หลังจากทานโจ๊กเสร็จตุลธรกับภัคธีมาก็เดินออกจากห้องครัวด้วยกัน ทว่ากลับเจอกับสายตาของพนักงานทุกคนที่มองมาที่หญิงสาวอย่างแปลกๆ นั่นทำให้เธอรู้ได้ทันทีที่ว่าคงเป็เพราะข่าวที่นลินญากระจายออกทางโซเชียล
ทุกคนคงคิดว่าเธอชอบแสวงหาผลประโยชน์ด้วยการเอาตัวเข้าแลก ชอบหวังเลื่อนตำแหน่งทางลัด แต่เปล่าเลย ทุกอย่างมันเป็เพียงเกมเท่านั้น ที่เธอเข้ามาในชีวิตของตุลธรก็เพื่อแก้แค้นเขา แต่ใครจะไปรู้ว่ามันจะเลยเถิดไปถึงขั้นมีอะไรกับเขา ซึ่งเป็คนที่เธอเกลียดที่สุด!
ในเมื่อมันมาถึงขั้นนี้แล้วก็คงต้องปล่อยเลยตามเลย ทุกอย่างจะยังคงเป็ไปตามแผนที่เธอวางเอาไว้ ถึงแม้จะต้องแลกกับความสาวความบริสุทธิ์ที่ไม่เคยมอบให้ชายใดก็ตาม
ตุลธรดึงภัคธีมาหลบออกไปจากบริษัทเพื่อให้รอดพ้นจากสายตาของพนักงานทุกคน โดยพาไปที่บ้านของตนซึ่งอยู่แถวย่านทองหล่อนั่นเอง เป็บ้านหลังใหญ่หรูหรา สร้างบนเนื้อที่เกือบพันไร่ ด้านหน้ามีถูกจัดเป็สวนดอกไม้สวยงามและมีบ่อน้ำพุตรงกลาง
ภัคธีมามองไปรอบๆ พลางคิดในใจ
‘บ้านของนายตุลธรก็ใหญ่โตโอ่อ่าเหมือนกันนี่ ใหญ่ราวพระราชวังแน่ะ’
“คุณภัคครับ” เสียงของตุลธรพาให้เธอหลุดจากห้วงความคิด
“คะ” หญิงสาวยิ้มบางๆ ให้เขา
“เข้าไปด้านในดีกว่าครับ”
แล้วเขาก็พาเธอเข้าไปนั่งในห้องโถงใหญ่ โดยสั่งให้ทับทิมและอ้อยใจซึ่งเป็สาวใช้ประจำบ้านเอาน้ำมาเสิร์ฟ
“ทับทิม อ้อยใจ นี่คุณภัคธีมา เธอจะมาเป็คุณผู้หญิงของบ้านนี้” ตุลธรแนะนำภัคธีมาให้สาวใช้ได้รู้จัก
“หา! คุณตุลว่ายังไงนะคะ” สองสาวอุทานพร้อมกันด้วยความใ
ผู้เป็เ้านายจึงบอกว่า
“ฉันพูดชัดเจนที่สุดแล้ว ถ้าเธอสองคนมีอะไรทำก็ไปทำเถอะ ฉันจะอยู่คุยกับคุณภัคสองคน”
ทับทิมกับอ้อยใจจำใจเดินออกไปทั้งๆ ที่ยังค้างคาใจหลายอย่างเกี่ยวกับภัคธีมา แต่เพราะเ้านายสั่งจึงต้องไป
เมื่อสาวใช้ทั้งสองไม่อยู่ตรงนี้แล้ว ตุลธรก็หันไปมองภัคธีมาด้วยแววตาทอประกายวาววับ รอยยิ้มเ้าเล่ห์ผุดขึ้นบนใบหน้าอันหล่อเหลาของเขาก่อนจะโน้มเข้าหาสาวเ้า และประทับรอยจูบกับเธออย่างหวานฉ่ำ ในขณะที่หญิงสาวหลับตาปี๋ด้วยความเคลิบเคลิ้ม รู้ตัวอีกทีเธอก็ถูกอุ้มขึ้นไปยังห้องนอนของเขาเป็ที่เรียบร้อยแล้ว เขาวางเธอนอนบนเตียง
