อำนาจเหนือเงา
กฎเหล็กใต้เงาจันทร์
บรรยากาศยามค่ำคืนที่หน้าคาสิโน 'ดิ เอ็มไพร์' สถานบันเทิงระดับไฮเอนด์ที่ตั้งอยู่ใจกลางย่านธุรกิจ ดูเคร่งขรึมและกดดันผิดปกติ ชายหนุ่มในชุดสูทสีดำสนิทกว่ายี่สิบชีวิตยืนเรียงแถวหน้ากระดานทอดยาวั้แ่บันไดหินอ่อนไปจนถึงประตูทางเข้าบานั์ ทุกคนสวมแว่นกันแดดสีเข้มปกปิดแววตา ท่าทางอกผายไหล่ผึ่งและใบหน้าที่เรียบเฉยไร้อารมณ์ ราวกับรูปปั้นที่ถูกแกะสลักจากเหล็กกล้า
ทันทีที่รถโรลส์-รอยซ์ สีดำทมิฬเคลื่อนตัวมาจอดสนิทที่หน้าทางเข้า ประตูรถถูกเปิดออกโดยบอดี้การ์ดมือหนึ่ง ร่างสูงสง่าในชุดสูทสั่งตัดพิเศษก้าวลงมา ท่วงท่าการเดินเต็มไปด้วยความมั่นใจและทรงพลังจนบรรยากาศรอบข้างคล้ายจะหยุดชะงักไปชั่วครู่
"สวัสดีครับพี่ใหญ่!"
เสียงขานรับประสานดังกระหึ่มกึกก้องไปทั่วบริเวณ ชายฉกรรจ์ทั้งหมดก้มโค้งคำนับให้ ‘เฟยหลง’ อย่างนอบน้อมพร้อมเพรียงกัน สร้างความตกตะลึงให้กับเหล่าเซียนพนันและนักท่องเที่ยวที่พากันหยุดมองด้วยความหวาดหวั่นผสมความอยากรู้อยากเห็น
"นั่น... คุณเฟยหลง เ้าของที่นี่จริงๆ ใช่ไหม?" ชายวัยกลางคนในชุดภูมิฐานกระซิบถามเพื่อนข้างๆ ด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า "ตัวจริงดูดีกว่าในข่าวอีกนะเธอ... ทั้งหล่อ ทั้งเท่จนแทบหยุดหายใจเลย" หญิงสาวที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ตาเป็ประกายคล้ายถูกมนต์สะกด
"หล่อแต่โหดน่ะสิไม่ว่า!" ชายคนเดิมรีบเบรกเสียงต่ำลง "นี่แกไม่รู้เหรอ? ถึงเขาจะเข้ามาคุมที่นี่ได้ไม่นาน แต่ได้ยินมาว่าใต้ผืนพรมคาสิโนแห่งนี้เปื้อนเืไปเท่าไหร่แล้ว เมื่อไม่กี่วันก่อนก็เพิ่งมีคนหายสาบสูญไป" "จริงเหรอ? เล่าสิ"
"ก็พวกที่แส่หาเื่น่ะสิ เห็นว่าเป็คู่อริเก่าที่แอบเอา 'ยา' เข้ามาปล่อยในถิ่นของเฟยหลง... รายนั้นเขาเกลียดเื่อบายมุขที่ผิดกฎเหล็กของเขาเข้าไส้ สั่งลูกน้องเก็บเงียบแล้วโยนศพลงกลางทะเลให้ปลากินไปแล้ว!" "โหดชะมัด... อำนาจล้นมือจริงๆ"
"หล่อ ดุ โหด... นี่แหละสเปกฉันเลย" หญิงสาวคนเดิมยังคงเพ้อฝันไม่เลิก "เหอะ! ส่องกระจกดูตัวเองบ้างแม่คุณ หน้าอย่างกับหมาเมินแบบนี้ คุณเฟยหลงเขาไม่ชายตามามองให้เสียสายตาหรอก" ชายหนุ่มแค่นหัวเราะ "ไอ้บ้า! ใครจะไปรู้ล่ะยะ!" เธอสะบัดหน้าหนีด้วยความหงุดหงิด
