บทที่ 51 เสี่ยวโยว
เรือนท้ายแห่งจวนโหวกุนซือควบตำแหน่งรองแม่ทัพจ้าวหานอันเป็นเรือนที่สงบและมีสตรีที่งดงามที่สุดในเมืองหลวงเป็นเจ้าของ
วันนี้เป็นอีกว่าที่เรือนของจ้าวซินเยว่เงียบสงบแม้ตะวันจะเริ่มสาดส่องเข้ามาภายในเรือนผ่านไปไม่กี่วันนับจากเหตุการณ์ที่ตำหนักไทเฮาและเป็นไม่กี่คืนที่หวงจือเหว่ยมิได้มาอิงแอบอาศัยใช้ห้องของว่าที่เจ้าสาวนอนด้วยภารกิจมากมาย
หากแต่วันนี้เป็นวันที่ว่าที่นายท่านนัดหมายว่าจะมาร่วมมื้อเช้ากับคุณหนูด้วย
"อาจิง เอาสำรับไปตั้งให้ทั้งสองคนในห้องก่อนเข้าห้อง อย่าลืมกล่าวขออนุญาตก่อน เผื่อว่าท่านแม่ทัพจะมาแล้วไม่เช่นนั้นท่านแม่ทัพอาจจะดุเจ้าได้"เสี่ยวโยวที่ทำอาหารให้กับเจ้านายทั้งสองอย่างทุกวันเอ่ยกับบ่าวตัวน้อยของเรือนด้วยถึงเวลาอาหารเช้าแต่ทั้งสองคนยังไม่ออกมาจากห้องนอนคิดว่าคงตื่นแล้วแต่ไม่ออกคงเพราะคุณหนูคงอยากอ่านหนังสือ ส่วนแม่ทัพหากมาแล้วก็คงจะนั่งๆ นอนๆ ออดอ้อนเจ้านายของนางเหมือนเช่นเคย
"พี่เสี่ยวโยวแล้วเทียบยาของคุณหนูล่ะ"
"เดี๋ยวข้าจะเอาตามไปทีหลัง"เสี่ยวโยวตอบบ่าวรุ่นน้องด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนเช่นเคย
อาจิงที่ได้ยินเช่นนั้นก็ยิ้มร่านางก้มหัวรับพร้อมถือสำรับไปพร้อมกับบ่าวอีกคนอย่างเคยชิน เสี่ยวโยวก็แบบนี้เป็นคนใส่ใจในรายละเอียด งานสำคัญๆ หากตัวเองทำเองได้ก็จะไม่รบกวนคนอื่น
เมื่อทุกคนเดินพ้นสายตาไปแล้วดวงตาคู่สวยของเสี่ยวโยวก็พลันเปลี่ยนอารมณ์นางก้มลงมองเทียบยาที่วางอยู่พลางจับที่อกเสื้อ ที่มีบางอย่างอยู่ในนั้น
... ยาเทียบนี้หมดแล้ว คงต้องออกไปรับอีกสินะ
มือบางจัดการทำเทียบยาของคุณหนูอย่างเงียบๆอีกครั้ง เหมือนอย่างเคย ซึ่งนั่นก็เป็นภาพที่ชินตาสำหรับบ่าวในเรือนแล้วเช่นเดียวกับบ่าวอาวุโสที่เดินเข้ามาพบพอดี ก็ยิ้มให้กับบ่าวใบหน้างดงามผู้นี้
"เสี่ยวโยวต้มยาให้คุณหนูของเจ้าเองอีกแล้วหรือ"
"เจ้าค่ะ อีกไม่นานคุณหนูก็จะแต่งออกไปแล้วจะพลาดไม่ได้เจ้าค่ะ ข้าเลยต้องทำเอง" เสี่ยวโยวตอบด้วยรอยยิ้มมุมปากแม้อยู่ด้านหลังก็เห็น นั่นทำให้บ่าวอาวุโสยกยิ้มแล้วพยักหน้านางผู้นี้จงรักภักดีกับคุณหนูกว่าใครจริงๆ
"เจ้าก็อายุขนาดนี้แล้วไม่คิดหาคู่ครองหรือ" คนสูงวัยถามต่อ
"ไม่หรอกเจ้าค่ะดูแลคุณหนูกับครอบครัวแบบนี้ก็ดีแล้ว ข้าอยากอยู่กับคุณหนูไปนานๆ เจ้าค่ะ"เสี่ยวโยวหันมาตอบด้วยรอยยิ้มจริงใจ "ข้าต้มยาเสร็จแล้วนะเจ้าคะถ้าท่านอยากใช้เตาต่อก็เชิญเลย"
เสี่ยวโยวพูดจบก็จัดแจงนำหม้อต้มลงจากเตาแล้วก็ทำความสะอาดทุกอย่างให้เรียบร้อยเหลือเพียงถ้วยยาบำรุงของคุณหนูและเดินออกไปจากห้องครัวเงียบๆ เพื่อทำหน้าที่ของตนเองต่อไป
... ... ...
