เจ้าหญิงฮิเมรากิ กับไข่มุกแห่งภูผา (Himeragi Princess and The Pearl of Mountain)

    บทที่ 134: S.O.S. จากพ่อค้าประมง (S.O.S. form The Fishery Merchant)

            “นอกเหนือจากนี้แล้ว ยังมีใครอยากจะถามอะไรอีกไหม” องค์จักรพรรดิสึชิมิคาโดะที่ 2 ทรงเอ่ยถามกับเหล่าผู้คนในวัง แต่สิ่งที่ได้กลับมานั้นก็คือความเงียบ

            “ถ้าหากไม่มีอะไรแล้ว งั้นพวกเจ้าก็แยกย้ายกันได้” หลังจากที่การประชุมภายในตำหนักพระโรงนั้นสิ้นสุดลง เหล่าบรรดาผู้คนในวังต่างก็รีบพากันเดินออกมาจากวัง และแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตัวเองทันที

            “หากไม่มีอะไรแล้ว ดิฉันก็ขอตัวกลับก่อนนะคะ” เจ้าหญิงฮิเมรากิรีบก้มหัวโค้งคำนับให้กับองค์จักรพรรดิสึชิมิคาโดะที่ 2 เป็นการแสดงความเคารพ ก่อนที่เธอนั้นจะรีบเสด็จออกมาจากพระราชวัง แล้วเดินทางกลับไปยังบ้านพักริมธารในกลางป่าพร้อมกับเจ้าหญิงโอริฮิเมะวัย 7 ขวบทันที

            ในระหว่างทางนั้น เจ้าหญิงฮิเมรากิกับเจ้าหญิงโอริฮิเมะวัย 7 ขวบนั้นก็ได้พบกับหนุ่มพ่อค้าประมงคนหนึ่งที่นามว่า ซันสุเกะรีบวิ่งเข้ามาหาด้วยความร้อนรน

            “ท่านคือเจ้าหญิงฮิเมรากิ องเมียวจิฮิเมะแห่งราชสำนักสินะขอรับ”

            “แล้วเจ้าเป็นใครกัน”

            เจ้าหญิงฮิเมรากิเอ่ยถามถึงนามของหนุ่มพ่อค้าประมงที่อยู่ตรงหน้า

            “ข้ามีนามว่าซันสุเกะ ข้าพอจะเคยได้ยินชื่อเสียงของท่านอยู่บ้าง คือข้ามีเรื่องอยากจะขอให้ท่านช่วย คือลูกสาวเพียงคนเดียวของท่านโซจาในตอนนี้กำลังป่วยหนัก แล้วท่านโซจาก็พยายามตามหาหมอเก่งๆ มาช่วยรักษาให้ลูกของเขาคนแล้วคนเล่า แต่ก็ไม่มีหมอเก่งๆ คนไหนที่จะสามารถช่วยรักษาลูกสาวของท่านให้หายจากโรคได้เลย ข้าก็เลยอยากจะขอให้ท่าน...ช่วยมาทำพิธีปัดเป่าหมอกอสูรที่แฝงอยู่ในบ้านคฤหาสน์ของท่านโซจาที ขืนปล่อยไว้แบบนั้น ลูกสาวของท่านจะต้องตายแน่”

            หลังจากที่ซันสุเกะกล่าวขอความช่วยเหลือจนจบ ทางด้านเจ้าหญิงฮิเมรากิก็พยายามบอกให้เขาใจเย็น ก่อนที่เธอนั้นจะบอกให้เขาช่วยนำทางพวกเธอไปที่เคหาสน์ของเศรษฐีที่ชื่อว่ามาโนะ โซจาคนนั้น ซันสุเกะนั้นไม่รอช้า จึงรีบนำทางพวกเจ้าหญิงฮิเมรากิกับเจ้าหญิงโอริฮิเมะไปยังบ้านคฤหาสน์ของเศรษฐีโซจาทันที

            ย้อนกลับไปยังเหตุการณ์ในช่วงก่อนหน้า ซันสุเกะอาศัยอยู่ที่กระท่อมเล็กตรงบริเวณริมชายหาดที่มีคลื่นน้ำทะเลอันใสสะอาดไหลเชี่ยวเข้ามาพร้อมกับเสียงคลื่นทะเลอันก้องกังวาลที่ดังออกมาอย่างไม่ขาดสาย ในตอนนั้น เขาเป็นเพียงชาวประมงหนุ่มธรรมดาคนหนึ่งที่มีนามว่าอิชิม่อน

