“เซน...คุณเซนคะ !”
เขาตกใจอุทานเสียงดังหลังจากที่ถูกปลุกตอนนอน ใบหน้าอันหล่อเหลาเต็มไปด้วยคราบน้ำลายไม่น่าดูจนหญิงสูงวัยตรงหน้าถอนหายใจ
“ใครครับเนี่ย...ป้าศรีเหรอ?” ท่าทางตกใจมองซ้ายมองขวาเหมือนระแวงว่าจะมีใครมาทำร้ายนั่นทำให้หญิงสูงวัยหัวเราะในลำคอ
“ดูทำตัวเข้าสิ จะเริ่มถ่ายแล้วรีบ ๆ ไปล้างหน้าเตรียมตัวซะ” เธอออกไปจากห้องทันทีที่กล่าวเช่นนั้นปล่อยให้เซนนั่งมึนงงอยู่ที่ขอบเตียง
อะไรวะเนี่ยหรือเรื่องพวกนั้นมันเป็นฝัน เขาไม่คิดมากเพียงแค่เข้าไปล้างหน้าแต่งตัวตามชุดที่หญิงสาวคนเมื่อกี้เตรียมไว้
หลังจากนั้นเซนก็ได้ออกไปเจอกับหญิงสูงวัยคนเดิมและเธอก็พาเขาไปยังสถานที่ทำงาน กองถ่ายที่เต็มไปด้วยแสงสีรวมทั้งทีมงานลายสิบชีวิตกำลังวุ่นวายกับการจัดฉาก
“นั่งไงพระเอกของเรามาแล้ว”
คุณลุงคุณป้ามากมายเข้ามาจัดแจงชี้แนะวิธีการต่าง ๆ ไปจนถึงบทพูดเล่นเอาเซนปวดหัวกุมขมับ แสงจากหลอดไฟค่อย ๆ สว่างขึ้นจนแยงตาไม่อาจมองตรง ๆ ได้แต่ก็ต้องฝืนอยู่หน้ากล้องต่อไปเพื่อบรรลุเป้าหมาย
“เซน...”
ทำไมเสียงของป้าศรีถึงสาวได้ถึงขนาดนี้อีกทั้งยังนุ่มนวลอ่อนโยนราวกับเป็นผู้ให้กำเนิดและเลี้ยงมาแต่แบเบาะ ลุงตัวสูงข้าง ๆ นั้นกลับมีใบหน้าดุร้ายเหมือนกับปีศาจในความฝันไม่นานนักรูปลักษณ์ที่เคยเป็นมนุษย์ก็ค่อย ๆ เปลี่ยนกลายเป็นสัตว์ประหลาด
“เซน...” เสียงอันอบอุ่นยังคงเปล่งออกมาเป็นครั้งคราว
ผู้คนรอบ ๆ กระจายตัวหายไปกันอย่างรวดเร็วอีกทั้งยังใจเย็นเหมือนไม่เห็นปีศาจตรงหน้า คำทักทายผ่านข้ามหัวไปมาดูมีชีวิตชีวามีเพียงแค่ตัวเขาเท่านั้นที่ได้เห็นสัตว์ประหลาด
“ทุกคน ! หนีไปเร็ว มันมีปีศาจอยู่ที่นี่” ด้วยสัญชาตญาณเซนจึงตะโกนออกไปแบบนั้นแต่ทุกคนก็หัวเราะเยาะด้วยความสนุกมองเขาเป็นเด็กตัวน้อย ๆ ที่ชอบจินตนาการไปเรื่อย
“โถ่ ! ทุกคนหนีเถอะครับ”
“เซน...”
จู่ ๆ ทุกคนก็กลายร่างเป็นสัตว์ประหลาดน่าเกลียดน่ากลัวไม่มีที่ให้หนีเลยแม้แต่ทางเดียว กรงเล็บและลิ้นอันยาวเหยียดค่อย ๆ ชโลมแตะต้องร่างของเซน
“เซน...”
เสียงกรีดร้องจากเด็กหนุ่มตัวน้อยไล่พวกปีศาจออกไปได้หมดเหลือเพียงป้าศรีเพียงคนเดียวที่กอดร่างอันบอบบางไว้
“เซน...”
เสียงอันนุ่มนวลยังคงดังก้องอยู่ภายในหัวขณะที่เซนเงยหน้ามองหญิงสูงวัยทำให้เห็นใบหน้ายิ้มแย้มไร้ซึ่งความทุกข์ใด ๆ
“เซน !”
เสียงเรียกดังขึ้นอีกครั้งแต่มันกลับเต็มไปด้วยความสั่นกลัว เสียงนั่นค่อย ๆ ดังขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีกจนกระทั่งเซนตระหนักได้ถึงบางสิ่ง
“เหอะ ! โอกาสแบบนิยายเลยนี่หว่า” รอยยิ้มแสยะออกก่อนจะลุกเดินออกไป
การย้อนอดีตมักจะเกิดขึ้นกับตัวละครกำลังจะแพ้ แล้วก่อนหน้านี้เราทำอะไรอยู่นะ?
