เธอนะใจร้าย heartless

    ตอนที่ 42

    “พี่อาทิตย์คับ คือรินทร์จะกลับคอนโด~” เมื่อขึ้นมาบนรถได้ผมก็ตัดสินใจบอกความต้องการของตัวเองออกไปทันที


    “ครับ” พี่อาทิตย์ตอบรับผมเสียงนิ่งมาก เมื่อผมตัดสินใจบอกพี่อาทิตย์ออกไปว่าจะกลับไปนอนที่คอนโดตัวเอง หลังจากนั้นระหว่างเราก็ไม่มีบทสนธนาใดๆ เกิดขึ้นอีก เราต่างนั่งเงียบกันมาตลอดทาง ไม่มีเสียงเพลงในรถ ที่นั่งระหว่างคนขับกับด้านหลังถูกปิดกั้นไว้ ยิ่งทำให้บรรยากาศในรถยิ่งเงียบเฉี่ยบขึ้นไปอีก เขานั่งกอดอกมองไปข้างนอกหน้าต่างตลอดบ้างก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมากด เขาดูเหมือนกำลังใช้ความคิดอยู่ตลอด จนผมไม่กล้าชวนคุย ได้แต่ขยับตัวออกมานั่งมองออกไปนอกหน้าต่างรถบ้าง บรรยากาศบนท้องถนนยามค่ำคืนคงไม่ต่างไปจากทุกวัน ผมไม่เข้าใจว่าข้างนอกหน้าต่างบนถนนนั่นมีอะไรให้พี่สนใจมองมากกว่าจะหันมาคุยกัน งึ ถ้ายังไม่คุยด้วยผมจะงอนแล้วนะ รินทร์เผลอหลับบนรถจนโยนเงนศรีษะไปมา


    “นอนบนไหล่พี่ไหม” น้องเม้มปากแต่ก็ขยับเข้ามาจนชิดตัวอาทิตย์เขาจับศรีษะน้องพิงบนไหล่เขา


    “พี่อาทิตย์ผมไปก่อนนะครับ” รถแล่นเข้ามาจอดหน้าคอนโด พอดีกับที่คนตัวเล็กขยับตัวตื่น ก็เจอว่าอาทิตย์มองมาอยู่พอดี รินทร์ขยับนั่งตัวตรง เมื่อเห็นว่าคนเป็นผู้ใหญ่ไม่ได้พูดอะไร รินทร์ก็เลยหันไปไหว้ลาแต่พอจะลงจากรถประตูกลับเปิดไม่ได้ จึงหันไปมองเขาที่กำลังมองกันอยู่พอดี ผมไม่อยากให้ระหว่างเรามันมีบรรยากาศชวนอึดอัดแบบนี้เลยจริงๆ นะ แต่แล้วจู่ๆ เขาก็คว้าเอวผมมากอด ผมก็นั่งนิ่งให้เขากอดแบบนั่นผมเองก็อยากกอดเขาเหมือนกัน


    ที่จริงเมื่อตอนกลางวันที่ทานข้าวด้วยกันที่ร้านอาหาร เขาก็ได้บอกความต้องการของเขาออกมาเช่นกัน เขาอยากให้ผมไปอยู่ด้วยกันกับเขาที่เพนท์เฮาส์ แต่ผมปฏิเสธออกไปตามตรง เรายังไม่ได้เป็นอะไรกันเลยด้วยซ้ำ ถึงผมจะรู้สึกดีกับพี่อาทิตย์มากขนาดไหน แต่พี่อาทิตย์ยังไม่เคยบอกคำว่ารักกันเลยสักครั้ง


    “ที่จริงพรุ่งนี้พี่จะกลับไปทำงานที่เกาะแล้วนะ พี่ขอโทษพี่เครียดเรื่องงาน ตารางงานมันบังคับให้พี่ต้องกลับไปที่เกาะ” เขาพูดแล้วก็ถอนหายใจ ยกเอวบางจนร่างเล็กลอยขึ้นมานั่งบนตักเขา


