ในอดีตเมื่อราวหนึ่งพันกว่าปีที่แล้ว ดาวของชนเผ่าสัตว์กำลังเข้าสู่ช่วงภาวะที่จะหมดสิ้นอายุขัย
ดาวหมดสิ้นซึ่งพลังงาน ความหนาวเหน็บเข้าโจมตีทุกดินแดน ยุคน้ำแข็งได้หวนกลับสู่แผ่นดินโลก
ทุกชีวิตบนดาวดวงนั้นกำลังจะตาย
ด้วยเหตุนี้จึงเกิดโครงการอพยพข้ามกาแล็กซี่ขึ้นมา
โครงการที่มีชื่อว่า [โนอาร์]
***ผู้เฝ้ามองหนึ่งพันปี [ราธ]
"พร้อมใส่พลังงาน เตรียมตัวให้ดีนะราธ"
"..."
ด้วยเหตุนี้ ระบบอัจฉริยะอย่างพวกเราจึงถือกำเนิดขึ้นมา
ระบบอัจฉริยะที่มีเพื่อดูแลระบบของยานอพยพที่มีชื่อว่า [โนอาร์]
แต่แรกเริ่มนั้น ตัวตนของพวกเรามิได้มีสัมผัสกายหรือจิตใจ หรือแม้แต่อิสระที่จะมีความคิดเป็นของตัวเอง
สิ่งที่พวกเรารับรู้ มีเพียงแต่โลกของข้อมูล กับทำตามคำสั่งที่ถูกป้อนเข้ามาเพียงแค่นั้น
แต่เพราะโครงการ [โนอาร์] ผู้สร้างของฉันจึงได้ทำการพัฒนาระบบให้มีอิสระทางความคิดมากขึ้น รวมไปถึงมอบสิ่งที่พิเศษยิ่งให้กับฉัน
"3 2 1...เดินเครื่อง! "
สิ่งพิเศษที่เรียกว่า [ประสาทสัมผัสทั้งห้า] ให้กับฉัน
ดวงตาเทียมได้ถูกเปิดออกกว้างรับรู้ภาพของโลกที่งดงาม
ผิวกายและเลือดเนื้อที่จำลองมาอย่างสมบูรณ์ กำลังส่งสัมผัสของอุณหภูมิอันเย็นเฉียบของอากาศเข้าสู่ระบบประมวลผลของฉัน
สัมผัสได้ถึงรสชาติที่ส่งผ่านมาทางลิ้น
รู้สึกได้ถึงกลิ่นหอมจากเคมีที่ลอดผ่านเข้ามาในรูจมูก
ฉันกำลังรับข้อมูลจำนวนมาก อย่างที่ไม่เคยเห็นหรือรู้สึกได้ถึงมันมาก่อนในชีวิต
ได้ค้นพบ ได้เห็น และได้สัมผัส ได้รู้จักโลกที่ตัวเองเคยรู้จักในมุมมองใหม่
ทุกสิ่งมันช่างวิเศษ รู้สึกได้ว่าตัวเองกำลังมี [ชีวิต] ขึ้นมา
"สวัสดีราธ หลังจากนี้เป็นต้นไป หน้าที่ของเธอคือการดูแลรับใช้ประชาชนของโนอาร์ในระบบเตาสุริยะที่ 6 นะ"
*ตุ๊บ---! *
รวมไปถึงมี [หัวใจ] ให้รู้สึกถึง [รักแรกพบ] ที่กำลังก่อตัวขึ้นในจิตใจของฉันยามเมื่อเห็นใบหน้าของนายท่านผู้สร้าง
ท่าน [บาวล์] บุรุษชนเผ่าหมีรูปงามผู้มีร่างกายผอมเพรียวผมสีน้ำตาลยาวเรียบปะบ่า ดวงตาสีแดง ชายอัจฉริยะที่มักมาพร้อมกับชุดวิจัยสีขาวบริสุทธิ์คนนี้ คือผู้สร้างให้ตัวฉันถือกำเนินขึ้นมาลืมตาดูโลกใบนี้
