้หมอหลวงมาเข้าเฝ้าด้วยเพื่อหาสาเหตุของการหมดสติของลู่ชิงชิงว่าเป็เพราะอะไร ทั้งยังมีรับสั่งห้ามทุกคนที่มางานก้าวขาออกจากงานเลี้ยงแม้แต่ก้าวเดียว จนกว่าจะหาสาเหตุพบ
องครักษ์หลิวและทหารเอาถ้วยชาทั้งสองถ้วยที่เคยอยู่ด้านหน้าที่นั่งของลู่ชิงชิง เพราะไม่รู้ว่าอันไหนคือถ้วยชาของนางกันแน่ พร้อมกับให้ทหารเอาไว้นางกำนัลที่เติมชาทั้งสองคนมากกักตัว แล้วยึดเอากาน้ำชาทั้งสองมาให้หมอหลวงตรวจสอบเพื่อหาสาเหตุของการหมดสติของลู่ชิงชิงในครั้งนี้
หัวหน้าหมอหลวง กับหมอหลวงต่างพากันตรวจสอบอาการลู่ชิงชิงที่นอนอยู่ในอ้อมแขนของมู่หรงหานเฟิง ที่ยังคงไม่ได้สติอยู่อย่างละเอียด ทั้งหมดตรวจสอบจนแน่ใจแล้วก็ได้ข้อสรุปออกมา
"ทูลฝ่าาพะย่ะค่ะ อาการของคุณหนูลู่ถูกพิษจริงๆพะย่ะค่ะ พิษอันนี้เรียกว่า เจ็ดราตรีรัญจวน วิธีแก้พิษชนิดนี้มีวิธีเดียวคือต้องร่วมหอภายในเจ็ดวันเท่านั้น ไม่อย่างนั้นพิษจะกระจายจนทำให้ลมปราณแตกซ่านตายภายในเจ็ดวันพะย่ะค่ะฝ่าา ตอนนี้คุณหนูลู่จะหมดสติแบบนี้ไปอีกเจ็ดวันแต่ไม่เป็อันตรายจนกว่าเลยเจ็ดวันแล้วยังไม่ร่วมหอ พิษถึงจะกำเริบพะย่ะค่ะ"
มู่หรงฟางเซียนมือสั่น ตัวสั่นไปทั้งร่างแทบยืนไม่อยู่ ภายในถ้วยชามียาพิษจริงๆ แต่นางไม่คิดว่าลู่ชิงชิงจะกินชาถ้วยนั้นลงไป เพราะชาถ้วยนั้นนางเตรียมเอาไว้ให้ตัวเอง หากนางเป็คนถูกพิษเพราะลู่ชิงชิง ไทเฮากับฮ่องเต้ต้องมีรับสั่งให้มู่หรงรับผิดชอบแก้พิษให้กับนาง แล้วแต่งงงานกับนางเป็พระชายาเอก ส่วนพิษในถ้วยชาของลู่ชิงชิง นางใส่ยาพิษสลายโลหิตที่จะออกฤทธิ์อีก30ราตรี หลังจากกินเข้าไปแล้วร่างกายจะทรุดลงช้าๆ พอผ่าน30ราตรีก็คือวันตายของลู่ชิงชิง
เป็เพราะก่อนหน้านี้องครักษ์ที่นางส่งไปล้วนแต่ทำงานพลาด พอมีโอกาสนางถึงได้ลงมือเอง โดยคนที่รินน้ำชานางหาคนมารับโทษแทนเอาไว้แล้ว หากนางสลบไปให้บอกว่าลู่ชิงชิงเป็คนวางยาพิษนาง ที่เหลือไทเฮาคงช่วยนางจัดการต่อเอง แต่แผนการทั้งหมดกลับผิดพลาดเพราะลู่ชิงชิงกันกินน้ำชาของนางลงไป แล้วนางจะทำอย่างไรดี คราวนี้นางต้องถูกจับกุมแน่นอน
"ส่วนยาพิษที่อยู่ในถ้วยยังมียาพิษอีกอย่างนะย่ะค่ะ ยาพิษสลายโลหิตคือยาพิษที่เกิดจากต้นหญ้าแสงดาว ใครที่กินเข้าไปร่างกายจะทรุดโทรมลงช้าๆ เืในร่างจะแข็งตัว จนค่อยๆตายไปในที่สุดภายในหนึ่งเดือน โชคดีที่คุณหนูลู่ไม่ได้กินชาถ้วยนี้ไป ไม่อย่างนั้นกระหม่อมคงไม่สามารถช่วยได้ เพราะยาพิษชนิดนี้ไม่มียาถอนพิษพะย่ะค่ะ"
ปัง!