“เมื่อกี้ที่คุณบอกคนใช้ว่าฉันจะมาเป็คุณผู้หญิงของบ้านนี้ ฉันไปตกลงกับคุณตอนไหนกัน อื้ออ” ภัคธีมาทุบตีไหล่กว้าง แต่กลับกลายเป็ว่าตุลธรยิ่งจูบเธอจนเผลอเคลิบเคลิ้มด้วยความวาบหวามใจ
“ก็คุณเป็เมียผมแล้วนะครับ ที่รัก “
ร่างกายสาวสะดุ้งเฮือกผวากอดร่างเขาก่อนจะเพิ่งรู้สึกตัวว่าเขาเปลือยกาย และกำลังถอดกางเกงของตนเองออก หญิงสาวหน้าเห่อร้อนเพราะอย่างไรก็ยังไม่ชินเสียที
“อะ อื้อ คุณตุล คุณไม่กลับไปทำงานเหรอคะ”
ภัคธีมาถามมาเสียงสั่นไหว มือหนาลูบไล้บนหัวไหล่มน เธอจึงได้สติขึ้นมาบราที่สวมดันเต้าอวบอูมทำให้หลุดลงพื้นอกสาวโดนลิ้นหนารุกเข้าไปร่องอกสาว เธอดิ้นเร่าๆ
แน่ละ! เธอทรมานและเสียวสุดๆ กับลีลาของตุลธร
เสียงครางสุดสยิวยั่วใจตุลธรยิ่งนัก
“ยะ อย่าา คุณตุล อ๊ายย ภัค ซะ ซะ ซี๊ด ยะ หยุดนะคะ โอ้ว โอ้ว คุณตุล”
เรียวแขนขาวๆ คล้องคอเขา ใบหน้าชายหนุ่มซุกไซร้ร่องอกสาวดูดดื่มไปมา จนไหล่บางห่อไหล่ขาวนวลแบบชิดกายตนแนบอกเขาอย่างลืมตัวลืมใจเสียทุกครา
ปลายลิ้นหนาเล่นอกสาวเล่นอย่างหยอกล้อไปมา ทำเอาภัคธีมาสติกระเจิดกระเจิงทุกครั้งสิน่า ไม่ว่าเขาจะทำอะไรเธอต้องแพ้เขายอมเขาเสียทุกครั้งไป
“อะ อื้อ ภัค ภัคจ๋า ผมเรียกคุณว่าที่รักดีกว่านะ” ตุลธรเอ่ยข้างๆ หูเสียงหวาน ไออุ่นนั้นมันช่างรัญจวนใจ วาบหวิวและวาบหวามยิ่งนัก ดวงตาคู่สวยขยับปรือปรอยมองมา ก่อนจะหลับพริ้มด้วยลมหายใจของตุลธรที่ระเรื่อยบนแก้มใสนวลระเรื่อ เสียงอืออาครางมาแ่เบา
“อื้อ อะ อื้อ พะ พี่”
ภัคธีมาเกือบหลุดชื่อพี่ชายมา ทว่าโดนจูบเสียก่อนแต่ตุลธรคิดว่าเรียกตนเอง
“เรียกพี่ตุลสิครับ ที่รัก”
“พี่ตุล”
ภัคธีมาเผลอตัวเรียกตุลธรออกมา กึ่งเคลิ้มกึ่งเปลือยภายในวงแขนหนา ร่างน้อยหายใจหอบถี่รัว ยามมีความสัมพันธ์กันอย่างลืมตัวจนไม่ได้สวมใส่ถุงยางแถมตุลธรมักปล่อยในร่างกายสาวเสมอๆ
“ตับ ตับ ตับ”
เรี่ยวแรงชายหนุ่มมาจากไหนไม่รู้ ยามเมื่ออีกฝ่ายเรียกตนเช่นนั้น ร่างบางผวาเฮือกปลิวไปตามแรงพิศวาสของเขา เธอหายใจแทบไม่ทัน เมื่อโดนแฟนกำมะลอของตนเอง อย่างตุลธรซอยระรัวมา ยิ่งขยับกายออกห่างเธอกลับยิ่งเ็ปรวดร้าวไปหมดทั้งตัว