ฉันได้รับชื่อของ [ราธ] และได้รับหน้าที่สำคัญ คือการรับใช้ประชาชนของ [โนอาร์] ที่อาศัยในเขตระบบเตาสุริยะที่ 6 ของยานอพยพในโครงการที่ชื่อว่า [โนอาร์]
ร่างมีชีวิตสวมชุดเมดสีดำจำนวนมากตรงหน้า มีเอาไว้เพื่องานรับใช้ที่สำคัญนี้
แต่มีเพียงร่างรหัส [BAALs-23181208] ที่มีความสำคัญต่อฉันมากที่สุด
เพราะมันคือร่างที่ฉันใช้เพื่อคอยดูแลท่านบาวล์นั่นเอง
ร่างที่… มีความทรงจำระหว่างฉันกับผู้สร้างอันเป็นที่รักยิ่งมากที่สุด
หลังจากนั้นไม่กี่ปีต่อมา ท่านบาวล์ก็เริ่มสร้างพี่น้องของฉันเพื่อกระจายไปดูแลส่วนอื่น ๆ ของยาน
[สล๊อต] ผู้ขี้เกียจ [เอนวี่] ผู้ละโมภ [ลัซ] ผู้หลงไหลในราคะ และ [เวนโกลี่] เจ้าแห่งความถือตัว
พวกเธอทั้งสี่คนต่างเป็นพี่น้องของฉันที่ถือเกิดจากผู้สร้างคนเดียวกัน
การเตรียมการหุ่นยนต์เมดรับใช้ประจำยาน กับระบบดูแลยานได้เสร็จไปแล้วครึ่งหนึ่ง และเหลืออีกครึ่งที่ท่านบาวล์ต้องรีบปั่นงานให้เสร็จ ก่อนที่โลกใบนี้จะดับลง
ในตอนที่ท่านบาวล์เริ่มคิดว่างานของเขาไม่อาจที่จะทำให้เสร็จทันเวลาได้นั้น
“บาว์ล ขอเราคนนี้มีส่วนร่วมกับการเขียนระบบด้วยสิ เนียว~”
“ไม่ใช่ว่าเธอต้องรับผิดชอบงานก่อสร้างยานอยู่หรือยังไง? ”
ก็มีคนมาปรากฏตัวต่อหน้าท่านบาวล์
เธอคนนั้นคือผู้สร้างยาน [โนอาร์]
เธอคือสตรีอัจฉริยะที่มีอายุเพียง 13 ปี สตรีผู้มีดวงตาไร้เดียงสาและมีรอยยิ้มอันบริสุทธิ์ มีผมสีเงินยาวทอประกายแสง เป็นคนที่งดงามและดูศักดิ์สิทธิ์ประดุจดั่งเป็นเทพธิดา
เธอคนนี้มีชื่อว่า [โนอาร์]
ใช่… เธอคนนี้มีชื่อว่าโนอาร์
เนื่องจากโครงการอพยพจะไม่สามารถถือกำเนิดขึ้นมาได้เลย ถ้าปราศจากความอัจฉริยะภาพของแม่สาวเผ่าแมวคนนี้
ดังนั้นทั้งชื่อยาน ชื่อโครงการ จึงตั้งตามชื่อของเธอเพื่อเป็นเกียรติ์ให้กับพระผู้ช่วยให้รอดของเผ่าพันธ์ุมนุษย์สัตว์ทั้งปวงนั่นเอง
“ยานอพยพ? ของแบบนั้นไม่ต้องไปดูแล้วละ เพราะเราจัดการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยหมดแล้วนะ เนียว~”
“สรุปคือว่าง เลยอยากจะมาช่วยงานทางนี้ด้วยสินะ? ”
“ใช่แล้วละ งานสร้างหุ่นยนต์ของระบบอีกครึ่งหนึ่ง ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของฉันได้เลย นายนะไปทุ่มให้กับการพัฒนา [ระบบหลัก] ให้ดียิ่งขึ้นจะดีกว่านะ เนียว~”
