เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 41 ค่ารักษาพยาบาล

            ฉินหล่างเดินไปนานแล้ว แต่ซูอินยังไม่อาจดึงสติกลับมาจากความตกใจ

            เธอแทบจินตนาการไม่ออกว่าจะมีสิ่งดีๆ เช่นนี้จากสวรรค์ตกลงมาใส่หัว

            จนเมื่อสวีเหวินเหวินนำข้าวกล่องมาให้ เธอถึงได้สติ

            ข้าวถูกนำมาเป็นหม้อใหญ่อย่างไรก็ตามมีผู้ป่วยจำนวนมากที่ต้องการคุณค่าทางอาหาร คุณภาพจึงถือว่าไม่เลวแม้ว่าไข้ของซูอินจะลดแล้ว แต่อาการหวัดยังคงอยู่ทำให้เธอไม่ค่อยอยากอาหาร

            “ฉันไม่อยากกิน เธอกินเถอะ”

            สวีเหวินเหวินไม่ได้กิน แต่ปิดกล่องข้าวไว้แน่นหนา

            “ถ้าก็ยังไม่ต้องกิน เดี๋ยวฉันจะเอากลับไปให้ย่ากับพ่อ”

            เป็นเด็กสาวที่กตัญญูจริงๆพฤติกรรมของสองแม่ลูกตระกูลสวียังคงติดตา จนซูอินอดถามไม่ได้ “เหวินเหวินคุณย่าของเธอก็ดูแข็งแรงดี เขาไม่ทำอาหารเลยหรือ”

            สวีเหวินเหวินหน้าสลด “อินอิน ฉันรู้ว่าเธออยากพูดอะไรแต่ยังไงนั่นก็ย่าของฉันนะ”

            คำเตือนของซูอินพลันติดอยู่ในลำคอ

            แม้ว่าอีกฝ่ายจะเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดซึ่งมันก็เป็นแค่คำพูดเปรียบเปรยอันที่จริงพวกเธอก็ยังไม่ได้สนิทกันถึงขั้นจะพูดคุยเรื่องเหล่านี้

            ยิ่งไปกว่านั้น บางสิ่งมีเพียงตนเองที่เข้าใจคนอื่นไม่สามารถเข้าใจ

            เหมือนเธอในชาติก่อน ทำตัวโง่เขลาจนใช้ม้าแปดตัวมาลากก็กลับไม่ได้

            เธอได้แต่ถอนหายใจยาว ก้มมองของเหลวใสที่ไหลเข้าร่างกายและเมื่อนึกเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้ ก็หยิบธนบัตรสิบหยวนออกมาจากกระเป๋าเสื้อ

            “ใช่แล้ว เหวินเหวิน เมื่อกี้เธอจ่ายค่ายาไปใช่ไหม”

            ครอบครัวคุณป้าหยางไม่มีสถานะอะไร ฐานะก็ไม่ได้ร่ำรวยต่อให้มีเงินจ่าย ซูอินก็ไม่ยอมให้พวกเขาช่วยด้วยความเมตตา

            “ไม่นี่ ฉันไม่ได้เอาเงินไปด้วย ตอนแรกคิดว่าจะกลับไปเอาเงินจากแม่ยังดีที่คุณป้าห้องจ่ายยาจำฉันได้ พอรู้ว่าคนที่ถูกให้น้ำเกลือคือเธอก็บอกว่าจะหักจากบัญชีของคุณป้าอู๋”

            “งั้นหรือ…”

            อู๋อู๋ภูมิใจกับงานที่มั่นคงของตนเองวันธรรมดาก็คอยบอกว่าโรงพยาบาลประชาชนประจำเมืองมีการรักษาดีขนาดไหนเมื่อซูอินรู้ว่าพวกเขามีสวัสดิการดีเช่นนี้ จึงตอบสนองอย่างรวดเร็ว

            อย่างไรเสียเธอก็ไม่ค่อยอยากใช้เงินของอู๋อู๋

            ไม่ใช่เพราะยังคงเหลือความเคารพแต่ที่สำคัญคือเหตุการณ์ตั้งแต่เมื่อวานจนถึงเมื่อเช้า เธอได้ฉีกหน้าอู๋อู๋หากหล่อนรู้เรื่องนี้อาจโวยวายได้

            เธอเงยหน้า มองน้ำเกลือที่ใกล้หมดจึงบอกให้สวีเหวินเหวินไปเรียกนางพยาบาล

            เธอกดสำลีที่หลังมือเพื่อห้ามเลือด แต่ไม่รู้ทำไมกลับรู้สึกว่าสายตาที่นางพยาบาลมองมาเต็มไปความแปลกใจและแฝงความรู้สึกยินดีในความโชคร้ายของผู้อื่น

