ขอโทษที พอดีบรรพจารย์ผมเป็นเจ้าแห่งยมโลก [นิยายแปล]

    บทที่ 97 หมดหนทาง เราทำเต็มที่แล้ว

    อาจารย์พูดเช่นนี้ทำให้ผมมึนงงไปชั่วขณะ

            “อาจารย์ อธิบายให้ชัดเจนหน่อยได้ไหมหมายความว่ายังไงที่บอกว่าวิญญาณของเธอหายไปนานแล้ว? แต่เธอเพิ่งหยุดหายใจไปเมื่อครู่นี้เองนะ!”

            อาจารย์มองไปยังหลี่เสี่ยวหมิ่นที่กำลังได้รับการช่วยเหลือจากแพทย์และพยาบาลในห้องไอซียูก่อนตอบอย่างเย็นชา “ถึงร่างของเด็กคนนี้จะถูกช่วยกลับมาได้แต่ดวงวิญญาณของเธอไม่ได้กลับมาด้วย แค่เพียงเพราะอายุขัยของเธอยังไม่หมดสิ้นจึงยังมีลมหายใจรั้งร่างเอาไว้เท่านั้น แต่เพราะวิญญาณหายไปนานเกินไป ลมหายใจสุดท้ายนี้คงอยู่ได้อีกไม่นาน เมื่อมันหมดลง ร่างกายของเธอจะตาย และเธอก็จะจากไปจริงๆ...”

            เมื่อได้ยินเช่นนี้ผมก็เข้าใจความหมายของอาจารย์ทันที

            จากน้ำเสียงที่ฟังดูมั่นใจผมรับรู้ได้ว่าอาจารย์ต้องมีวิธีช่วยหลี่เสี่ยวหมิ่นให้รอด จึงรีบถามทันที “อาจารย์ถ้างั้นเราจะช่วยเธอได้ยังไงบ้าง ทำยังไงถึงจะยื้อชีวิตของเธอได้”

            อาจารย์ยืนกอดอกสีหน้ายังคงนิ่งสงบ “ง่ายมาก ไปหาไส้เดือนมาให้ฉันสองสามตัวก็พอฉันมีวิธีช่วยเธอ”

            เมื่อได้ยินอาจารย์พูดแบบนั้นผมหันไปมองห้องไอซียูที่ทีมแพทย์กำลังพยายามช่วยชีวิตหลี่เสี่ยวหมิ่นอยู่แล้วหันหลังรีบวิ่งลงไปข้างล่างโดยไม่ลังเล

            บริเวณโดยรอบโรงพยาบาลสะอาดมากไม่มีเศษดินหรือพื้นดินให้ขุดหาไส้เดือน

            สุดท้ายผมจึงต้องไปที่แปลงดอกไม้ข้างทาง

            ดินที่นี่อุดมสมบูรณ์มีไส้เดือนอาศัยอยู่เยอะ

            ผมใช้กิ่งไม้ขุดเพียงไม่กี่ครั้งก็หาไส้เดือนขนาดใหญ่ได้หลายตัว

            ระหว่างนั้นผู้คนที่เดินผ่านไปมาต่างมองผมด้วยสายตาแปลกประหลาด

            แต่ผมไม่สนใจสายตาของพวกเขา

            ในฐานะแพทย์การช่วยชีวิตคนคือหน้าที่สูงสุด

            ยิ่งไปกว่านั้นวันนี้เรามาที่นี่ในฐานะผู้รับจ้าง และผู้ป่วยก็คือเพื่อนร่วมชั้นของผมเอง

            เมื่อได้ไส้เดือนมาแล้วผมรีบกลับไปยังห้องวีไอพี

            แต่พอถึงหน้าประตูเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยกลับไม่ยอมให้ผมเข้าไปเพราะผมไม่มีสายรัดข้อมือสำหรับเข้าออกห้องพิเศษ

            ผมไม่คิดเสียเวลาถกเถียงกับเขาวิ่งพรวดเข้าไปข้างในทันที

            เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตะโกนไล่ตามมา แต่ไม่นานนักคนขับรถของหลี่เชาไห่ เสี่ยวอู๋ก็เข้ามาขวางไว้

            ผมไม่แม้แต่จะเหลียวกลับไปมองรีบเข้าไปหาอาจารย์ทันที

            “อาจารย์ ได้ของมาแล้ว!”

            อาจารย์มองดูไส้เดือนในมือของผมก่อนพยักหน้า “ดี ตามฉันมา!”