"ใครช่างบังอาจนัก ทหารนำตัวนางกำนัลทั้งสองคนมา เจิ้นจะถามมันเองว่าใครที่อยู่เื้ัครั้งนี้ หานเฟิงให้คนของเ้าพาคุณหนูลู่ไปพักที่ตำหนักจิวเยว่ก่อน เ้าคงจะอยากสอบสวนด้วยกระมัง"
"ขอบพระทัยพะย่ะค่ะ"
มู่หรงหานเฟิงอุ้มร่างบางไปส่งในตำหนักรับรอง พร้อมสั่งให้จิ้นอิ๋งกับจิ้นอันคอยดูแลนางให้ดี คราวนี้มู่หรงฟางเซียนทำให้เขาโมโหแล้วจริงๆ โชคดีที่ตอนนั้นลู่ชิงชิงแย่งชาถ้วยนั้นมากินเอง ไม่อย่างนั้นนางคงจะลอยนวลเพราะพิษแสดงอาการช้า กว่าจะรู้สึกตัวหลักฐานคงไม่หลงเหลืออยู่แล้ว พอกลับมาถึงนางกำนัลทั้งคู่ต่างพากันหวาดกลัวก้มหน้ารอการสอบสวน ท่ามกลางสายตาทุกคนที่มองมาด้วยความอยากรู้เื่ราวทั้งหมด
"เปิ่นหวางให้โอกาสใครที่ยอมรับสารภาพมา จะไม่ลงโทษหนักถึงตาย เพราะว่าคู่หมั้นของเปิ่นหวางยังมีชีวิตอยู่ แต่ถ้าใครไม่ยอมพูดออกมา จะต้องถูกส่งตัวไปขังห้องพิเศษ ถึงตอนนั้นแม้อยากจะสารภาพก็ไม่ทันแล้ว"
ดวงตาคมมองไปที่นางกำนัลคนนึงเมื่อเห็นแววตาบางอย่างที่มองมา จนกระทั่งช่างเล่ยส่งสัญญาณมือจึงได้รู้ว่า นางกำนัลพวกนั้นเป็คนของตัวเองที่แทรกซึมเข้าไปเป็นางกำนัลของหมู่หรงฟางเซียน
"ท่านอ๋องเพคะ บ่าวยอมสารภาพแล้วเพคะ เป็องค์หญิงเพคะ องค์หญิงเอายาให้หม่อมฉันวางยาพิษคุณหนูลู่ เพราะอยากให้คุณหนูตาย บ่าวถูกบังคับเพคะ บ่าวไม่ได้อยากจะทำแบบนี้เลย องค์หญิงทรงขู่จะฆ่าครอบครัวของหม่อมฉัน หม่อมฉันจึงต้องทำแบบนี้ ขอฝ่าาทรงอภัยด้วยเพคะ ขอท่านอ๋องทรงอภัยด้วยเพคะ"
"ใช่เพคะ ยาพิษอันนี้องค์หญิงเก็บเอาไว้กับตัว หากค้นตัวต้องเจอแน่นอน หม่อมฉันไม่กล้าโกหกฝ่าาแน่นอนเพคะ ขอฝ่าาอภัยด้วยเพคะ"
นางกำนัลโขกหัวร่ำไห้จนเืไหลออกมาเต็มใบหน้า พร้อมกับสารภาพว่าั้แ่แรกเื่ราวเป็อย่างไร ยิ่งฟังทุกอย่างที่นางกำนัลพูดมาถึงอดีตที่องค์หญิงผู้นี้ทำ แล้วยังบอกว่ามีหลักฐานการกระทำทุกอย่าง ให้ไปเอาหลักฐานที่ตำหนักขององค์หญิงได้เลย พวกนางบอกหมดว่าอะไรซ่อนอยู่ตรงไหน ท่ามกลางสายตาตกตะลึงว่าพวกเขาฟังอะไรผิดไปหรือเปล่า องค์หญิงที่งดงามอ่อนหวานผู้นั้น ไฉนถึงได้โเี้อำมหิตถึงเพียงนี้
