STARCIN อุบัติมหาสงครามสตาร์คิน (อ่านฟรีจนจบ)(มี EBOOK)

    ภาคที่ 6 OverThrow ตอนที่ 9 ก้าวต่อไป

    “เซน...คุณเซนคะ !”

    เขาตกใจอุทานเสียงดังหลังจากที่ถูกปลุกตอนนอน ใบหน้าอันหล่อเหลาเต็มไปด้วยคราบน้ำลายไม่น่าดูจนหญิงสูงวัยตรงหน้าถอนหายใจ

    “ใครครับเนี่ย...ป้าศรีเหรอ?” ท่าทางตกใจมองซ้ายมองขวาเหมือนระแวงว่าจะมีใครมาทำร้ายนั่นทำให้หญิงสูงวัยหัวเราะในลำคอ

    “ดูทำตัวเข้าสิ จะเริ่มถ่ายแล้วรีบ ๆ ไปล้างหน้าเตรียมตัวซะ” เธอออกไปจากห้องทันทีที่กล่าวเช่นนั้นปล่อยให้เซนนั่งมึนงงอยู่ที่ขอบเตียง

    อะไรวะเนี่ยหรือเรื่องพวกนั้นมันเป็นฝัน เขาไม่คิดมากเพียงแค่เข้าไปล้างหน้าแต่งตัวตามชุดที่หญิงสาวคนเมื่อกี้เตรียมไว้

    หลังจากนั้นเซนก็ได้ออกไปเจอกับหญิงสูงวัยคนเดิมและเธอก็พาเขาไปยังสถานที่ทำงาน กองถ่ายที่เต็มไปด้วยแสงสีรวมทั้งทีมงานลายสิบชีวิตกำลังวุ่นวายกับการจัดฉาก

    “นั่งไงพระเอกของเรามาแล้ว”

    คุณลุงคุณป้ามากมายเข้ามาจัดแจงชี้แนะวิธีการต่าง ๆ ไปจนถึงบทพูดเล่นเอาเซนปวดหัวกุมขมับ แสงจากหลอดไฟค่อย ๆ สว่างขึ้นจนแยงตาไม่อาจมองตรง ๆ ได้แต่ก็ต้องฝืนอยู่หน้ากล้องต่อไปเพื่อบรรลุเป้าหมาย

    “เซน...”

    ทำไมเสียงของป้าศรีถึงสาวได้ถึงขนาดนี้อีกทั้งยังนุ่มนวลอ่อนโยนราวกับเป็นผู้ให้กำเนิดและเลี้ยงมาแต่แบเบาะ ลุงตัวสูงข้าง ๆ นั้นกลับมีใบหน้าดุร้ายเหมือนกับปีศาจในความฝันไม่นานนักรูปลักษณ์ที่เคยเป็นมนุษย์ก็ค่อย ๆ เปลี่ยนกลายเป็นสัตว์ประหลาด

    “เซน...” เสียงอันอบอุ่นยังคงเปล่งออกมาเป็นครั้งคราว

    ผู้คนรอบ ๆ กระจายตัวหายไปกันอย่างรวดเร็วอีกทั้งยังใจเย็นเหมือนไม่เห็นปีศาจตรงหน้า คำทักทายผ่านข้ามหัวไปมาดูมีชีวิตชีวามีเพียงแค่ตัวเขาเท่านั้นที่ได้เห็นสัตว์ประหลาด

    “ทุกคน ! หนีไปเร็ว มันมีปีศาจอยู่ที่นี่” ด้วยสัญชาตญาณเซนจึงตะโกนออกไปแบบนั้นแต่ทุกคนก็หัวเราะเยาะด้วยความสนุกมองเขาเป็นเด็กตัวน้อย ๆ ที่ชอบจินตนาการไปเรื่อย

    “โถ่ ! ทุกคนหนีเถอะครับ”

    “เซน...”

    จู่ ๆ ทุกคนก็กลายร่างเป็นสัตว์ประหลาดน่าเกลียดน่ากลัวไม่มีที่ให้หนีเลยแม้แต่ทางเดียว กรงเล็บและลิ้นอันยาวเหยียดค่อย ๆ ชโลมแตะต้องร่างของเซน

    “เซน...”

    เสียงกรีดร้องจากเด็กหนุ่มตัวน้อยไล่พวกปีศาจออกไปได้หมดเหลือเพียงป้าศรีเพียงคนเดียวที่กอดร่างอันบอบบางไว้

    “เซน...”

    เสียงอันนุ่มนวลยังคงดังก้องอยู่ภายในหัวขณะที่เซนเงยหน้ามองหญิงสูงวัยทำให้เห็นใบหน้ายิ้มแย้มไร้ซึ่งความทุกข์ใด ๆ

    “เซน !”

    เสียงเรียกดังขึ้นอีกครั้งแต่มันกลับเต็มไปด้วยความสั่นกลัว เสียงนั่นค่อย ๆ ดังขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีกจนกระทั่งเซนตระหนักได้ถึงบางสิ่ง

    “เหอะ ! โอกาสแบบนิยายเลยนี่หว่า” รอยยิ้มแสยะออกก่อนจะลุกเดินออกไป

    การย้อนอดีตมักจะเกิดขึ้นกับตัวละครกำลังจะแพ้ แล้วก่อนหน้านี้เราทำอะไรอยู่นะ?