ด้านหน้าของห้องรับแขกในเรือนท้ายจวนภาพของสตรีในชุดสบายๆ นั่งพิงกับกำแพงเรือน ใบหน้าของนางงดงามหาใครเปรียบ ทั้งคิ้วจมูก ริมฝีปากล้วนแล้วแต่รับกันทุกสิ่ง ยิ่งยามนี้เติบโตเป็นสตรีเต็มตัวยิ่งดูงดงามกว่าที่เคยผ่านๆ มาแม้แต่สตรีด้วยกันยังต้องเหลียวหลังโดยที่มีบุรุษใต้หน้ากากอีกคนที่กำลังนอนหนุนตักบอบบางของสตรีอย่างหน้าไม่อายแต่นั่นก็นับเป็นเรื่องที่ชินตาของทุกคนในเรือนไปแล้ว
"ยามาแล้วเจ้าค่ะคุณหนู"เสี่ยวโยวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มเอ็นดูภาพตรงหน้าอันที่จริงนางก็พอจะคาดเดาได้ว่าบุรุษตรงหน้าเป็นใครหากแต่นางก็ไม่เคยปริปากเรื่องที่สงสัยออกมา ส่วนอาจิงที่ไม่รู้อะไรเลยก็มิได้รังเกียจที่บุรุษตรงหน้าและไม่สงสัยเลยว่าทำไมคนผู้นี้กับคุณหนูสนิทสนมกันรวดเร็วปานนี้"ระวังร้อนนะเจ้าคะ"
เสี่ยวโยวส่งต่อถ้วยยาอุ่นๆให้ถึงมือหญิงสาวที่ยังคงพันผ้าเอาไว้ด้วยอากาศถูกของร้อนลวกเมื่อหลายวันก่อน
"ยาอะไรหรือ"บุรุษใต้หน้ากากที่นอนอยู่เอ่ยถามพลางลุกขึ้นให้หญิงสาวได้ดื่มยาได้สะดวกมากขึ้น
"ยาบำรุงเจ้าค่ะ"จ้าวซินเยว่ตอบพลางยกจอกดื่มเข้าปาก ก่อนจะแสดงสีหน้าขมขื่น เพราะยานี้ขมเหลือเกินจนต้องแสดงออกมาทางสีหน้า
"เจ้าไม่สบายหรือ มีอะไรต้องบำรุง"ชายหนุ่มถามต่ออย่างไม่เชื่อจนจ้าวซินเยว่ที่เริ่มชินชากับรสขมฝาดในปากจ้องใบหน้าแล้วตอบด้วยเสียงแผ่วเบา
"ยาห้ามครรถ์เจ้าค่ะ" หญิงสาวคำโตพลางยกถ้วยยาให้เสี่ยวโยวไปเก็บแต่คำตอบนั้นกลับทำให้บุรุษตกใจก่อนจะเปลี่ยนเป็นไม่พอใจอย่างมากแทน
"จะห้ามทำไมเจ้าไม่อยากมีลูกกับข้าหรือ" เสียงเข้มเอ่ยแต่ก็ไม่ดังมากด้วยรู้ถึงกาลเทศะอยู่ โดยที่สตรีทั้งสามกลับมีความรู้สึกต่างกัน
อาจิงเบ้ปากสมน้ำหน้าออกมาอย่างชัดเจนต่างจากเสี่ยวโยวที่ยกยิ้มกลั้นหัวเราะให้กับความเอ็นดูต่อแม่ทัพไม่ต่างจากคุณหนูของตน
อันที่จริงยานี่มิใช่ยาห้ามครรถ์แต่ตรงข้ามต่างหาก เพียงแต่มันยังไม่ถึงเวลาที่จะกล่าวออกไปเพราะภารกิจหลายๆ อย่างคนเจ้าของตำแหน่งแม่ทัพผู้นั้น
"ทายาให้ข้า แล้วพวกเจ้ามีอะไรก็ไปทำเถอะข้ามีเรื่องจะหารือกับแม่ทัพสักหน่อย" เสี่ยวโยวก้มหัวรับก่อนจะหยิบเอาตลับยาที่พกติดตัวไว้ตลอดเผื่อคุณหนูต้องการออกมาพลางถือวิสาสะยกมือบางขึ้นมาแกะผ้า
