ตอนที่ 88 :ผู้บงการอยู่เบื้องหลัง
หมู่บ้านชิงซงจู๋ไป่ เมืองเจียวอ้าว ตงซาน ในบ้านหลังใหญ่ที่มี 4 ห้อง 2 ห้องโถง
ชายร่างอ้วนวัยกลางคนหนักเกิน 90 กิโลกรัม สูงแค่ 175 เซนติเมตร นั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ มองดูที่หน้าจอคอมอย่างตื่นเต้นพร้อมส่งเสียงหัวเราะคิกคัก
“ฮ่า ๆ ได้ผลลัพธ์ที่ไม่คาดคิดจริง ๆ ! ” ชายอ้วนวัยกลางคนถูมือ “ฉันแค่อยากทำให้หลิวจือเซียกับเซียเยว่มีชื่อเสียงฉาวโฉ่ซะหน่อย ไม่คิดเลยว่าจะได้ผลที่ไม่คาดคิดแบบนี้”
“กริ๊ง ๆๆ ! ”
ในตอนนี้เอง โทรศัพท์ที่อยู่ข้าง ๆ คอมพิวเตอร์ก็ดังขึ้น
ชายอ้วนวัยกลางคนเหลือบมองและกดปุ่มรับสาย “ฮัลโหล เหล่าหาน พอใจกับผลงานชิ้นเอกของฉันไหมล่ะ ? ”
เสียงเรียบเย็นชาดังมาจากปลายสายอีกด้าน “จินฉือถัง ฉันจ้างนายใส่ร้ายหลิวจือเซีย แต่นายไปยั่วยุเซียเยว่ทำบ้าอะไร ? อยากจะโดนคนด่าพร้อมกันสองคนหรือไง ? ”
จินฉือถัง !
ที่แท้ชายร่างอ้วนคนนี้ก็คือหมาบ้าอันดับหนึ่งในโลกออนไลน์ จินฉือถังนั่นเอง !
“ฮ่า ๆๆ จะเป็นอะไรไป ? ” จินฉือถังหัวเราะ “เหาเยอะก็อย่าไปกลัวถูกกัด หนี้เยอะอย่าไปกลัวต้องแบกหนี้ ! บังเอิญว่าฉันได้งานใส่ร้ายเซียเยว่มา ก็เลยทำมันด้วยกันเลย เป็นยังไง ? สมบูรณ์แบบเลยใช่ไหมล่ะ ? ”
“สมบูรณ์แบบบ้านป้าแกสิ ! ” เสียงของอีกฝ่ายเกรี้ยวกราด “สัญญาที่ว่า 2 ล้านหยวน แต่ในเมื่อนายเห็นฉันเป็นผลพลอยได้ และนายเป็นคนผิดสัญญาก่อน ฉันจ่ายให้นายแค่ 1 ล้านหยวน ! ”
“หานจวิ้นชิง แกกล้าดียังไง ? ” จินฉือถังด่าด้วยความโกรธ “ถ้าแกกล้าเบี้ยวเงินฉัน 1 ล้านหยวน เชื่อไหมล่ะว่าฉันจะโพสต์บทสนทนาที่แกกับฉันคุยกันลงบนอินเทอร์เน็ตเดี๋ยวนี้เลย ? ”
หานจวิ้นชิง ผู้อำนวยการเพลงของเวิ่นซิงเอนเตอร์เทนเมนท์งั้นหรือ ?
