59.บอกความลับอีกครั้ง
ไม่นานเพียงสองเค่อก็กลับมาถึงตำหนักหยกเหมันต์หลังจากที่ตามท่านหมอมาตรวจอาการของซีชางอย่างละเอียดและยืนยันว่าไม่เป็นอันใดมากเพียงรอให้แผลสมานกันดีและดื่มยาจนครบไม่กี่วันแผลก็หายจึงทำให้ทุกคนโล่งใจมากและเพื่อไม่ให้คนที่ตำหนักเสวี่ยอ๋องต้องตกใจจึงส่งคนไปบอกว่าเขาปลอดภัยดีแล้วเสด็จพ่อและเสด็จแม่จะได้ไม่ต้องกังวลใจส่วนเหล่าองครักษ์ที่บาดเจ็บก็ได้รับการรักษาจากท่านหมอกันเรียบร้อยแล้ว
ตอนนี้ในห้องจึงเหลือเพียงแค่สองแค่หมิงเยว่และซีชางเพียงเท่านั้นร่างบางเดินเข้าไปนั่งลงที่ข้างเตียงพร้อมทั้งหยิบผ้ามาเช็กใบหน้าหล่อเหลาอย่างเบามือเพื่อให้เขารู้สึกสดชื่นขึ้นโดยตลอดเวลาดวงตาคมกริบสีน้ำเงินก็จับจ้องดวงหน้างามอยู่ตลอดเวลารออยู่สักพักเสียงหวานจึงจะกล้าเอ่ยออกมา
“ทะ ท่านพี่เจ้าคะ”
“หืม ว่าอย่างไรหรือเยว่เอ๋อร์” เสียงที่ตอบรับภรรยายังคงมีแต่ความรักใคร่เอ็นดูไม่เสื่อมคลาย
“ท่าน….ท่านเห็นใช่หรือไม่เจ้าคะ”ที่นางมั่นใจว่าเขาเห็นตอนที่นางเอาปืนออกมาใช้นั้นก็เพราะตอนที่เก็บปืนเข้าช่องว่างมิตินางได้เผลอสบตากับเขาที่จ้องมองนางมาตลอดอย่างไรล่ะ
“อืม พี่เห็นแต่หากเจ้าไม่พร้อมที่จะเล่า..”
“ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ ข้าจะเล่าให้ท่านฟัง”
หมิงเยว่เล่าเรื่องราวเมื่อครั้งที่เหมืองถล่มลงมาตอนที่นางอายุได้ห้าหนาวแล้วนางสลบไปได้พบเจอท่านเทพธิดางดงามที่เมตตามอบของวิเศษทั้งของกินของใช้และช่องว่างมิติมาให้นางไว้เก็บของพร้อมทั้งยังสอนการใช้งานสิ่งของต่างๆ ที่มีอยู่ในช่องว่างและสอนเรื่องราวต่างๆให้นางมากมายและยังบอกอีกด้วยว่าของที่มีส่วนมากเป็นของจากดินแดนที่ห่างไกลที่ไม่สามารถหาได้จากที่ใดอีกหมิงเยว่ยังบอกว่าเรื่องนี้เป็นความลับของนางที่มีเพียงคนในครอบครัวสกุลหยางเท่านั้นที่รู้และการพบเคราะห์บาดเจ็บครั้งนั้นทำให้นางโชคดีได้สิ่งนี้มา
หมิงเยว่ไม่ได้บอกว่านางมาจากอนาคตเพื่อช่วยเหลือบรรพบุรุษให้หลุดพ้นจากความยากลำบากความลับนี้นางไม่เคยบอกคนสกุลหยางและคิดว่าก็ไม่ควรบอกสามีมันจะเป็นความลับที่ตายไปพร้อมกับนาง
ดังนั้นตอนนี้ทั้งครอบครัวสกุลหยางและซีชางจึงทราบเรื่องที่ตรงกับคือหมิงเยว่มีช่องว่างมิติที่เก็บของมากมายที่ท่านเทพธิดาเมตตามอบไว้ให้เพียงเท่านั้น
“ท่านพี่คิดว่าข้าประหลาดหรือไม่เจ้าคะ”
มือหนายื่นมาโอบเอวเล็กดึงเข้าไปซบอกแกร่งทันทีพร้อมทั้งลูบวนเอวนุ่มๆไปมาไม่หยุด