            อิชิม่อนมักจะเดินเรือออกทะเลเพื่อหาปลามาประทังชีวิต โดยที่เขานั้นมักจะพบเหล้าสาเกมาด้วย 1 ขวด เพื่อที่จะเลี้ยงผีทะเลตัวน้อยที่อาศัยอยู่ในทะเล

            “ผีทะเลน้อยเพื่อนเอ๋ย ข้านำเหล้าสาเกที่เจ้าโปรดปรานมาให้แล้วนะ”

            เมื่อเดินทางมาถึงที่กลางทะเลแล้ว อิชิม่อนก็หยิบขวดเหล้าสาเกขึ้นมา แล้วเทลงไปในน้ำทะเลเหมือนอย่างที่เขาเคยทำกันอยู่เป็นประจำทุกๆ วันที่เขาต้องออกทะเลไปหาปลา

            ทันทีที่เหล้าสาเกรสหวานนั้นได้ไหลลงสู่น้ำทะเล ก็ได้มีฝูงปลาจำนวนหนึ่งพากันแหวกว่ายเข้ามาหาอย่างไม่ขาดสาย อิชิม่อนจึงรีบนำปลาทั้งหมดขึ้นมาในฝั่งทันที จากนั้น เขาก็รีบเดินเข้าไปในป่าที่อยู่ใกล้ๆ เพื่อที่จะตามหาสมุนไพรที่จะนำมาใช้เป็นวัตถุดิบในการย่างปลา

            หลังจากที่ได้สมุนไพรที่ต้องการมาแล้ว เขาก็รีบเดินออกมาจากป่าทันที และในระหว่างทางนั้น เขาก็เหลือบไปเห็นกลุ่มโจรร่างกำยำทั้งสามคนแอบเล็ดลอดเข้าไปในบ้านคฤหาสน์ของมาโนะ โซจา แต่เขาเองก็ไม่ได้ใส่ใจมากเท่าไหร่นัก เขาจึงเดินออกมาจากป่าเหมือนกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น

            ในระหว่างที่กำลังย่างปลาอยู่ที่หน้าบ้านกระท่อมอยู่นั้น อิชิม่อนก็ได้เหลือบไปเห็นกลุ่มโจรทั้งสามคนดังกล่าวนั้นกำลังฝังหีบหนักทั้งสามใบที่บรรจุเหรียญทองคำหลายพันกว่าเหรียญอยู่ในนั้นลงไปในพื้นทราย แต่เขาเองก็ยังคงไม่ได้ใส่ใจกับเรื่องนั้นมากเท่าไหร่นัก

            และเช้าวันต่อมา อิชิม่อนก็ยังคงเข้าไปหาสมุนไพรในป่าตามปกติ แต่พอมาถึงที่บ้านคฤหาสน์ของโซจา เขาก็ได้พบกับความวุ่นวายต่างๆ นาๆ ที่เกิดขึ้นในบ้านคฤหาสน์ทันที

            “หีบบรรจุเหรียญทองคำทั้งสามใบของข้าได้ถูกขโมยไปเมื่อคืนนี้ พวกเจ้าทุกคนรีบออกค้นหาหีบทั้งสามใบของข้าให้พบเดี๋ยวนี้”

            ทางด้านอิชิม่อน แม้ว่าตัวเขานั้นจะไม่ได้สนใจเรื่องของคนอื่นมากสักเท่าไหร่นัก แต่เมื่อเขาได้ยินน้ำเสียงที่เศรษฐีโซจาเอ่ยสั่งกับบริวารเช่นนั้น อิชิม่อนก็ได้นึกถึงภาพเหตุการณ์ที่เขาเหลือบไปเห็นกลุ่มโจรทั้งสามคนนั้นได้ทำการฝังหีบทั้งสามใบลงไปในผืนทรายเมื่อคืนทันที

            “ข้ารู้ว่าหีบบรรจุเหรียญทองคำทั้งสามใบนั่นอยู่ไหน” ทางด้านเศรษฐีโซจา เมื่อได้ยินในสิ่งที่อิชิม่อนกล่าวออกมาเช่นนั้น เขาก็เริ่มหันมาสนใจที่ตัวของชาวประมงหนุ่มทันที

            “แล้วหีบทั้งสามใบของข้านั่น...มันอยู่ที่ไหนกันหล่ะ” อิชิม่อนไม่ได้เอ่ยตอบแต่อย่างใด เขารีบพาเศรษฐีโซจามายังชายหาดทะเลตรงบริเวณพื้นทรายที่พวกโจรทั้งสามคนได้ทำการฝังหีบทั้งสามใบลงไปในนั้นเมื่อคืน ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านคฤหาสน์ของเศรษฐีโซจาเพียงแค่ไม่กี่ไมล์เท่านั้น

