จ้าวอิ้งเยว่ร้อนรน “พี่สาวท่านไม่กลัวว่าพี่เซินจะถูกใจนางหรอกหรือ”
นางกลัวจะเป็เช่นนั้น
“อืมมมมม นั่นสินะเฮ้อ..แต่ข้าก็ต้องยอมรับให้ได้ บุรุษน่ะ จะมีสามภรรยาสี่อนุก็ไม่แปลกหรอก หากนางอยากปีนป่ายขึ้นมาแล้วคุณชายกู้ยินดี ข้าจะว่าอะไรได้ จริงหรือไม่น้องสาว”จ้าวลู่เสวียนจึงตอบด้วยน้ำเสียงที่ไม่ใส่ใจนัก แต่แววตาเผยความสนุกออกมาที่ได้จิกกัดน้องสาวเ้าเล่ห์ผู้นี้
ไม่นึกว่าการพูดให้คนเจ็บใจเล่น จะสนุกถึงเพียงนี้
ซึ่งนั่นทำให้ จ้าวอิ้งเยว่ก็ต้องกำหมัดแน่นอีกครั้ง
เมื่อท่านโหวและฮูหยินผู้เฒ่าปรากฏตัวงานเลี้ยงก็เริ่มอย่างเป็ทางการ ผู้คนที่มาในงานเลี้ยงต่างทยอยเข้ามอบของขวัญทั้งยังกล่าวสรรเสริญเยินยอเป็ภาพที่ชินตาของผู้น้อยที่ต้องคอยเอาอกเอาใจผู้มีอำนาจมากกว่า
จ้าวลู่เสวียนเองก็เช่นกัน
วันนี้นางได้นำพระพุทธรูปหยกขนาดเล็กที่ใช้ช่างแกะสลักอย่างดีมาเป็ของขวัญให้ฮูหยินผู้เฒ่าตัวนางเองเป็ผู้น้อย ทั้งยังกำพร้าบิดามารดา การให้ของขวัญต่อผู้ใหญ่ย่อมไม่อาจเป็สิ่งของใหญ่โตที่ราคาแพงจนเป็การอวดกับอีกฝ่ายได้แต่ก็ต้องไม่ใช่ของที่ไร้ค่าและหาได้ดาษเดื่อน
พระพุทธรูปหยกสีเขียวชิ้นนี้ก็นับว่าเหมาะสม
แม้จะไม่ได้ล้ำค่าแต่การหาช่างที่มีความสามารถในการแกะสลักพระพุทธรูปหยกองค์เล็กนั้นหาได้ยากยิ่งหากหาได้ก็ต้องรอนานยิ่งนักกว่าจะได้รับ
ซึ่งนางโชคดีที่ท่านลุงของนางมีความสามารถที่จะเนรมิตให้นางได้
“หลานสาวขอมอบพระพุทธรูปหยกนี้แก่ฮูหยินผู้เฒ่าเ้าคะขอให้ฮูหยินผู้เฒ่าสุขภาพแข็งแรง อายุยืนนาน” จ้าวลู่เสวียนกล่าวด้วยน้ำเสียงนอบน้อม
ทำให้ฮูหยินผู้เฒ่าเอ็นดูยิ่งนักจึงเอ่ย“ขอบคุณท่านหญิงมาก หากไม่ถือสา ข้าอยากให้เรียกข้าว่า ท่านย่าเสียมากกว่า”
จ้าวลู่เสวียนถามย้ำเพื่อความแน่ใจด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น ดวงตาของนางเป็ประกาย “ได้..ได้หรือเ้าคะ”