มือบางที่ควรจะมีเพียงรอยบางๆ กลับมีรอยแผลพุพองมากกว่าเดิมเป็นสีแดงชัดเจนจนชายหนุ่มตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นแต่สายตาของหญิงสาวกลับส่งมาไม่ให้พูดสิ่งใดตอนนี้
เสี่ยวโยวค่อยๆบรรจงถือยาเนื้อสัมผัสเย็นลงที่ผิวบาง ที่ยังคงรู้สึกเจ็บอยู่บ้างไม่นานก็ทาทั่วทั้งรอยแดงก่อนจะยกถ้วยยาพร้อมกับอาจิงที่ถือสำรับออกไปเช่นกัน
"ทำไมแผลเจ้าถึงเป็นมากขนาดนี้"ชายหนุ่มรีบเอ่ยถามเบาๆ เมื่อสาวใช้ทั้งสองลับตาไป "ครั้งแรกมันมิได้เยอะขนาดนี้"
"ก็ไม่มากหรอกเจ้าค่ะเสี่ยวโยวเองก็มาทายาให้ทุกวัน" จ้าวซินเยว่ตอบด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง
"แล้วเหตุใดมือเจ้าถึงเป็นมากขนาดนี้"หวงจือเหว่ยถามด้วยความเป็นห่วงยิ่ง พลางประคองมือข้างที่มีบาดแผลอย่างทะนุถนอม
"ก็ลองตามเสี่ยวโยวไปสิเจ้าคะอาจจะรู้คำตอบก็ได้"
... ... ...
"พี่เสี่ยวโยวที่จริงท่านงามมากนะเจ้าคะ"เสียงเล็กของอาจิงเอ่ยบอกเจ้าของชื่อหลังจากปรนนิบัติคุณหนูเสร็จสิ้นทั้งสองสาวกำลังเดินบนทางเดินในเรือนหลังท่ามกลางแสงจันทร์คืนเดือนมืด
"เจ้าก็งดงามอาจิง"เสี่ยวโยวหยอกเอินรุ่นน้องอย่างเอ็นดู จนอีกฝ่ายหัวเราะคิกคัก
"แน่นอนเจ้าค่ะ ข้าดูแลตัวเองอย่างดีจะได้อยู่กับคุณหนูไปนานๆ" สาวใช้ตัวน้อยตอบอย่างร่าเริงด้วยรอยยิ้มน่ารักสมวัยพลางเดินนำหน้าสาวใช้รุ่นพี่ที่หยุดนิ่งพร้อมยกยิ้มเอ็นดูก่อนที่รอยยิ้มนั้นจะค่อยๆ จางหายไป
"ข้าก็อยากอยู่กับคุณหนูไปนานๆเช่นกัน" เสียงหวานแผ่วเบาเปล่งวาจาออกมาอย่างเศร้าหมองแววตาที่งดงามของเสี่ยวโยวยามนี้กลับมีความรู้สึกบางอย่างที่ผิดไปจากเดิมเพียงชั่วครู่นางก็เงยหน้าขึ้นพลางเดินตามอาจิงไปทำหน้าที่ของตนเองต่ออย่างไม่ขาดตกบกพร่อง
ในเรือนหลังของจ้าวซินเยว่นั้นเสี่ยวโยวนับเป็นสาวใช้ขั้นหนึ่ง ที่มีอำนาจในการตัดสินใจสูงสุดหากไม่นับรวมบ่าวผู้ใหญ่ที่เรือนหลัก นางก็นับว่ามีคนนับถือไม่น้อย ด้วยรูปร่างหน้าตาที่งดงามและความใจดีของเสี่ยวโยวทำให้บ่าวตัวเล็กๆในเรือนคุณหนูเล็กล้วนแล้วแต่นับถือเชื่อฟังนางทั้งสิ้น