“อย่าขยับนะที่รัก เดี๋ยวก็เสร็จแล้วละ” เขาเอ่ยอย่างอ่อนโยน ภัคธีมาที่นอนสะลึมสะลือโดนเขาป้อนเ้าัั์เข้าปากเธอมาเต็มปากทีเดียว
ทำเอาเธอขยับเขยื้อนกายไม่ได้เลย ด้วยความใทำให้ภัคธีมาตอบสนองเขากลับ ร่างกายทั้งคู่เกี่ยวตวัดรัดแน่นหน้าอกสาวเปียกชุ่มด้วยน้ำลายเขา ร่างสาวโดนเขาจับเรียวขาขาวออกห่างแล้วมุดศีรษะเข้าไปเลียกลีบดอกไม้มา ภัคธีมาไม่ทันรู้สึกพลันร่างของตัวเองเสียวซ่านจากร่องรอยที่ถูกตุลธรเลียเข้าร่องกลีบแคมสาวดูัเขาด้วยน้ำหล่อลื่นจากสองฝ่าย
“อะ อ๊ายย อ๊ายย ภัคทนไม่ไหวแล้วค่ะ อะ อู๊ยย คุณตุล ภัคเจ็บไปหมดแล้ว”
ร่างบางปวกเปียกในวงแขนเขาทำให้ตุลธรได้ยัดความเป็ชายเข้าไปเต็มที่ แววตาสาวเหลือกลานมาด้วยความจุกและเสียวซ่าน ฝ่ายชายชอนศีรษะหญิงสาวลงนอน แน่ละ สายตาเขามองเรือนร่างของภัคธีมาด้วยความหลงใหลจนทำให้เขาลักหลับเธออีกรอบ
แล้วทั้งคู่ก็ผล็อยหลับไปด้วยอาการอ่อนเพลีย หลังเสร็จสิ้นจากกิจกรรมบนเตียงแล้ว
วันถัดไป…
ตุลธรจัดงานแถลงข่าว ณ ห้องประชุมใหญ่ในบริษัท Sutthapiwat perfume โดยวานให้ภัทรดนัยช่วยติดต่อนักข่าวให้ ส่วนตนเองกับภัคธีมาก็เตรียมตัวรอในห้องทำงานท่านประธาน
“คุณคิดว่าป่านนี้นักข่าวจะมากันหรือยังคะ” ภัคธีมาเอ่ยกับเขาขณะหันไปชะเง้อมองที่ประตู
“คงใกล้มาแล้วละ” เขาว่า
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
ทันใดนั้นเองเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น และคนที่อยู่ด้านนอกเปิดประตูเข้ามา
เป็ภัทรดนัยนั่นเอง! เขาบอกกับเพื่อนว่า
“ตอนนี้นักข่าวมาถึงแล้ว อยู่ในห้องที่จัดเตรียมไว้ ว่าแต่แกกับคุณภัคพร้อมหรือยัง”
“ฉันพร้อมแล้ว คุณภัคละครับ”
ตุลธรถามทำให้ภัทรดนัยรู้สึกแปลกใจไม่น้อย ที่ชายหนุ่มเป็ห่วงเป็ใยภัคธีมาจนออกนอกหน้า
“พร้อมแล้วค่ะ” ภัคธีมาออกอาการเก้อเขิน เมื่อเห็นสายตาภัทรดนัยจนพวงแก้มขึ้นสี
“เพิ่งจะรู้คุณภัคสนิทกับนายตุลด้วย”
“เอ่อ ปละ เปล่า เปล่าค่ะ เราแค่ตกอยู่สถานะการณ์เดียวกันค่ะ”
ภัคธีมาแก้ตัวอย่างลืมตัว ยิ่งทำให้ภัทรดนัยสงสัย
ตุลธรจึงเอ่ยขึ้นว่า
“พูดเกินไปละ ดนัย”