“เซน ! ตื่นสักทีเถอะ”
ทันใดนั้นเซนก้าวเท้าออกไปยังประตูสีขาวและภาพทั้งหมดก็สว่างจ้าจนไม่อาจมองเห็นได้
“ในที่สุดนายก็...”
ร่างอันบอบบางของหญิงสาวผู้เป็นคนรักกำลังใช้แรงทั้งหมดที่มีแบกตัวเซนหนีจากสัตว์ประหลาดยักษ์
เมื่อดวงตาเปิดออกเขาก็ได้เห็นมิโนทอร์กำลังไล่ตามมาติด ๆ ฟาดดาบยักษ์อย่างกับคนบ้า “จำได้แล้ว เราโดนมันเตะเข้าเต็ม ๆ เลยนี่เอง”
คานะวางเซนลงพื้นทั้งสองเข้าเผชิญหน้ากับมิโนทอร์ยักษ์อีกครั้งแต่แทนที่มันจะพุ่งเข้ามากลับยืนรอเสียอย่างนั้น
“จริง ๆ ด้วย มันมีความคิดเหมือนกับคนไม่มีผิดแถมยัง...เป็นคนนิสัยไม่ดีซะด้วย”
เซนฉีกยิ้มอย่างกับคนบ้าเฉกเช่นเดียวกับมิโนทอร์ยักษ์พวกเขาทั้งสองเข้าปะทะกันอีกครั้งด้วยดาบเพลิงสีแสดกับดาบยักษ์ของมัน คลื่นพลังของการปะทะทำเอาพื้นหญ้าบริเวณรอบ ๆ ถูกเป่าออกไปหมด
ทั้งพละกำลังและความเร็วของเราพอ ๆ กันแต่มันดันถึกสุด ๆ จนดาบเวทของเราก็ฟันไม่เข้าทำได้แค่รอยแผลเหมือนไม้จิ้มฟัน
เซนขว้างลูกไฟเข้าไปที่ใบหน้าของมิโนทอร์ก่อนจะอ้อมไปด้านหลังเพื่อจัดการกับขาก่อน
จงเผาผลาญมันซะ เซนเหวี่ยงดาบเวทมนตร์เข้าที่ข้อเท้าหวังจะตัดเส้นเอ็นให้มันเคลื่อนไหวลำบากแต่พลังเวทของเซนก็ได้กระทบกับเวทเสริมกำลังที่ห่อหุ้มร่างอันใหญ่โตของมิโนทอร์ไว้ทำให้ไม่สามารถเจาะทะลวงไปถึงข้อเท้าได้
“ระวัง !” คานะยิงศรเวทมนตร์สกัดดาบที่กำลังจะฟันได้เสียก่อนทำให้เซนทิ้งระยะห่างออกมา
แต่ไม่ทันได้พักหายใจปีศาจตัวโตก็กระโจนเข้าหาด้วยความรวดเร็วจนเซนต้องฟาดคลื่นดาบออกไปขัดขวาง
แข็งแกร่งยิ่งกว่าตัวไหน ๆ ที่เจอมาเลย พละกำลังมากก็คงไม่แปลกแต่ความเร็วนี่สิ ทั้ง ๆ ที่ตัวใหญ่ขนาดนั้นแท้ ๆ
“เราแยกไปสองฝั่งเถอะคานะ”
“อืม !”
ทั้งเวทและระเบิดเพลิงของเซนทำให้มันเกิดความสับสนขณะเดียวกันพวกเขาก็เตรียมมานาเพื่อร่ายเวทใหญ่
หอกล้มยักษ์ มีดสั้นของเซนค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็นหอกเพลิงขนาดพอ ๆ กับต้นไม้และมันก็ส่งคลื่นความร้อนไปรอบ ๆ หากยิ่งถือไว้นานก็ยิ่งได้รับบาดเจ็บเช่นกัน
“เอาไปกินซะ !”