    “พี่อาทิตย์สัญญาได้ไหมต่อจากนี้ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นเราจะแชร์กันทุกเรื่อง” น้องมองเขาอย่างจริงใจ แค่นี้หัวใจเขาก็อ่อนยวบยาบแล้ว


    “ครับพี่สัญญา”


    “ที่จริงพี่อยากอยู่กับน้องรินทร์ให้นานๆ อยากนอนกอดกันเหมือนเมื่อคืน”


    “พี่อาทิตย์”


    “อืออ” อาทิตย์เกยคางไว้บนไหลบอบบาง เขากอดน้องจนแผ่นหลังแนบสนิทกับแผ่นอกเขา


    “พี่หึง” กดจมูกลงบนไหลมล


    “พี่หวง” กดปากจูบลงบนไหลมล


    “พี่รู้คับว่าพี่ไม่มีสิทธิ์ทำอะไรตามอำเภอใจ เพราะเรายังไม่ได้เป็นอะไรกัน ทั้งๆ ที่พี่อยากเป็นมากๆ ก็ตาม น้องรินทร์อาจจะยังไม่มั่นใจในตัวพี่ แต่พี่อยากให้น้องรินทร์ให้โอกาสพี่ให้โอกาสตัวเองเรามาเรียนรู้กัน เราลองคบกันไหม” รินทร์นั่งฟังเสียงอาทิตย์เงียบๆ เหมือนว่าเสียงหัวใจของเขามันเต้นแรงจนแทบจะทะลุอก


    “พี่ไม่ได้จะเร่งเอาคำตอบจากน้องรินทร์นะคับ พี่แค่อยากบอกน้องรินทร์ว่า พี่อาทิตย์จริงจังกับน้องรินทร์นะ เป็นแฟนกันนะค่ะ หนูยังไม่ต้องตอบตกลงตอนนี้ก็ได้พี่จะให้เวลาหนูคิด ตัดสินใจ ถ้าเกิดว่าสุดท้ายแล้วพี่ไม่ใช่คนที่หนูอยากจะใช้ชีวิตอยู่ด้วยจริงๆ พี่จะหายไปจากชีวิตหนูเอง” รินทร์เมมปาก มองสบตากันอีกครั้ง เหมือนกำลังจะอ้าปากพูดอะไรแต่นิ้วชี้ของอาทิตย์ก็เลื่อนขึ้นมาแตะลงบนกลีบปากอิ่มของน้องซ๊ะก่อน


    “หนูยังไม่ต้องรีบตอบพี่ก็ได้ครับ พี่จะกลับไปทำงานที่เกาะวันพรุ่งนี้แล้วอีกหนึ่งเดือนพี่จะกลับมาเอาคำตอบจากหนูนะค่ะ”


    “งึ~ “ไม่รู้เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ที่ผมนั่งอยู่บนตักของเขา เขากอดผมไว้แบบนั่นไม่ปล่อย


    “ฝันดีนะครับ” อาทิตย์ก้มลงหอมศรีษะคนบนตัก เขาค่อยๆ ปล่อยน้องให้เป็นอิสระ


    “ฝันดีเหมือนกันครับพี่อาทิตย์” เขายิ้มออกมาแล้วหอมหน้าผม ผมหลับตาลงเเล้วลืมตาขึ้นช้าๆ มองเขา เรามองหน้ากันสบตากัน ผมหายใจติดขัด และดูเหมือนว่าหัวใจมันเต้นกระหน่ำจนเหมือนว่าจะควบคุมไม่อยู่ เมื่อเขายื่นหน้ามาใกล้มากขึ้นเรื่อยๆ


    “อืออ~”


    “ถ้ายังไม่เลิกมองจะไม่ปล่อยให้ลงจากรถแล้วนะครับ”