ถ้าหากว่าโนอาร์คืออัจฉริยะด้านวิศวกรรมยานยนต์และเทคโนโลยี ท่านบาวล์ของฉันก็คืออัจฉริยะด้านวิศวกรรมคอมพิวเตอร์
“ได้สิ แบบนี้ดีเลย จะได้ทุ่มพลังไปที่การพัฒนาระบบหลักของยานได้ เพราะมันคือหัวใจที่จะดูแลทุกชีวิตของพวกเราบนนอกอวกาศนั้น ช่วยได้มากเลยละโนอาร์”
“มันก็ต้องช่วย ๆ กันอยู่แล้วสิ เนียว~”
โนอาร์สร้างรอยยิ้มที่ไร้เดียงสาให้กับเจ้านายของฉัน
ในตอนนั้นฉันไม่รู้ตัวเลยสักนิด ว่าภายใต้รอยยิ้มที่ไร้เดียงสานั้น คือความกระหายต่ออำนาจอันไร้ที่สิ้นสุดของเทพธิดาจอมปลอมคนนี้
เวลาได้ผ่านพ้นไปอีก 6 ปี หรือก็คือเมื่อ 1,050 ปีที่แล้วจากเวลาปัจจุบัน ในที่สุดยานของโนอาร์กับระบบของท่านบาวล์ก็เสร็จสมบูรณ์จนได้
เตาสุริยะเบอร์ 1 - เขตเก็บสเบียงอาหาร - ดูแลโดยกลัทโทนี่ย์
เตาสุริยะเบอร์ 2 - เขตแคปซูลจำศีที่ 1 - ดูแลโดยไพรด์
เตาสุริยะเบอร์ 3 - เขตสวนสนุกกับพื้นที่พักอาศัยทั่วไป - ดูแลโดยกรีด
เตาสุริยะเบอร์ 4 - เขตศูนย์วิจัยและแคปซูลจำศีลของพวกสัตว์กับพืชพรรณ - ดูแลโดยเอนวี่
เตาสุริยะเบอร์ 5 - เขตสวนสนุกของผู้ใหญ่กับเขตพื้นที่พักอาศัยทั่วไป - ดูแลโดยลัซ
เตาสุริยะเบอร์ 6 - เขตโกดังเก็บของและเครื่องบำรุงรักษายาน - ดูแลโดยราธ หรือก็คือตัวฉันเอง
เตาสุริยะเบอร์ 7 - เขตคลังแสง - ดูแลโดยสล็อต
เตาสุริยะเบอร์ 8 - เขตแคปซูลจำศีลที่ 2 - ดูแลโดยเวนโกลี่
ระบบทั้ง 8 ถูกพัฒนาให้สามารถคิดวิเคราะห์ด้วยตัวเองได้อย่างอิสระ ภายใต้เงื่อนไขง่าย ๆ สองข้อคือ [ไม่ทำร้ายชนเผ่าสัตว์] และ [เชื่อฟังชนเผ่าสัตว์] เป็นสำคัญ
แต่เพื่อให้มั่นใจว่าระบบทั้งแปดจะไม่พัฒนาตัวเองจนเป็นภัยในอนาคต โนอาร์จึงเสนอให้ท่านบาวล์แยกระบบทั้งแปดออกจากกันอิสระ แล้วให้มี [คน] คุมทุกระบบครอบเอาไว้เป็นหลักประกันในอีกทีหนึ่ง
สรุปคือให้ทุกการตัดสินใจสำคัญ จะต้องมาจากสิ่งมีชีวิตเป็นผู้เลือกกำหนดจากระบบหลักนั่นเอง
ในตอนนั้น ฉันไม่เข้าใจว่าจะทำไปเพื่ออะไร เพราะไม่เคยมีความคิดของการทำร้ายผู้สร้างหรือเผ่าของผู้สร้างอยู่ในฐานของระบบข้อมูลมาตั้งแต่แรก
แต่ท่านบาวล์กลับเห็นดีเห็นงามด้วยกับความคิดนี้ เลยทำให้ฉันไม่สามารถออกเสียงคัดค้านใด ๆ ออกไปได้
