วันเวลาอันสงบสุขไหลผ่านไปอย่างรวดเร็วปัจจุบันเคนอสน้อย อายุครบสามปีแล้ว
เด็กน้อยเคนอสปัจจุบันเติบโตขึ้นไม่น้อยดูราวกับเด็กอายุประมาณ 4-5 ขวบแม้ร่างกายของเขาจะเติบอย่างบ้าคลั่งใน่แรก แต่หลังจากนั้นอัตราการเติบโตก็เริ่มเข้าสู่ระดับปกติแต่ก็นับว่าดูโตกว่าวัยไม่น้อย
พ่อของเด็กชาย ‘ลอร์ดวิลฟอร์ด’ พึ่งกลับมาจากการไปประชุมที่เมืองหลวงร่วม 2เดือน เมื่อกลับมาก็คิดถึงเ้าตัวน้อยไม่น้อย วันนี้เขาจึงเรียกเ้าตัวเล็กมา เพื่อดูความคืบหน้าในการฝึกฝน ตลอด่ที่เขาหายไป
เด็กน้อยเดินไปที่ลานฝึกกว้างหลังคฤหาสหลังใหญ่ ลอร์ดวิลฟอร์ดยืนอยู่กลางลานก่อนจะกล่าวออกมาอย่างห้าวหาญใส่เด็กน้อย “ใช้เวทย์ที่แรงที่สุดโจมตีใส่พ่อมาได้เลย” เด็กน้อยสะดุ้งเฮือก! เขากลัวบิดาในวันนี้ ไม่น้อยเลยช่างต่างจากพ่อเขายามปกติลิบลับ เด็กชายท่าทางลังเลใจ
“เริ่มได้เลย” พ่อของเขาแค่นเสียงบรรยากาศรอบกายแลดูน่ากลัวยิ่งนักราวกับนักรบที่ผ่านมานับร้อยสมรภูมิ เด็กชายกลืนน้ำลายอย่างฝืดเคืองก่อนจะเริ่มร่ายเวทย์ ถ้าสังเกตุดีขะเห็นว่าเด็กน้อยหวาดกลัวจนมีน้ำตาไหลออกมาที่ขอบตา
เด็กชายยกมือขึ้นตั้งสมาธิราวหลายอึกใจ จากนั้นสายลมอ่อนเริ่มโชยพัดราวกับบ้าคลั่ง เปลวไฟเริ่มปรากฏขึ้นรอบฝ่าเท้า สังเกตเห็นสายฟ้าเล็กๆ เป็ประกายวาบรอบเปลวไฟ ความชื้นในอากาศหายไปอย่างรวดเร็วจนน่าฉงน ลอร์ดวัลฟอร์ดหลี่ตาลงในใจรอบตกตะลึงกับปริมาณพลังเวทอันมหาศาล ชั่วพริบตาถัดมาเด็กน้อยก็ปล่อยเปลวเพลิงออกมารอบสายลมพัดพาส่งเสริมเปลวเพลิง ตัวเปลวเพลิงยังห่อหุ้มด้วยอำนาจสายฟ้า ไม่เพียงเท่านั้นอากาศที่แห้งนั้นอันเกิดจาก เวทสายน้ำที่ใช้ดึงความชื้นในอากาศส่งเสริมให้เปลวเพลิงนั้นรุนแรงมากยิ่งขึ้น
เสียงหวีดหวินดังแหวกอากาศ อนุภาพรุนแรงเหนือประมาณ
‘อัจฉริยะ ไม่สิ สัตว์ประหลาดชัดๆเลยลูกเรา’ ลอร์ดวิลฟอร์ดคิดในใจก่อนจะค่อยๆยกมือซ้ายออกมาตั้งป้องกันเขาปัดมันออกราวกับสะบบัดมือส่งๆ อีกมือยังไพล่หลังอยู่ราวกับการปัดการโจมตีนั้นเป็เื่ง่ายดาย
อันที่จริงการโจมตีของเด็กชายไม่ใช่เบาเลยทีเดียว เทียบเคียงการโจมตีของเหล่าอัศวินระดับสูงเลยก็ว่าได้ เป็การผสมระหว่างเวทย์ระดับกลางถึงสี่บทสี่ธาตุ พลังโจมตีเทียบเท่าบทเวทย์ระดับสูงขั้นกลางๆเลยทีเดียว แต่ลอร์ดวันฟอร์ดต่างหากหละที่แข็งแกร่งเกินไป
หลังการโจมตีจบลงเด็กน้อยเด็กน้อยก็ทรุดตัวนั่งร้องไห้อยู่ตรงนั้นจากความกดดันที่บิดาปล่อยออกมา และชั่วขณะนั้นเองพ่อของเขาก็คลายพลังออก บรรยากาศรอบข้างเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง กลายเป็สดใสในพริบตา บิดายิ้มอย่างใจดีก่อนจะเดินเข้าไปปลอบเด็กน้อย
“โอ๋เอ๋เด็กดี พ่อแค่อยากรู้ว่าเ้าเก่งกาจแค่ไหนแล้วก็เท่านั้นเองนะ ไม่ร้องๆนะคนเก่ง ”ลอร์ดวิลฟอร์ดกล่าว ก่อนจะพูดต่อว่า “การโจมตีของลูกทำได้ดีมากเลย” “จริงหรอครับ”เด็กน้อยกล่าวสวนอย่างสดใส “อืม สุดยอดมากเลยหละ” ท่านลอร์ดกล่าวขึ้น ก่อนจะพูดต่อว่า“ลูกอยากได้ครูสอนพิเศษหรือเปล่า” หลังจบคำดวงตาของเด็กน้อยเป็ประกายก่อนจะพยักหน้าถี่รัว ลอร์ดวัลฟอร์ดยิ้มอย่างอบอุ่นก่อนจะจูงมือเด็กน้อยกลับคฤหาสไปด้วยกัน
.