“มีพิรุธนะนี่ทั้งสองคนเลย ตกลงจะเล่าให้ฟังมั้ย”
“จบจากงานแถลงข่าวแล้วเดี๋ยวฉันจะเล่าให้แกฟังนะ” อีกฝ่ายบอก
“ขอแบบละเอียดยิบเลยนะ”
“อืม” เขาพยักหน้าส่งๆ ไป ก่อนจะลุกขึ้นพร้อมบอกภัทรดนัยและภัคธีมา “ไปกันเถอะ”
แล้วทั้งสามก็ก้าวออกไปจากห้องทำงานของท่านประธานพร้อมกัน
กลางห้องประชุมใหญ่ตั้งโต๊ะแถลงข่าว และประดับผ้าให้ดูสวยงาม ทุกอย่างภัทรดนัยเป็คนจัดการทั้งหมด เนื่องจากได้รับคำสั่งจากเพื่อนอีกทีหนึ่งนั่นเอง
ขณะนี้นักข่าวมาถึงแล้ว มากันประมาณหกคนเห็นจะได้ และเตรียมพร้อมสำหรับการแถลงข่าว อีกทั้งยังเตรียมคำถามไว้มากมายที่จะถามตุลธรและภัคธีมา เมื่อเห็นทั้งคู่เดินเข้ามานั่งนักข่าวต่างก็แสดงสีหน้าตื่นเต้นมาก ในขณะที่ตากล้องกดชัตเตอร์รัวๆ เลยทีเดียว และกดถ่ายวิดีโอด้วย
“ก่อนอื่นผมก็ต้องขอบคุณพี่ๆ นักข่าวที่มา จุดประสงค์ที่ผมจัดงานแถลงข่าวทุกคนก็น่าจะรู้ๆ กันอยู่ ก็เกี่ยวกับภาพที่หลุดออกไปนั่นละครับ” ตุลธรแจ้งกับนักข่าว
แล้วนักข่าวสาวคนหนึ่งก็ยกมือขึ้นพร้อมกับยิงคำถาม
“ใช่ภาพหลุดที่ตุลธรพาพนักงานสาวคนนี้ไปทานข้าวที่ห้าง และพาเที่ยวไปด้วยใช่มั้ยคะ”
“นั่นก็ใช่ครับ” เขาพยักหน้า ก่อนจะอธิบายต่อไปอีก “แต่เมื่อสองวันที่แล้วมีคนปล่อยคลิปกับภาพของผมกับคุณภัคอีก เพราะเขาจงใจที่จะทำลายชื่อเสียงของเราสองคน”
“ซึ่งเธอก็คืออดีตเลขาฯ ของคุณตุลนี่ละค่ะ” ภัคธีมาตอบบ้าง
ขณะเดียวกันที่คอนโดฯ ของนลินญาซึ่งอยู่ไม่ไกลจากบริษัทผลิตน้ำหอมของตุลธรเท่าไหร่นัก เ้าหล่อนกำลังดูข่าวที่ตุลธรกับภัคธีมาแถลงอยู่ในตอนนี้ เมื่อได้ยินภัคธีมากล่าวถึงตนเองก็ถึงกับตาลุกวาวด้วยความไม่พอใจ ในขณะที่มือทั้งสองข้างถูกกำแน่นพร้อมกับคำพูดที่เอ่ยออกมา
“อ๊ายยย นังภัคธีมา แกบังอาจมาใส่ร้ายฉันงั้นเหรอ ได้! เดี๋ยวแกจะได้เจอดีกับฉัน” เอ่ยจบหล่อนก็ลุกจากโซฟาก่อนจะคว้ากระเป๋าสะพายแล้วก้าวออกไปจากห้องอย่างเร็ว
ใช้เวลาขับรถไม่นานนลินญาก็ถึงสถานที่แถลงข่าวประมาณสามสิบนาทีเห็นจะได้ หล่อนอำพรางตนเองไม่ให้ใครจำได้ เข้าไปในห้องประชุมโดยไม่มีผู้ใดสงสัย
“โอ๊ะ คุณนลิน ซวยแล้ว”