“แกขู่ฉันหรือ ! ” เสียงของหานจวิ้นชิงเปลี่ยนเป็นเย็นชา
“เออ ฉันขู่แก ! ” จินฉือถังพูด “ไม่ใช่แค่ขู่ด้วย พรุ่งนี้แกจะต้องมาหาฉัน ไม่งั้นฉันจะสู้ยังไง ? แกอ้างตัวว่าเป็นนักแต่งเพลงอันดับต้น ๆ ของวงการไม่ใช่หรือ ? ยังจะกลัวการแต่งเพลงสดอีกหรือไง ? ”
“ฮึ ! ” หานจวิ้นชิงทำเสียงออกทางจมูก “500,000 ! ฉันให้นายได้อีกแค่ 500,000 หยวน ถือซะว่าเป็นค่าจ้างที่ฉันช่วยนายครั้งนี้”
“ก็ได้ 500,000 ก็ 500,000 ! ” จินฉือถังตอบ 500,000 หยวนแลกกับการให้นักประพันธ์เพลงชั้นนำของวงการมาแต่งเพลงสด ช่วยเขาให้ผ่านสถานการณ์ลำบากนี้ได้ คิด ๆ แล้วเขาก็ไม่ได้ขาดทุนอะไร ใช่ไหมล่ะ ?
“ติ๊ด ! ”
เมื่อสิ้นเสียง เขาก็วางสายทันที
จินฉือถังมองดูหน้าจอมือถือที่วางสายไป สีหน้าโกรธเคืองของเขาหายไปแล้ว เขายิ้มเยาะออกมา “ชื่อเสียงที่เสีย ๆ หาย ๆ ฉันก็เป็นคนแบก แกยังจะเอาเงินอีก คิดว่าฉันใจบุญงั้นสิ ! ”
หลังจากพึมพำกับตัวเองอยู่สองสามประโยค จินฉือถังก็โพสต์เวย์ป๋อว่า “@หลิวจือเซีย @เซียเยว่ ตกลง คำไหนคำนั้น 2 ทุ่มคืนพรุ่งนี้ จะได้รู้กัน ! ”
…………………
โรงแรมฮัวโตวฮอลิเดย์ จิ่นเฉิง มณฑลเสฉวน
หลังการถ่ายทำตลอดทั้งวันจบลง หลี่เมิ้งอีก็รู้สึกเหมือนร่างใกล้จะแหลกเต็มที ตอนนี้เธอคิดถึงช่วงเวลาที่อยู่ในปักกิ่งมาก
หลี่เมิ้งอีนั่งอ่านบทอยู่บนโซฟาและกำลังจะไปอาบน้ำ ทันใดนั้น เหอจิงจิงก็วิ่งถือแท็บแล็ตเข้ามาด้วยท่าทีร้อยรน “เมิ้งอี แย่แล้ว หลิวจือเซียของเธอเกิดเรื่องแล้ว ! ”
หลี่เมิ้งอีรู้สึกเครียดขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว เธอถามว่า “เกิดอะไรขึ้น ? ”
“นี่… เธออ่านเองเถอะ ให้เล่าในประโยคสองประโยคมันไม่ชัดเจนหรอก” เหอจิงจิงส่งแท็บแล็ตในมือให้ “พี่ซือฉีก็รู้แล้ว กำลังคุยโทรศัพท์กับประธานหลางอยู่”
หลี่เมิ้งอีไม่พูดอะไร เธอรับแท็บแล็ตมาอ่านอย่างละเอียด
ผ่านมา 2 ชั่วโมงแล้วตั้งแต่โพสต์ของจินฉือถังจนถึงโพสต์ท้าสู้ของหลิวจือเซีย มีสื่ออิสระเขียนถึงความแค้นระหว่างคนทั้งสองและโพสต์ลงบนเวย์ป๋อด้วย
และยังเลือกพาดหัวข่าวได้สะดุดตามาก ‘จินฉือถัง หลิวจือเซีย และเซียเยว่ ความสัมพันธ์แบบ 3P (รักสามเส้า)’
