โอดินทำได้เพียงยิ้มออกมาอย่างเจือแววสับสน สายตาสะท้อนแสงตะวันในยามบ่ายที่ลอดผ่านกระจกลงมากระทบผิวแก้มอ่อน แสดงท่าทางงุนงงด้วยการส่ายหัวช้าๆ ราวกับต้องการจะบอกเป็นนัย ว่ากระทั่งตนเองก็ยังไม่รู้แน่ชัดว่าความลึกลับของเผ่าพันธุ์ตนคืออะไรกันแน่
ความไร้เดียงสาในท่าทีซื่อๆนั้น หากใครได้เห็นย่อมเชื่อโดยไม่อาจตั้งข้อกังขาใด
ทว่าเบื้องหลังรอยยิ้มเงียบงันนั้น กลับมีความจริงที่แม้แต่ทวยเทพก็ยังไม่กล้าเอ่ยถึง
“เอ่อ..”
เมื่อหนานกงหลงเจียผู้เป็นผู้นำวิหารแห่งการลงทัณฑ์ และจินเกอผู้เป็นรองผู้นำได้เห็นท่าทีดังกล่าวของโอดิน ทั้งคู่ก็สบตากันครู่หนึ่ง ก่อนที่ชายหนุ่มผู้มีแว่นตาข้างเดียวจะพยักหน้าเล็กน้อยเป็นเชิงเข้าใจ
จากนั้นจึงกล่าวออกมาต่อด้วยน้ำเสียงจริงจังและเจือด้วยประกายแห่งความคาดหวัง
“เอาเถอะ.. ไม่รู้ก็ไม่แปลกหรอก!”
“กระทั่งพวกข้าเองก็ยังไม่เคยได้ยินว่ามีเผ่าพันธุ์ชื่อเทพธิดาจักรพรรดิสิบปีกอยู่ในดินแดนทรินิตี้เซเว่นมาก่อน”
หนานกงหลงเจียกล่าวพร้อมกับขมวดคิ้วอย่างใช้ความคิด
“แต่หน้าต่างปลุกพลังถึงกับเรียกนามดังกล่าวว่าเทพ นั่นย่อมหมายถึงความไม่ธรรมดา เผลอๆอาจทัดเทียมได้กับเผ่าพันธุ์เทพอสูรหรือแม้แต่เผ่าพันธุ์เทพที่สืบสายเลือดมาจากยุคจุดเริ่มต้นของระบบก็เป็นได้”
“พวกข้าจะไม่ประมาทเผ่าพันธุ์ของเจ้าแน่นอน!”
จินเกอเองก็ผงกหัวเห็นด้วย ก่อนจะยกมือขึ้นลูบเคราเล็กน้อยแล้วเอ่ยเสียงหนัก
“แต่ไม่ว่าจะเป็นเผ่าพันธุ์ใด สิ่งสำคัญที่สุดต่อการเดินบนเส้นทางแห่งพลังคือการเข้าใจตัวตนของตนเอง”
“อาณาจักรต้นกำเนิดแม้จะเป็นปัจจัยหลักในการกำหนดเส้นทาง รวมถึงเป็นรากฐานทั้งหมดของผู้วิวัฒน์”
“แต่สิ่งที่มีอิทธิพลรองลงมาและไม่อาจละเลยได้ก็คือพรสวรรค์ในด้านพลังงานธาตุ!”
“เจ้าควรรู้เอาไว้ว่ามนุษย์ที่วิวัฒน์พลังวิญญาณนั้น นอกเหนือจากอาณาจักรต้นกำเนิดที่เชื่อมโยงกับพลังของเผ่าพันธุ์ต่างๆแล้ว ยังมีสิ่งหนึ่งที่เรียกว่าธาตุไหลเวียนอยู่ภายในร่างกายของทุกคน ดั่งสายน้ำที่หล่อเลี้ยงผืนแผ่นดิน”
“ธาตุนั้นอาจจะเป็นธาตุดิน น้ำ ลม ไฟ แสง ความมืด สายฟ้า หรือกระทั่งพลังงานธรรมชาติบางอย่างที่ซับซ้อนขึ้นมา”
“อย่างพลังพฤกษา ธาตุพิษ กระทั่งธาตุแห่งพลังวิญญาณเองก็นับรวมอยู่ด้วย!”