            ผมรีบเดินตามอาจารย์เข้าไปในห้องไอซียู

            ภายในห้องเต็มไปด้วยความโกลาหลทีมแพทย์และพยาบาลช่วยชีวิตหลี่เสี่ยวหมิ่นมานานกว่าสิบนาทีแล้วแต่ก็ยังไม่มีวี่แววว่าอาการของเธอจะดีขึ้น

            ในกรณีทั่วไปภาวะหัวใจหยุดเต้นมีช่วงเวลาทองในการช่วยชีวิตเพียงห้านาทีเท่านั้น

            หากเกินเวลานี้ไปสมองจะเริ่มได้รับความเสียหาย

            หลังจากสิบนาทีผ่านไปความเสียหายจะรุนแรงมากขึ้น และถึงแม้จะช่วยให้รอดได้ก็มีโอกาสสูงที่ผู้ป่วยจะกลายเป็นเจ้าหญิงนิทรา

            แต่ตอนนี้พวกเขาทำการช่วยชีวิตมานานกว่าสิบห้านาทีแล้ว

            สีหน้าของหลี่เชาไห่ซีดเผือด

            หมอเจ้าของไข้ถอนหายใจก่อนจะลดเครื่องกระตุ้นหัวใจลง

            เมื่อเห็นเช่นนั้นแพทย์และพยาบาลทุกคนต่างเงียบไป

            ทุกคนรู้ดีว่ามันหมายถึงอะไร

            ความพยายามล้มเหลวทางการแพทย์หมายความว่าผู้ป่วยเสียชีวิตแล้ว

            หลี่เชาไห่เห็นหมอหยุดมือก็ตะโกนลั่น “พวกคุณจะหยุดทำไม!ทำไมถึงหยุด! ช่วยลูกสาวผมต่อสิ ช่วยเธอด้วย!

            “ผมมีเงิน!มีเงินมากมาย! ช่วยเธอสิ! ได้โปรดเถอะ!”

            น้ำเสียงของเขาสั่นเครือจะยืนยังแทบไม่ไหว

            หมอเจ้าของไข้เดินเข้ามาหาเขาพร้อมกล่าวด้วยน้ำเสียงเศร้าใจ

            “ขอโทษด้วยครับคุณหลี่...พวกเราทำเต็มที่แล้ว”

            เมื่อได้ยินคำพูดนี้หลี่เชาไห่แทบทรุดลงไปตรงนั้น โชคดีที่ลูกน้องช่วยพยุงไว้ทัน

            “ท่านประธาน!ได้โปรดตั้งสติครับ!”

            “ท่านประธานอย่าเพิ่งท้อสิครับ!”

            ลูกน้องของเขาพยายามปลอบใจ

            ขณะเดียวกันอาจารย์ซ่งก็เดินเข้ามาในห้อง

            เมื่อหลี่เชาไห่เห็นอาจารย์เขาเหมือนคนที่พบฟางเส้นสุดท้ายของชีวิต

            “อาจารย์ซ่ง...อาจารย์ซ่ง! ช่วยลูกสาวผมด้วย ได้โปรดเถอะครับ!”

            น้ำตาของเขาไหลเป็นสายเขาคว้ามืออาจารย์แน่นราวกับจะไม่ปล่อยไปไหน

            เขาไม่ได้สนใจอีกแล้วว่าตัวเองเป็นถึงประธานบริษัทที่มีชื่อเสียงระดับประเทศ

            เขายอมอ้อนวอนขอร้องอาจารย์ซ่งอย่างไม่เหลือศักดิ์ศรี

            ในตอนนั้นเองเสี่ยวอู๋ คนขับรถของหลี่เชาไห่ก็รีบวิ่งตามเข้ามาในห้อง

            เสี่ยวอู๋ที่ยืนอยู่ข้างๆรีบกล่าวเสริม “อาจารย์ซ่ง ท่านเป็นปรมาจารย์ที่เก่งที่สุดในแถบนี้ ท่านต้องช่วยคุณหนูให้ได้นะครับ ได้โปรดเถอะ!”

            อาจารย์เพียงพยักหน้าเล็กน้อยโดยไม่กล่าวอะไร

            แต่แพทย์และพยาบาลที่อยู่รอบๆกลับมองเขาด้วยสายตาแปลกประหลาด

            พูดตามตรงก่อนหน้านี้ผมเองก็ไม่เชื่อเรื่องพวกนี้

            ผมเข้าใจดีว่าคนในวงการแพทย์มักจะรังเกียจพวกผู้ใช้ไสยเวทเห็นว่าเป็นพวกงมงาย

            แต่ดูเหมือนอาจารย์จะไม่สนใจสิ่งเหล่านั้นเลย

            เขาหันไปพูดกับหลี่เชาไห่ด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “คุณหลี่วางใจเถอะ ในเมื่อซ่งเต๋อไฉมาถึงที่นี่แล้ว ย่อมไม่กลับไปมือเปล่าแน่นอน”

            พูดจบ อาจารย์หันไปทางทีมแพทย์ที่กำลังช่วยชีวิตอยู่ “ทุกท่านลำบากแล้ว จากนี้ไปปล่อยให้เป็นหน้าที่ผมเถอะ!”