แสงส่องสว่างจ้าจนคานะที่อยู่ห่างออกไปยังเห็นได้ชัด หอกเพลิงพุงทะลวงเสริมกำลังของมิโนทอร์เจาะเข้าที่คอของมันได้สำเร็จแต่ก็ได้แค่หยดเลือดไม่กี่หยดเท่านั้น
เวรเอ๊ย เซนถึงกับขมวดคิ้วเจ็บใจทั้ง ๆ ที่ใช้มานาไปมากขนาดนั้นกลับทำได้แค่แผลตื้น ๆ
จะต้องทำยังไงถึงจะเจาะทะลุเวทป้องกันของมันได้? หรือจะต้องสู้ไปเรื่อย ๆ จนมานาของมันจะหมด
พวกเขาค่อย ๆ ล่อมิโนทอร์กลับไปยังสนามรบเดิมที่เต็มไปด้วยเศษซากมอนสเตอร์เพื่อใช้มันเติมมานาตลอดการต่อสู้กับสัตว์ประหลาดยักษ์เช่นนี้ การโจมตีระยะไกลเป็นทางเลือกที่ดีกว่าเซนจึงใช้แค่หอกเพลิงที่กินมานาไปมากโขค่อย ๆ สร้างบาดแผลทีละเล็กทีละน้อย
คานะเองก็รู้แล้วสินะว่าต้องทำยังไง การสื่อสารที่ทำโดยสัญชาตญาณของพวกเขาสองคนไม่ใช่ใคร ๆ ก็ทำได้แต่ต้องเป็นผู้มีประสบการณ์สู้รบร่วมกันและเข้าใจถึงความรู้สึกนึกคิดของอีกฝ่าย
ผลาญมานาจนกว่าเวทเสริมกำลังของมันจะหมดสินะ...เซน คานะใช้เวทวารีผนวกรวมกับอัสนีสร้างความเสียหายได้ดียิ่งกว่าหอกเพลิงของเซน ถึงแม้จะใช้กำลังไฟมากกว่าสองหมื่นโวลต์แต่ก็ไม่อาจสร้างความเสียหายให้กับมันได้มากพอ
ดูเหมือนสถานการณ์จะดูดีขึ้นแต่ทันใดนั้นเจ้ามิโนทอร์ก็ยกแขนขึ้นสูงราวกับกำลังขว้างลูกเบสบอสโดยที่ดาบของมันกำลังรวบรวมมานาก้อนใหญ่มากกว่าของคานะและเซนรวมกันเสียอีก
อย่าบอกนะ แววตาสั่นคลอนของเซนค่อย ๆ เหลือบมองไปยังคานะที่ที่มิโนทอร์เล็งไว้ ไม่นานนักมันก็ขว้างลูกบอลเพลิงขนาดใหญ่เท่า ๆ กับบ้านหนึ่งหลังอีกทั้งยังรวดเร็วดั่งการขว้างลูกเบสบอล
ต้องหลบไปให้พ้น ขณะที่คานะกำลังจะวิ่งไปทางอื่นแต่กลับทำไม่ได้เพราะมีเถาวัลย์โผล่มาจากพื้นรัดขาไว้
“คานะ !” เซนวิ่งมาด้วยแรงทั้งหมดที่มีแต่มันก็ไม่ทันเสียแล้ว ลูกบอลเพลิงขนาดยักษ์พุ่งใส่คานะเต็ม ๆ ออร่าและคลื่นความร้อนปกคลุมไปทั่วจนมองเห็นท้องฟ้าเป็นสีแดง
บัดซบเอ๊ย ทำไมเราต้องบ้าจี้มาทำอะไรแบบนี้ด้วย เซนถึงกับเข่าทรุดหลั่งน้ำตาออกมาไม่หยุดได้แต่กัดฟันโทษตัวเอง
“ทำตัวไม่สมกับเป็นนายเลยนะ” เสียงกวนประสาทที่คุ้นเคยดังมาจากกองเพลิงตรงหน้า กำแพงวารีที่กำลังระเหยหายไปเหลือเพียงน้อยนิดแต่มันก็ปกป้องชีวิตของเธอไว้ได้
“คานะ !” เซนพุ่งเข้าสวมกอดทันทีที่ได้เห็นแต่ไม่ทันได้ดีใจคานะก็ลากเซนออกจากระยะดาบของมิโนทอร์ หลุมเป็นเส้นตรงไกลออกไปหลายสิบเมตรเกิดจากการฟันธรรมดาเพียงครั้งเดียวถ้าหากเป็นพวกเขาที่โดนก็คงไม่รอดแน่
“ตอนนี้ไม่มีเวลามาทำอะไรแบบนั้นหรอก พวกเราต้องจัดการมันให้ได้ซะก่อน”
แววตาอันมุ่งมั่นของนักสู้ตัวจริงกำลังมองหาหนทางที่จะจัดการศัตรูตรงหน้า อาวุธ เวทมนตร์หรือกลยุทธ์ไม่ว่าจะมีโอกาสชนะน้อยแค่ไหนก็ต้องทำมันให้ได้
จริงด้วย ถ้าจะดีใจได้ก็ต้องจัดการมันก่อน เซนเหลือบมองหน้ามิโนทอร์สลับกับดวงตาอันงดงามของคานะ