    “เซน ! ตื่นสักทีเถอะ”

    ทันใดนั้นเซนก้าวเท้าออกไปยังประตูสีขาวและภาพทั้งหมดก็สว่างจ้าจนไม่อาจมองเห็นได้

    “ในที่สุดนายก็...”

    ร่างอันบอบบางของหญิงสาวผู้เป็นคนรักกำลังใช้แรงทั้งหมดที่มีแบกตัวเซนหนีจากสัตว์ประหลาดยักษ์

    เมื่อดวงตาเปิดออกเขาก็ได้เห็นมิโนทอร์กำลังไล่ตามมาติด ๆ ฟาดดาบยักษ์อย่างกับคนบ้า “จำได้แล้ว เราโดนมันเตะเข้าเต็ม ๆ เลยนี่เอง”

    คานะวางเซนลงพื้นทั้งสองเข้าเผชิญหน้ากับมิโนทอร์ยักษ์อีกครั้งแต่แทนที่มันจะพุ่งเข้ามากลับยืนรอเสียอย่างนั้น

    “จริง ๆ ด้วย มันมีความคิดเหมือนกับคนไม่มีผิดแถมยัง...เป็นคนนิสัยไม่ดีซะด้วย”

    เซนฉีกยิ้มอย่างกับคนบ้าเฉกเช่นเดียวกับมิโนทอร์ยักษ์พวกเขาทั้งสองเข้าปะทะกันอีกครั้งด้วยดาบเพลิงสีแสดกับดาบยักษ์ของมัน คลื่นพลังของการปะทะทำเอาพื้นหญ้าบริเวณรอบ ๆ ถูกเป่าออกไปหมด

    ทั้งพละกำลังและความเร็วของเราพอ ๆ กันแต่มันดันถึกสุด ๆ จนดาบเวทของเราก็ฟันไม่เข้าทำได้แค่รอยแผลเหมือนไม้จิ้มฟัน

    เซนขว้างลูกไฟเข้าไปที่ใบหน้าของมิโนทอร์ก่อนจะอ้อมไปด้านหลังเพื่อจัดการกับขาก่อน

    จงเผาผลาญมันซะ เซนเหวี่ยงดาบเวทมนตร์เข้าที่ข้อเท้าหวังจะตัดเส้นเอ็นให้มันเคลื่อนไหวลำบากแต่พลังเวทของเซนก็ได้กระทบกับเวทเสริมกำลังที่ห่อหุ้มร่างอันใหญ่โตของมิโนทอร์ไว้ทำให้ไม่สามารถเจาะทะลวงไปถึงข้อเท้าได้

    “ระวัง !” คานะยิงศรเวทมนตร์สกัดดาบที่กำลังจะฟันได้เสียก่อนทำให้เซนทิ้งระยะห่างออกมา

    แต่ไม่ทันได้พักหายใจปีศาจตัวโตก็กระโจนเข้าหาด้วยความรวดเร็วจนเซนต้องฟาดคลื่นดาบออกไปขัดขวาง

    แข็งแกร่งยิ่งกว่าตัวไหน ๆ ที่เจอมาเลย พละกำลังมากก็คงไม่แปลกแต่ความเร็วนี่สิ ทั้ง ๆ ที่ตัวใหญ่ขนาดนั้นแท้ ๆ

    “เราแยกไปสองฝั่งเถอะคานะ”

    “อืม !”

    ทั้งเวทและระเบิดเพลิงของเซนทำให้มันเกิดความสับสนขณะเดียวกันพวกเขาก็เตรียมมานาเพื่อร่ายเวทใหญ่

    หอกล้มยักษ์ มีดสั้นของเซนค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็นหอกเพลิงขนาดพอ ๆ กับต้นไม้และมันก็ส่งคลื่นความร้อนไปรอบ ๆ หากยิ่งถือไว้นานก็ยิ่งได้รับบาดเจ็บเช่นกัน

    “เอาไปกินซะ !”

    แสงส่องสว่างจ้าจนคานะที่อยู่ห่างออกไปยังเห็นได้ชัด หอกเพลิงพุงทะลวงเสริมกำลังของมิโนทอร์เจาะเข้าที่คอของมันได้สำเร็จแต่ก็ได้แค่หยดเลือดไม่กี่หยดเท่านั้น

    เวรเอ๊ย เซนถึงกับขมวดคิ้วเจ็บใจทั้ง ๆ ที่ใช้มานาไปมากขนาดนั้นกลับทำได้แค่แผลตื้น ๆ

    จะต้องทำยังไงถึงจะเจาะทะลุเวทป้องกันของมันได้? หรือจะต้องสู้ไปเรื่อย ๆ จนมานาของมันจะหมด