            คำพูดของอาจารย์ทำให้แพทย์และพยาบาลที่อยู่รอบๆหันมามองเขาเป็นตาเดียว

            เนื่องจากพวกเขาได้ทำการช่วยชีวิตมานานและไม่ประสบความสำเร็จจึงไม่มีใครพูดอะไรต่อ

            อาจารย์เดินตรงไปยังเตียงของหลี่เสี่ยวหมิ่น

            ห้องไอซียูสำหรับวีไอพีมีขนาดกว้างขวาง

            ระหว่างที่อาจารย์ก้าวเดินเข้าไปแพทย์และพยาบาลที่อยู่สองข้างต่างหลีกทางให้โดยไม่รู้ตัว

            หมอเจ้าของไข้เห็นดังนั้นก็กระซิบกับหลี่เชาไห่ด้วยน้ำเสียงจริงจัง “คุณหลี่พวกเราทำเต็มที่แล้ว ได้โปรดเชื่อมั่นในทีมแพทย์ของเรา อย่าไปเชื่อคำพูดของพวกงมงาย นี่มันเป็นการลบหลู่คนตาย...”

            แต่ยังไม่ทันที่เขาจะพูดจบหลี่เชาไห่ก็ระเบิดอารมณ์ทันที

            เขาถลึงตามองหมอด้วยดวงตาแดงก่ำตะโกนลั่น “ไสหัวไป! พวกแกเพิ่งจะประกาศว่าลูกสาวฉันตายไปแล้ว! แล้วจะให้ฉันไปเชื่อใครอีก!!”

            คำพูดนี้ทำให้หมอศีรษะล้านผู้เป็นเจ้าของไข้ไปไม่เป็นทันที

            อาจารย์เดินมาถึงข้างเตียงของหลี่เสี่ยวหมิ่น

            เธอถูกถอดหน้ากากออกซิเจนออกไปแล้วใบหน้าซีดเผือด แก้มตอบ และเบ้าตาคล้ำลึก

            อาจารย์ไม่พูดอะไรแม้แต่คำเดียวเขาหยิบไส้เดือนสองสามตัวจากมือของผมไป

            ทุกคนในห้องต่างมองด้วยความงุนงงไม่เข้าใจว่าเขาจะทำอะไรกับไส้เดือน

            พยาบาลหญิงบางคนถึงกับแสดงสีหน้ารังเกียจ

            อาจารย์บีบไส้เดือนในมือจนพวกมันแหลกเละของเหลวหยดดัง “แปะๆๆ” 

            มันดูน่าสะอิดสะเอียนมากหลายคนทำหน้าขยะแขยง

            แต่ดูเหมือนอาจารย์จะไม่สนใจสายตาของพวกเขา

            เขาใช้นิ้วแตะของเหลวจากไส้เดือนแล้วพึมพำบางอย่าง ก่อนจะเริ่มวาดลงบนหน้าผากของหลี่เสี่ยวหมิ่น

            นี่คือยันต์บางอย่าง

            แต่ผมไม่รู้ว่ามันคือยันต์แบบไหนได้แต่ยืนดูอยู่ข้างๆ

            อาจารย์วาดอย่างรวดเร็ว เขาร่างสัญลักษณ์บางอย่างบนหว่างคิ้วของหลี่เสี่ยวหมิ่นด้วยน้ำจากไส้เดือน

            จากนั้นอาจารย์พนมมือก่อนจะผสานหลากหลายมุทราอย่างรวดเร็วพร้อมกับท่องคาถาบางอย่าง

            จนกระทั่งวินาทีสุดท้ายเสียงของอาจารย์ดังขึ้นเป็นคำสั่ง “มนุษย์ขวางด้วยกระดาษ วิญญาณขวางด้วยภูผา หมื่นอาถรรพ์มิอาจผ่านพันอาถรรพ์มิอาจรุก เร่งรัดดุจโองการสวรรค์ บัญชา!”

            ทันทีที่คำสั่งถูกเปล่งออกมาอาจารย์ใช้นิ้วชี้และนิ้วกลางแตะลงบนหน้าผากของหลี่เสี่ยวหมิ่น

            ร่างของเธอที่เคยเย็นชืดเหมือนคนตายกลับกระตุกขึ้นมาทันที

            เธอสูดลมหายใจเข้าลึกพร้อมกับเปล่งเสียงต่ำและแหบพร่า

            เสียงนั้นลากยาวอย่างผิดธรรมชาติ

            ขณะเดียวกันร่างของเธอที่นอนนิ่งอยู่ก็แอ่นขึ้นอย่างประหลาดราวกับมีพลังบางอย่างฉุดรั้ง

            ภาพนี้ทำให้ทุกคนตกตะลึง

            แม้แต่ผมเองก็ไม่คาดคิดว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น

            ทีมแพทย์และพยาบาลที่อยู่รอบๆต่างสะดุ้งเฮือก

            ลูกน้องของหลี่เชาไห่ถึงกับอุทานเสียงดัง 

            “ขะ...ขยับแล้ว!”

            “ท่านประธาน!คุณหนูฟื้นแล้ว!”


             

    คล้ายกับเรื่องขอโทษที พอดีบรรพจารย์ผมเป็นเจ้าแห่งยมโลก [นิยายแปล] ที่คุณอ่าน