มีคนเห็นหล่อนทว่าไม่ทันเสียแล้ว เมื่อหล่อนพรวดเข้าไปด้วยสีหน้าแววตาเอาเื่
“พูดใหม่สิ อย่ามาตอแหลหน่อยเลยนังภัค แกต่างหากที่เป็คนอ่อยคุณตุล” พร้อมกับถอดแว่นตาออก จึงทำให้ทุกคนได้รู้ว่าหล่อนเป็ใคร
ภัคธีมาเบิกตากว้างด้วยความใเล็กน้อย พร้อมกันนั้นก็เลิกคิ้วคล้ายจะถาม ก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า
“ฉันไม่ได้อ่อยนะ ไม่เคยคิดแบบที่คุณนลินคิด”
วาจาเชือดนิ่มๆ ของภัคธีมาทำให้นลินญาตาแทบลุกเป็ไฟ ก่อนหัวเราะชอบใจอย่างเหยียดหยาม ในขณะที่นักข่าวหยุดชะงักทว่าคลิปยังดำเนินการต่อไป
“ไม่ได้อ่อย แต่คงจะเป็สันดานที่ชอบแรดสินะ ั้แ่เธอเข้ามาทุกอย่างก็เปลี่ยนไปหมด เริ่มจากคุณตุลที่สนใจเธอนัก”
“อย่าบอกนะว่าคุณหึงฉันกับบอส เราก็แค่เพื่อนกันค่ะ”
“ไปหลอกเด็กเถอะ” ขาดคำนลินญาได้เงื้อมมือขึ้นมา เธอจงใจสาดน้ำกรดใส่อีกฝ่าย
“ว้าย คุณดนัย”
ภัครดนัยที่เห็นก็พรวดเข้ามาขวางทันที เพราะตุลธรนั่งอยู่จึงลุกมาไม่ทัน
เวลาเดียวกันที่ร้านกาแฟก็กำลังดูข่าวนี้อยู่ รวิสรากำลังชงกาแฟให้ลูกค้าถึงกับชะงักกึก เบิกตากว้างอย่างใเมื่อในข่าวเห็นร่างแฟนหนุ่มขวางกลางแบบนั้นจนเสียเสื้อตัวนอกขาดเป็รูพรุน
ร่างดนัยทรุดลงพร้อมกับที่ภัคธีมาประคองเขา
“คุณดนัยคะ คุณดนัย”
และที่ร้านกาแฟมีคนร้องกรี๊ดมาเมื่อเห็นรวิสราเป็ลมเข้าเสียก่อน
“ว้าย ยายวิ วิ”
ร่างของรวิสราถูกพาออกมาเพื่อรับลม เพื่อนๆ เธอต่างเป็ห่วงเธอที่จู่ๆ เป็ลมไปต่อหน้าเช่นนี้
ทางด้านภัคธีมาถึงกับหน้าซีดเผือด ตุลธรจึงเอ่ยขึ้นว่า
“ผมไล่คุณออกแล้วนะนลิน แต่คุณยังมาทำร้ายคนของผมอีก”
“ภัคจะเป็ลมค่ะ คุณดนัยเป็ยังไงบ้างคะ” ภัคธีมาถามเสียงสั่นๆ ในขณะที่ร่างบางโงนเงนไปมา เพราะเธอไม่คิดว่าภัทรดนัยเข้ามาขวาง แทนที่จะเป็ตุลธรที่เข้ามาช่วย
มือเรียวเย็นจับแขนเขาก่อนเป็ลมไป แต่นลินญากลับยิ้มเยาะเย้ยใส่ร่างภัคธีมา
“เล่นละครเก่งจริงๆ แม่คุณ”
“เรียกรถพยาบาลทีครับ และเรียกตำรวจด้วยนะครับ ผมจะจับคุณนลินเข้าคุก ข้อหาทำร้ายร่างกายคนของผม”
นลินญาได้ยินถึงกับใ เพราะผิดแผนที่ตนเองวางไว้
“ดิฉันไม่ผิดนะคะ บอส ว้าย ปล่อยนะ ปล่อยฉันปล่อยฉัน”