หลายคนที่ไม่รู้เรื่องหลังจากอ่านข่าวนี้ก็เข้าใจเลยว่าเกิดอะไรขึ้น
“จินฉือถังนี่เลวจริง ๆ ! ”
หลังจากอ่านข่าวนี้ หลี่เมิ้งอีก็หน้าแดงด้วยความโกรธ “ไม่พูดละกันว่าจือเซียเป็นคนแต่งจริงหรือเปล่า แต่เยว่เยว่เป็นแค่เด็ก มันเรื่องอะไรถึงต้องลากเด็กเข้ามาเกี่ยวด้วย ? ไม่ได้ ฉันต้องโพสต์เวย์ป๋อ ! ”
ถึงจะอยู่ด้วยกันแค่ไม่กี่วัน แต่ก็เพียงพอแล้วที่ทั้งสองจะเรียกอีกฝ่ายโดยไม่มีแซ่ เรียกแค่สองคำหลังเท่านั้น
หลี่เมิ้งอีที่อ่านโพสต์ในเวย์ป๋อก็รู้สึกเดือดขึ้นมา
ส่วนเหอจิงจิงก็ไม่ต่างกันสักเท่าไหร่
“เมิ้งอี หลิวจือเซียบอกในเวย์ป๋อว่า ถ้าเขาแพ้ เขาจะออกจากวงการบันเทิงด้วย”
เหอจิงจิงเตือน “ถ้าให้ฉันพูด ฉันคิดว่าจินฉือถังต้องรับงานมาจากใครแน่ ไม่งั้นแล้ว ทำไมเขาถึงพุ่งเป้ามาที่หลิวจือเซียแบบนี้ล่ะ ? ”
แม้แต่คนโง่ก็ต้องมองออก ครั้งนี้จินฉือถังจงใจพุ่งเป้ามาที่หลิวจือเซียกับ ‘เซียเยว่’ เรื่องความดังก็เรื่องหนึ่ง แต่ถ้าเบื้องหลังมีผลประโยชน์มาเกี่ยวข้องด้วย นี่แหละประเด็นสำคัญ !
“พวกเธอรู้เรื่องกันแล้วสินะ ! ” เฉิงซือฉีที่เพิ่งวางสายเดินเข้ามา “ฉันเพิ่งโทรคุยกับหลางเวิ่นซิงเมื่อกี้ เขาบอกว่าเขาเองก็ไม่คิดว่าหลิวจือเซียจะมีปฏิกิริยาที่ใหญ่โตขนาดนั้น”
“นั่นเพราะเขาไม่รู้จักจือเซียดีพอ” สีหน้าของหลี่เมิ้งอีในตอนนี้เริ่มร้อนใจขึ้นมาแล้ว “เยว่เยว่คือชีวิตจิตใจของเราสองคน เรื่องนี้เกี่ยวข้องไปถึงเยว่เยว่ จือเซียไม่มีวันปล่อยจินฉือถังไปง่าย ๆ เด็ดขาด ! ”
“ไม่มองในแง่ดีไปหน่อยหรือ มันจะทำได้ยังไง ? ”
สีหน้าของเฉิงซือฉีไม่ค่อยดีนัก “เธอดูคอมเมนท์ในคำค้นหาสูงสุดกับประเด็นร้อนบนเวย์ป๋อสิ คนจากทุกสาขาอาชีพเข้ามากันหมด ถึงพวกเขาจะด่าจินฉือถังกัน แต่บางคนก็บอกว่าหลิวจือเซียกับ ‘เซียเยว่’ ท่าทางจะแย่แน่ ! ครั้งนี้หลิวจือเซียหาเรื่องใส่ตัวแล้ว”
“ไม่ได้ ฉันจะกลับปักกิ่ง ! ” หลี่เมิ้งอีเองก็คิดถึงจุดนี้ เธอจึงลุกขึ้นจะเก็บกระเป๋าทันที
“เมิ้งอี เธอใจเย็น ๆ ก่อน ! ” ครั้งนี้เฉิงซือฉีทำได้แค่ปรามเธอเอาไว้ “เธอกลับไปแล้วจะทำอะไรได้ ? คงไม่ใช่ไปนั่งมองอยู่เฉย ๆ ไม่มีปัญญาทำอะไรใช่ไหม ? ”