"ให้คนไปค้นตัวองค์หญิง ส่วนทหารไปค้นตำหนักองค์หญิงตามที่พวกนางบอก หากไม่เจอหลักฐานอย่างที่พวกเ้าพูด เจิ้นจะสั่งปะาพวกเ้า โทษฐานให้ร้ายราชวงศ์"
มู่หรงฟางเซียนทรุดลงนั่งกับพื้น เมื่อนางกำนัลจับตัวนางเอาไว้เพื่อค้นตัว แล้วก็พบยาอยู่ตรงขอบผ้ารัดเอวของนางจริงๆ จนนางต้องใอีกครั้ง เหตุใดจึงมียาพิษอยู่กับตัวนาง ยาพิษเจ็ดราตรีรัญจวน นางเอาใส่ซอกเล็บตัวเองมันจะมีห่อยาได้อย่างไร แล้วนางกำนัลผู้นี้ถึงหลักฐานอะไรกัน ทำไมพวกนางถึงได้พูดออกมาแบบนั้นออกมา การวางยาพิษสลายโลหิตนางให้องครักษ์เงาของนางลอบเทยาลงบนกาน้ำ ไม่มีใครรู้แน่นอนว่าใครทำ หากผิดพลาดมานางกำนัลที่ไม่รู้ว่าใครทำก็ปฏิเสธไม่ได้จะต้องถูกลงโทษ จนกระทั่งตายพวกนางก็ไม่สามารถรู้ว่านางเป็คนอยู่เื้ั แล้วที่สำคัญพวกนางทำไมถึงได้บอกรายละเอียดทุกอย่าง แต่ห่อยาจะมาอยู่กับนางได้อย่างไร มันต้องอยู่กับองครักษ์เงาของนางไม่ใช่หรือ แล้วหลักฐานที่นางสั่งฆ่าคนมันจะมีได้อย่างไร เพราะนางทำลายทุกอย่างไปหมดแล้ว เหลือเพียงห้องลับที่เอาไว้ทรมานพวกสตรีหน้าด้านพวกนั้น แต่มันก็ไม่สามารถโยงไปถึงการตายของพวกมันแน่ แต่ทำไมนางถึงรู้สึกว่าอาจจะมีบางอย่างเกิดขึ้นโดยที่นางไม่คาดคิดหรือเปล่า
องค์สามมู่หรงฉิงเฉียนหรี่ตามองบรรยากาศตรงหน้า เขารู้ว่ามู่หรงฟางเซียนหลงรักมู่หรงหานเฟิงมานานแล้ว เขาเองก็ได้แต่รอโอกาสที่จะให้นางหันมาสนใจเขาบ้าง แต่นางกลับไม่เคยที่จะหันมามองเขาเลยแม้แต่นิดเดียว บางทีนี่อาจเป็โอกาสที่ดี ที่จะได้ช่วยสาวงาม หากช่วยนางได้นอกจากจะได้สาวงามแล้วยังได้องครักษ์ที่ติดตามนางมาเป็คนของตัวเองอีกด้วย พอนึกถึงส่วนได้ส่วนเสีย มู่หรงฉิงเฉียนก็ขยับนั่งตัวตรงคิดหาทางช่วยเหลือมู่หรงฟางเซียนให้ถูกลงโทษสถานเบา เพราะว่าโทษของนางอาจจะไม่ถึงชีวิต อีกทั้งยังมีไทเฮาคอยช่วยเหลือเขาคิดว่าอย่างไรนางก็ต้องรอดตายแน่นอน