มือบางถูกจับไขว้หลังด้วยคนของเขา นักข่าวจึงให้ตากล้องถ่ายภาพเ้าหล่อนรัวๆ แล้วก็พากันกลับไปเมื่อเหตุการณ์สงบลง
แต่ในห้องยังมีบุคคลทั่งสี่จนกระทั่งรถพยาบาลมาพาสองคนไปพร้อมกับรถตำรวจจับเอานลินญาไปเข้าคุก
“แล้วคุณจะเสียใจที่เลี้ยงงูพิษอย่างนังภัค ฉันเตือนคุณแล้วนะบอส”
นั่นเป็คำพูดของนลินที่โวยวายใส่ตุลธรก่อนจบลงที่ซังเตจนได้
แล้วรวิสราได้สติขึ้นมา หญิงสาวจึงลางานไปดูอาการภัทรดนัยที่โรงพยาบาลซึ่งอยู่ไม่ไกลจากร้านคาเฟ่ที่เธอทำงานเท่าไหร่นัก
“เป็อะไรมากหรือเปล่าคะ คุณดนัย” รวิสราถามเขาด้วยท่าทีที่ห่วงใย ในขณะที่ภัทรดนัยพึมพำว่า
“คุณวิ หรือว่าเราฝันไปนะ”
รวิสราหัวเราะคิกก่อนจะตอบว่า
“วิเองค่ะ ตัวจริงเสียงจริง”
“คุณวิ! คุณต้องทำงานนี่ครับ” ภัทรดนัยเอ่ยถามอย่างแปลกใจ หลังกอดแฟนสาว
“ก็วิเห็นข่าวเลยใ เลยมาโรงพยาบาลนี้ค่ะ แล้วภัคล่ะคะ”
“นายตุลคงดูแลมั้งครับ”
“พูดแปลกๆ นะคะ หมายความว่ายังไงคะ”
รวิสราขมวดคิ้วถามเขาอย่างสงสัย ภัทรดนัยจึงตอบว่า
“เขาคงชอบคุณภัคมั้งครับ”
“หา!” หญิงสาวตาโตด้วยความใ ก่อนจะแอบคิดในใจ
‘อะไรกันนี่! ภัคทำแผนสำเร็จแล้วเหรอ นี่อย่าบอกนะอย่าเสียตัวให้คุณตุลแล้ว โธ่! ภัคเอ๊ย’
“คุณวิครับ” ภัทรดนัยเรียกอีกฝ่ายเมื่อเห็นว่าเธอเงียบไปสักพัก
รวิสราได้สติจึงหันไปมองเขา
“คะ คะ มีอะไรหรือเปล่าคะ”
“เมื่อกี้คุณวิเป็อะไรครับ เห็นเงียบไป”
“เอ่อ ปละ เปล่าค่ะ งั้นวิขอตัวไปเข้าห้องน้ำสักครู่นะคะ พอดีปวดท้องน่ะค่ะ” เอ่ยจบเธอก็ลุกไปเข้าห้องน้ำทันที โดยมีสายตาของคนที่นอนอยู่บนเตียงคนไข้มองตามอย่างสงสัย
“คุณวิเป็อะไรนะ ท่าทางแปลกๆ”
ในห้องน้ำ…รวิสราหยิบมือถือออกจากกระเป๋าสะพายแล้วกดโทร.หาเพื่อนรัก ทว่ากลับไม่รับสายเธอเลย นั่นทำให้รู้สึกกระวนกระวายใจด้วยความเป็ห่วงอีกฝ่าย
“ภัคนะภัค เธอมัวทำอะไรอยู่เนี่ย รู้หรือเปล่าว่าฉันเป็ห่วงเธอขนาดไหน”
เวลาเดียวกัน…คนที่รวิสราเพิ่งจะพูดถึงก็กำลังนอนพักอยู่ในห้องฉุกเฉิน ั์ตาค่อยๆ ปรือขึ้นหลังจากได้สติ ก่อนจะกลอกมองไปมารอบๆ ห้อง แล้วมาหยุดที่ตุลธรซึ่งนั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียง
“อ้าว! คุณตุลเองเหรอคะ”