            แต่ไม่นานเธอก็รู้สาเหตุ

            คุณป้าหยางเข้าไปในห้องผ่าตัดคงไม่ออกมาภายในหนึ่งชั่วโมงนี้อย่างแน่นอน ให้น้ำเกลือเสร็จ เธอจึงเดินลงไปที่ชั้นล่างพร้อมกับสวีเหวินเหวินเมื่อเดินผ่านหัวมุมก็ได้ยินพยาบาลฝึกหัดกระซิบกระซาบกัน

            “ลูกสาวไข้ขึ้นสูง ถูกส่งมาโรงพยาบาลก็ไม่คิดสนใจ”

            “ก่อนหน้านี้ตอนที่ได้ข่าววงในว่ากำหนดคนได้โควตาแล้วก็ยกหางตีปีกด้วยความเย่อหยิ่ง พอเกิดเรื่องน่าอาย แค่ชั่วโมงเดียวก็ไม่อยากโผล่มา”

            “ใช่ แต่อันที่จริงก็ไม่ใช่ลูกสาวแท้ๆ นี่”

            ที่แท้เรื่องที่เธอไข้ขึ้นจนต้องมาโรงพยาบาลโดยที่อู๋อู๋ไม่ถามสักคำได้แพร่ไปทั่วโรงพยาบาลแล้วนี่เอง

            เมื่อรับรู้ต้นสายปลายเหตุ ซูอินก็อดไม่ได้ที่จะดีใจในความโชคร้ายนี้

            เธอรู้ว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับอู๋อู๋ หล่อนไม่รู้ว่าเธอเป็นไข้แต่มันเกี่ยวอะไรกับเธอน่ะหรือ แค่รู้ว่าอู๋อู๋ถูกเพื่อนร่วมงานหัวเราะเยาะเธอก็มีความสุขแล้ว

            ช่วยไม่ได้ เธอเจอเรื่องต่างๆ มากมายโดยเฉพาะหลังจากที่ได้รับรู้การ “รับเลี้ยงเป็นบุตรบุญธรรม” ต่อเพราะมีจุดประสงค์แอบแฝงความเกลียดชังที่เธอมีต่ออู๋อู๋ก็เพิ่มขึ้น

            ไข้ของเธอลดลงนิดหน่อยแล้ว

            ซูอินเดินไปที่ห้องจ่ายยาและช่องจ่ายเงิน

            “คุณพี่พยาบาล สวัสดีค่ะ”

            เนื่องจากจู่ๆ ฝนก็กระหน่ำลงมาอย่างหนักทำให้โรงพยาบาลเต็มไปด้วยคนต่อแถวยาวทุกพื้นที่ในห้องจ่ายยาพวกนางพยาบาลกำลังช่วยกันจัดยา แต่ละคนอยากมีมือเพิ่มอีกสักคู่ทั้งวันยุ่งจนหัวหมุน

            ในที่สุดฝนก็หยุดตก คนเริ่มน้อยลง

            เพิ่งจะได้พักดื่มน้ำก็ได้ยินเสียงหวานๆ

            นางพยาบาลที่อยู่ในห้องจ่ายยาอายุยังไม่เยอะ แต่ก็เกือบสามสิบแล้วปกติมักจะถูกเรียกว่าคุณป้า แต่เมื่อมีเสียงหวานๆ เรียกพี่ ก็รู้สึกดีใจ

            เงยหน้าพร้อมกับรอยยิ้ม ก่อนจะเห็นใบหน้าเล็กขาวสะอาดบวกกับดวงตากลมโตสดใส ดูแล้วสบายตายิ่งนัก

            ทว่า…เด็กสาวคนนี้ทำไมดูคุ้นหน้าจัง

            “มารับยาหรือคะ เอาใบสั่งยามา เดี๋ยวต้องชำระเงินก่อนนะคะ”

            “ไม่มีค่ะ เมื่อครู่รับยาไปแล้ว ตอนนี้หนูมาจ่ายค่ายาค่ะ”

            เป็นไปได้อย่างไร ยังไม่ได้ชำระเงินแต่รับยาไปแล้ว ในขณะที่กำลังสงสัยนางพยาบาลด้านข้างที่อายุมากกว่าเล็กน้อยก็จำซูอินได้