การถูกลากมาต่างโลกให้ไปสู้เสี่ยงเป็นเสี่ยงตายโดยไม่อาจคัดคำสั่งได้ทำให้เราเลือกทางออกโดยการจบชีวิตตัวเองแต่ก็ได้กิดึงสติกลับมา ตัวเราที่เคยอยู่บ้านนอกพอได้เข้ามาเมืองใหญ่ก็ทำเอาไม่กล้าสู้หน้าคนไปเลยเพราะกลัวเรื่องชนชั้นแต่มันก็เป็นแค่เราที่คิดไปเอง รอยยิ้มแห่งความหวังของคานะส่งต่อความรู้สึกนั้นไปให้เซนเพียงแค่การมองเท่านั้น ไม่ว่าก่อนหน้านี้เธอจะผ่านอะไรมาแต่มันก็แค่เด็กมัธยมธรรมดาคนหนึ่งหากเทียบกับปัจจุบันก็คงเหมือนเด็กน้อยในกะลาไปเลย
คานะและเซนพยักหน้าให้กันเป็นสัญญาณพร้อมสู้ขณะเดียวกันก็ได้เห็นรอยยิ้มอันน่าสยดสยองของมิโนทอร์
ไม่ว่าจะเรื่องการแสดงหรือการควบคุมอารมณ์ก็มักจะมีปัญหามาตั้งแต่เด็ก ๆ ถ้าไม่ใช่เพราะหน้าตาที่พ่อแม่ให้มาเราก็คงเป็นแค่เด็กธรรมดา ๆ คนหนึ่ง หากแสงไม่ได้ฉายมาที่เราก็คงจะเป็นเด็กติดเกมติดการ์ตูนอยู่หลังห้องไม่มีคนสนใจ ความสามารถ รูปลักษณ์หรือแม้แต่ชนชั้นต่างก็เป็นสิ่งสำคัญสำหรับการดำเนินชีวิตแต่หากเป็นที่แห่งนี้ ที่ที่ไม่มีสังคมไม่มีคนที่ช่วยเหลือเราได้นอกจากตัวเราเองและสิ่งที่เหลืออยู่ก็คือความสามารถเท่านั้น
เซนเปลี่ยนหอกเพลิงที่เคยใช้ให้กลายเป็นดาบยักษ์เฉกเช่นเดียวกับอาวุธที่มิโนทอร์ถือและเข้าปะทะในระยะประชิดแทนโดยใช้เวทเสริมกำลังรวมกับเพิ่มความเร็วเพิ่มพละกำลัง ทุก ๆ เวทมนตร์ที่เซนนึกออกเขาได้ใช้มันอย่างเต็มที่กับศัตรูที่แข็งแกร่งที่สุดที่เคยเจอ
มอนสเตอร์ตัวนี้ก็คงเหมือนกับตัวที่ผ่าน ๆ มา ทุกอย่างจะมีจุดเด่นจุดด้อยไม่เหมือนกันและไม่มีทางที่จะสมบูรณ์แบบไปเสียทุกอย่าง ต่อให้เป็นเรา เซนหรือแม้แต่กิ
คันธนูสีครามค่อย ๆ เปล่งแสงราวกับเป็นเวทมนตร์ทั้ง ๆ ที่คานะไม่ได้ตั้งใจใส่มานาลงไปแท้ ๆ แสงประหลาดที่ส่องสว่างมันทำให้เธอเข้าใจว่าอาวุธที่ถือมาตลอดทำอะไรได้ ขณะเดียวกันเซนก็ถอยออกห่างเหมือนกับรู้ว่าคานะกำลังจะทำอะไร
อักขระเวทมนตร์แปลก ๆ ที่สลักไว้กับรูปลักษณ์สวยงามน่าจับตามอง มันต้องไม่ใช่แค่ธนูธรรมดาแน่ ๆ
ศรสีครามพุ่งออกจากสายธนูสัมผัสได้ถึงพลังมหาศาลที่สูงกว่าเวทมังกรวารีของคานะเสียด้วยซ้ำ เศษเสี้ยววารีที่กระจายออกมาราวกับเป็นแรงส่งพุ่งเข้าที่ขาของมิโนทอร์ปะทะเข้ากับเสริมกำลังหนา ๆ ของมัน เวทวารีระเบิดออกเป็นวงกลมก่อนจะห่อหุ้มร่างของมิโนทอร์สูงกว่ายี่สิบเมตรไว้และโดนกระแสไฟฟ้าช็อตทั่วทั้งร่างแม้จะมีเสริมกำลังก็ไม่อาจต้านทานไหว
แสงสว่างดั่งสายฟ้าฟาดราวกับเป็นความพิโรธของเทพเจ้า
เซนค่อย ๆ ยิ้มอย่างภาคภูมิใจที่ได้เห็นผลงานของพวกเธอสองคนล้มยักษ์ใหญ่ที่แข็งแกร่งขนาดนี้ได้
ถึงมันจะล้มนิ่งไปแต่ทำไมเราถึงสังหรณ์ใจไม่ดีแบบนี้ สัญชาตญาณมันบอกให้เราถอยห่างเตรียมรับมืออีกครั้ง