    พวกเขาค่อย ๆ ล่อมิโนทอร์กลับไปยังสนามรบเดิมที่เต็มไปด้วยเศษซากมอนสเตอร์เพื่อใช้มันเติมมานาตลอดการต่อสู้กับสัตว์ประหลาดยักษ์เช่นนี้ การโจมตีระยะไกลเป็นทางเลือกที่ดีกว่าเซนจึงใช้แค่หอกเพลิงที่กินมานาไปมากโขค่อย ๆ สร้างบาดแผลทีละเล็กทีละน้อย

    คานะเองก็รู้แล้วสินะว่าต้องทำยังไง การสื่อสารที่ทำโดยสัญชาตญาณของพวกเขาสองคนไม่ใช่ใคร ๆ ก็ทำได้แต่ต้องเป็นผู้มีประสบการณ์สู้รบร่วมกันและเข้าใจถึงความรู้สึกนึกคิดของอีกฝ่าย

    ผลาญมานาจนกว่าเวทเสริมกำลังของมันจะหมดสินะ...เซน คานะใช้เวทวารีผนวกรวมกับอัสนีสร้างความเสียหายได้ดียิ่งกว่าหอกเพลิงของเซน ถึงแม้จะใช้กำลังไฟมากกว่าสองหมื่นโวลต์แต่ก็ไม่อาจสร้างความเสียหายให้กับมันได้มากพอ

    ดูเหมือนสถานการณ์จะดูดีขึ้นแต่ทันใดนั้นเจ้ามิโนทอร์ก็ยกแขนขึ้นสูงราวกับกำลังขว้างลูกเบสบอสโดยที่ดาบของมันกำลังรวบรวมมานาก้อนใหญ่มากกว่าของคานะและเซนรวมกันเสียอีก

    อย่าบอกนะ แววตาสั่นคลอนของเซนค่อย ๆ เหลือบมองไปยังคานะที่ที่มิโนทอร์เล็งไว้ ไม่นานนักมันก็ขว้างลูกบอลเพลิงขนาดใหญ่เท่า ๆ กับบ้านหนึ่งหลังอีกทั้งยังรวดเร็วดั่งการขว้างลูกเบสบอล

    ต้องหลบไปให้พ้น ขณะที่คานะกำลังจะวิ่งไปทางอื่นแต่กลับทำไม่ได้เพราะมีเถาวัลย์โผล่มาจากพื้นรัดขาไว้

    “คานะ !” เซนวิ่งมาด้วยแรงทั้งหมดที่มีแต่มันก็ไม่ทันเสียแล้ว ลูกบอลเพลิงขนาดยักษ์พุ่งใส่คานะเต็ม ๆ ออร่าและคลื่นความร้อนปกคลุมไปทั่วจนมองเห็นท้องฟ้าเป็นสีแดง

    บัดซบเอ๊ย ทำไมเราต้องบ้าจี้มาทำอะไรแบบนี้ด้วย เซนถึงกับเข่าทรุดหลั่งน้ำตาออกมาไม่หยุดได้แต่กัดฟันโทษตัวเอง

    “ทำตัวไม่สมกับเป็นนายเลยนะ” เสียงกวนประสาทที่คุ้นเคยดังมาจากกองเพลิงตรงหน้า กำแพงวารีที่กำลังระเหยหายไปเหลือเพียงน้อยนิดแต่มันก็ปกป้องชีวิตของเธอไว้ได้

    “คานะ !” เซนพุ่งเข้าสวมกอดทันทีที่ได้เห็นแต่ไม่ทันได้ดีใจคานะก็ลากเซนออกจากระยะดาบของมิโนทอร์ หลุมเป็นเส้นตรงไกลออกไปหลายสิบเมตรเกิดจากการฟันธรรมดาเพียงครั้งเดียวถ้าหากเป็นพวกเขาที่โดนก็คงไม่รอดแน่

    “ตอนนี้ไม่มีเวลามาทำอะไรแบบนั้นหรอก พวกเราต้องจัดการมันให้ได้ซะก่อน”

    แววตาอันมุ่งมั่นของนักสู้ตัวจริงกำลังมองหาหนทางที่จะจัดการศัตรูตรงหน้า อาวุธ เวทมนตร์หรือกลยุทธ์ไม่ว่าจะมีโอกาสชนะน้อยแค่ไหนก็ต้องทำมันให้ได้

    จริงด้วย ถ้าจะดีใจได้ก็ต้องจัดการมันก่อน เซนเหลือบมองหน้ามิโนทอร์สลับกับดวงตาอันงดงามของคานะ

    การถูกลากมาต่างโลกให้ไปสู้เสี่ยงเป็นเสี่ยงตายโดยไม่อาจคัดคำสั่งได้ทำให้เราเลือกทางออกโดยการจบชีวิตตัวเองแต่ก็ได้กิดึงสติกลับมา ตัวเราที่เคยอยู่บ้านนอกพอได้เข้ามาเมืองใหญ่ก็ทำเอาไม่กล้าสู้หน้าคนไปเลยเพราะกลัวเรื่องชนชั้นแต่มันก็เป็นแค่เราที่คิดไปเอง รอยยิ้มแห่งความหวังของคานะส่งต่อความรู้สึกนั้นไปให้เซนเพียงแค่การมองเท่านั้น ไม่ว่าก่อนหน้านี้เธอจะผ่านอะไรมาแต่มันก็แค่เด็กมัธยมธรรมดาคนหนึ่งหากเทียบกับปัจจุบันก็คงเหมือนเด็กน้อยในกะลาไปเลย