ขณะที่เสียงซุบซิบดังระงมไม่ขาดสาย เฟยหลงกลับก้าวเดินผ่านฝูงชนเข้าไปด้านในด้วยใบหน้าเ็า สายตาคมกริบดุจเหยี่ยวไม่แม้แต่จะปรายมองสิ่งรอบข้าง สำหรับเขา... เสียงเ่าั้เป็เพียงมลพิษทางเสียงที่ไร้ค่า
ภายในห้องทำงานส่วนตัว: บัญชีที่ต้องชำระ
บรรยากาศภายในห้องทำงานกว้างขวางบนชั้นสูงสุดของคาสิโนกลับเต็มไปด้วยกลิ่นอายของความตายและความกดดันที่หนาแน่นจนแทบหายใจไม่ออก โต๊ะทำงานไม้โอ๊กขนาดใหญ่ตั้งเด่นอยู่กลางห้อง รายล้อมด้วยจอมอนิเตอร์นับสิบที่แสดงภาพจากกล้องวงจรปิดทุกมุมตึก บอดี้การ์ดคนสนิท 7-8 คน ยืนคุมเชิงอยู่ตามจุดต่างๆ ราวกับกำแพงมนุษย์
บนพื้นพรมสีเืหมูหนานุ่ม หน้าโซฟาหนังราคาแพง ชายหนุ่มวัยประมาณ 26 ปีคนหนึ่งนอนคุดคู้ในสภาพยับเยิน มือและเท้าถูกมัดตราสังข์ไว้อย่างแ่า ใบหน้าที่เคยดูดีบัดนี้บวมช้ำปูดโปนจากการถูกซ้อมอย่างหนัก เสื้อผ้าแบรนด์เนมหรูหราเลอะเทอะไปด้วยคราบเืและหยาดเหงื่อ
เฟยหลงทรุดตัวลงนั่งบนโซฟาอย่างสง่างาม แผ่นหลังพิงพนักท่าทางดูผ่อนคลาย มือเรียวยาวหยิบซิการ์ขึ้นมาจุดสูบ ท่ามกลางความเงียบที่มีเพียงเสียงลมหายใจหอบถี่ของคนที่อยู่บนพื้น
"พี่ใหญ่ครับ ไอ้นี่ชื่อ 'ชินหยางเว่ย' ลูกชายคนเดียวของผู้ว่าฯ เมืองนี้ครับ" ลูกน้องคนสนิทก้าวรายงาน "มันบังอาจโกงไพ่ในบ่อนเรา แถมยังแอบเอาของสกปรกมาปล่อยให้แขก ทั้งที่พี่ใหญ่สั่งห้ามเด็ดขาด พวกผมเลย 'ต้อนรับ' มันไปนิดหน่อย แล้วมัดมันไว้รอพี่ใหญ่ตัดสินใจครับ"
"พวกแก... รู้ไหมว่าฉันลูกใคร!" ชินหยางเว่ยะโออกมาด้วยเสียงสั่นเครือ แม้ความตายจะมาจ่ออยู่ตรงหน้า แต่สันดานลูกคนรวยที่ถูกสปอยล์มาทั้งชีวิตก็ยังทำให้เขาโอหัง "ถ้าพ่อฉันรู้... พวกแกไม่ตายดีแน่!"
เฟยหลงพ่นควันสีขาวหม่นออกมาอย่างช้าๆ ก่อนจะเปรยเสียงเรียบเย็นที่เสียดแทงไปถึงกระดูก "นี่แกจำไม่ได้เหรอว่าเป็ลูกใคร... หรือจริงๆ แล้วเป็แค่ลูกหมาข้างถนนที่ลืมที่ต่ำที่สูงกันแน่?"
"ฮ่าๆๆ!" เสียงหัวเราะเยาะหยันจากลูกน้องดังประสานขึ้นพร้อมกัน ราวกับจะย้ำเติมความอัปยศให้คนบนพื้น "แกเป็ใครวะ! กล้าดียังไงมาทำกับฉันแบบนี้!"
"พ่อแกไง... จำพ่อตัวเองไม่ได้หรือไง?" เฟยหลงย้อนนิ่มๆ ดวงตาคมกริบวาวโรจน์ด้วยความสมเพช "ไอ้สารเลว! พ่อฉันคือ ชินหยางจง ผู้ว่าการเมืองนี้! ถ้าแกแตะต้องฉันแม้แต่ปลายเล็บ พ่อฉันจะกวาดล้างพวกแกให้หมด!"