และความภักดีที่แสดงออก ใครๆต่างก็รู้ว่านางคือคนที่รักคุณหนูที่สุดแล้ว
"ปลายยามเซิ่นข้าจะออกไปข้างนอกสักหน่อยฝากเรื่องอาหารของคุณหนูด้วยเล่า"เสี่ยวโยวกล่าวกับบ่าวรุ่นน้องด้วยรอยยิ้มเช่นเคยหลังจากจัดการทำอย่างเบื้องต้นอย่างรวดเร็วเหมือนทุกวัน
"ไปไหนหรือเจ้าคะ"
"ไปเยี่ยมญาติของข้าเสียหน่อยตั้งแต่กลับมารอบก่อน ข้าก็ไม่เคยได้ไปเลย" เสี่ยวโยวยิ้มมุมปากให้กับอาจิง
หญิงสาวเกิดและเติบโตอยู่ที่เมืองหลวงอยู่หลายปีก่อนจะไปอยู่ที่อารามกลางป่าระหว่างเมืองเว่ยและซีหยางล้วนเป็นสิ่งที่คนในจวนรับรู้ก่อนหน้านี้แม้เสี่ยวโยวจะมิได้ไปพบญาติๆ ด้วยตัวเองแต่ก็มักจะส่งข้าวของเล็กๆน้อยๆ กลับไปยังบ้านญาติเสมอตามโอกาส
แม้จะประหลาดใจที่เสี่ยวโยวผู้เคยปฏิเสธจะเข้าพบกับญาติหลายๆคนที่พยายามมาถึงที่จวนเมื่อปีก่อน แต่ยามนี้กลับไปหาคนพวกนั้นด้วยตนเอง ถึงอย่างนั้นอาจิงก็พยักหน้ารับอย่างเต็มใจอย่างไรก็ญาติ หากมิได้มีเรื่องที่ย่ำยีเช่นนาง ก็ไม่ควรจะตัดขาดล้วนเป็นสิ่งที่ดี
"งั้นขากลับพี่เสี่ยวโยวต้องซื้อขนมมาฝากข้าด้วยนะเจ้าคะ" อาจิงยิ้มร่ารับเสี่ยวโยวยิ้มพลางส่ายหน้าก่อนจะรับปากคำ
... ... ...
... เสี่ยวโยวลูกแม่เจ้ามิใช่บุตรสาวของสาวใช้ธรรมดา จงจำไว้ เจ้ามิได้มีสิ่งใดด้อยไปกว่าคนอื่นเลย
"ข้ามารับเทียบยาของคุณหนูจ้าวเจ้าค่ะ"เสียงหวานของบ่าวชั้นหนึ่งผู้คุ้นหน้าคุ้นตาเอ่ยกับผู้เฒ่าขายสมุนไพรเจ้าประจำตั้งแต่ที่คุณหนูของตนเองถูกน้ำร้อนลวกมือนางก็เทียวออกมาซื้อยูกยาให้แก่เจ้านายเป็นประจำ จนผู้เฒ่าจดจำใบหน้าได้แล้ว
"มาอีกแล้วรึ เทียบเหมือนคราก่อนใช่หรือไม่แม่หนู" เสียงชายวัยชราท่าทางใจดีเอ่ยถาม หญิงสาวยกยิ้มพลางหยักหน้ารับเบาๆเป็นสัญญาณ
ชายชราพยักหน้าเบาๆพลางเดินไปจัดแจงเทียบยาทั้งยากินยาทามาให้เรียบร้อยก่อนจะยื่นมาให้เสี่ยวโยวที่รออยู่หน้าร้าน
"นี่ค่าสมุนไพรเจ้าค่ะ"เสี่ยวโยวหยิบอีแปะมาจ่ายให้เช่นเคย ก่อนจะหยิบสมุนไพรมาใส่ตะกร้าของตนเองเหมือนเดิม
หญิงสาวเดินออกจากร้านสมุนไพรก่อนจะเดินไปด้านหลังของถนนเส้นหลักเงียบๆท่ามกลางผู้คน ชายชราที่ขายสมุนไพรหันหลังมาเพื่อจะไปนั่งที่เก้าอี้แต่ก็พบกับบุรุษร่างสูงเดินอยู่เบื้องหลังแววตาใต้หน้ากากนั้นช่างเย็นชาจนคนแก่แทบจะลมจับ