"ยานี้เป็ยาพิษเจ็ดราตรีรัญจวน แล้วก็พิษสลายโลหิตจริงๆพะย่ะค่ะฝ่าา"
เมื่อได้รับการยืนยันจากหัวหน้าหมอหลวง คนที่อยู่ในงานต่างพากันส่งเสียงออกมาด้วยความใ
"เหลวไหล! องค์หญิงคนนึงจะถูกนางกำนัลมาใส่ร้ายแบบนี้ได้อย่างไร ยังไม่พูดความจริงอีก ทหารนำพวกมันไปลงโทษ! ฝ่าาเซียนเอ๋อร์ทั้งจิตใจดี อ่อนโยน ใครๆก็รู้ นี่ต้องเป็แผนร้ายของคนอื่นแน่นอน ฝ่าาต้องให้ความเป็ธรรมกับเซียนเอ๋อร์ของแม่ด้วย ไม่อย่างนั้นแม่ไม่ยอมแน่นอน"
พระนางทรงสังเกตอาการของหลานสาวมาั้แ่แรก สังหรณ์ใจลึกๆว่าต้องเป็ฝีมือนาง แต่ไม่ว่าอย่างไรพระนางจะปล่อยให้หลานรักของนางถูกลงโทษไม่ได้เด็ดขาด
"เสด็จแม่วางใจเถอะ หากองค์หญิงไม่ได้ทำแบบที่พวกนางกล่าวหา พวกนางต้องถูกลงโทษแน่นอน แต่..หากว่าเื่ทั้งหมดเป็เื่จริง ถึงแม้เสด็จแม่จะไม่พอพระทัย ลูกก็คงจะต้องลงโทษในสิ่งที่นางทำ เสด็จแม่อย่าทำให้ลูกลำบากใจจะดีกว่า"
มู่หรงหานเฟิงมองใบหน้างดงามที่พยายามทำราวกับว่าตัวเองถูกใส่ร้ายด้วยแววตาเฉยชา หลักฐานทั้งหมดที่สืบมาหลายคดีถูกนำไปไว้ที่ตำหนักของนางหมดแล้ว คราวนี้ไม่ว่าอย่างไรนางต้องไม่รอด แต่ถูกตัดสินโทษแบบนี้มันสบายเกินไปสำหรับคนที่กล้าลงมือกับคนของเขา จากที่คิดจะให้นางถูกคุมขัง ตอนนี้ในใจเขาคิดแผนสำหรับนางเอาไว้แล้ว ถึงตอนนั้นเมื่อไหร่นางจะรู้เองว่าการถูกลงโทษที่แท้จริงมันเป็อย่างไร
ประมาณครึ่งชั่วยามทหารฝ่ายสืบสวนก็กลับมาพร้อมกับหลักฐานที่อยู่ในมือเต็มไปหมด ทั้งเื่ปลอมแปลงราชโองการลงโทษตระกูลหวาง ทั้งเื่เื้ับุตรีของกรมโยธา หรูจื่อเหนียน เมื่อ 2 เดือนก่อน ที่ถูกคนจับตัวไปขืนใจจนตายทำให้ตระกูลหรูต้องทุกข์ใจเพราะเป็บุตรีคนสำคัญของตระกูล คราวนี้ฮองเฮาหรูเฉี่ยวถึงกับนั่งไม่ติด หลานสาวที่น่ารักของนางอายุเพียงแค่14ปีเท่านั้น นางอายุยังไม่ถึงวัยปักปิ่นกลับต้องมาตายอย่างอนาจ ถูกข่มเหงแล้วยังปล่อยให้ตายในสภาพร่างเปลือยเปล่าไม่มีอะไรปกคลุมแม้แต่ชิ้นเดียว