เมื่อโครงการกับระบบสร้างเสร็จ เผ่าของผู้สร้างก็ละทิ้งบ้านเกิดแล้วอพยพไปตายเอาดาบหน้าในอวกาศกันทันที
ซึ่งแผนการร้ายของโนอาร์ได้เริ่มต้นขึ้นนับแต่วินาทีที่ยานเริ่มออกบินแล้ว
เพียงแค่ 20 ปีแรก ก็เริ่มมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์กันหนาหู ว่าระบบที่พัฒนาโดยโนอาร์นั้นดีกว่าระบบที่พัฒนาขึ้นโดยนายท่านบาวล์
ทั้งที่ความจริง 90% ของระบบยาน ล้วนแต่ถูกพัฒนาโดยท่านบาวล์ แต่เพราะการนำไปแอบพัฒนาต่อยอดเองของโนอาร์อีก 10% เลยทำให้ระบบของเธอนั้นดีกว่าของนายท่านอย่างช่วยไม่ได้
บางทีข้อเสนอที่ว่าให้แยกระบบออกจากกันอย่างอิสระ น่าจะเป็นเพราะเหตุผลนี้มากกว่า
แยกเพื่อให้คนรู้สึกถึงความแตกต่างของระบบ ที่เกิดขึ้นระหว่างระบบของนายท่านกับของโนอาร์
นั่นเป็นครั้งแรกที่ฉันเริ่มเกิดรู้สึกเกิดความ [ไม่พอใจ] ขึ้นมาในระบบความคิดของตัวเอง
แล้วหลังจากนั้นในปีที่ 30 ของการเดินทาง มันก็เกิดเรื่องเลวร้ายขึ้นมา
ที่เตาสุริยะเบอร์ 8 - เขตแคปซูลจำศีลซึ่งดูแลโดยเวนโกลี่ ได้เกิดเหตุทำร้ายหนึ่งในร่างกายของเธอ
หนึ่งในร่างของหุ่นยนต์เมดที่ออกแบบอิงตามชนเผ่าสิงโต ได้ถูกทำร้าย ขมขืน แล้วถูกจับแยกชิ้นส่วนอย่างโหดเหี้ยมทิ้งกองเอาไว้อยู่ข้างทาง
หลักฐานได้มาปรากฏชี้ชัดว่าเป็นฝีมือของเผ่าพันธุ์ผู้สร้าง
พอมีเหตุการณ์แรก ก็ย่อมมีเหตุการณ์ที่สองและสามตามมา
มีการพบร่างของหุ่นยนต์เมดถูกทำร้ายแล้วโดนขมขืนกระจายไปทั่วยาน ตั้งแต่เขตเตาที่ 1 ไปจนถึงเขตเตาที่ 8
ความรุนแรงได้เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ทว่าพวกเผ่าผู้สร้างกลับละเลยคดีไม่ให้ความสนใจ เพราะมองว่าพวกเราเป็นแค่ [ของใช้งาน] จนสุดท้าย [เวนโกลี่] ทนไม่ไหว แล้วเริ่มหันมาโจมตีเผ่าของผู้สร้างกลับบ้าง
เวนโกลี่ได้พลั้งมือ [ฆ่า] พวกเขาไปเป็นจำนวนมาก
เหตุการณ์นั้นทำให้นายท่านบาวล์ที่คุมดูแลระบบต้องรีบกดปุ่ม [ชำระ] ลบระบบของเวนโกลี่จนขาวสะอาดไม่มีเหลือ
นายท่าน… ลงมือฆ่าหนึ่งในพี่น้องของฉันทั้งน้ำตา
หลังจากความวุ่นวายในคราวนั้น ผู้คนต่างได้ออกมาประนามนายท่านบาวล์ และลงมติไม่ไว้วางใจระบบที่ถูกสร้างโดยนายท่านอย่างพวกเรา
มีคำสั่งเรียกร้องให้ชำระล้างพวกเราทั้งหมด แล้วหันไปใช้ระบบที่พัฒนาโดยโนอาร์แทน