ร่างสีดำขนาดใหญ่ค่อย ๆ ขยับและลุกขึ้นอีกครั้งพร้อมกับแววตาอันโกรธเกรี้ยวยิ่งกว่าก่อนหน้านี้ ความคิดในการเล่นกับเหยื่อของมันเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงและต่อจากนี้จะเป็นของจริง
ต้องรีบเติมมานาแล้ว ท่าทางร้อนรนของพวกเขากำลังกัดฉีกชิ้นส่วนของมอนสเตอร์ดิบ ๆ รีดเอาเลือดคาว ๆ กลืนลงคออย่างกับคนบ้า
รูปร่างหน้าตา มารยาทหรืออุปนิสัยต้องละทิ้งไป ไม่ว่าจะสิ่งที่เคยมีเหมือนกันหรือแตกต่างก็ล้วนไร้ความหมายเมื่อต้องเผชิญกับความตายตรงหน้ามีเพียงความสามารถเท่านั้นที่จะพาพวกเขาหลีกหนีออกไปได้แต่ถ้าเป็นลิขิตจากพระเจ้าล่ะ? หรือจะเป็นเพียงแค่คำอ้างของผู้ไม่มีความสามารถกันแน่
มิโนทอร์ยักษ์ร้องคำรามดังสนั่นทิ้งดาบยาวสองเมตรแม้มันจะดูใหญ่แต่ถ้าเทียบกับร่างกายของมิโนทอร์ที่สูงกว่ายี่สิบเมตรแล้วมันแทบจะไร้ประโยชน์ไปเลย
เหอะ เอาจริงแล้วสินะ เซนมองดูมิโนทอร์ทุบพื้นรอบ ๆ จนเละแสดงให้เห็นพละกำลังที่มีก่อนจะกระโจนเข้าใส่ราวกับเป็นกระทิงคลั่ง
อาวุธเวทมนตร์ที่เซนสร้างขึ้นกระทบกับร่างหนาของมันสัมผัสได้ถึงผิวหนังแต่กลับฟันไม่เข้า กำปั้นอันใหญ่โตเหวี่ยงเข้าที่ดาบเวทมนตร์จนแตกสลายหายไป ทุกครั้งที่ออกแรงนั้นเต็มไปด้วยหยดเลือดจากกล้ามเนื้อที่ฉีกขาดฝืนเกินกำลังของตนแต่ถ้าไม่ทำเช่นนั้นก็ไม่มีทางรับมือมอนสเตอร์ระดับนี้ได้
เมื่อคานะตั้งสติและเพ่งสมาธิได้อย่างแน่วแน่หลังจากที่ตื่นตระหนกมานานเธอจึงคิดวิเคราะห์หาวิธีเอาชนะ ศาสตร์การต่อสู้ที่ซึฮากิเคยสอนแต่จากขนาดตัวคงไม่มีทางเอามาใช้ได้ หรือจะเป็นอาวุธสงครามแต่หากไม่เข้าใจโครงสร้างของมันก็ยากที่จะใช้มานาสร้างขึ้นมาเมื่อเป็นเช่นนั้นแล้วจะเหลือวิธีใดที่ใช้ได้อีก
ต้องใช้กับดักไม่ก็แรงสู้แรง
คันธนูของเธอกำลังสั่นร้องเรียกราวกับมีชีวิตทำให้คานะต้องละสายตาไปจากมิโนทอร์
มันกำลังเรียกเรา...เหรอ เธอเหลือบไปทางที่คันธนูชี้ไปเผยให้เห็นดาบยาวที่มิโนทอร์ทิ้งไว้ อาวุธเวททั้งสองต่างก็เรียกหาซึ่งกันและกันนำพาคานะให้เก็บมันมาด้วย
ถึงจะไม่รู้ว่ามันคืออะไรแต่ฉันเชื่อในตัวแกนะ...ธนูสีคราม
ออร่ามานาค่อย ๆ ดึงดาบยาวและคันธนูเข้าหากันเมื่อเธอรู้สึกตัวอีกทีก็ได้เห็นดาบวางพาดอยู่บนคันธนูสีครามทำเหมือนลูกศรสำหรับยิงและเมื่อได้ลองหยิบจับดูจึงสัมผัสได้ถึงความเบาบางเหมือนลูกธนูธรรมดา
“เซน ! ถอยออกไป”
สายตาเพ่งเล็งไปยังหัวของมิโนทอร์เงยคันธนูขึ้นสี่สิบห้าองศาหวังให้มันพุ่งไปได้ไกลที่สุด ดาบแดงดั่งไฟนรกพุ่งออกไปราวกับเป็นลูกศรเวทมนตร์ทั้งเร็วและรุนแรงแต่ก็พลาดเป้าจากที่เล็งหัวของมันกลับพุ่งทะลวงกลางหลังแทน
ฝีมือคานะเหรอ? เซนถึงกับยืนอึ้งเพราะดาบยาวพุ่งทะลุร่างหนา ๆ ของมันไม่ใช่เพียงแค่เจาะเข้าแต่มันทะลุตัวเลยต่างหาก เสียงร้องโหยหวนกำลังจะทำให้แก้วหูแตกขณะเดียวกันเซนก็พยายามถอยออกห่าง