    คานะและเซนพยักหน้าให้กันเป็นสัญญาณพร้อมสู้ขณะเดียวกันก็ได้เห็นรอยยิ้มอันน่าสยดสยองของมิโนทอร์

    ไม่ว่าจะเรื่องการแสดงหรือการควบคุมอารมณ์ก็มักจะมีปัญหามาตั้งแต่เด็ก ๆ ถ้าไม่ใช่เพราะหน้าตาที่พ่อแม่ให้มาเราก็คงเป็นแค่เด็กธรรมดา ๆ คนหนึ่ง หากแสงไม่ได้ฉายมาที่เราก็คงจะเป็นเด็กติดเกมติดการ์ตูนอยู่หลังห้องไม่มีคนสนใจ ความสามารถ รูปลักษณ์หรือแม้แต่ชนชั้นต่างก็เป็นสิ่งสำคัญสำหรับการดำเนินชีวิตแต่หากเป็นที่แห่งนี้ ที่ที่ไม่มีสังคมไม่มีคนที่ช่วยเหลือเราได้นอกจากตัวเราเองและสิ่งที่เหลืออยู่ก็คือความสามารถเท่านั้น 

    เซนเปลี่ยนหอกเพลิงที่เคยใช้ให้กลายเป็นดาบยักษ์เฉกเช่นเดียวกับอาวุธที่มิโนทอร์ถือและเข้าปะทะในระยะประชิดแทนโดยใช้เวทเสริมกำลังรวมกับเพิ่มความเร็วเพิ่มพละกำลัง ทุก ๆ เวทมนตร์ที่เซนนึกออกเขาได้ใช้มันอย่างเต็มที่กับศัตรูที่แข็งแกร่งที่สุดที่เคยเจอ

    มอนสเตอร์ตัวนี้ก็คงเหมือนกับตัวที่ผ่าน ๆ มา ทุกอย่างจะมีจุดเด่นจุดด้อยไม่เหมือนกันและไม่มีทางที่จะสมบูรณ์แบบไปเสียทุกอย่าง ต่อให้เป็นเรา เซนหรือแม้แต่กิ

    คันธนูสีครามค่อย ๆ เปล่งแสงราวกับเป็นเวทมนตร์ทั้ง ๆ ที่คานะไม่ได้ตั้งใจใส่มานาลงไปแท้ ๆ แสงประหลาดที่ส่องสว่างมันทำให้เธอเข้าใจว่าอาวุธที่ถือมาตลอดทำอะไรได้ ขณะเดียวกันเซนก็ถอยออกห่างเหมือนกับรู้ว่าคานะกำลังจะทำอะไร

    อักขระเวทมนตร์แปลก ๆ ที่สลักไว้กับรูปลักษณ์สวยงามน่าจับตามอง มันต้องไม่ใช่แค่ธนูธรรมดาแน่ ๆ

    ศรสีครามพุ่งออกจากสายธนูสัมผัสได้ถึงพลังมหาศาลที่สูงกว่าเวทมังกรวารีของคานะเสียด้วยซ้ำ เศษเสี้ยววารีที่กระจายออกมาราวกับเป็นแรงส่งพุ่งเข้าที่ขาของมิโนทอร์ปะทะเข้ากับเสริมกำลังหนา ๆ ของมัน เวทวารีระเบิดออกเป็นวงกลมก่อนจะห่อหุ้มร่างของมิโนทอร์สูงกว่ายี่สิบเมตรไว้และโดนกระแสไฟฟ้าช็อตทั่วทั้งร่างแม้จะมีเสริมกำลังก็ไม่อาจต้านทานไหว

    แสงสว่างดั่งสายฟ้าฟาดราวกับเป็นความพิโรธของเทพเจ้า

    เซนค่อย ๆ ยิ้มอย่างภาคภูมิใจที่ได้เห็นผลงานของพวกเธอสองคนล้มยักษ์ใหญ่ที่แข็งแกร่งขนาดนี้ได้

    ถึงมันจะล้มนิ่งไปแต่ทำไมเราถึงสังหรณ์ใจไม่ดีแบบนี้ สัญชาตญาณมันบอกให้เราถอยห่างเตรียมรับมืออีกครั้ง

    ร่างสีดำขนาดใหญ่ค่อย ๆ ขยับและลุกขึ้นอีกครั้งพร้อมกับแววตาอันโกรธเกรี้ยวยิ่งกว่าก่อนหน้านี้ ความคิดในการเล่นกับเหยื่อของมันเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงและต่อจากนี้จะเป็นของจริง

