ทลายสวรรค์ กลืนพิภพ

    ตอนที่ 101 ในที่สุดเจ้าก็มาแล้ว

    ปลายเคียวมิติเสียบทะลุเข้าไปในม่านมิติ ทันที

    “ปัง!” เสียงปืนดังมาจากบนอากาศเห็นกระสุนชนิดนำวิถีพุ่งผ่านเข้าไปในม่านปราการ ทันที

    “ฟุบ!”

    เกิดเป็นกลุ่มควันกระจายไปทั่วในม่านพลังดังกล่าวไม่นาน เกิดปฏิกิริยาแปลกๆ สัตว์ป่าทั้งสองจู่ๆ ก็มีทีท่ากระวนกระวายรีบคลายม่านพลังออกทันใด ส่งพลังทั้งหมดที่มีอยู่ ขับควันเหล่านี้ออกไปให้พ้นตัว

    แต่ก็ช้าไปแล้ว

    “อั๊ก!”ๆ  สัตว์ป่าเริ่มสำลักควันที่แทรกซึมเข้าไปในร่างกาย

    ไม่นานช้างป่ากับหมาป่ายักษ์ก็สิ้นฤทธิ์  ค่อยๆทรุดกายลง หอบหายใจรวยริน แล้วสิ้นสติลงทันที

    ชายอ้วนที่ลงมาสู่พื้นทำท่าไม่ยี่หระกับสิ่งที่เกิดขึ้น เก็บชุดกลไก ค่อยๆ เดินเข้าไปในถ้ำอย่างไม่สนใจ

    เอโรซ่าหันมาเอ่ยกับกลุ่มนักศึกษาฝั่งของตน ว่าจะเข้าไปสำรวจภายในถ้ำกับตามุสเอง

     

    โดยให้คนที่เหลือเฝ้าอยู่ภายนอกเพื่อความปลอดภัย  นักศึกษาในกลุ่มคนนึงเอ่ยถาม

       “ประธาน แล้วเจ้าสัตว์ 2 ตัวนั้นล่ะ!

       “ไม่ต้องกังวล พวกมันสละร่างครั้งสุดท้ายแล้วแค่รอเวลาให้พลังหมด พวกมันก็สิ้นใจไปเอง

    ฮาซูที่หันไปเอ่ยบางอย่างกับกลุ่มนักศึกษาฝั่งเหนือ จากนั้นก็เดินตาม เอโรซ่ากับตามุส เข้าไปในถ้ำ

     

    ท้องฟ้ากระจ่างดาวไร้ยามกลางวันแห่งนี้ทําให้กลุ่มคนทั้งหมดทั้งนอกและในถ้ำสับสนด้านเวลา ทําได้เพียง

    คํานวณในความคิดอย่างเงียบๆและไม่ปล่อยให้ตนเผอเรอเรื่องเวลาจนเกิดการ

    เปลี่ยนแปลงบางอย่างที่ไม่อาจควบคุมได้

     

    ชั่วเวลาที่ผ่านไปณ ภายในที่แห่งหนึ่งเหมือนเป็นแดนละสังขารของบรรพบุรุษที่เก่าแก่

    เป็นที่ราบถูกปกคลุมด้วยหมอกตรงจุดหนึ่งกลางหุบเขาชายทั้งสองของสมาคมใต้ดินเดินหน้าอย่างเงียบเชียบ

    การมาถึงแดนลับแห่งนี้ของพวกเขาบางทีอาจมีคนสังเกตเห็น หรือบางทีอาจไม่มีใครรู้สึกได้

        “หัวหน้าตรงนี้แหละที่สัญญาณระบุไว้!

    เดิมทีตรงจุดนี้เหมือนมี พืชพันธุ์สมุนไพรขึ้น แต่เหมือนมีคลื่นพลังบางอย่างทำลายมันไปหมดแล้ว

         “เจ้าเข้าไปดูตรงบริเวณนั้นที! ชายอีกคนมองเข้าไปในหุบเขาท่ามกลางหุบเขามีหมอกบางๆ

    โอบล้อมทําให้มองเห็นไม่ชัด หลังจากผู้เป็นหัวหน้ากล่าว ชายผู้ติดตามข้างกายลังเลครู่หนึ่ง ก่อนกัดฟันเดินเข้าไปท่ามกลางกลุ่มหมอก

    ยามนี้นาฟกับอิงอิงซุ้มมองจากระยะไกลคนทั้งสองติดตามมาจนออกจากโพรงถ้ำ เข้าสู่กลางหุบเขา

    ที่มีหมอกปกคลุมไปทั่วโอบล้อมด้วยต้นไม้ใหญ่ มากมาย บดบังทัศนวิสัยเป็นอย่างมาก

     

    อิงอิงเปิดการมองจากระยะไกลส่วนชายหนุ่มส่งสัมผัสไปทั่วทั้งบริเวณทั้งสองต่างไม่รู้ตัวว่าเป็นความสามารถที่สอดคล้องกันอย่างยิ่งยวด

     

    ทว่าในช่วงที่ชายดังกล่าวเพิ่งก้าวเท้าแผ่นดินพลันสั่นสะเทือน มีเสียงอึกทึกดัง

    แว่วมาไกลๆหน้าดินขยับขึ้นลงเหมือนแผ่นดินไหว

    เสียงดังก้องอยู่นานไม่เลือนหายกระทั่งหุบเขาจํานวนมากมีเศษหินร่วงหล่น

    ระหว่างสั่นไหวเหตุการณ์กะทันหันเช่นนี้ทําให้ชายทั้งสองพลันมองเป็นทางเดียวกัน ตรงนั้น

        “นี่เป็นระลอกคลื่นจากการเปิดเส้นทางลับ”

    ชายที่เป็นหัวหน้ากล่าวเสียงเบาชายอีกคนพยักหน้าเล็กน้อย แววตาสงบนิ่ง

     อิงอิงที่มองจากระยะไกล “น่าสนใจ พวกมันรู้ว่าตำแหน่งนั้นมีทางเข้าลับ!