"เทียบของสมุนไพรของสตรีคนเมื่อครู่เขียนมาให้ข้า" ชายหนุ่มเอ่ยเสียงเรียบด้วยท่าทางและการแต่งกายรู้แล้วว่าบุรุษตรงหน้ามิใช่คนทั่วๆ ไปแต่คงเป็นขุนนางสักคนชายชราจึงรีบเขียนเทียบสมุนไพรเมื่อครู่แล้วยื่นส่งให้อย่างรวดเร็ว
"นะ... นี่"ยังไม่ทันที่ชายชราจะพูดจบ ร่างสูงก็หยิบเอาเทียบยามาดูทันทีก่อนจะส่งตำลึงเงินให้กับชายแก่ผู้นั้น เพื่อเป็นสัญญาว่าห้ามบอกเรื่องนี้กับใครก่อนที่เขาจะเดินออกไปเงียบๆ
อีกด้านหญิงสาวร่างบอบบางในชุดบ่าวชั้นดีกำลังเดินไปในสถานที่แห่งหนึ่งอย่างคุ้นเคยก่อนจะเดินเข้าไปยังบ้านหลังหนึ่งกลางเก่ากลางใหม่อย่างคุ้นเคยเพราะนี่คือเรือนของบ้านมารดานาง
ใบหน้าของนางแสดงความกังวลและไม่เต็มใจออกมาอย่างชัดเจนแววตาที่แสดงเศร้าหมองจ้องไปยังประตู ริมฝีปากเม้มเข้าหากันอย่างช่วยไม่ได้แม้นางจะรู้ว่าสิ่งที่ทำอยู่มิใช่สิ่งที่ดี แต่นางก็ทำอะไรไม่ได้มาก
หากมารดาของนางไม่ได้อยู่ในจวนสกุลหลิวจะดีเพียงใดกันนะ
สุดท้ายมือบางก็เลื่อนเปิดประตูบ้านเพื่อเข้าไปพบใครบางคนที่รอคอยนางอยู่
... ... ...
ปลายยามซวี
ประตูจวนเปิดออกจากบ่าวชายที่ช่วยกันเฝ้ายาม ร่างเล็กของสาวใช้ข้างกายคุณหนูเล็กเดินเข้ามาภายในจวนอย่างปกติใบหน้าไม่ได้แสดงสีหน้าใดที่ต่างไปจากปกติบ่าวชายที่เดินผ่านนางล้วนแล้วแต่ทักทายก้มหัวกันตามปกติโดยไม่ได้สงสัยว่ายามซวีแล้วเหตุใดนางจึงอยู่ตรงนี้
ด้านหน้าของเรือนหลัง ถูกจุดไฟไว้เช่นทุกวันเสี่ยวโยวก้าวขาไปเพื่อดูไฟที่ห้องของคุณหนูว่าดับแล้วหรือไม่ก็พบกับไฟในห้องที่ยังคงส่องสว่างนางจึงเดินเข้าไปหมายจะกล่าวบอกกับคุณหนูเพราะนี่เลยเวลานอนมามากแล้ว
"คุณหนู ยังไม่นอนอีกหรือเจ้าคะ"เสี่ยวโยวอายุมากกว่าจ้าวซินเยว่อยู่สองสามปีนางเป็นบ่าวที่จ้าวซินเยว่นับถือราวกับพี่สาวแท้ๆหากเป็นบ่าวบ้านอื่นกล่าวถามเจ้านายเช่นนางอาจจะถูกขายทิ้งไปแล้ว
"กลับมาแล้วหรือ เสี่ยวโยวเข้ามาด้านในเถอะ" เสียงหวานจากด้านในประตูเอ่ยสาวใช้ก้มหน้าลงเล็กน้อยก่อนจะถือวิสาสะเปิดประตูเข้าไป
เจ้าของห้องในอาภรณ์เตรียมนอนสีสะอาดตาผมยาวสลวยถูกปล่อยยาวดำขลับตัดกับสีผิวขาวเนียนไปทั้งเรือนร่างจ้าวซินเยว่เป็นสตรีที่งามพร้อมทั้งกริยา มารยาท และรูปร่างหน้าตา