    ต้องรีบเติมมานาแล้ว ท่าทางร้อนรนของพวกเขากำลังกัดฉีกชิ้นส่วนของมอนสเตอร์ดิบ ๆ รีดเอาเลือดคาว ๆ กลืนลงคออย่างกับคนบ้า

    รูปร่างหน้าตา มารยาทหรืออุปนิสัยต้องละทิ้งไป ไม่ว่าจะสิ่งที่เคยมีเหมือนกันหรือแตกต่างก็ล้วนไร้ความหมายเมื่อต้องเผชิญกับความตายตรงหน้ามีเพียงความสามารถเท่านั้นที่จะพาพวกเขาหลีกหนีออกไปได้แต่ถ้าเป็นลิขิตจากพระเจ้าล่ะ? หรือจะเป็นเพียงแค่คำอ้างของผู้ไม่มีความสามารถกันแน่

    มิโนทอร์ยักษ์ร้องคำรามดังสนั่นทิ้งดาบยาวสองเมตรแม้มันจะดูใหญ่แต่ถ้าเทียบกับร่างกายของมิโนทอร์ที่สูงกว่ายี่สิบเมตรแล้วมันแทบจะไร้ประโยชน์ไปเลย

    เหอะ เอาจริงแล้วสินะ เซนมองดูมิโนทอร์ทุบพื้นรอบ ๆ จนเละแสดงให้เห็นพละกำลังที่มีก่อนจะกระโจนเข้าใส่ราวกับเป็นกระทิงคลั่ง

    อาวุธเวทมนตร์ที่เซนสร้างขึ้นกระทบกับร่างหนาของมันสัมผัสได้ถึงผิวหนังแต่กลับฟันไม่เข้า กำปั้นอันใหญ่โตเหวี่ยงเข้าที่ดาบเวทมนตร์จนแตกสลายหายไป ทุกครั้งที่ออกแรงนั้นเต็มไปด้วยหยดเลือดจากกล้ามเนื้อที่ฉีกขาดฝืนเกินกำลังของตนแต่ถ้าไม่ทำเช่นนั้นก็ไม่มีทางรับมือมอนสเตอร์ระดับนี้ได้

    เมื่อคานะตั้งสติและเพ่งสมาธิได้อย่างแน่วแน่หลังจากที่ตื่นตระหนกมานานเธอจึงคิดวิเคราะห์หาวิธีเอาชนะ ศาสตร์การต่อสู้ที่ซึฮากิเคยสอนแต่จากขนาดตัวคงไม่มีทางเอามาใช้ได้ หรือจะเป็นอาวุธสงครามแต่หากไม่เข้าใจโครงสร้างของมันก็ยากที่จะใช้มานาสร้างขึ้นมาเมื่อเป็นเช่นนั้นแล้วจะเหลือวิธีใดที่ใช้ได้อีก

    ต้องใช้กับดักไม่ก็แรงสู้แรง

    คันธนูของเธอกำลังสั่นร้องเรียกราวกับมีชีวิตทำให้คานะต้องละสายตาไปจากมิโนทอร์

    มันกำลังเรียกเรา...เหรอ เธอเหลือบไปทางที่คันธนูชี้ไปเผยให้เห็นดาบยาวที่มิโนทอร์ทิ้งไว้ อาวุธเวททั้งสองต่างก็เรียกหาซึ่งกันและกันนำพาคานะให้เก็บมันมาด้วย

    ถึงจะไม่รู้ว่ามันคืออะไรแต่ฉันเชื่อในตัวแกนะ...ธนูสีคราม

    ออร่ามานาค่อย ๆ ดึงดาบยาวและคันธนูเข้าหากันเมื่อเธอรู้สึกตัวอีกทีก็ได้เห็นดาบวางพาดอยู่บนคันธนูสีครามทำเหมือนลูกศรสำหรับยิงและเมื่อได้ลองหยิบจับดูจึงสัมผัสได้ถึงความเบาบางเหมือนลูกธนูธรรมดา

    “เซน ! ถอยออกไป”

    สายตาเพ่งเล็งไปยังหัวของมิโนทอร์เงยคันธนูขึ้นสี่สิบห้าองศาหวังให้มันพุ่งไปได้ไกลที่สุด ดาบแดงดั่งไฟนรกพุ่งออกไปราวกับเป็นลูกศรเวทมนตร์ทั้งเร็วและรุนแรงแต่ก็พลาดเป้าจากที่เล็งหัวของมันกลับพุ่งทะลวงกลางหลังแทน

    ฝีมือคานะเหรอ? เซนถึงกับยืนอึ้งเพราะดาบยาวพุ่งทะลุร่างหนา ๆ ของมันไม่ใช่เพียงแค่เจาะเข้าแต่มันทะลุตัวเลยต่างหาก เสียงร้องโหยหวนกำลังจะทำให้แก้วหูแตกขณะเดียวกันเซนก็พยายามถอยออกห่าง