"งั้นเหรอ..." เฟยหลงโน้มตัวลงมาหา ความเ็าในแววตานั้นทำให้ชินหยางเว่ยถึงกับชะงัก "ต่อให้พ่อแกคลานมาที่นี่ ก็ยังต้องคุกเข่าอ้อนวอนขอชีวิตแกจากฉันเลย"
กริ่งงงงง!
เสียงโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูของเฟยหลงดังขัดจังหวะ เขาหยิบขึ้นมาดูรายชื่อก่อนจะกระตุกยิ้มที่มุมปาก แล้วกดรับสายด้วยน้ำเสียงขรึม "ว่าไง..."
(ปลายสาย) : "ผมชินหยางจง ผู้ว่าการเมืองครับ... คุณคือคุณเฟยหลงใช่ไหม?" น้ำเสียงปลายสายเต็มไปด้วยความกังวลและกระหืดกระหอบ "ใช่... มีธุระอะไร?"
(ปลายสาย) : "ผม... ผมต้องขอโทษแทนลูกชายผมจริงๆ ที่เขาไปรบกวนคุณเฟยหลง ได้โปรดเมตตาด้วยเถอะครับ อย่าทำอะไรลูกชายผมเลย เขาเพียงแค่ยังเด็กและรู้เท่าไม่ถึงการณ์"
"ความเมตตางั้นเหรอ?" เฟยหลงพึมพำพร้อมกับหยิบมีดพกสั้นใบคมกริบขนาด 6 นิ้วขึ้นมาหมุนเล่นในมืออย่างคล่องแคล่ว แสงไฟสะท้อนบนใบมีดวาววับ "แค่คำขอโทษ... มันจะไปพอกับกฎของผมได้ยังไง"
(ปลายสาย) : "ครับ! ผมเข้าใจ... ผมจะรับผิดชอบทุกอย่าง ได้โปรดรับเงิน 10 ล้านเป็การขอโทษได้ไหมครับ? ผมขอร้อง"
"ชีวิตลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของคุณ มีค่าแค่ 10 ล้านเองเหรอ?" เฟยหลงเค่นเสียงหัวเราะในลำคอ "ถ้าจะเสียไปสักคนคงไม่เป็ไรหรอกมั้ง ตำแหน่งระดับคุณ คงหาเมียใหม่ลูกใหม่ได้ไม่ยาก"
"คุณพ่อ! ช่วยผมด้วย! ผมไม่อยากตาย! มันจะฆ่าผม!" ชินหยางเว่ยแผดร้องลั่นเมื่อเห็นปลายมีดจ่อมาที่นิ้วมือ
(ปลายสาย) : "อย่า! อย่าทำอะไรเขาเลยครับ! ผมขอร้อง... เห็นแก่หน้าผมสักครั้งเถอะคุณเฟยหลง ผมไหว้ละ!"
"ก็ได้... เพื่อเห็นแก่หน้าที่การงานของคุณผู้ว่าฯ ผมจะรับคำขอโทษเป็เงินสด 20 ล้าน กับ นิ้วของมันหนึ่งนิ้ว เป็ค่าบทเรียน และเงินต้องมาถึงที่นี่ภายใน 10 นาที... ขาดแม้แต่วินาทีเดียว เตรียมรอรับศพลูกชายที่หน้าจวนได้เลย"
เฟยหลงกดวางสายทันทีโดยไม่ฟังเสียงอ้อนวอนต่อ เขาพยักหน้าให้ลูกน้องสองคนเข้าล็อคตัวชินหยางเว่ยไว้แน่น อีกคนจับมือซ้ายของมันขึงไว้กับขอบโต๊ะไม้โอ๊ก
"อย่า! อย่าทำผมเลย! ผมกราบล่ะ! ผมขอโทษ!" ชินหยางเว่ยดิ้นรนสุดชีวิต น้ำตาและน้ำมูกไหลเปรอะใบหน้าที่บวมช้ำ
ฉึก!