“ครับ ผมเอง” เขาพยักหน้า “ว่าแต่คุณเป็ยังไงบ้าง ยังปวดหัวอยู่มั้ย”
“ยังรู้สึกมึนๆ อยู่นิดหน่อยค่ะ”
แล้วคุณหมอก็เข้ามาดูอาการ
“คนไข้รู้สึกตัวแล้วเหรอครับ”
“ค่ะ”
“ที่คนไข้เป็ลม…สาเหตุน่าจะมาจากความเครียดครับ เพราะเมื่อคนเราเครียดมากๆ ก็จะทำให้เวียนศีรษะแล้วก็เป็ลมไป แต่โดยรวมไม่มีอะไรน่าเป็ห่วงครับ เชิญรับยาที่เคาน์เตอร์แล้วก็กลับบ้านได้เลยครับ” คุณหมอบอกอาการเสร็จก็เดินออกไป
“คุณไม่ต้องเครียดอีกแล้วนะ ต่อไปนี้จะไม่มีทำอะไรคุณได้อีก เพราะผมจะปกป้องคุณด้วยชีวิตของผมเอง” เขาเอ่ยคำมั่นสัญญากับเธอ
ภัคธีมาคิดในใจว่า
‘ใช่! นายต้องชดใช้กรรมด้วยชีวิตของนาย แลกกับความผิดที่นายก่อไว้กับพี่ชายของฉัน ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเพราะนาย เพราะนายคนเดียว’
“ขอบคุณค่ะ” เธอกัดฟันพูดคำว่า ‘ขอบคุณ’
“ไปรับยาดีกว่าครับ เดี๋ยวผมจะประคองคุณไป”
“ไม่เป็ไรค่ะ ฉันเดินไหว” เธอลุกจากเตียง ยืนขึ้นด้วยท่าทีปกติ ไม่มีอาการโงนเงนแต่อย่างใด
“แน่ใจนะว่าไหว” เขาถามเพื่อความแน่ใจ
หญิงสาวพยักหน้ายืนยัน
“ค่ะ ไหวค่ะ เอ่อ…คุณตุลคะ”
“ว่ายังไงครับ” เขาเลิกคิ้วสูงถาม
“หลังจากรับยาเสร็จ เราแวะไปเยี่ยมคุณดนัยด้วยมั้ยคะ”
“ได้สิครับ” ตุลธรตอบรับทันที
“ถ้าอย่างนั้นก็ไปกันเถอะค่ะ”
แล้วทั้งคู่ก็เดินออกไปจากห้องฉุกเฉินเพื่อที่จะไปรับยาที่เคาน์เตอร์จ่ายยาก่อนกลับบ้านนั่นเอง
รวิสราบอกภัทรดนัยว่าจะออกไปซื้อโจ๊กให้เขาทาน เพราะเขาบ่นว่าข้าวโรงพยาบาลไม่ถูกปาก เธอจึงออกไปหาอย่างอื่นมาให้ทานแทน
เมื่อซื้อเสร็จหญิงสาวก็กลับเข้าโรงพยาบาล ระหว่างเดินไปที่ห้องพักฟื้นของภัทรดนัยเธอก็กดมือถือโทร.หาภัคธีมา แต่ปรากฏว่าปลายสายไม่มีใครรับสายเลย เธอจึงขมวดคิ้วมุ่น
“ภัคนะภัค มัวทำอะไรอยู่ ไม่รับสายฉันอีกแล้ว”
ทว่าเมื่อเดินมาถึงหน้าเคาน์เตอร์จ่ายยาเธอก็หันไปเจอคนที่เพิ่งจะกล่าวถึงเมื่อสักครู่ เธอถึงกับยิ้มกว้างเลยทีเดียว
“เจอตัวเสียทีนะ ภัคธีมา” ก่อนจะเดินฉับๆ เข้าไปหาอีกฝ่ายที่นั่งอยู่ตรงเก้าอี้ด้านหน้า และนั่งลงข้างๆ “ภัค…”
“อ้าว! วิ” เมื่อภัคธีมาเห็นเพื่อนรักก็ถึงกับยิ้มแป้นด้วยความดีใจ