“งั้นจะทำยังไงล่ะ ? ” หลี่เมิ้งอีพูดอย่างกระวนกระวาย “ฉันทำได้แค่ดูหรือ ? ”
เฉิงซือฉีพูดอย่างหมดหนทาง “เราทำได้แค่ภาวนาให้หลิวจือเซียชนะศึกครั้งนี้”
…………………
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว
คืนต่อมา เวลา 1 ทุ่ม หลิวจือเซียเพิ่งเตรียมอาหารเย็นให้เยว่เยว่เสร็จ เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น
“เมิ้งอี การถ่ายทำวันนี้เสร็จแล้วหรือ ? ” หลิวจือเซียรับโทรศัพท์แล้วพูดขึ้น
“การถ่ายวันนี้ไม่ดีเลย ถ่ายตั้งหลายเทคแหนะ” น้ำเสียงของหลี่เมิ้งอีค่อนข้างเหนื่อยล้า “ไม่ต้องพูดเรื่องฉันหรอก วันนี้เยว่เยว่เป็นยังไงบ้าง ? ”
“วันนี้เยว่เยว่เป็นเด็กดีมาก” หลิวจือเซียหันไปมองเยว่เยว่ที่กำลังกินข้าวอย่างมีความสุข เขายิ้มและพูดว่า “วันนี้ครูหวังที่โรงเรียนอนุบาลให้ดอกไม้สีแดงดอกใหญ่เป็นรางวัลกับเยว่เยว่ด้วย ! ”
“จริงหรือ ? ” เสียงของหลี่เมิ้งอีเต็มไปด้วยความประหลาดใจ “เพราะเป็นเด็กดีหรือ ? ”
“เจ้าตัวเล็กเป็นดาวเด่นของการเรียนในวันนี้ ! ” หลิวจือเซียพูดยิ้ม ๆ “ตอนแรกครูหวังจะให้รางวัลเยว่เยว่เป็นสมุดหนึ่งเล่ม แต่เจ้าตัวเล็กยืนกรานว่าจะเอาดอกไม้สวย ๆ จะได้เอาไปให้แม่ ก็เลยได้ดอกไม้มาหนึ่งดอก”
“เด็กคนนี้นี่ ! ” หลี่เมิ้งอีหัวเราะคิกคัก แล้วเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดขึ้นว่า “ว่าแต่ วันนี้… นายจะแข่งกับจินฉือถังใช่ไหม ? ”
“อืม” หลิวจือเซียตอบ “เธอรู้ด้วยหรือ ? ”
“เรื่องมันกระจายไปทั่วอินเทอร์เน็ตแล้วตอนนี้ ฉันจะไม่รู้ได้ยังไง ? ” หลี่เมิ้งอีบ่น “ครั้งนี้นายใจร้อนบุ่มบ่ามเกินไป ถ้าฉันอยู่ด้วยนะ…”
“เธออยู่ด้วยแล้วยังไง ? จะด่ามันเป็นเพื่อนฉันใช่ไหม ? ” หลิวจือเซียเริ่มปากพล่อยพูดจาน่าถูกทุบสักตุบ “ถ้าเป็นแบบนั้น ปล่อยให้ฉันโดนด่าคนเดียวจะดีกว่า ! ”
“หลิวจือเซีย นายมันบ้า ! ” หลี่เมิ้งอีด่า จากนั้นก็กดวางสายไป
“ผู้หญิงคนนี้ ฉันพูดผิดตรงไหนกัน ? ” หลิวจือเซียเกาหัวแกรก ๆ อย่างไม่เข้าใจ
พูดตามตรง แม้ว่า EQ ของหลิวจือเซียจะไม่ได้ต่ำ แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เขาจีบผู้หญิง จึงยังแสดงออกได้งี่เง่าปัญญาอ่อนมาก
“ติ๊งต่อง ! ”