แม้แต่ผู้หญิงตัวเล็กอย่างคานะยังทำได้...แล้วทำไมเราจะทำไม่ได้ล่ะ ถ้าให้ผู้หญิงมาคอยปกป้องมันก็ไม่สมกับเป็นลูกผู้ชายน่ะสิ เซนใช้จังหวะที่มันกำลังทุรนทุรายอีกทั้งเสริมกำลังยังหายไป อัดกระสุนเพลิงใส่ไม่ยั้งเข้าที่ช่องท้องที่เป็นแผลใหญ่หวังจะให้มันเผาผลาญข้างใน
คลื่นมานาระเบิดออกรอบ ๆ ตัวมิโนทอร์เมื่อมันกระทืบเท้าแม้เลือดจะไหลไม่หยุดมันก็ดันทุรังบุกทะลวงไปหาเซน ขณะที่เซนเว้นระยะไว้ในจุดที่ปลอดภัยจู่ ๆ มันก็ง้างหมัดชกไปทางเซนปล่อยกำปั้นหินขนาดใหญ่ยิ่งกว่ารถยนต์กระแทกเซนเต็ม ๆ หากไม่มีเวทเสริมกำลังคงหมดสติไม่ก็จบชีวิตไปแล้ว
“ไอ้เวรเอ๊ย ! หักหมดแล้วมั้งเนี่ย” เซนค่อย ๆ ขยับร่างที่เหมือนจะกระดูกหักไปหลายซี่หนีตายจากมิโนทอร์ต่อ แม้คานะจะใช้ศรเวทมนตร์ยิงเรียกความสนใจแต่ไม่ได้ผลเพราะมันเบาเสียจนไม่รู้สึกมากกว่า
คิดสิ ยิ่งตัวใหญ่ก็ยิ่งล้มแรง คานะอัดมานาลงไปในศรเวทมนตร์สร้างเป็นระเบิดวารียิงไปที่พื้นดินตรงหน้ามิโนทอร์ก่อนมันจะวิ่งไปถึงทำให้เกิดหลุมใหญ่พอให้เท้าร่วงลงไปได้
และมันก็ได้ผลเพราะความประมาทไม่สนใจของมิโนทอร์ทำให้ไม่ระวังหลุมตรงหน้าเท้าของมันเหยียบลงไปไม่ลึกมากนักแต่เพราะร่างกายอันใหญ่โตทำให้มันเสียหลักล้มลงทันที
ขนาดท้องเป็นรูก็ยังมีแรงถึงขนาดนี้ เซนกลั้นใจไม่สนความเจ็บปวดที่มีและฝืนหยิบมีดสั้นเล่มสุดท้ายขึ้นมา
เซนกระโดดขึ้นหัวของมันเล็งเห็นช่วงโหว่และอัดระเบิดเพลิงลงไปแต่ไม่ทันได้เจาะกะโหลกก็โดนแรงเหวี่ยงสะบัดออก มิโนทอร์ใช้เวทมนตร์สร้างก้อนหินและขว้างมันออกไปเหมือนกับเป็นอาวุธอย่างหนึ่ง
ความไวของมันตกลงแล้วหรือเพราะมันเปลี่ยนไปใช้เวทมนตร์แทน คานะเล็งศรเวทมนตร์ยิงก้อนหินเหล่านั้นระเบิดก่อนที่จะเข้าถึงตัวเซน แต่การทำเช่นนั้นก็ทำให้มันรู้ตำแหน่งก่อนจะเปล่งเสียงคำรามสะเทือนไปยันแก้วหูถ้าไม่เอานิ้วอุดไว้คงมีปัญหาแน่ ๆ
แววตาอันหม่นหมองของคานะเงยมองเห็นมิโนทอร์กระโดดมาแต่ไกลทั้ง ๆ ที่น้ำหนักตัวมากขนาดนั้นแท้ ๆ และเพราะเสียงคำรามนั่นทำให้เธอเสียสมาธิไปครู่หนึ่งไม่อาจหนีได้ทัน
“เอาไปแดกซะ ! กำปั้นแห่งความรัก !” เซนกระโดดสวนกับมิโนทอร์ใช้หมัดที่ห่อหุ้มออร่าเวทมนตร์ไว้ปะทะกับร่างอันใหญ่โตของมัน เสียงร้องสุดลำคอทั้งกระดูกแตกและร่างกายที่กำลังฉีกขาดแต่ถ้าไม่สู้พวกเขาก็จะตายจริง ๆ
คลื่นกระแทกของพวกเขาส่งไปถึงคานะทำเอาเกือบยืนไม่อยู่ก่อนที่ทั้งมิโนทอร์และเซนจะกระเด็นไปคนละทิศคนละทาง
"ไม่นะเซน !" ไม่ได้ ๆ เราต้องตั้งสติ เซนยังไม่ตายหรอก คานะเล็งธนูไปยังหัวของมิโนทอร์อีกครั้งส่งคลื่นมานายิงเวทมังกรวารีตรงไปยังเป้าหมายได้แม่นยำแต่พลังทำลายยังเบายิ่งนักเมื่อเทียบกับความแข็งแกร่งของมัน บาดแผลที่ทำได้เหมือนกับคนถูกหินก้อนเล็ก ๆ ปาใส่หัวต่อให้มันเจาะเลือดไหลและทำให้มึนเล็กน้อยแต่ก็ไม่อาจเอาชีวิตไปได้