“เหตุใดจึงคิดเช่นนั้น พี่ไม่เคยมองเจ้าเปลี่ยนไปไม่ว่าเจ้าจะเป็นเช่นไรก็คือคนที่พี่รักเหมือนเดิมขนาดพี่ที่ผู้คนต่างหวาดกลัวสีผมและสีดวงตาแต่เจ้ายังไม่เคยมองว่าพี่แปลกประหลาดเลยมิใช่หรือ หืม”
“เจ้าค่ะสำหรับข้าท่านพี่งดงามที่สุดเลย” หมิงเยว่เกยคางบนอกพร้อมทั้งช้อนตาขึ้นมองหน้าของซีชางทั้งยิ้มหวานให้อย่างซาบซึ้งใจ
“แต่สำหรับพี่เจ้าต่างหากที่งดงามที่สุด” ริมฝีปากแดงๆ กดจูบย้ำๆ ซ้ำๆที่ริมฝีปากนุ่มหลายครั้งติดๆ กัน
จุ๊บ จุ๊บ จุ๊บ
“คิ คิ ขอบคุณเจ้าค่ะท่านพี่ ส่วนที่ท่านพี่เห็นนั้นเป็นอาวุธชนิดหนึ่งเจ้าค่ะมันเรียกว่าปืน” เมื่อหยอกเย้ากันแล้วก็พูดคุยกันต่อ
“ปืนหรือเมื่อครั้งที่พี่ไปอยู่กับท่านตาที่เมื่อชาวตาฟ้านั้นก็เคยเห็นของท่านตาอยู่เหมือนกันและยังเคยได้ฝึกยิงอยู่บ้าง แต่มันใหญ่กว่าของเยว่เอ๋อร์มากทีเดียว”
“เจ้าค่ะของข้าที่มีอยู่น่าจะเล็กกว่าแต่ก็รุนแรงจนสามารถสังหารคนได้ทันทีเช่นกันเจ้าค่ะ”
“อืม เรื่องนี้อย่าได้บอกหรือให้ผู้ใดรู้อีกเป็นเด็ดขาดพี่กลัวว่าเจ้าจะไม่ปลอดภัย เข้าใจหรือไม่”
“เข้าใจเจ้าค่ะมีเพียงท่านพ่อท่านแม่พี่ใหญ่น้องสามน้องเล็กและท่านพี่เท่านั้นที่รู้เรื่องนี้เจ้าค่ะ”
“ดีแล้ว”
“จริงสิไหน ๆ ท่านพี่ก็รู้แล้วข้าจะเอายารักษาต่างๆออกมาทำแผลให้ท่านพี่นะเจ้าคะมันดีมากเลย แล้วแผลจะได้สะอาดด้วยเจ้าค่ะ”เมื่อพูดจบก็ผละออกจากอ้อมกอดของคนตัวสูงที่นั่งเอนกายพิงหลังอยู่บนเตียงแล้วเริ่มเอาชุดอุปกรณ์ล้างแผลออกมาทันทีต่อหน้าซีชาง
“ได้ พี่เชื่อเจ้า”พูดทั้งยังยิ้มหวานให้นางอีกแล้วแบบนี้จะไม่นางรักได้เช่นไรจากนั้นหมิงเยว่ก็ทำแผลให้คนตัวสูงทันทีเมื่อเรียบร้อยแล้วก็ยังเล่าอีกว่าในช่องมีของกินของใช้อันใดอยู่บ้าง…
“เช่นนั้นที่พี่ได้กลิ่นหอมๆ จากกายเจ้าก็คือเจ้าพวกนี้เช่นนั้นหรือ”เมื่อเห็นอุปกรณ์เครื่องประทินผิวหลายสิบชิ้นทั้งครีมทั้งน้ำหอมต่างๆซีชางก็เลิกคิ้วแล้วถามขึ้นอย่างสนใจทันที
“ใช่เจ้าค่ะ จริงสิไว้ตอนเช้าๆ ข้าจะโกนหนวดให้ท่านพี่นะเจ้าค่ะมีครีมโกนหนวดหอมๆ ด้วยล่ะเจ้าค่ะ ฮิ ฮิ”เสียงหวานพูดอย่างเอาใจสามีอย่างมีความสุข นางไม่ต้องอึดอัดอีกแล้วเวลาจะหยิบของออกมาใช้ยามที่อยู่ด้วยกันลำพังก็จะได้หยิบมาใช้งานได้เลย
“ได้ พี่ตามใจเจ้า”ยิ้มตอบนางทันทีเมื่อคนตัวเล็กมีความสุขเขาก็มีความสุขไปด้วย
“มีของกินแปลกๆ ด้วยเจ้าค่ะที่แคว้นฉีไม่มีแน่นอน แต่อาจจะมีที่เมืองตาฟ้าที่ท่านพี่เคยไปอยู่ก็ได้เดี๋ยวข้าจะเอาออกมาให้ท่านพี่ลองชิมนะเจ้าคะ”
“ได้ พี่จะรอกินของอร่อยของเจ้า”พูดทั้งยังส่งสายตากรุ้มกริ่มมาให้อีกด้วยจนหมิงเยว่เขินหน้าแดงทันที