"มีอะไรหรือเจ้าคะ คุณหนู"เสี่ยวโยวเอ่ยถาม ในขณะที่เจ้านายยังคงเขียนบางอย่างลงสมุดบันทึกเช่นทุกวัน หญิงสาวมิได้รีบร้อนหากแต่ค่อยๆ คัดแต่ละตัวอักษรอย่างใจเย็นเมื่อจบประโยคจึงวางพู่กันแล้วหันมองสาวใช้คนสนิทของตัวนางเอง
"ไปไหนมาหรือ"เสียงหวานถามด้วยรอยยิ้ม
"ไปเยี่ยมท่านตากับท่านยายมาเจ้าคะข่าวว่าท่านตาแก่มากแล้วจึงไปพบ" เสี่ยวโยวตอบตามความจริง จ้าวซินเยว่เองก็หยักหน้ารับรู้
"เจ้าควรจะบอกข้านะ จะได้เตรียมยูกยาทั้งเงินทองไปให้พร้อม ให้เงินเจ้าไปจ้างหมอ หายาดีๆ มารักษา"จ้าวซินเยว่พูดต่อด้วยความเป็นห่วง เสี่ยวโยวยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยก่อนเงียบๆ
เสี่ยวโยวถูกเจ้านายสาวมองด้วยแววตาที่นางก็ไม่รู้จะอธิบายออกมาอย่างไรมันถึงทั้งรักทั้งเศร้า
"คุณหนู เจ็บปวดตรงไหนหรือไม่เจ้าคะ"เสี่ยวโยวเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วงจากหัวใจของนางจริงๆยิ่งได้เห็นแววความเศร้าโศกบนใบหน้า ตัวนางผู้เป็นบ่าวยิ่งรู้สึกทุกข์ใจยิ่ง
"ข้าเจ็บที่หัวใจ"จ้าวซินเยว่พูดพลางยกมือขึ้นมากำที่หน้าอกข้างซ้ายก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ"ข้าเสียใจที่ข้าไม่รู้ว่าตัวเองมีพี่สาวอีกคนหนึ่งทั้งที่อยู่ใกล้ตัวข้ามาขนาดนี้ แต่ข้าก็มิได้ปฏิบัติกับนางอย่างดีอย่างที่ควรจะเป็น"
สิ่งที่จ้าวซินเยว่พูดนั้นทำให้เสี่ยวโยวตัวแข็งทื่อ
"เจ้าเป็นบุตรีที่เกิดจากขุนนางแซ่หลิวผู้นั้นใช่หรือไม่"เจ้านายสาวเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่พยายามทำให้เป็นปกติ
ส่วนเสี่ยวโยว นางได้แต่นั่งนิ่งไม่ขยับตัวไปไหนนางมิได้ยอมรับ แต่ก็ไม่ปฏิเสธอะไร นั่นก็เพียงพอที่จะเป็นคำตอบแล้ว
"เจ้าโกรธแค้นมารดาของข้าหรือไม่ที่มาแย่งบิดาไปจากเจ้า" จ้าวซินเยว่ถาม หากแต่เสี่ยวโยวกลับทำหน้าทุกข์ทรมานมิใช่เพราะเรื่องอดีต แต่เป็นปัจจุบันต่างหากนางมิอยากให้คุณหนูของนางคิดไปในทางนั้น
"คุณหนู เรื่องนั้นไม่ใช่นะเจ้าคะข้าน่ะ... รักคุณหนู"
"แล้วเจ้า... ทำแบบนี้ได้อย่างไร"จ้าวซินเยว่ไม่รอให้สาวใช้พูดจบ นางก็พูดตัดขึ้นมานั่นยิ่งทำให้เสี่ยวโยวตัวเกร็งแข็งทื่อ มองคุณหนูของนางด้วยความตกใจมากกว่าตัวของนางสั่นเทาด้วยความกลัว