     

    ภายในหุบเขามีทางเข้าไม่กว้างใหญ่นักเพียงแต่บนผนังหินมีรอยแยกใหญ่สิบกว่าแห่ง มองดูแล้วให้ความรู้สึกวังเวงชายทั้งคู่ กวาดสายตามองรอยแยกเหล่านั้น  

    ภายใต้พื้นที่ดังกล่าว

    โดยเฉพาะหัวหน้ามีแววตาเป็นประกายเร่ง ก้าวเดิน ห้อเหยียดอย่างรวดเร็ว ตรงเข้าไปในเส้นทางลับเพียงหนึ่งเดียวบนผนังหิน

    อยู่ๆ มีเสียงร้องโหยหวนดังมาจากในทางแยกเพียง

    หนึ่งเดียวบนผนังเสียงนั้นพลันดังขึ้นและเงียบหายไปทันที ทางลับแห่งนี้ค่อนข้างยาว ตลอดทางชายทั้งคู่ไม่มีใครพูดอะไรหลังผ่านไปนาน เบื้องหน้าชายทั้งสองปรากฏเส้นทางไม่ใหญ่นักเส้นหนึ่ง

    ทางเส้นนี้มุ่งหน้าไปยังส่วนลึกเลี้ยวลด

    คดเคี้ยวมีร่องรอยฝีมือมนุษย์เด่นชัด เห็นได้เลยว่ามีคนสร้างมันขึ้นมา

    “ทางเส้นนี้หากไม่ใช่วิธีการพิเศษเปิดเส้นทางของหุบเขาก่อนก็จะไม่ปรากฏให้เห็นต่อให้มีคนเข้ามาโดยบังเอิญ มันก็จะเป็นเส้นทางเหมือนเขาวงกต ยาก

    จะพบตําแหน่งแท้จริง “นี่คือเคล็ดลับของบรรพชน

    “ปราชญ์ยู่เทียน” ชายผู้เป็นหัวหน้ากล่าวอธิบายเบาๆ

     

    ขณะที่ทั้งสองกำลังสื่อสารกันนั้นหารู้ไม่ว่ามีทั้งชายหนุ่มหญิงสาวที่มีความเชี่ยวชาญด้านการสัมผัสจากระยะไกลเฝ้าจับตาอย่างใกล้ชิดสามารถรับรู้และมองเห็นในสิ่งที่คุยกันได้ ชายหนุ่มหญิงสาวเริ่มสื่อสารสิ่งที่เห็นกับสิ่งที่ได้ยินให้กัน

        “บรรพชนปราชญ์ยู่เทียน อย่างนั้นรึ! ไม่เคยได้ยินชื่ออิงอิงเอ่ยอย่างสงสัย

     “ดูท่า พวกมันคงตามสัญญาณที่ส่งมาจากคนๆนี้  นาฟเริ่มตั้งข้อสังเกต

      

     

     “ใช่! จากนี้พวกเราคงต้องระมัดระวังมากขึ้นไปอีก

    นาฟและอิงอิงค่อยๆ เคลื่อนไหวติดตามชายทั้งคู่ไป

    ทางเส้นนี้เชื่อมไปถึงตำแหน่งของบรรพชน

    ปลายทางมีผนึกพลังกั้นอีกหนึ่งชั้น หากทําลายผนึกก็จะเข้าไปในแดนต้องห้ามได้

    ไม่นานชายทั้งคู่ส่งสัญญาณให้กันพลางทะยานไปเบื้องหน้าอย่างรวดเร็ว

     

    ภายในเส้นทางมืดทึบแต่ในสายตาของพวกนาฟมิได้เป็นเช่นนั้น ถึงแม้เลือนราง ทว่าก็เห็นอย่างชัดเจนยิ่ง สิ่งที่สะดุดตาคือบนพื้นของทางเส้นนี้เป็นสีดำต่างจาก

    เส้นทางในหุบเขาก่อนหน้านี้โดยสิ้นเชิง

    ราวกับโลกที่ต่างกันสองใบ

     

    ผ่านเส้นทางมาสักระยะ ชายทั้งคู่มองเห็นบางสิ่งคล้ายๆม่านปราการ อยู่ในเส้นทางเบื้องหน้า สีหน้าแววตาแอบเป็นประกาย ทั้งคู่เดินเข้าไปด้านหน้าทันที ทว่าในช่วงที่เพิ่งเหยียบพื้นลงไปก้าวแรก

    “ในที่สุด...พวกเจ้า...ก็มา...แล้ว...!”

    คล้ายกับเรื่องทลายสวรรค์ กลืนพิภพ ที่คุณอ่าน