ภายในถ้ำอันเป็นที่กล่าวขานของชาวเขาชาวดอยซึ่งอาศัยกันอยู่ในแถบถิ่นแห่งนี้ต่างพากันขนานนามว่าเป็นถ้ำผีสิงบ้างถ้ำลับแลบ้าง ถ้ำอาถรรพ์บ้าง หรือถ้ำแห่งมหาสมบัติบ้างก็ตาม ใครจะรู้ว่าตอนนี้อลินตาเจ้าภูแสน ชัยยันต์ อวยชัย และหนานเมืองอินทร์ต่างก็พากันได้เข้ามาเหยียบย่างที่ ณที่แห่งนี้แล้ว
ปู่โสมเฝ้าทรัพย์เดินออกมาหยุดยืนด้านหน้าของทุกคนในบริเวณห้องที่สองของถ้ำซึ่งเป็นโถงกว้างใหญ่มาก ปู่โสมยืนนิ่งสักพักยกมือโบกกลางอากาศเพียงวูบเดียวเท่านั้นถ้ำที่มืดสนิทมีเพียงแสงไฟจากใต้อันริบหรี่ก็พลันสว่างโพลงราวกับมันเป็นช่วงเวลากลางวันทุกคนหันขวับมองรอบตัวด้วยความตะลึงลานเพราะแสงที่สว่างโพลงนั้นมันไม่ได้เกิดจากแสงไฟเลยสักนิดแต่มันเกิดจากประกายของแก้วแหวน เงิน ทองซึ่งเป็นของแท้ทั้งสิ้นราวกับว่าทุกคนอยู่ในเมืองลับแลอันเป็นเมืองที่มีแต่ของล้ำค่าพวกนี้ปูลาดบนพื้นกระนั้น
และที่สำคัญแสงสว่างนั้นมันไม่ได้สว่างเพียงโถงถ้ำโถงเดียวทว่าถ้ามองไปทุกโถงทุกห้องในถ้ำก็จะพบความสว่างจ้าด้วยประกายเพชร นิล จินดา จนแสบตาแทบจะตาบอดตาไหม้กันไปเป็นแถบๆชัยยันต์ยืนอึ้งเกือบหยุดหายใจเขาเอื้อมมือจะไปแตะเข็มขัดทองคำที่ห้อยลงมาจากเพดานถ้ำ แต่ไม่คิดจะเอามาเป็นของตนแค่อยากลองลูบๆคลำๆ ดูก็เท่านั้น และเพียงแค่มือของชัยยันตร์สัมผัสไปที่เข็มขัด
พลัน.. ปู่โสมก็กลายร่างเป็นงูใหญ่ใหญ่มากราวกับพญานาคราชเลื้อยเข้ามาอ้าปากจะงับหัวชัยยันตร์อยู่รอมร่อทำเอาชัยยันต์ตกใจรีบหดมือกลับอย่างรวดเร็ว เมื่อเห็นว่าชัยยันต์ชักมือกลับและไม่ได้คิดจะหยิบฉวยสมบัติในถ้ำปู่โสมก็กลับสภาพเป็นวิญญาณในร่างปู่โสมดังเดิม ก่อนจะพูดคำรามขู่ฟ่อ
“ดูแต่ตามืออย่าต้อง ของจะหาย..” สำหรับอลินตานั้นก็แค่ดูๆ แลๆว่าสมบัติมีอะไรบ้างเป็นอย่างไรบ้างนี่ถ้าให้เธอเกิดเป็นเจ้านางในยุคนี้แล้วตะแบงสร้อยเอย ชฎาเอย รองเท้าเอย กำไลเพชรเอยมีหวังวันๆ ไม่ต้องทำอะไรหรอกนอนอืดอย่างเดียว เพราะโดนสมบัติทับตายก่อนวัยอันควรนึกแล้วก็สยองไม่น้อยสำหรับอลินตาแล้วเธอแค่ขอมีชีวิตอยู่ใช้เงินให้สาแก่ใจเต็มที่ดีกว่าหามาแล้วเก็บไว้แบบนี้มันไม่คุ้มหรอกเพราะตายไปก็เอาไปไม่ได้อยู่ดี เมื่อดูจนคุ้มลูกตาแล้ว หญิงสาวก็ถามปู่โสมไม่อ้อมค้อม
“ค่าจ้างฉันอยู่ไหน?”ปู่โสมไม่รอช้า ชี้มือไปยังมุมอับทึบเพียงมุมเดียวของถ้ำแห่งนี้ชี้แบบส่งๆเพราะไม่อยากแลมองสมบัติของหญิงชั่วนามว่าพระนางอาภาเทวีเท่าไหร่นักอลินตาไม่รอช้ารีบเดินไปยังมุมอับทึบนั้นอย่างรวดเร็ว พอเดินเข้าไปใกล้ๆก็ถึงกับตาเบิกโพลง ยิ้มจนแก้มป่องปิดตาไปหมด