ในตอนนั้นเอง เสียงกริ่งที่ประตูก็ดังขึ้น
หลิวจือเซียเปิดประตู และเห็นคนกลุ่มใหญ่อยู่ที่นอกประตู นั่นคือ หลางเวิ่นซิง, จางหมิงห่าว, ไป่เหลียนเฉิง, ซ่งจิงจ้าน, ซู่ปางจือ, หวางหยิงหยิง และหวางเสี่ยวถง
“เดี๋ยวนะ ทุกคนมาด้วยกันได้ยังไงกันละเนี่ย ? ” หลิวจือเซียให้ทุกคนเข้ามา
“ไอ้หนู วันนี้ฉันให้คนย้ายบ้านทั้งวัน นายถามว่าฉันเจอกับพวกเขาได้ยังไงงั้นหรือ ? ” หลางเวิ่นซิงพูดอย่างไม่สบอารมณ์ “พอฉันเปิดประตูก็เจอเข้ากับคนกลุ่มนี้เลย”
“อ้าวหรือ พี่ห่าวล่ะมาทำไม ? ” หลิวจือเซียสงสัย
“แหะ ๆ วันนี้ฉันมากินข้าวฟรีที่บ้านเหล่าหลางน่ะ” จางหมิงห่าวหลบตาและหัวเราะแหะ ๆ
“งั้นไม่ถามเหตุผลแล้ว” หลิวจือเซียรินน้ำชาให้ทุกคน “อยากมาดูการแข่งแบบสด ๆ ก็บอกมา อย่ามาอ้างไร้สาระ”
“อืม ๆ พวกเรามาดูถ่ายทอดสด” หวางเสี่ยวถงพูดอย่างตรงไปตรงมา “พวกเราจะได้ช่วยดูแลเยว่เยว่ด้วย”
“โอเค ถ้ายังไม่ได้กินข้าวก็ไปหาอะไรกินที่โต๊ะเลย” หลิวจือเซียขี้เกียจซักไซ้ไล่เรียงพวกเขามาก “เกือบได้เวลาแล้ว ฉันขอไปเตรียมตัวก่อน”
สถานที่ไลฟ์สดของหลิวจือเซียคือในห้องดนตรี เขาต่อคอมพิวเตอร์และตั้งกล้องเอาไว้เรียบร้อยแล้ว
“คุณพ่อทำอะไรคะ ? ” ตอนนั้นเอง เยว่เยว่ที่กินข้าวเย็นเสร็จแล้ว เมื่อเห็นหลิวจือเซียยุ่งอยู่ที่ระเบียง เธอก็เดินเข้ามา
“เยว่เยว่ อิ่มแล้วหรือ ? ” หลิวจือเซียลูบหัวเล็ก ๆ ของเยว่เยว่ “พ่อสัญญากับคนอื่นไว้ว่าจะร้องเพลงน่ะ ! ”
“จริงหรือคะ ! ” เยว่เยว่ตาเป็นประกาย “เยว่เยว่อยากร้องด้วย ! พ่อสอนเพลงให้เยว่เยว่เมื่อ 2 วันก่อน เยว่เยว่ร้องเก่งแล้วนะ ! ”
“เยว่เยว่เก่งมาก ! ” หลิวจือเซียกล่าว “ลูกดูอยู่ข้าง ๆ ได้ แต่รบกวนพ่อไม่ได้นะ”
“อ่า ก็ได้ค่ะ” เยว่เยว่ก้มทำคอตก ปากเล็ก ๆ ยื่นออกมาอย่างไม่สบอารมณ์
ท่าทางเด็กน้อยดูน่าสงสารมาก ราวกับเด็กถูกทอดทิ้งอย่างไรอย่างนั้น
“ก็ได้ ก็ได้ ! ” หลิวจือเซียใจอ่อน เมื่อเห็นเด็กน้อยปากยื่น เขาก็พูดว่า “ตอนจบสุดท้าย พ่อจะร้องเพลงที่สอนให้กับหนู โอเคไหม ? ”
“จริงหรือคะ ? ” เยว่เยว่เงยหน้าขึ้นอย่างประหลาดใจ
“จริงสิ ! ” หลิวจือเซียจิ้มปลายจมูกของเด็กน้อย แล้วหันกลับไปทำงานของตนอีกครั้ง