ทั้งสองโผกอดกันด้วยความคิดถึงหลังจากไม่ได้เจอกันนานแรมปี และโชคดีที่ตุลธรไม่ได้อยู่ตรงนี้ด้วย เขาไปเข้าห้องน้ำเพราะท้องเสีย จึงสะดวกที่รวิสราจะคุยบางเื่กับเพื่อน
“ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ เธอเปลี่ยนไปเยอะเลยรู้มั้ย” รวิสราเอ่ยขึ้นหลังคลายอ้อมกอดจากกันแล้ว ในขณะที่อีกฝ่ายถึงกับเลิกคิ้วขึ้นสูงเลยทีเดียว
“ฉันเปลี่ยนไปยังไงเหรอยะ ฉันก็ยังเป็ภัคธีมาคนเดิมนี่ละ”
“ไม่เหมือนเดิมก็ตรงที่แต่งตัวเซ็กซี่นี่ละ ภัคธีมาคนเดิมที่ฉันเคยรู้จักเธอชอบแต่งตัวเรียบร้อย ไม่แต่งตัวหวาบหวามแบบนี้”
“เธอก็รู้นี่ ว่าทุกอย่างที่ทำให้ฉันเปลี่ยนไปขนาดนี้สาเหตุมันเกิดมาจากอะไร”
“ฉันว่าเห็นทีเรามีเื่ต้องคุยกันยาวเลย ถ้าจะให้นั่งคุยตรงนี้ต่อคงไม่สะดวก เดี๋ยวพอฉันเอาโจ๊กไปให้แฟนของฉันเสร็จ เราไปนั่งคุยกันที่ร้านกาแฟนอกโรงพยาบาล”
“แฟน?” เธอเบิกตากว้าง “แหม เดี๋ยวนี้มีฟงมีแฟนแล้วเหรอยะ ไหนใครบอกฉันว่าจะอยู่เป็โสดจนตายไง”
“บางทีคนเรามันก็เปลี่ยนความคิดกันได้ปะ เอาละ ช่างเถอะ ฉันขอตัวเอาโจ๊กไปให้แฟนก่อนนะ ส่วนเธอ ถ้ารับยาเสร็จก็ไปนั่งรอที่ร้านกาแฟเลยจ้ะ”
“ได้สิ” ภัคธีมาพยักหน้า
แล้วรวิสราก็ลุกเดินออกไป สวนกับตุลธรที่เดินกลับมาหาภัคธีมาพอดี หลังจากทำธุระส่วนตัวในห้องน้ำเสร็จแล้ว
“ได้รับยาหรือยังครับ” ชายหนุ่มเอ่ยถาม ในขณะที่อีกฝ่ายส่ายหน้าเบาๆ
“ยังเลยค่ะ ยังไม่ถึงคิว”
“เอ…ทำไมนานจังนะ”
“คุณไปเยี่ยมคุณดนัยรอฉันก็ได้นะคะ พอดีฉันบังเอิญเจอเพื่อนเก่าที่ไม่ได้พบกันมานานมาก เราสองคนมีเื่อยากจะคุยกันเยอะเลยค่ะ ก็เลยนัดกันว่าจะไปนั่งคุยที่ร้านกาแฟนอกโรงพยาบาลหลังจากรับยาเสร็จ”
“งั้นเหรอครับ”
“ค่ะ”
“งั้นผมจะไปอยู่คุยกับนายดนัยรอนะครับ ถ้าคุณเสร็จธุระกับเพื่อนแล้วก็โทร.ตามผมแล้วกัน”
“ได้ค่ะ”
“ผมขอตัวก่อนนะครับ” เอ่ยจบเขาก็ลุกเดินออกไปทันที โดยมีสายตาของภัคธีมามองตามอย่างเศร้าๆ
“ตอนนี้หัวใจของฉันเป็อะไรนะ ทำไมรู้สึกหวั่นไหวแปลกๆ ยามที่อยู่ใกล้นายตุลธร ไม่! เราจะรู้สึกแบบนั้นกับฆาตกรที่ฆ่าพี่พงศ์ไม่ได้ เราต้องเกลียดเขาถึงจะถูกสิ ใช่! ต้องรู้สึกเกลียดเขา”