สาวใช้อย่างนางไม่ทันได้พูดสิ่งใดออกมาบุรุษใต้หน้ากากในชุดลำลองสบายๆ คุ้นตาที่คนผู้นี้มักจะสวมทุกครั้งที่มาค้างที่นี่ร่างสูงเดินบดบังแสงจันทร์ที่ส่องผ่านหน้าต่างจนมืดมิด
"เทียบยาที่เจ้าไปซื้อ แล้วยังยาพวกนี้เจ้าจะอธิบายอย่างไร" เสียงเข้มเย็นชาเอ่ยถามพลางโยนเทียบยาในมือและตลับยาในแขนเสื้อลงตรงหน้าบ่าวคนสนิทของคู่หมายอันที่จริง ชายหนุ่มก็ไม่ได้อยากรุนแรง การที่ย่าวผู้นี้จะทรยศย่อมมีเหตุผลไม่มีทางเลยที่สตรีผู้นั้นจะเกลียดหรือโกรธจ้าวซินเยว่
หากตลอดเวลาที่ผ่านมามิใช้การแสดงละครให้ตายใจ
"คุณหนู ท่านแม่ทัพ ข้าขออภัยท่านจะลงโทษหรือฆ่าข้าก็ได้ แต่ข้าสาบานว่าตัวข้าไม่ได้อยากทำเช่นนี้เลย" หยาดน้ำตาสีใสไหลอาบแก้มของเสี่ยวโยวนางยอมตายได้แต่จะไม่ยอมให้เจ้านายของนางเข้าใจผิดเด็ดขาด
"เจ้าก็รู้หลังจากการหลบหนีครั้งนั้นของท่านหญิง... มารดาของข้าก็รู้สึกผิดมาตลอดนางพยายามที่จะไถ่ตนเองออกมาจากบ้านสกุลหลิว แต่คนพวกนั้น ใช้มารดาของข้ามาข่มขู่หากข้าไม่ทำ พวกมันจะทรมานแม่ของข้าและครอบครัวคนอื่นๆ แม้จะไม่ใช่บ่าวแล้วแต่พวกข้าก็ไม่ได้มีอำนาจต่อกร ได้โปรด เชื่อข้าสักครั้ง"
เสี่ยวโยวพูดไปพลางสะอื้นไปพลาง นางเองก็ลำบากใจหนึ่งก็เจ้านายที่นางรัก บุตรีของคนที่ให้โอกาสเลี้ยงดูนาง ส่วนอีกฝ่ายก็มารดาแท้ๆของนาง
ด้วยความคิดสั้นและคับแคบที่ว่านางลงมือเองย่อมดีกว่า นางยอมรับงานนี้ แต่นางก็ไม่ได้ทำตามทุกอย่าง ทั้งยาและสมุนไพร นางลดทุกอย่างไม่ให้คุณหนูต้องตายอย่างที่พวกนั้นต้องการแต่มันก็เป็นการทรยศอยู่ดี
เพราะแบบนั้นนางจึงไม่คิดว่าตัวเองสมควรจะได้รับการให้อภัยแต่อย่างใดหากแต่เจ้าชีวิตของนางกลับนิ่งเฉยมองนางด้วยสายตาที่โศกเศร้ายิ่งกว่าสิ่งใดก่อนจะพูดขึ้น
"เช่นนั้นเจ้าก็สาบานกับข้าว่าเจ้าจงรักภักดีกับข้าจริงๆ และจงพิสูจน์ความจงรักภักดีนั่นด้วยตัวเจ้าเอง"จ้าวซินเยว่เอ่ยเสียงเรียบเด็ดขาด ด้านเสี่ยวโยวที่ได้ยินเช่นนั้นก็เงยหน้าขึ้นนางเองก็เจ็บปวดไม่ใช่น้อยกับการทรยศในครั้งนี้
"เจ้าค่ะ ไม่ว่าจะเป็นสิ่งใดข้าจะทำทุกอย่าง"
#####