    แม้แต่ผู้หญิงตัวเล็กอย่างคานะยังทำได้...แล้วทำไมเราจะทำไม่ได้ล่ะ ถ้าให้ผู้หญิงมาคอยปกป้องมันก็ไม่สมกับเป็นลูกผู้ชายน่ะสิ เซนใช้จังหวะที่มันกำลังทุรนทุรายอีกทั้งเสริมกำลังยังหายไป อัดกระสุนเพลิงใส่ไม่ยั้งเข้าที่ช่องท้องที่เป็นแผลใหญ่หวังจะให้มันเผาผลาญข้างใน

    คลื่นมานาระเบิดออกรอบ ๆ ตัวมิโนทอร์เมื่อมันกระทืบเท้าแม้เลือดจะไหลไม่หยุดมันก็ดันทุรังบุกทะลวงไปหาเซน ขณะที่เซนเว้นระยะไว้ในจุดที่ปลอดภัยจู่ ๆ มันก็ง้างหมัดชกไปทางเซนปล่อยกำปั้นหินขนาดใหญ่ยิ่งกว่ารถยนต์กระแทกเซนเต็ม ๆ หากไม่มีเวทเสริมกำลังคงหมดสติไม่ก็จบชีวิตไปแล้ว

    “ไอ้เวรเอ๊ย ! หักหมดแล้วมั้งเนี่ย” เซนค่อย ๆ ขยับร่างที่เหมือนจะกระดูกหักไปหลายซี่หนีตายจากมิโนทอร์ต่อ แม้คานะจะใช้ศรเวทมนตร์ยิงเรียกความสนใจแต่ไม่ได้ผลเพราะมันเบาเสียจนไม่รู้สึกมากกว่า

    คิดสิ ยิ่งตัวใหญ่ก็ยิ่งล้มแรง คานะอัดมานาลงไปในศรเวทมนตร์สร้างเป็นระเบิดวารียิงไปที่พื้นดินตรงหน้ามิโนทอร์ก่อนมันจะวิ่งไปถึงทำให้เกิดหลุมใหญ่พอให้เท้าร่วงลงไปได้

    และมันก็ได้ผลเพราะความประมาทไม่สนใจของมิโนทอร์ทำให้ไม่ระวังหลุมตรงหน้าเท้าของมันเหยียบลงไปไม่ลึกมากนักแต่เพราะร่างกายอันใหญ่โตทำให้มันเสียหลักล้มลงทันที

    ขนาดท้องเป็นรูก็ยังมีแรงถึงขนาดนี้ เซนกลั้นใจไม่สนความเจ็บปวดที่มีและฝืนหยิบมีดสั้นเล่มสุดท้ายขึ้นมา

    เซนกระโดดขึ้นหัวของมันเล็งเห็นช่วงโหว่และอัดระเบิดเพลิงลงไปแต่ไม่ทันได้เจาะกะโหลกก็โดนแรงเหวี่ยงสะบัดออก มิโนทอร์ใช้เวทมนตร์สร้างก้อนหินและขว้างมันออกไปเหมือนกับเป็นอาวุธอย่างหนึ่ง

    ความไวของมันตกลงแล้วหรือเพราะมันเปลี่ยนไปใช้เวทมนตร์แทน คานะเล็งศรเวทมนตร์ยิงก้อนหินเหล่านั้นระเบิดก่อนที่จะเข้าถึงตัวเซน แต่การทำเช่นนั้นก็ทำให้มันรู้ตำแหน่งก่อนจะเปล่งเสียงคำรามสะเทือนไปยันแก้วหูถ้าไม่เอานิ้วอุดไว้คงมีปัญหาแน่ ๆ

    แววตาอันหม่นหมองของคานะเงยมองเห็นมิโนทอร์กระโดดมาแต่ไกลทั้ง ๆ ที่น้ำหนักตัวมากขนาดนั้นแท้ ๆ และเพราะเสียงคำรามนั่นทำให้เธอเสียสมาธิไปครู่หนึ่งไม่อาจหนีได้ทัน

    “เอาไปแดกซะ ! กำปั้นแห่งความรัก !” เซนกระโดดสวนกับมิโนทอร์ใช้หมัดที่ห่อหุ้มออร่าเวทมนตร์ไว้ปะทะกับร่างอันใหญ่โตของมัน เสียงร้องสุดลำคอทั้งกระดูกแตกและร่างกายที่กำลังฉีกขาดแต่ถ้าไม่สู้พวกเขาก็จะตายจริง ๆ

    คลื่นกระแทกของพวกเขาส่งไปถึงคานะทำเอาเกือบยืนไม่อยู่ก่อนที่ทั้งมิโนทอร์และเซนจะกระเด็นไปคนละทิศคนละทาง

    "ไม่นะเซน !" ไม่ได้ ๆ เราต้องตั้งสติ เซนยังไม่ตายหรอก คานะเล็งธนูไปยังหัวของมิโนทอร์อีกครั้งส่งคลื่นมานายิงเวทมังกรวารีตรงไปยังเป้าหมายได้แม่นยำแต่พลังทำลายยังเบายิ่งนักเมื่อเทียบกับความแข็งแกร่งของมัน บาดแผลที่ทำได้เหมือนกับคนถูกหินก้อนเล็ก ๆ ปาใส่หัวต่อให้มันเจาะเลือดไหลและทำให้มึนเล็กน้อยแต่ก็ไม่อาจเอาชีวิตไปได้