“เซนลุกไหวไหม?” คานะฉวยโอกาสที่มันกำลังมึนงงเข้าไปดูอาการของเซน ร่างกายสะบักสะบอมกำลังลุกขึ้นนั่งแม้จะเป็นเช่นนั้นเขาก็ยังส่งยิ้มให้กับคานะ
“สบาย ๆ น่า ไว้ค่อยพักหลังจากจัดการมัน”
เธอยิ้มตอบรับช่วยพยุงตัวเซนขึ้นมาและเดินกลับไปหาเศษซากมอนสเตอร์เพื่อเติมมานา เวทมนตร์ขนาดใหญ่มากมายที่ใช้ไปทำได้แค่แผลเล็กน้อยถ้าไม่มีซากมอนสเตอร์พวกนี้คงจะไม่มีชีวิตรอดมาถึงตอนนี้แล้วก็ได้
“ถึงมานาจะมาเติมได้ก็จริงแต่ความเหนื่อยก็ไม่ได้หายไป นี่เป็นแผนอย่างสุดท้ายของฉันที่จะทำให้มันหยุดได้สักพักหนึ่ง”
“เอาสิ ฉันก็จะทุ่มทุกอย่างกับเวทสุดท้ายแล้ว”
ทันใดนั้นดาบยาวของมิโนทอร์ที่ปักพื้นอยู่ก็ส่องสว่างอีกครั้ง สีแดงของมันเต็มไปด้วยลวดลายและอักขระแปลกตากำลังเรียกหาผู้ใช้ที่เหมาะสม เซนไม่รอช้าก้าวเท้าไปพร้อม ๆ กับคานะจับดาบเล่มนั้นขึ้นมาทั้งน้ำหนักและความยาวทำให้ใช้งานได้ยาก
เสียงร้องคำรามดังขึ้นมาอีกครั้งและแรงสะเทือนราวกับเกิดแผ่นดินไหวมาจากมิโนทอร์ทุบพื้นอย่างบ้าคลั่งฟาดแขนลงพื้นส่งห่ากระสุนหินมายังพวกเธอ
“หลบเร็ว !” ทั้งรัศมีและความเร็วของห่ากระสุนหินทำให้คานะโดนหินเจาะช่วงสีข้างแหว่งหายไปทันทีแต่เธอก็แข็งใจไม่ร้องออกมาสักคำ
“คานะทำใจดี ๆ ไว้”
“ยัง ! ฉันยังไม่ตายหรอก...เรามาจบเรื่องนี้กันเถอะ”
ศรเวทขนาดใหญ่ยิงสูงขึ้นไปเหนือหัวของมิโนทอร์ก่อนจะแยกออกเป็นมังกรวารีทั้งห้าขย้ำสัตว์ประหลาดตัวโตตัวนั้นแต่เพียงแค่มันยกแขนใช้กำปั้นหินชกสวนก็ทำให้มังกรวารีสลายไปทันที
“เป็นไปตามแผน” คานะฉีกยิ้มเยาะหัวเราะในลำคอก่อนจะยิงลูกศรเวทมนตร์ที่สถิตพลังไฟฟ้าไปด้วย
“ชื่ออะไรดีนะ? เอาเป็น...เขตแดนฟ้าลงทัณฑ์” ลูกศรไฟฟ้าแตกกระจายออกนับไม่ถ้วนร่วงลงจากท้องฟ้าราวกับเป็นทั้งฝนและฟ้าผ่าเสียงดังลั่นไปไกลหลายกิโลเมตรถึงขนาดทำให้มิโนทอร์ตัวไหม้ไปเลย
ฝากที่เหลือด้วยล่ะ...เซน เธอใช้มานาทั้งหมดไปในคราวเดียวหากครั้งนี้ไม่สำเร็จก็คงไม่รอดเป็นแน่แท้
“จากนี้ฉันจะจัดการเอง” เซนประคองตัวคานะลงนอนที่พื้นหญ้าหลังจากที่สบตากันไม่นานเธอก็หมดสติไป
แผลทั่วตัว รูที่ท้องแถมยังโดนไฟช็อตอีก ท่าทีของมันก็ดูจะหมดเรี่ยวแรงเต็มทนแล้ว
เซนใช้มานาเสริมร่างกายและกระโดดพร้อม ๆ กับใช้เวทระเบิดส่งตัวเขาลอยขึ้นไปกลางอากาศ
ถึงจะใช้เวทลอยตัวแบบกิไม่ได้แต่เราก็เจอวิธีอื่นแทน ไอพ่นจะเคลื่อนที่ไปได้ด้วยการเผาพลังงานดังนั้นเราก็จะใช้อะไรที่มันคล้าย ๆ กัน
เซนใช้แรงระเบิดพุ่งขึ้นไปเรื่อย ๆ ด้วยดาบยักษ์ใหญ่สูงเหนือพื้นหลายร้อยเมตร เขามองไปยังสัตว์ประหลาดที่กำลังขยับเขยื้อนร่างกายทีละเล็กทีละน้อยควบคุมแขนขาได้ลำบากเพราะบาดเจ็บสาหัส
เวทใหม่ที่คิดขึ้นมาก่อนหน้านี้ ในเมื่อแรงที่ใช้บนพื้นมันไม่พอเจาะผัวหนังของมันแต่ถ้าใช้แรงโน้มถ่วงช่วยล่ะ?