    “ไปแล้วครับ” ยังไม่ทันได้ลงจากรถ อาทิตย์ก็คว้าก็ยื่นหน้าไปจุ๊บปากน้องไปอีกสองสามที


    รินทร์โบกมือลาอาทิตย์จนรถแล่นหายไปจากสายตา เขาอมยิ้มคิดถึงเรื่องราวต่าง สองสามวันมานี้มีเหตุการณ์มากมายเกิดขึ้นกับเขาจนบางอย่างเขาแทบจะตั้งตัวไม่ทันเลยด้วยซ้ำมันเหมือนกับว่าโลกได้เหวี่ยงเขาไปทางโน่นทีทางนี้ที เขากระเด็นกระดอนเหมือนคนไม่มีหลักยึด เมื่อมีอาทิตย์เข้ามาวนเวียนในขีวิต เขาก็รีบคว้าเอาไว้โดยไม่ทันได้ถามตัวเองอย่างจริงจังอย่างมีสติเลยสักครั้งว่าเขาต้องการพี่อาทิตย์จริงๆ ใช่ไหม ไม่ใช่แค่การรับใครอีกคนเข้ามาในขีวิตเพื่อนทดแทนใครบางคนในพื้นที่หัวใจ เขาจะไม่ทำลายความรู้สึกดีๆ ที่อาทิตย์มอบให้ด้วยใจจริงใช่ไหม และคำตอบของเขาคือ..


    “หนูรินทร์” เสียงเรียกจากทางด้านหลังส่งผลให้คนที่กำลังยืนเหมอคิดอะไรเรื่อยเปื่อยอยู่ชะงักไหวเล็กน้อย รินทร์จำเสียงของคิมหันษ์ได้ดี เขาจำได้เลยในทันที จึงรับหันหลังจะหนีเข้าคอนโด


    “หนูรอเฮียก่อน”


    “เฮีย!” รินทร์รู้สึกตัวสั่นเขามองไปรอบๆ บริเวณ


    “หนูไม่ต้องวิ่งเดี่ยวหกล้ม เฮียไม่ได้จะทำอะไรหนู แค่จะเอาของมาคืนก็เท่านั้น” เขาคิดว่าน้องคงต้องใช้เลยเอามาคืนให้ หรืออาจจะเป็นใจเขามากกว่าที่อยากมาที่นี่ต่างหาก อยากเจอน้อง อยากกอด สายตาลังเล หวาดกลัวเขา กับท่าทางที่มองไปรอบๆ เหมือนมองหาคนช่วยทำคิมหันษ์รีบพูดบอกอีกครั่ง


    “ไม่เชื่อใจเฮีย” รินทร์นิ่งเขาตอบตัวเองในใจว่า ไม่ ‘ใครอยากจะเชื่อใจเฮียกัน’


    “มารับไปเถอะ งานหนูก็อยู่ในนี้ไม่ใช่เหรอ” คิมหันษ์พูดบอกเสียงอ่อนเขาเอ็นดูท่าทางเกเก่กังๆ ลังเลของน้อง ดูเหมือนว่าเขามองเท่าไหร่ก็ไม่มีเบื่อเลย เพราะที่ผ่านมาเขาไม่เคยสังเกตุเขาไม่เคยใส่ใจ เขาไม่เคยมองเห็นน้องในมุมต่างๆ เลยและตอนนั่นที่เขาได้เห็นมันแค่คนเดียว แต่เขาก็ทิ้งโอกาสนั่นไปเอง


    “เอาไปฝากไว้ที่บ็อบบี้ ไว้ผมจะมารับเอง” รินทร์ยังคงลังเล แต่สุดท้ายแล้วน้องก็ส่ายหน้าบอกปฏิเสธไป ในมือเล็กยังถือถุงใส่ของอีกหลายใบเป็นเสื้อผ้าที่อาทิตย์เป็นคนเลือกซื้อให้วันนี้ตอนไปเที่ยวห้างด้วยกัน