.
.
เสียงประตูปิดลงหลังร่างบางเดินออกจากห้องทำงานของพ่อเขา
ลอร์ดวิลฟอร์ดขีดเขียนจดหมายใบหนึ่งเนื้อความยาวเหยียด ก่อนจะลงนามของเขา อาเทอร์ วิลฟอร์ด สุดท้ายเขาก็พับจดหมายใส่ซองและลงตราประจำตระกูลวัลฟอร์ด ก่อนจะยิ้มขึ้นมุมปากพร์ระดับเขาคงต้องให้ท่านอาจารย์จัดการเนี่ยแหละดีที่สุดแล้ว ภาพนักปราชญ์ชราที่พบในการประชุมเมื่อเดือนก่อปรากฏขึ้นในมโนสำนักของไวสเคาต์ผู้เก่งกาจ
.
.
.
ตะวันบ่ายคล้อยหลังกินข้าวกลางวันเสร็จร่างเล็กก็ออกจากคฤหาสวิ่งไปที่โบสถ์หลังใหญ่ เมื่อ 3 เดือนก่อนเด็กน้อยมีโอกาสไปโบสถ์ครั้งแรกเพราะตามมารดาเขา และวันนั้นเขาก็ได้เจอเด็กรุ่นราวคราวเดียวกันอีกหลายคนมาเล่นกันอยู่แถวนั้น เด็กกลุ่มนั้นประกอบด้วยคนหลายกลุ่มั้แ่ลูกพ่อค้า-ช่างฝีมือ เด็กที่ทางโบสถ์รับเลี้ยง เหตุผลที่เด็กเหล่านี้มารวมตัวกันได้คงเป็เพราะ กัส เด็กหนุ่มวัย 8 ปีที่เป็เด็กที่ทางโบสถ์เก็บมาเลี้ยง เด็กชายหย้าตาดีคนนี้มีเสน่ห์ดึงดูดที่แปลกประหลาดไม่น้อยจะเรียกเป็หัวโจกก็คงไม่ผิด อีกคนที่ดึงดูดเด็กมากมายมารวมคงเป็โซเฟีย เด็กสาวหน้าตาน่ารัก กลุ่มเด็ก 8-9 คนมักจะนัดรวมตัวเล่นกัน ่บ่ายทุกๆ 2-3วันบริเวณโบสถ์ เด็กชายหลังจากพบพวกเขาวันนั้นก็มาเล่นด้วยกันเป็ประจำ อย่างไรเสียเขาก็เป็เด็กน้อยวัยกำลังโต ย่อมสนุกสนานกับการมีเพื่อนเล่นในวัยเดียวกันเป็ธรรมดา
ตอนที่เขาโดนบิดาทำหน้าตาดุใส่ก่อนจะสั่งให้ใช้เวทย์มนต์ เขาก็นึกว่าพ่อเขาโกรธที่เขาหนีออกไปเล่นกับเพื่อนแต่ตรงกันข้าม หลังจากประลองเสร็จพ่อของเขาก็พาไปที่ห้องคุยด้วยกันเล็กน้อย ก่อนจะบอกว่า “ไปเล่นกับเพื่อนเถอะ วันนี้นัดไว้ไม่ใช่หรอ ดูแลเพื่อนให้ดีๆ เล่นให้สนุกนะลูก” แน่นอนว่าคนที่รายงานเื่นี้ย่อมเป็เมดคู่กายเขาซิซิเลียนั่นเอง
เสียงเล็กะโดัง “มาแล้วหรอเคนอส วันนี้นายมาช้านะ” กัสะโออกมาอย่างสดใส “โทษทีพอดีคุณพ่อกลับมาหนะเลยมีเื่คุยกันนิดหน่อย แล้ววันเราไปไหนกันดี” เคนอสถามขึ้น กัสยิ้มขั้นอย่างมีเลศนัยก่อนจะชี้ไปยังที่แห่งหนึ่งด้านหลังโบสถ์
มันคือป่า… ด้วยความที่ตัวโบสถ์เป็โบสถ์เก่าแก่ตั้งอยู่นอกกำแพงเมืองไปไกลพอสมควรจึงไม่แปลกที่ถัดออกไปไม่ไกลจะมีป่าอยู่ แถมเป็ป่าใหญ่ซะด้วยปกติกเหล่าพรานก็จะออกไปหาของป่าในป่านี้แต่เหล่าผู้ปกครองก็ย้ำเตือนเด็กๆว่า อย่าเข้าไปเล่นในป่าเพราะมันอันตราย เหล่าเด็กๆจึงยังไม่เคยเข้าไปในป่าเลยสักครั้ง แต่ก็อย่างที่ว่ายิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุ เหล่าเด็กน้อยวัยกำลังโตเหล่านี้รู้จักความน่ากลัวของป่าเสียที่ไหน
เคนอสมองอย่างเหรอหรา “เอาจริงหรอกัส” “นายอย่าขี้กลัวไปหน่อยเลยหน่า ่นี้เขตชายป่าไม่มีมอนส์เตอร์ปรากฏเลยด้วยซ้ำพ่อชั้นบ่นให้ฟังอยู่”เด็กชายจ้ำม่ำน่ารักชื่อว่ามอรัลกล่าวสวนขึ้นมา เราก็แค่จะเข้าไปชายป่าเท่านั้นเองไม่อันตรายหรอก
.
.
เหล่าเด็กน้อย 8 ชีวิต เดินตรงไปเล่นที่ชายป่า โดยไม่รู้เลยว่าวันนี้จะเป็ประสบการณ์ที่ทำให้พวกเขาจะจำไปตลอดชีวิต