เสียงหวานยังคงเอ่ยพูดไปเรื่อยๆโดยมีเสียงทุ้มอ่อนโยนค่อยพูดแต่ประโยคเดิมซ้ำๆ ว่า
‘ได้พี่แล้วแต่เจ้า ได้พี่ตามใจเจ้า’ อย่างไม่มีท่าทีว่าจะเบื่อหน่าย
เรื่องที่หมิงเยว่และซีชางเจอโจรซุ่มทำร้ายสร้างความตกใจให้คนบ้านสกุลหยางเป็นอย่างมากจนวันต่อมาหมิงฮุ่ย ฟางจิงหมิงเฟิงและหมิงชุนเดินทางมาขอพบที่ตำหนักหยกเหมันต์ตั้งแต่เช้าส่วนหมิงหลันอยู่เป็นเพื่อนเสี่ยวเหมยที่พึ่งคลอดลูกที่บ้านจึงไม่ได้มาด้วย
“ข้าไม่เป็นไรเจ้าค่ะ”หมิงเยว่เล่าเรื่องการใช้ปืนและเรื่องที่ซีชางรู้ความลับให้ทุกคนฟัง
“เฮ้อ ดีที่โจรถูกปราบลงได้ต่อไปเจ้าต้องระวังตัวให้มากนะเรื่องอาวุธเป็นไปได้ก็อย่าได้ใช้อีก ใช้เพียงธนูหรือหน้าไม่ก็พอแล้ว”
“เจ้าค่ะท่านพ่อ เพราะยามนั้นจวนตัวจริงๆจึงไม่ทันให้คิดให้รอบคอบลูกขอโทษที่ทำให้พวกท่านต้องเป็นห่วง”
“ไม่เป็นไรก็ดีแล้วละนะ แล้วซื่อจื่อเป็นอันใดมากหรือไม่เล่าเยว่เยว่”หมิงเฟิงเอ่ยถามถึงน้องเขยขึ้นเพราะตั้งแต่มายังไม่ได้พบเลย
“ถูกดาบฟันที่ต้นแขนเจ้าค่ะ ข้าให้กินยาและนอนพักเพราะมีไข้อ่อนๆ ด้วยน่าจะเพราะเดินทางมาเหนื่อยๆ และพิษบาดแผลด้วยเจ้าค่ะแต่ไม่มีอันใดน่าห่วงไม่นานก็หายเจ้าค่ะ”
“เช่นนั้นก็ดีแล้วดีที่ไม่เป็นอันใดมากเจ้าก็ต้องดูแลซื่อจื่อให้ดีนะเยว่เยว่ดูแลเรื่องอาหารการกินให้ดีๆ”ฟางจิงกล่าวขึ้นทั้งยังกำชับบุตรสาว
“เจ้าค่ะท่านแม่ ส่วนเรื่องช่องว่างพวกท่านไม่ต้องเป็นกังวลนะเจ้าคะพี่ชาร์ลเข้าใจข้าและรักษาความลับนี้ให้อย่างดีแน่นอน”หมิงเยว่ทราบดีว่าทุกคนเป็นห่วงความปลอดภัยของนาง จึงพูดให้ทุกคนคลายกังวลลง
“เมื่อพูดคุยกับครอบครัวเป็นเวลานานจนคลายคิดถึงและเห็นว่าหมิงเยว่ปลอดภัยดีแล้วคนบ้านสกุลหยางก็กลับทุกอย่างในชีวิตประจำวันของหมิงเยว่ก็เริ่มเข้าที่เข้าทางอีกครั้ง
ผ่านไปราวๆครึ่งเดือนแผลของซีชางก็หายดีเป็นปกติไม่หลงเหลือแม้แต่ลอยแผลเป็นเพราะหมิงเยว่เอายาออกมาทาให้นั้นเองพวกโจรภูเขาที่เหลือชีวิตรอดถูกสอบปากคำจนยอมบอกที่ซ้อนรังโจรจนทหารเข้าจับกุมได้ทั้งหมดนับว่าเป็นเรื่องดีมากๆผู้คนที่เดินทางระหว่างเมืองจะได้คลายกังวลเรื่องโจรป่าดักปล้นระหว่างทางไปได้
ตอนนี้เมื่อซีชางหายดีแล้วเขาก็เริ่มคิดว่าต้องการที่จะมีลูกเพื่อจะได้มีครอบครัวที่สมบูรณ์ พ่อ แม่ ลูก เขาคิดว่าอยากมีก้อนแป้งตัวเล็กๆเดินไปเดินมาให้ทั่วตำหนัก ดังนั้นชีวิตของหมิงเยว่จึงวนกลับมารูปแบบเดิมนั้นคือการถูกสามีจับกลืนกินไม่เว้นวันอีกแล้ว……