    “ทำไมหนูยังใช้รหัสไอแพทเป็นวันเกิดของเฮียอยู่ล่ะ” คิมหันษ์อดใจไม่ได้เลยถามออกไป เขารอฟังคำตอบน้องใจเต้นแรง คำถามของคิมหันษ์ทำสองขาของรินทร์หยุดชะงักลง เจ้าตัวไม่ได้หันหลังกลับไปมองคนถาม


    “เรื่องของผม!” คิมหันษ์ยิ้มออกมาทั้งที่เขาคิดไว้แล้วว่าน้องจะตอบเขาแบบนี้แต่เขาก็ยังรู้สึกดีที่น้องยังมีเรื่องราวของเขาอยู่ในชีวิต


    “เดี่ยวซิ!”


    “คุณมีอะไรอีก”


    “เรียกเฮียเหมือนเดิมซิ อือ ช่างเถอะ วันนี้หนูไปไหนมา”


    “อย่ามาหาผมอีก!” รินทร์ถอนหายใจอย่างรำคาน บอกแล้วรีบเดินเข้าข้างในทันที มันควรถึงเวลาเริ่มต้นใหม่สักที รินทร์บอกแล้วรีบเดินเข้าไปในคอนโด น้องดูเหมือนโล่งใจที่คิมหันษ์ไม่คิดตามเข้าไปในคอนโด แต่กระนั้นเจ้าตัวก็ยังคงรีบเดินให้เร็วที่สุดเพื่อไปให้พ้นจากคนใจร้าย คนหนึ่งคนกำลังคิดเริ่มต้นใหม่ลองเปิดใจรักอีกครั้ง แต่อีกหนึ่งคนกลับกำลังหลงอยู่ในวังวลของอดีตไม่จบสิ้น


    ด้านคิมหันษ์ที่วันนี้เขาออกมาจากบ้านของรักษ์มาตั้งแต่เช้ามืด ชายหนุ่มกลับมาที่คอนโดของตัวเอง เปิดประตูเข้ามาในห้องเขาหยุดยืนมองไปรอบๆ ที่ที่เคยมีน้องอยู่ด้วยกันตลอด หนึ่งปีที่ผ่านมาเขาคิดเสมอว่าโชคดีแล้วที่น้องไม่ยื่อ ไม่ตื่อ ไม่ทำให้เขารำคาญใจอะไรเลยซักนิดเดียว ยอมจากไปแต่โดยดี ทั้งยังเปิดทางให้เขารักกับรักษ์ง่ายๆ ตอนนั่นเกือบสี่เดือนที่ผ่านมาที่รักษ์ยอมเปิดใจรักเขา เขาคิดว่ามันดีมากๆ เลยละ รักษ์เขาเคยมั่นใจมาตลอดว่าหัวใจของเขามีแค่รักษ์ แล้วดูตอนนี้ซิสิ่งที่เขากำลังรู้สึกอยู่ลึกๆ มันทำให้เขาไม่อยากจะมองหน้ารักษ์เลยด้วยซ้ำ เขารู้สึกผิด เขากลัวทำร้ายหัวใจรักษ์ เขาไม่อาจทำให้รักษ์เสียใจเพราะเขาได้ โชคชตาทำไมถึงแกล้งเขาแบบนี้กันว๊ะ


    เสียงแอปพลิเคชั่นไลน์ดังขึ้นติดต่อกันหลายครั้งทำให้คิมหันษ์เปิดดู มันเป็นภาพของรินทร์กับอาทิตย์ที่ร้านอาหารภาพความสนิทสนม ภาพการดูแลเอาใจใส่ ภาพน้องที่ร้องไห้มีอาทิตย์คอยปลอบเช็ดน้ำตาให้ ตอกย้ำให้เขารู้สึกถึงการสูญเสีย เขากำลังจะเสียน้องไปจริงๆ