    “เซนลุกไหวไหม?” คานะฉวยโอกาสที่มันกำลังมึนงงเข้าไปดูอาการของเซน ร่างกายสะบักสะบอมกำลังลุกขึ้นนั่งแม้จะเป็นเช่นนั้นเขาก็ยังส่งยิ้มให้กับคานะ

    “สบาย ๆ น่า ไว้ค่อยพักหลังจากจัดการมัน”

    เธอยิ้มตอบรับช่วยพยุงตัวเซนขึ้นมาและเดินกลับไปหาเศษซากมอนสเตอร์เพื่อเติมมานา เวทมนตร์ขนาดใหญ่มากมายที่ใช้ไปทำได้แค่แผลเล็กน้อยถ้าไม่มีซากมอนสเตอร์พวกนี้คงจะไม่มีชีวิตรอดมาถึงตอนนี้แล้วก็ได้

    “ถึงมานาจะมาเติมได้ก็จริงแต่ความเหนื่อยก็ไม่ได้หายไป นี่เป็นแผนอย่างสุดท้ายของฉันที่จะทำให้มันหยุดได้สักพักหนึ่ง”

    “เอาสิ ฉันก็จะทุ่มทุกอย่างกับเวทสุดท้ายแล้ว”

    ทันใดนั้นดาบยาวของมิโนทอร์ที่ปักพื้นอยู่ก็ส่องสว่างอีกครั้ง สีแดงของมันเต็มไปด้วยลวดลายและอักขระแปลกตากำลังเรียกหาผู้ใช้ที่เหมาะสม เซนไม่รอช้าก้าวเท้าไปพร้อม ๆ กับคานะจับดาบเล่มนั้นขึ้นมาทั้งน้ำหนักและความยาวทำให้ใช้งานได้ยาก

    เสียงร้องคำรามดังขึ้นมาอีกครั้งและแรงสะเทือนราวกับเกิดแผ่นดินไหวมาจากมิโนทอร์ทุบพื้นอย่างบ้าคลั่งฟาดแขนลงพื้นส่งห่ากระสุนหินมายังพวกเธอ

    “หลบเร็ว !” ทั้งรัศมีและความเร็วของห่ากระสุนหินทำให้คานะโดนหินเจาะช่วงสีข้างแหว่งหายไปทันทีแต่เธอก็แข็งใจไม่ร้องออกมาสักคำ

    “คานะทำใจดี ๆ ไว้”

    “ยัง ! ฉันยังไม่ตายหรอก...เรามาจบเรื่องนี้กันเถอะ”

    ศรเวทขนาดใหญ่ยิงสูงขึ้นไปเหนือหัวของมิโนทอร์ก่อนจะแยกออกเป็นมังกรวารีทั้งห้าขย้ำสัตว์ประหลาดตัวโตตัวนั้นแต่เพียงแค่มันยกแขนใช้กำปั้นหินชกสวนก็ทำให้มังกรวารีสลายไปทันที

    “เป็นไปตามแผน” คานะฉีกยิ้มเยาะหัวเราะในลำคอก่อนจะยิงลูกศรเวทมนตร์ที่สถิตพลังไฟฟ้าไปด้วย

    “ชื่ออะไรดีนะ? เอาเป็น...เขตแดนฟ้าลงทัณฑ์” ลูกศรไฟฟ้าแตกกระจายออกนับไม่ถ้วนร่วงลงจากท้องฟ้าราวกับเป็นทั้งฝนและฟ้าผ่าเสียงดังลั่นไปไกลหลายกิโลเมตรถึงขนาดทำให้มิโนทอร์ตัวไหม้ไปเลย

    ฝากที่เหลือด้วยล่ะ...เซน เธอใช้มานาทั้งหมดไปในคราวเดียวหากครั้งนี้ไม่สำเร็จก็คงไม่รอดเป็นแน่แท้

    “จากนี้ฉันจะจัดการเอง” เซนประคองตัวคานะลงนอนที่พื้นหญ้าหลังจากที่สบตากันไม่นานเธอก็หมดสติไป

    แผลทั่วตัว รูที่ท้องแถมยังโดนไฟช็อตอีก ท่าทีของมันก็ดูจะหมดเรี่ยวแรงเต็มทนแล้ว

    เซนใช้มานาเสริมร่างกายและกระโดดพร้อม ๆ กับใช้เวทระเบิดส่งตัวเขาลอยขึ้นไปกลางอากาศ

    ถึงจะใช้เวทลอยตัวแบบกิไม่ได้แต่เราก็เจอวิธีอื่นแทน ไอพ่นจะเคลื่อนที่ไปได้ด้วยการเผาพลังงานดังนั้นเราก็จะใช้อะไรที่มันคล้าย ๆ กัน

    เซนใช้แรงระเบิดพุ่งขึ้นไปเรื่อย ๆ ด้วยดาบยักษ์ใหญ่สูงเหนือพื้นหลายร้อยเมตร เขามองไปยังสัตว์ประหลาดที่กำลังขยับเขยื้อนร่างกายทีละเล็กทีละน้อยควบคุมแขนขาได้ลำบากเพราะบาดเจ็บสาหัส

    เวทใหม่ที่คิดขึ้นมาก่อนหน้านี้ ในเมื่อแรงที่ใช้บนพื้นมันไม่พอเจาะผัวหนังของมันแต่ถ้าใช้แรงโน้มถ่วงช่วยล่ะ?