            เมื่อได้มาถึง เศรษฐีโซจาก็รีบสั่งให้คนช่วยกันขุดพื้นทรายตรงบริเวณดังกล่าว จนได้มาพบกับหีบบรรจุเหรียญทองคำทั้งสามใบของเขาที่อยู่ในสภาพเดิม

            “ข้าเป็นหนี้บุญคุณเจ้า เพื่อเป็นการตอบแทน เจ้าจงมาอยู่ที่บ้านคฤหาสน์กับข้าเถิด”

            ทางด้านอิชิม่อนเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็รีบตอบปฏิเสธไปทันที อันเนื่องมาจากว่า...ตัวอิชิม่อนนั้นมีฐานะที่ค่อนข้างต่ำเกินกว่าที่จะอยู่อาศัยกับเศรษฐีโซจาได้ และอีกอย่าง ตัวเขาเองก็มีเพื่อนรักอย่างผีทะเลตัวน้อยอยู่แล้วด้วย

            “เจ้าจงรีบไปเถิด อิชิม่อน โอกาสนี้มันช่างน้อยนัก”

            ทันใดนั้น ก็ได้มีน้ำเสียงของผีทะเลตัวน้อยดังขึ้นมาในหัวของอิชิม่อน

            “เรื่องนั้นข้าไม่ถือสาหรอก เพราะในอดีต ตัวข้าเองก็เคยเป็นชาวบ้านธรรมดาคนหนึ่งเช่นเดียวกับเจ้าเหมือนกัน”

            หลังจากนั้นเป็นต้นมา อิชิม่อนก็ได้มาอาศัยอยู่ที่บ้านคฤหาสน์ของเศรษฐีโซจา ชีวิตของเขานั้นก็ได้เปลี่ยนไปตลอดกาล อิชิม่อนได้ทำการเปลี่ยนชื่อไปเป็นซันสุเกะเพื่อที่จะเริ่มต้นชีวิตใหม่ของเขา จากเดิมที่เขานั้นมักจะออกหาปลามาเพื่อประทังชีวิต แต่ในตอนนี้ ซันสุเกะก็ได้เปลี่ยนมาออกหาปลาเพื่อที่จะนำไปค้าขายแทน จนซันสุเกะกลายเป็นพ่อค้าประมงที่ร่ำรวยที่สุดในขณะนั้น

            จนกระทั่งในคืนวันหนึ่ง ในระหว่างทางที่กลับไปยังบ้านคฤหาสน์ของเศรษฐีโซจานั้น พ่อค้าซันสุเกะก็ได้พบกับคนกลุ่มหนึ่งที่ไม่ทราบที่มากำลังนำทรัพย์สมบัติอันมีค่ามาเก็บซ่อนไว้ที่วัดจิโซร้างแห่งหนึ่ง แต่เขานั้นก็ยังคงทำเป็นไม่สนใจอยู่เหมือนเดิม

            เช้าวันต่อมา พ่อค้าซันสุเกะก็ได้นำเมนูปลาดิบที่ถูกจัดแต่งอย่างหรูหราแบบสไตล์ญี่ปุ่นดั่งเดิมไปถวายให้กับเจ้าปกครองแคว้นถึงที่ปราสาท พร้อมกับเศรษฐีโซจา และทามาสุ ผู้เป็นภรรยาของเขา ซึ่งพวกเขาทั้งสองนั้นจะต้องเดินทางมาส่งส่วยให้ กับเจ้าปกครองแคว้นในเดือนละครั้ง เมื่อได้มาถึง พ่อค้าซันสุเกะก็ได้พบว่าภายในปราสาทนั้นได้เกิดเรื่องวุ่นวายขึ้น อันเนื่องมาจากสมบัติของเจ้าปกครองแคว้นนั้นได้หายไป

            “บ้าจริง แล้วสมบัติของข้ามันหายไปได้ยังไงกันหล่ะเนี่ย”

            “ข้ารู้ว่าสมบัติของท่านถูกเก็บซ่อนไว้ที่ไหน”

            ทันใดนั้น พ่อค้าซันสุเกะก็ได้นึกถึงเหตุการณ์ในช่วงตอนกลางคืน ในระหว่างทางที่เขากำลังเดินทางกลับไปยังบ้านคฤหาสน์ของเศรษฐีโซจา และได้พบกับคนกลุ่มหนึ่งกำลังเก็บซ่อนทรัพย์สมบัติไว้ที่วัดจิโซร้างแห่งหนึ่ง