            “แม่หนู หนูเป็นลูกสาวของคุณหมออู๋ใช่ไหมจ๊ะ”

            ซูอินพยักหน้า “ถ้าก่อนหน้านี้ถือว่าใช่ แต่ช่วงนี้เกิดเรื่อง คงไม่นับว่าใช่แล้วค่ะ”

            เรื่องที่ตระกูลหลิงอุ้มบุตรผิดคนขนาดที่โรงเรียนมัธยมทดลองยังรู้กันถ้วนหน้าที่ทำงานของอู๋อู๋อย่างโรงพยาบาลประชาชนประจำเมืองก็คงไม่ต้องพูดถึงว่าจะเป็นอย่างไร

            พวกนางพยาบาลจึงมีท่าทีตอบรับอย่างรวดเร็ว

            “เรื่องนั้น…เมื่อกี้ฉันโทรแจ้งคุณหมออู๋แล้ว…แต่ว่าเธอ…”

            เมื่อเห็นใบหน้าแดงระเรื่อที่ยังไม่หายดี แต่กลับดูดีนางพยาบาลซึ่งเป็นแม่คนเหมือนกันก็อดไม่ได้ที่จะพูดด้วยความสงสาร

            ซูอินคาดเดาผลลัพธ์นั้นได้

            ที่แท้โทรศัพท์ไปแจ้งแล้วนี่เอง…

            แต่อู๋อู๋กลับไม่ดูดำดูดี

            จู่ๆ เธอก็รู้สึกว่าตนเองยินดีกับความโชคร้ายนี้และสามารถใส่ไฟเพิ่ม

            “พี่พยาบาลคะ หนูรู้ว่าพวกคุณหวังดี แต่คงมีเรื่องที่พวกคุณยังไม่รู้เมื่อวานไม่ทราบว่าคุณหมออู๋เป็นอะไร จู่ๆ ก็โกรธและไล่หนูออกจากบ้านค่ะ”

            “หา?”

            พยาบาลหลายคนที่อยู่ตรงหน้าต่างใกล้ๆ กันพากันร้องด้วยความตกใจ

            ซูอินพูดต่อโดยไม่สนใจ “อันที่จริงจะโดนไล่ออกมาหรือไม่ก็ตามหนูก็ไม่ใช่ลูกสาวแท้ๆ ของพวกเขาอยู่แล้ว จึงไม่สมควรใช้เงินของพวกเขาหนูมีเงินของหนูค่ะ หนูจะชำระค่ายาเอง”

            “เรื่องนั้น…”

            แม้ว่าสิ่งที่ซูอินพูดจะมีเหตุผล แต่พวกนางพยาบาลก็รู้สึกสงสาร

            นางพยาบาลที่อาวุโสที่สุดในนั้นซึ่งมีเงินเดือนสูง ฐานะค่อนข้างรวยจึงอดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากช่วยเรื่องค่ายา

            ทว่าซูอินปฏิเสธ “ขอบคุณค่ะ แต่หนูหาเงินเองได้ค่ะ”

            ด้วยความยืนกรานของเธอ ในที่สุดพวกนางพยาบาลจึงยอมจัดการค่ายาให้

            แม้ว่าตามสื่อจะมีการรายงานซ้ำๆ ว่าบางคนยากจนลงเพราะป่วยแต่เนื่องจากอาการป่วยเพียงเล็กน้อยอย่างไข้หวัดค่ารักษาไม่ได้สูงโดยเฉพาะหยางอวี้หลานซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญไม่ได้สั่งยากินหรือยาพิเศษที่ซับซ้อนวุ่นวายให้มีเพียงน้ำเกลือและยาปฏิชีวนะพื้นฐาน

            เดิมทีซูอินเตรียมเงินไว้ยี่สิบหยวน แต่ชำระเพียงสี่หยวนใช้ไปไม่ถึงครึ่งหนึ่งของธนบัตรสิบหยวนด้วยซ้ำ

            เอ่ยขอบคุณอย่างสุภาพแล้ว ซูอินก็ออกมาจากโรงพยาบาล

            ทว่าห้องจ่ายยาที่อยู่ข้างหลังกลับมีการพูดคุยกันต่อหลายประโยคเป็นการสร้างกระแสให้เธอผู้หญิงสามคนคุยเรื่องเดียวกัน พยาบาลหลายคนในห้องจ่ายยาซุบซิบนินทาเรื่องของอู๋อู๋

            ชื่อเสียงของอู๋อู๋มืดมนลงอีกครั้ง

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569] ที่คุณอ่าน