“ในบางกรณี บุคคลอาจจะสามารถเชื่อมต่อกับธาตุได้เพียงหนึ่ง หรือสองธาตุเป็นหลัก”
“แต่มีกลุ่มคนส่วนน้อยที่สามารถเชื่อมโยงกับธาตุได้ถึงสามหรือสี่ธาตุพร้อมกัน พวกเขาคือผู้ถือครองพรสวรรค์พิเศษระดับสูง”
“ส่วนอีกกลุ่มหนึ่งที่หายากยิ่งกว่าคือผู้ที่สามารถเชื่อมต่อได้กับธาตุที่หายากหรือเป็นธาตุต้องห้าม เช่น พลังสายเลือดมังกรที่แฝงอยู่ในธาตุโลหะพิเศษ หรือกระทั่งธาตุแห่งแรงโน้มถ่วง ซึ่งระบบเองยังไม่สามารถให้คำอธิบายได้อย่างสมบูรณ์!”
จากนั้นตัวของหนานกงหลงเจียก็กล่าวเสริมขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“สิ่งที่สำคัญไม่ใช่แค่จำนวนธาตุที่เชื่อมโยงได้หรอกนะ มันอยู่ที่ระดับของความกลมกลืนระหว่างร่างกายของเจ้าและพลังธาตุนั้นต่างหาก”
“บางคนอาจมีพลังธาตุไฟแต่เชื่อมต่อได้เพียง 30 เปอร์เซ็นต์ของศักยภาพธาตุเท่านั้น ขณะที่บางคนอาจมีความเข้ากันได้ถึง 60 หรือ 70 เปอร์เซ็นต์ สิ่งนี้เป็นตัววัดศักยภาพแท้จริงที่จะบอกได้ว่าคนผู้นั้นจะเติบโตได้รวดเร็วเพียงใด”
“ถ้าเจ้ามีความกลมกลืนสูงกับธาตุนึงหรือหลายธาตุ เจ้าจะสามารถฝึกฝนเทคนิคลมหายใจได้รวดเร็วกว่าคนทั่วไปถึงหลายเท่า ควบคุมพลังเวทย์และปลดปล่อยมันออกมาในรูปแบบคาถาได้ทรงพลังและแม่นยำกว่าคนทั่วไปที่ยังต้องฝึกอยู่กับพื้นฐานอย่างยาวนาน!”
จินเกอพยักหน้ารับก่อนจะเอ่ยเสริมอีกประโยคอย่างจริงจัง
“เป็นอย่างที่ท่านผู้นำวิหารกล่าว นี่แหละคือสิ่งที่เรียกว่าพรสวรรค์แห่งธาตุ มันเป็นหนึ่งในเสาหลักของการฝึกฝนขั้นสูงในหมู่ผู้วิวัฒน์ทุกคน”
“ไม่ว่าจะสังกัดวิหารใด พวกเราจำเป็นต้องตรวจสอบสิ่งนี้อย่างละเอียดถี่ถ้วน”
“เพราะมันจะเป็นตัวกำหนดทิศทางของการฝึกฝนในอนาคต ไม่ต่างจากการเลือกเส้นทางชีวิตของผู้ถือครองพลังเลยซักนิดเดียว”
หนานกงหลงเจียจ้องหน้าโอดินนิ่งๆ ก่อนจะผ่อนลมหายใจแล้วกล่าวสรุป
“ข้าเองก็ไม่รู้หรอกนะว่าเผ่าพันธุ์เทพธิดาจักรพรรดิสิบปีกจะเชี่ยวชาญในธาตุใด”
“อาจเป็นสายลมที่แฝงด้วยแสง หรือสายฟ้าที่หลอมรวมกับมิติ หากแต่เมื่อถึงวันทดสอบพรสวรรค์ เราจะรู้ความจริงทั้งหมด!”
“แต่ในตอนนี้เจ้าควรกลับไปพักผ่อนก่อนเสียเถอะ เตรียมจิตใจของตนให้มั่นคง แล้วพรุ่งนี้จงเดินทางมายังวิหารแห่งการลงทัณฑ์ในเมืองให้เร็วที่สุด ข้ากับจินเกอจะเป็นผู้ทดสอบเจ้าโดยตรง และจากนั้นเจ้าจะได้เริ่มต้นเส้นทางแห่งการวิวัฒน์ที่แท้จริง!”
พอได้ยินแบบนั้น ตัวของโอดินก็พยักหน้ารับอย่างสงบ ในขณะที่แววตาของเขายังคงเปล่งประกายอันลึกล้ำ ก่อนที่รอยยิ้มบางๆจะปรากฏขึ้นบนมุมปาก พร้อมกับภายในใจที่ยังคงย้อนวันวานกลับไปยังชาติก่อน
“พลังธาตุ.. ในอดีตมังกรเซียนมรกตนั้นเชียวชาญพลังงานธาตุลมที่สมบูรณ์แบบ!”
“แต่พอข้าได้รับเวทย์มังกรโบราณมา รูปแบบเวทย์ธาตุต่างๆข้าก็ละทิ้งมันไปทั้งหมด!”