เมื่อขึ้นไปสูงมากพอเขาก็ได้ทิ้งตัวลงมาโดยใช้แรงระเบิดเปลี่ยนทิศทางให้ไปตกบนหัวของมิโนทอร์พอดี
“จงทำลายทุกสิ่ง...เพลิงผ่าสวรรค์”
เซนใช้ดาบยักษ์ชี้ลงพร้อมกับใช้เวทเสริมกำลัง เพิ่มความเร็ว เพิ่มพละกำลังให้กับทั้งตัวเขาและดาบอีกทั้งยังใช้แรงโน้มถ่วงรวมกับเวทระเบิดเพิ่มความเร็วเข้าไปอีก ด้วยความสูงเกือบหนึ่งกิโลเมตรเขาทิ้งตัวลงมาราวกับเป็นอุกกาบาต
“ไปเลย !” เซนพุ่งลงหัวของมิโนทอร์ได้พอดิบพอดีแต่ไม่ใช่แค่หัวที่ได้รับความเสียหายแต่ทั้งร่างกายและพื้นที่ตรงนั้นกลายเป็นทะเลเพลิงที่หาสิ่งมีชีวิตไม่ได้
แรงสั่นสะเทือนและเสียงดังก้องกังวานไปไกลหลายกิโลเมตรทำให้คานะได้สติตื่นทันควัน เธอเหลือบมองเห็นแสงสีแดงที่เต็มไปด้วยทะเลเพลิงกับร่างของมิโนทอร์ที่แน่นิ่งไปแล้ว
“เซน ! นายอยู่ไหน?” เธอเอื้อมมือไปหยิบธนูสีครามและดื่มเลือดจากเศษซากมอนสเตอร์ใกล้ ๆ ก่อนจะเดินไปรอบ ๆ ตะโกนตลอดทางตามหาเซน
ไม่ ๆ อย่าบอกนะว่าอยู่ตรงนั้น
เธอใช้เวทน้ำคลุมร่างกายและฝ่าทะเลเพลิงเข้าไปจนไปถึงร่างมิโนทอร์โดยที่ข้างใต้นั้นมีเซนนอนนิ่งอยู่คู่กับดาบยักษ์
“เซน ! รู้สึกตัวสิ” สีหน้าที่เต็มไปด้วยความทุกข์โศกหลังจากเรียกอยู่พักหนึ่งน้ำตาของเธอก็ค่อย ๆ ไหล กอดร่างที่สะบักสะบอมถึงขั้นมีกระดูกทิ่มออกมาจากแขนแต่กลับไม่มีรอยไหม้หรือแผลพุพองเลยสักแห่ง
“ไปกันเถอะเซน” คานะแบกร่างของคนรักฝ่ากองเพลิงออกไปและปล่อยให้เขาได้นอนบนพื้นหญ้าสีเขียว
“เซน...” เธอโอบกอดเซนไว้และค่อย ๆ ก้มลงจูบลา
แต่เมื่อน้ำตาหยดลงบนใบหน้าของเซนเขาก็กะพริบตาตื่น “ขออีกสักทีได้ไหม?”
“เอาสิ” คานะยิ้มทั้งน้ำตาแต่ไม่ใช่น้ำตาของความทุกข์อีกแล้วมันคือน้ำตาแห่งความสุข จูบอันอ่อนโยนสัมผัสกันเบา ๆ เพื่อให้ต่างคนต่างผ่อนคลายก่อนจะทิ้งตัวลงนอนข้าง ๆ กัน
“มันจบหรือยังนะ? ถ้าตัวเมื่อกี้เป็นบอสก็ดีสิ”
“เซน...”
“ว่าไง?”
[จบบททดสอบที่หนึ่ง]
เซนเหลือบมองไปข้างหน้าที่มีสัญญาณแจ้งเตือนทั้งเขาและคานะต่างก็ส่งเสียงหัวเราะพร้อมกับรอยยิ้มฉีกกว้างเหมือนคนบ้า
[อีกหนึ่งนาทีจะเริ่มบททดสอบที่สอง]
“อา ! ยังไม่จบอีกเหรอวะ” ขณะที่กำลังหัวเราะสุขใจกลับเปลี่ยนเป็นหน้าบึ้งตึงแทนพร้อมกับอุทานออกมาเสียงดังจนแผลฉีก