ตอนนั้นพระนางส่งคนไปสืบมากมายก็ไม่มีหลักฐานเลยแม้แต่นิดเดียว รู้แต่ว่ามีเทียบเชิญจากองค์หญิงมู่หรงฟางเซียนชวนนางออกไปเที่ยว ซึ่งปกติก็ไปเป็ประจำบ่อยครั้งอยู่แล้ว ไม่นึกว่าระหว่างทางจะถูกคนจับตัวไป พระนางไม่เคยนึกสงสัยสตรีผู้นี้เลยสักครั้ง ไม่นึกว่านางจะชั่วช้าเลวทรามได้ถึงเพียงนี้
"ฝ่าาทรงให้ความเป็ธรรมกับเหนียนเอ๋อร์ด้วยเพคะ หลานสาวที่น่าสงสารของหม่อมฉันต้องมาตายอย่างอนาจเพราะนาง ขอทรงมีรับสั่งลงโทษปะาชีวิตนางด้วยเพคะ"
ฮองเฮาเดินมาคุกเข่าร่ำไห้แทบขาดใจ ตอนนี้ทั้ง อัครเสนาบดีหรูกับฮูหยินเมื่อทราบสาเหตุการตายแล้วคนที่อยู่เื้ัการตายจะทนไหวได้อย่างไร ต่างพากันคุกเข่าขอร้องให้ฮ่องเต้ตัดสินโทษ มู่หรงฟางเซียนที่ตอนนี้สติได้หลุดลอยออกไปหมดแล้ว เมื่อเห็นการรายงานถึงทุกอย่างที่นางทำมาหลายปี มันเกิดขึ้นได้อย่างไร ทุกอย่างทำไมถึงมีหลักฐานในการกระทำของนางจนหมด ทันใดนั้นร่างที่ทุกคนจับจ้องด้วยสายตาเกลียดชังก็รับทุกอย่างไม่ไหว ล้มลงตรงหน้าแต่กลับไม่มีผู้ใดสงสารนางแม้แต่คนเดียว
"องค์หญิงมู่หรงฟางเซียนทำผิด เข่นฆ่า ใส่ร้ายผู้บริสุทธิ์หลายคน ลดตำแหน่งเหลือเป็สามัญชน ทหารลากตัวนางไปคุมขังที่คุกหลวง แล้วจัดการปะานางภายในสามวัน ห้ามให้ใครเยี่ยมนางโดยเด็ดขาด หากใครฝ่าฝืนให้ลงโทษปะาไปพร้อมกับนางได้เลย"
ฮ่องเต้มู่หรงฉิงเฟย รับสั่งลงโทษโดยที่ไม่สนใจว่านางจะหมดสติ มองดูทหารลากนางกับพื้นด้วยสีหน้าดุดัน ครั้งนึงพระองค์ก็ทรงเอ็นดูนางไม่น้อย เพราะเห็นกันมาั้แ่เด็ก ไม่นึกว่าจิตใจของนางจะโหดร้ายถึงเพียงนี้
"ไม่นะ! ฝ่าาอย่าปะานาง แม่ขอร้อง นะฝ่าา~"
"ใครก็ได้พาไทเฮากลับไปพักผ่อนที่ตำหนักหนิงโซว่กง คอยดูแลไทเฮาให้ดี ให้ไทเฮาทรงพักผ่อนภายในตำหนัก ห้ามพระนางออกมา จนกว่าจะปะามู่หรงฟางเซียน"
"ฝ่าา~" ไทเฮาหมดสติไปทันทีเพราะความะเืใจอย่างแรง มู่หรงฉิงเฉียนก็มองเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยความเสียดาย อีกนิดเดียวแท้ๆ เขาก็จะได้องครักษ์ของนางมาอยู่ในมือ ไม่นึกว่านางจะโง่เก็บหลักฐานทุกอย่างเอาไว้แบบนี้ ดีแล้วที่เขาไม่ตกแต่งนางมาเป็พระชายา คนโง่อย่างนางตายไปเขาไม่เสียดายเลยแม้แต่นิดเดียว