    เมื่อขึ้นไปสูงมากพอเขาก็ได้ทิ้งตัวลงมาโดยใช้แรงระเบิดเปลี่ยนทิศทางให้ไปตกบนหัวของมิโนทอร์พอดี

    “จงทำลายทุกสิ่ง...เพลิงผ่าสวรรค์”

    เซนใช้ดาบยักษ์ชี้ลงพร้อมกับใช้เวทเสริมกำลัง เพิ่มความเร็ว เพิ่มพละกำลังให้กับทั้งตัวเขาและดาบอีกทั้งยังใช้แรงโน้มถ่วงรวมกับเวทระเบิดเพิ่มความเร็วเข้าไปอีก ด้วยความสูงเกือบหนึ่งกิโลเมตรเขาทิ้งตัวลงมาราวกับเป็นอุกกาบาต

    “ไปเลย !” เซนพุ่งลงหัวของมิโนทอร์ได้พอดิบพอดีแต่ไม่ใช่แค่หัวที่ได้รับความเสียหายแต่ทั้งร่างกายและพื้นที่ตรงนั้นกลายเป็นทะเลเพลิงที่หาสิ่งมีชีวิตไม่ได้

    แรงสั่นสะเทือนและเสียงดังก้องกังวานไปไกลหลายกิโลเมตรทำให้คานะได้สติตื่นทันควัน เธอเหลือบมองเห็นแสงสีแดงที่เต็มไปด้วยทะเลเพลิงกับร่างของมิโนทอร์ที่แน่นิ่งไปแล้ว

    “เซน ! นายอยู่ไหน?” เธอเอื้อมมือไปหยิบธนูสีครามและดื่มเลือดจากเศษซากมอนสเตอร์ใกล้ ๆ ก่อนจะเดินไปรอบ ๆ ตะโกนตลอดทางตามหาเซน

    ไม่ ๆ อย่าบอกนะว่าอยู่ตรงนั้น

    เธอใช้เวทน้ำคลุมร่างกายและฝ่าทะเลเพลิงเข้าไปจนไปถึงร่างมิโนทอร์โดยที่ข้างใต้นั้นมีเซนนอนนิ่งอยู่คู่กับดาบยักษ์

    “เซน ! รู้สึกตัวสิ” สีหน้าที่เต็มไปด้วยความทุกข์โศกหลังจากเรียกอยู่พักหนึ่งน้ำตาของเธอก็ค่อย ๆ ไหล กอดร่างที่สะบักสะบอมถึงขั้นมีกระดูกทิ่มออกมาจากแขนแต่กลับไม่มีรอยไหม้หรือแผลพุพองเลยสักแห่ง

    “ไปกันเถอะเซน” คานะแบกร่างของคนรักฝ่ากองเพลิงออกไปและปล่อยให้เขาได้นอนบนพื้นหญ้าสีเขียว

    “เซน...” เธอโอบกอดเซนไว้และค่อย ๆ ก้มลงจูบลา

    แต่เมื่อน้ำตาหยดลงบนใบหน้าของเซนเขาก็กะพริบตาตื่น “ขออีกสักทีได้ไหม?”

    “เอาสิ” คานะยิ้มทั้งน้ำตาแต่ไม่ใช่น้ำตาของความทุกข์อีกแล้วมันคือน้ำตาแห่งความสุข จูบอันอ่อนโยนสัมผัสกันเบา ๆ เพื่อให้ต่างคนต่างผ่อนคลายก่อนจะทิ้งตัวลงนอนข้าง ๆ กัน

    “มันจบหรือยังนะ? ถ้าตัวเมื่อกี้เป็นบอสก็ดีสิ”

    “เซน...”

    “ว่าไง?”

    [จบบททดสอบที่หนึ่ง]

    เซนเหลือบมองไปข้างหน้าที่มีสัญญาณแจ้งเตือนทั้งเขาและคานะต่างก็ส่งเสียงหัวเราะพร้อมกับรอยยิ้มฉีกกว้างเหมือนคนบ้า

    [อีกหนึ่งนาทีจะเริ่มบททดสอบที่สอง]

    “อา ! ยังไม่จบอีกเหรอวะ” ขณะที่กำลังหัวเราะสุขใจกลับเปลี่ยนเป็นหน้าบึ้งตึงแทนพร้อมกับอุทานออกมาเสียงดังจนแผลฉีก



    คล้ายกับเรื่องSTARCIN อุบัติมหาสงครามสตาร์คิน (อ่านฟรีจนจบ)(มี EBOOK) ที่คุณอ่าน