    ผมเองก็ไม่รู้วันมันเป็นตอนไหน ตอนไหนกันที่ความรู้สึกของผมที่มีให้รักษ์มันไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว ตอนไหนที่หัวใจผมมันเต้นแรงเพราะหนูรินทร์ ตอนไหนที่ผมรักเด็กคนนั่นเข้าให้แล้วจริงๆ


    เขาหายไปเกือบสองอาทิตย์แล้วหลังจากวันนั่นที่บอกกับผม ว่าเขาจะให้เวลาผมคิด ตัดสินใจ แล้วเขาจะกลับมาทวงคำตอบจากผม ระหว่างนั่นเราส่งข้อความมาหากัน เขาไลน์มาบ่อยๆ เขาโทรหาผม เราคุยกันทุกคืนมองหน้ากันสบตากันผ่านจอโทรศัพท์ เราแลกเปลี่ยนอะไรหลายๆ อย่างผ่านข้อความ คำพูด น้ำเสียง เขาบอกฝันดีก่อนนอนทุกคืน ถึงแม้จะเป็นเวลาแค่ไม่กี่เดือนที่เราได้รู้จักกัน ผมถามตัวเองซ้ำๆ อยู่หลายครั้ง ว่าผมยังรักเฮียอยู่หรือเปล่า ผมจะไม่ทำพี่อาทิตย์เสียใจเพราะผมใช่ไหม ผมไม่ได้เอาเขามาแทนที่ใครในใจใช่ไหม


    ‘ถ้าพี่ไม่ใช่คนที่หนูอยากใช่ชีวิตอยู่ด้วยจริงๆ พี่จะหายไปจากชีวิตหนูเอง ‘ เสียงของพี่อาทิตย์ยังดังก้องอยู่ในหูผม'


    “งึ~ ใครอยากให้พี่หายไปจากหนูกันเล่า~”




    เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น แข่งกับเสียงฝนที่ตกกระหน่ำลงมาในไม่กี่นาทีที่แล้ว มือเล็กกดรับสายทันทีโดยไม่ทันได้มองว่าใครเป็นคนโทรมาเพราะเป็นเวลาปกติที่อาทิตย์จะโทรมาบอกฝันดี


    “งืออพี่คับ~”


    “หนู~ ลงมาเจอเฮียหน่อยได้ไหม” เสียงคิมหันษ์บอกอย่างร้อนรน เสียงเหมือนคนกำลังเมามาย คิมหันษ์ไปดักรอเจอรินทร์ที่มหาลัยมาเกือบอาทิตย์แล้วก็ไม่เจอ จนต้องบากหน้ามาหาถึงใจ้คอนโด ที่เป็นแบบนั่นเพราะช่วงนี้เป็นช่วงสอบ น้องไม่ได้มีสอบทุกวัน  รินทร์หยุดชะงักตั้งสติ 


    “เฮีย!”


    “ได้โปรด”


    “เฮียกลับไปเถอะครับ อย่าทำแบบนี้เลยครับ”


    “ไม่เอา หนูรินทร์ลงมาหาเฮียเถอะนะ นะครับ เฮียขอร้องล่ะ เฮียอยากคุยกับหนูนะ นะครับ”


    “เฮียจะมาทำไมในเมื่อเฮียก็รู้ว่าผมจะไม่ลงไปเด็ดขาด”


    “เฮียคิดถึงหนู ลงมาหาเฮียเถอะนะ~”


    “ไม่!” ผมกดตัดสายไปทันทีที่คิดว่าต่อให้คุยไปก็ไม่มีประโยชน์อะไรอีกแล้ว เพราะผมจะไม่ใจอ่อนแน่นอน








    คล้ายกับเรื่องเธอนะใจร้าย heartless ที่คุณอ่าน

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    นิยาย รัก
    989K 1570
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    955K 747
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    นิยาย รัก
    467K 4159
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663