"อ๊ากกกกกกกก!" เสียงร้องโหยหวนปานจะขาดใจดังะเิขึ้นไปถึงเพดานห้อง เมื่อคมมีดที่ถูกตวัดด้วยความเร็วและแรงตัดผ่านข้อต่อนิ้วชี้ข้างซ้ายจนขาดสะบั้นลงในคราเดียว เืสีแดงฉานกระเซ็นเปื้อนพรม
ลูกน้องรีบคว้าผ้ามาพันแผลให้ตามคำสั่ง ไม่ใช่เพราะความเห็นใจ แต่เพราะ้ารักษาลมหายใจมันไว้จนกว่าเงินจะมาถึง
บทสรุปและการขยับหมากครั้งใหม่
10 นาทีผ่านไปอย่างเชื่องช้าในความรู้สึกของคนเจ็บ แต่กลับรวดเร็วสำหรับเฟยหลง
ก๊อก ก๊อก... "ขออนุญาตครับพี่ใหญ่ เลขาของผู้ว่าฯ มาถึงแล้วครับ"
"ให้เข้ามา"
ชายวัยกลางคนในชุดสูทท่าทางนอบน้อมเดินเข้ามาในห้องด้วยอาการสั่นเทา เขาก้มหัวให้เฟยหลงด้วยความเคารพสูงสุดราวกับยืนต่อหน้ามัจจุราช "ท่านผู้ว่าฯ ให้ผมนำเงินสด 20 ล้านมามอบให้คุณเฟยหลงตามสัญญาครับ"
ลูกน้องรับกระเป๋าใบใหญ่มาตรวจสอบจำนวนเงินก่อนจะพยักหน้าให้เ้านาย "ครบครับพี่ใหญ่"
"ถ้าอย่างนั้น... ผมขออนุญาตพาคุณชายกลับนะครับ" เลขาเอ่ยอย่างระมัดระวัง เมื่อได้รับคำอนุญาตเขาก็รีบพยุงร่างที่สั่นเทาและไร้สติของชินหยางเว่ยออกไปจากห้องนั้นทันที
ความเงียบกลับเข้าปกคลุมห้องทำงานอีกครั้ง
"พี่ใหญ่จะปล่อยมันไปง่ายๆ แบบนี้จริงๆ เหรอครับ?" ลูกน้องคนหนึ่งถามด้วยความสงสัย ปกติเฟยหลงไม่เคยประนีประนอมกับใครที่กล้าลองดีถึงขนาดนี้
"สั่งสอนมันแค่นี้ก่อน... ให้มันอยู่เป็เครื่องเตือนใจพ่อมันว่าใครคือเ้าของเมืองที่แท้จริง" เฟยหลงเอ่ยเสียงเรียบ สายตามองออกไปนอกหน้าต่างที่เห็นแสงไฟของเมือง "่นี้ฉันจำเป็ต้องใช้เงินก้อนใหญ่ และถือว่าพวกมันยังดวงแข็งอยู่บ้างที่มีเงินมาไถ่ชีวิตได้ทันเวลา"
เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จัดสูทให้เข้าที่ก่อนจะสั่งการด้วยน้ำเสียงที่ทรงอำนาจยิ่งกว่าเดิม "อ้อ... อีกเื่ ฉันซื้อบ้านพักส่วนตัวนอกเมืองไว้ พวกแกทุกคนต้องเก็บข้าวของและย้ายไปอยู่ที่นั่นวันที่ 1 นี้ ใครขัดคำสั่งหรือมาช้าแม้แต่นาทีเดียว คงรู้ใช่ไหมว่าปลายทางคือที่ไหน"
"ครับพี่ใหญ่! ว่าแต่... จะให้พวกผมเตรียมตัวไปลุยกับแก๊งไหนครับ?"
เฟยหลงยกยิ้มมุมปากเพียงเล็กน้อย เป็ยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา แต่มันดูเยือกเย็นจนน่าขนลุก "ไปถึงเดี๋ยวก็รู้เอง... าที่แท้จริงมันเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นต่างหาก"
เขาก้าวออกจากห้องไป ทิ้งไว้เพียงกลิ่นซิการ์และรอยเืที่ย้ำ
เตือนว่า ในอาณาจักรแห่งนี้... ไม่มีใครอยู่เหนือ 'อำนาจของเงา' อย่างเขาได้
........................