“คุ้มค่าเหนื่อยมากเวอร์ตามที่คิดไว้เป๊ะเลยฉันเหนื่อยขนาดนี้ ไม่แคล้วฉันต้องได้ค่าจ้างสะบึมถ้ำแน่นอน”ไม่พูดเปล่าแต่สายตาเปล่งประกายปิ๊งๆ อย่างไม่มีปิดบังอะไรจะร่าเริงได้ขนาดนั้นเมื่อกี้แม่คุณยังเหมือนร่างจะแหลก แบตจะหมดอยู่เลย
ท่าทางของอลินตานั้นปู่โสมและทุกคนในถ้ำถึงกับมองด้วยความแปลกใจตอนเห็นสมบัติมากมายมหาศาลในถ้ำไม่เห็นจะมีอาการตื่นเต้นขนาดนี้ แต่แค่ทองคำแท่งกองเล็กๆในมุมหนึ่งของถ้ำ อลินตาถึงกับตาลุกวาว ซึ่งมีเพียงเจ้าภูแสนเท่านั้นที่เข้าใจอลินตาเธอจะพึงพอใจทรัพย์สมบัติเฉพาะเป็นของตนเท่านั้น แม้สมบัติของปู่โสมจะมากมายมหาศาลสักแค่ไหนก็ขึ้นชื่อว่าไม่ใช่ของตนเป็นของของคนอื่นต่อให้มากมายเพียงใดก็ไม่น่ายินดีเท่ากับทรัพย์ที่ตนหามาได้ด้วยน้ำพักน้ำแรง
“เอาล่ะ ในที่สุดฉันก็ปิดจ๊อบคดีนี้ลงได้เป็นอย่างดี”พูดจบก็หันไปหาชัยยันตร์ที่ยังคงกอดก๋วยของเธอไว้แน่น
“ชัยยันตร์ส่งก๋วยมาให้ฉัน”ชัยยันตร์ยื่นก๋วยให้อลินตา อวยชัยถามขึ้นบ้าง
“เธอจะขนทองคำแท่งกองเบ้อเร่อนี่กลับไปยังไงก๋วยนั่นใส่ไม่หมดหรอกและที่สำคัญพวกฉันไม่หอบทองคำพวกนี้ออกจากป่าให้เธอหรอกนะ”ชัยยันตร์เห็นด้วยกับคำพูดของอวยชัยส่วนหนานเมืองอินทร์ยืนมองอลินตาเงียบๆ รอดูว่าหญิงสาวจะทำอย่างไรกับการขนถ่ายสมบัติในครั้งนี้....
เมื่ออลินตารับก๋วยมาจากชัยยันต์หญิงสาวก็เปิดฝาก๋วยออกแล้วล้วงมือควานหาอะไรบางอย่างในก๋วย ไม่สนใจใคร ทุกคนจ้องเป๋งไปที่หญิงสาวด้วยความอยากรู้รวมถึงวิญญาณปู่โสมด้วยและเพียงสักพักอลินตาก็ลากอะไรบางอย่างออกมาจากก๋วยได้สำเร็จทุกคนมองเห็นสิ่งของในมืออลินตาก็ต้องแปลกใจอีกคราแม่หญิงคนนี้ช่างสรรสร้างเซอร์ไพรส์ให้กับพวกเขาได้ไม่เว้นแต่ละวันจริงๆ ส่วนทางด้านอลินตาก็ยิ้มละไมไทยแลนด์สุดๆ พลางมองในมือของตัวเองที่มีโลงศพจิ๋วอารมณ์ก็จะคล้ายๆ เรือนไทยจิ๋ว เรือนไทยโมเดลจำลองอะไรทำนองนั้น อลินตาอธิบายเสียงใสแจ๋วภาคภูมิใจ
“นี่คือโลงศพโมเดลของฉันที่จริงฉันก็อยากจะเดินทางผ่านกาลเวลาเหมือนนางเอกในนิยายสวยๆ แบบเรื่องอื่นเหมือนกันนะแต่ฟ้า (นังไรท์ตัวดี) ลิขิตไว้แบบนี้ ฉันก็เลยต้องจำลองโลงเย็น ฐานแท่นสแตนเลสอย่างดีพร้อมแอร์จำลองเผื่อเดินทางนานๆ แล้วร้อนขึ้นมาก็จะได้เปิดแอร์ปรับอุณหภูมิไปด้วยและนี่ก็คืออุปกรณ์การเดินทางไปทำมาหากินต่างภพของฉัน” อธิบายร่ายยาวเหมือนเห็นเป็นเรื่องสนุก
