วิวาห์(ไม่)ไร้รัก

    ตอนที่ 6

            “ใจคอแกจะไม่ยกมือไหว้พ่อไหว้แม่ก่อนเลยหรือหรือว่าไปอยู่เมืองนอกนานจนลืมไปหมดแล้วว่าวัฒนธรรมของคนไทยนั้นมันเป็๲ยังไง”

             ชายวัยเจ็ดสิบห้าปีผู้เคยมีอำนาจอยู่ในระดับประเทศเอ่ยถามกับบุตรชายคนเดียวเสียงขุ่น มันทำให้ชายหนุ่มได้รู้สึกตัวว่าตัวเองกำลังอยู่ที่ไหน เขารีบคุกเข่าเข้าไปกราบทั้งบิดาและมารดาที่ตักทันที ก่อนถอยออกมานั่งยังโซฟาอีกตัวที่อยู่ตรงข้ามกับท่านทั้งสองอย่างตั้งใจที่จะพูดเ๹ื่๪๫สำคัญด้วยจริงๆ

            “แม่ว่ากฤติพึ่งมาถึงเหนื่อยๆ ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนดีไหมลูก  เ๱ื่๵๹อะไรเอาไว้คุยกันตอนเย็นๆก็ได้”

            คุณหญิงเกศกนกรีบกล่าวขึ้นเมื่อเห็นว่าทั้งสามีและลูกต่างก็กำลังร้อนด้วยกันทั้งคู่

            “ผมคงยังไปทำอะไรไม่ได้หรอกครับ  ถ้าหากยังไม่ได้รับรู้รายละเอียดเกี่ยวกับเ๱ื่๵๹ที่คาใจอยู่นี้ให้ถ่องแท้เสียก่อน”

            ชายหนุ่มกล่าวอย่างคนที่เอาแต่ใจตัวเองจนเคยตัว

            “แกมีปัญหาอะไรก็ลองว่าไปสิ”

            เมื่อบิดาถามออกมาตรงๆอย่างนั้น  ภัทรกฤติก็ตอบออกไปอย่างตรงๆเช่นกัน

            “ผมอยากรู้ว่าทำไมคุณพ่อกับคุณแม่ถึงต้องบังคับให้ผมรีบแต่งงานด้วย”

            “เพราะฉันแก่มากแล้วไงล่ะ  จะตายวันตายพรุ่งก็ยังไม่รู้และฉันก็คงจะนอนตายตาไม่หลับถ้าหากแกยังทำตัวไม่เป็๞โล้เป็๞พายอยู่อย่างนี้”

            “โธ่ คุณพ่อครับ  คุณพ่อกับคุณแม่ยังแข็งแรงดีอยู่เลย”

            ชายหนุ่มทำเสียงอย่างอ่อนใจในความคิดมากของบุพการีทั้งสอง

            “ฉันน่ะ  อายุเจ็ดสิบห้าแล้วน่ะแม่ของแกก็เจ็ดสิบ  แกคิดว่าทั้งพ่อและแม่จะอยู่คอยดูแลจัดระเบียบชีวิตให้แกไปได้อีกสักกี่ปี”

            ท่านพิพัฒน์กล่าวกับบุตรชายเสียงเครียด

            “ผมโตแล้วนะครับคุณพ่อ   ผมดูแลตัวเองได้”

            ชายหนุ่มกล่าวอย่างดื้อดึง

            “อะไรคือการดูแลตัวเองได้ในความหมายของแกล่ะ  ถ้าหมายถึงการดูแลตัวเองไม่ให้ถึงกับต้องอดตายได้ละก็ ฉันเชื่อ เพราะหมามันยังไม่ยอมอดตายเลย   แต่มันคงไม่ได้หมายความว่าแกจะสามารถรักษาชื่อเสียงของวงศ์ตระกูลและทรัพย์สมบัติที่สั่งสมกันมาแต่ปู่ย่าตายายเอาไว้ได้อย่างสมเกียรติ์หรอก บอกตรงๆว่าฉันไม่อยากให้ผีบรรพบุรุษมาแช่งชักหักกระดูกว่าทรัพย์สมบัติที่พวกท่านอุตส่าห์สร้างสมมานับร้อยปีต้องมาหมดสิ้นไปเพราะลูกของฉันเป็๲คนล้างผลาญ”

            “แล้วคุณพ่อคิดว่าการแต่งงานมันจะช่วยอะไรได้งั้นหรือครับ”

            ชายหนุ่มย้อนถามอย่างสุดเซ็ง

            “ช่วยได้สิ  ในเมื่อฉันจะเลือกผู้หญิงที่ดี  ที่ฉันมั่นใจว่าจะดูแลหลานของฉัน  ทรัพย์สมบัติของฉันได้เป็๞อย่างดีให้มาแต่งงานกับแก ไม่ปล่อยให้แกไปคว้าเอาพวกผู้หญิงที่ดีแต่สวยอย่างเดียวแต่ทำอะไรไม่เป็๞โล้ไม่เป็๞พายที่แกควงร่อนไปร่อนมาอยู่นั้นมาเป็๞เมียไงล่ะ”

            “แต่คุณพ่อครับ...”

            “ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว  เตรียมตัวแต่งงานกับผู้หญิงที่ฉับกับแม่แกหาให้ซะอ๋อ  แล้วก็อย่าลืมเข้าไปเรียนรู้งานเพื่อที่จะดูแลกิจการบริษัทของฉันซะด้วย เพราะอีกหน่อยมันก็จะต้องตกเป็๞ของแก”

             ท่านพิพัฒน์กล่าวจบก็ลุกขึ้นเดินหนีไปทันทีอย่างไม่สบอารมณ์ในตัวของบุตรชาย

            “คุณแม่  คุณแม่ดูคุณพ่อสิครับ ทำไมคุณพ่อจะต้องทำกับผมอย่างนี้ด้วย”

            เมื่ออยู่กันตามลำพัง  ภัทรกฤติก็โวยวายเอากับผู้เป็๲มารดาทันที

            “ก็ถ้าคุณพ่อไม่ทำอย่างนี้  ลูกจะยอมกลับมาอยู่บ้านเราไหมล่ะ”

            คุณหญิงเกศกนกกล่าวอย่างหนักใจอยู่ไม่น้อยเหมือนกันเมื่อเห็นบุตรชายยังแสดงอาการต่อต้านความประสงค์ของบิดากับมารดาอยู่อย่างนี้