ตลอดเวลามู่หรงหานเฟิงเงียบขรึมไม่พูดไม่จาก็จริง แต่เขาส่งสัญญาณให้ช่างเล่ยไปจัดการนางให้ตายอย่างทรมานกว่านี้ ถูกตัดหัวแบบนี้มันสบายเกินไปสำหรับนาง อย่างนางต้องเจอความทรมานทุกอย่างที่นางทำกับคนอื่นเช่นเดียวกัน
"หานเฟิงลุงมอบเื่นี้ให้เ้าไปจัดการ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของเ้าทั้งหมด เพื่อเป็การชดเชยที่คู่หมั้นของเ้าถูกกระทำ เอาหละทุกคนแยกย้ายกันกลับบ้านได้ งานเลี้ยงวันนี้คงจะไม่สนุกอีกต่อไปแล้ว เรากลับกันเถอะฮองเฮา"
พระองค์ประคองร่างฮองเฮาที่ทรงกรรแสงอยู่เพื่อกลับตำหนัก การที่พระองค์มอบให้มู่หรงหานเฟิงควบคุมการลงโทษมู่หรงฟางเซียนด้วยตัวเองก็เพราะว่า หลังจากนี้หลานชายต้องจัดการนางแน่นอน เพื่อกันไทเฮาทรงเข้ามาแทรกแซงการทำงานอีกทางด้วยเช่นกัน หากเป็มู่หรงหานเฟิงดูแลคดีนี้เองพระนางคงไม่สามารถช่วยชิวิตหลานสาวได้อย่างแน่นอน เพราะดูจากแววตาของหลานชายเขาคงไม่ยอมให้นางรอดชีวิตครั้งนี้
เมื่อสิ้นสุดงานเลี้ยง พอบรรดาราชวงศ์ทยอยออกไปจนหมด มู่หรงหานเฟิงก็กระซิบสั่งงานองครักษ์คนสนิท ให้ไปทำงานตามที่เขาสั่ง จากนั้นร่างสูงก็ทะยานขึ้นไปหาคนที่เขาเป็ห่วง พิษเจ็ดราตรีรัญจวนอะไรนั้น มีเวลาอีกเจ็ดวัน เขาต้องรีบไปเตรียมจัดงานแต่งนางให้เร็วที่สุด ไม่รู้ว่าครอบครัวของนางจะว่าอย่างไร ที่ครั้งแรกที่ออกงานบุตรสาวที่รักของพวกเขาต้องมาถูกวางยาพิษแบบนี้ แถมยังต้องแต่งงานแบบเร่งด่วนอีก ใบหน้าชายหนุ่มเคร่งขรึมลง เมื่อเห็นสตรีที่นอนหลับสนิทไม่รู้สึกตัวอยู่ตรงหน้า ถึงแม้ว่าจะเป็การแก้พิษให้นางก็ตาม แต่เขาไม่คิดจะทำอะไรนางก่อนแต่งงานแน่นอน นางต้องได้รับเกียรติแต่งงานแล้วส่งตัวเข้าหอถูกต้องกับเขาเท่านั้น เขาถึงจะแก้พิษให้นาง แต่จะเข้าพิธีอย่างไรหากเ้าสาวหมดสติแบบนี้ตลอดเจ็ดวัน แล้วเขาจะทำอย่างไรดี