“แล้วก็นี่...”หญิงสาวชี้นิ้วไปในโลงศพสีขาว ตัดกับลวดลายเทพพนมสีดำ
“ที่นอน หมอนผ้าห่ม ฉันสั่งตัดขึ้นมาอย่างดี” อวยชัยถึงกับเกาหัวแกรกๆ
“ฉันนึกว่าเธอทะลุออกมาจากโลงศพผีตายโหงตามป่าช้าซะอีก”อวยชัยไม่เคยคิดด้วยซ้ำ ผู้หญิงบ้าอะไรหอบหิ้วโลงศพไปมาเป็นว่าเล่นอลินตาได้ยินคำพูดของอวยชัยก็หันขวับ ตาขวางแหวขึ้นอย่างรวดเร็ว
“จะบ้าเหรอโลงศพตามวัดผ่านศพใครมามั่งก็ไม่รู้ ทั้งน้ำเลือดน้ำหนอง ไหนจะกลิ่นศพอีกฉันไม่เอาด้วยหรอก ต้องโลงศพของฉันเท่านั้นฉันถึงจะไว้วางใจได้เต็มร้อย” ว่าแล้วก็หันกลับไปยังทองคำแท่งที่เป็นค่าจ้างของเธอ อลินตาค่อยๆนั่งคุกเข่าก่อนจะพึมพำคาถาและบอกกล่าว
“พระนางอาภาเทวีหากวิญญาณของพระนางรับรู้ว่าสมบัติของพระนางตกเป็นของฉันแล้ว พระนางก็จงวางใจนะคะส่วนหนึ่งฉันจะนำสมบัติพวกนี้ไปทำบุญอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้กับพระนาง ไม่ว่าวิญญาณของพระนางอยู่ที่ใดก็ขอให้วิญญาณพระนางรอรับบุญกุศลจากฉันด้วยนะคะ” และเพียงอลินตากล่าวจบพลันวิญญาณของพระนางอาภาเทวีก็ปรากฏตัวขึ้นนั่งอยู่ข้างๆ กองทองคำของพระนางโดยอุ้มศีรษะของตนเองเอาไว้เนื่องจากก่อนตายพระนางได้รับโทษบั่นคอ จากการลักลอบเป็นชู้ และคิดกบฏบ้านเมือง อวยชัยกับชัยยันตร์เห็นภาพนั้นก็ถึงกับตกใจขยับร่างเข้าประชิดกันทันด่วน
อลินตาเห็นวิญญาณของพระนางอาภาเทวีก็มิได้มีอาการตกใจแต่อย่างใดยังคงมีท่าทีนิ่งเฉยสงบเฉกเช่นเดิมรวมไปถึงหนานเมืองอินทร์และเจ้าภูแสนที่ผ่านการเห็นและสัมผัสวิญญาณมาไม่น้อยใบหน้าของพระนางอาภาเทวีเศร้าสร้อยเหลือจะกล่าว ก่อนที่จะพูดขึ้นเสียงหม่นๆ
“ข้ารับรู้และจะรอบุญจากเจ้าข้าทุกทรมานกับอัตภาพเปรตคอขาดที่ถูกจองจำนี้เหลือเกิน ข้าฝากเจ้าด้วยแม่หญิงอลินตา”อลินตายิ้มรับแต่ทางปู่โสมกลับมีสีหน้าชิงชังวิญญาณเปรตตนนี้เสียเหลือเกิน
ภูติเปรตของพระนางอาภาเทวีนั้นเมื่อได้รับข่าวบุญที่จะจะมาถึงตนแล้วก็หายตัวไปอย่างเงียบเชียบโดยที่พระนางอาภาเทวีไม่รู้ตัวเลยว่ากรรมจากการนอกใจสามีของตนและคิดคดทรยศต่อบ้านเมืองนั้นหาได้หมดไปเพียงแค่นี้ไม่เมื่อพระนางอาภาเทวีหลุดพ้นจากการเป็นเปรตแล้ว พระนางก็ต้องไปรับโทษเป็นเศษกรรมในภพภูมิต่อไปแต่จากบุญที่อลินตาจะกลับไปทำให้นั้น ก็จะทำให้พระนางอาภาเทวีย่นระยะการรับโทษให้น้อยลงแต่การจะไม่ได้รับโทษนั้นมิมีทางเป็นไปได้เลย นี่แหละหนาขึ้นชื่อว่ากรรมย่อมทำหน้าที่ได้เที่ยงตรงยิ่งกว่ากฎใดๆทั้งสิ้นในโลกแห่งวัฏสงสารนี้...