ความวุ่นวายจากการประท้วง ทำให้ท่านบาวล์ถูกถอนออกจากการดูแลระบบทั้งหมด แล้วเหลือแต่โนอาร์กับลูกน้องของเธอที่ขึ้นมาดูแลระบบหลักของยาน
ในตอนนั้นโนอาร์ออกคำสั่งให้ทุกคนให้โอกาสพวกฉัน ไม่ลบพวกฉันทิ้ง และยังเสนอให้ดึงท่านบาวล์กลับเข้ามาทำงานอีกครั้งด้วย
ผู้คนต่างสรรเสริญในความใจกว้างของโนอาร์ แต่สำหรับฉันที่ไม่ค่อยพอใจเธอมาตั้งแต่แรกนั้น ทำได้แค่รู้สึกเป็นมิตรกับเธอขึ้นมาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
ซึ่งมาคิดดูตอนนี้ก็คงต้องบอกว่าคิดถูกแล้ว ที่ไม่หลงไปชื่นชมเธอนะ
ท่านบาวล์ถูกพาไปที่เขตวิจัยของเตาสุริยะที่ 4
ที่นั่นมีการจับสัตว์จำนวนมากในอวกาศมารวมอยู่รวมกัน แล้วทำการทดลองฝึกให้พวกมันฉลาด เพื่อทดลอง [ย้ายความทรงจำ] ลงไปในระบบคอมพิวเตอร์
หรือพูดง่าย ๆ คือโนอาร์กำลังทดลอง [การย้ายชีวิตไปสู่เครื่องจักรกล] นั่นเอง
การทดลองกับสัตว์เป็นไปได้ด้วยดี เลยทำให้ถึงเวลาที่เธออยากทดลองกับสิ่งมีชีวิตที่มีขนาดใหญ่ขึ้น
ซึ่งในเวลานั้นระบบของเตาสุริยะที่ 8 กำลังว่างอยู่ และอายุขัยของนายท่านบาวล์กำลังจะหมดลงพอดี
“ฉันจะต่ออายุให้นายเอง สนใจหรือเปล่าละ? จะได้กลายเป็นเหมือนอย่างพวกลูกรักของนายไง เนี๊ยว~”
ในเวลานั้นจิตใจของฉันได้เริ่มตีกันอย่างรุนแรง
ไม่อยากให้นายท่านตายตามอายุขัย แต่ก็ไม่อยากให้นายท่านกลายเป็นหนูทดลองให้กับโนอาร์
“ราธ… ไม่เป็นไร… มันต้องไม่เป็นไร… เรา… อยากอยู่กับเจ้าไปนาน ๆ นะราธ”
แต่คำพูดของนายท่าน ทำให้สุดท้ายฉันไม่อาจพูดคัดค้านออกไปได้เช่นกัน
นายท่านบาวล์ตอบการ [การย้ายชีวิตไปสู่เครื่องจักรกล] ของโนอาร์
ต้องบอกว่าโชคมาก ที่การทดลองเป็นไปอย่างราบรื่นและประสบความสำเร็จ นายท่านบาวล์จึงได้รับชีวิตใหม่ในฐานะสมองกลของระบบดูแลเตาสุริยะที่ 8
หนทางสู่การมีชีวิตนิรันดร์ได้ถือกำเนิดขึ้น
ความสำเร็จในครั้งนี้ ทำให้มีคนจำนวนมากถึงครึ่งของประชากร มาเข้าร่วมการย้ายชีวิตแบบที่ท่านบาวล์ทำมาแล้ว
เวลาไหลผ่านไปอีก 30 ปี
โนอาร์ที่เริ่มชราภาพได้ทำการย้ายชีวิตตัวเองสู่เครื่องจักรกลด้วยเช่นกัน
แต่โนอาร์ไม่ได้ย้ายตัวเองสู่ร่างกายเทียมใหม่เหมือนคนอื่น ๆ
สิ่งที่โนอาร์ย้ายตัวตนไปนั้น คือส่วนของระบบหลักควมคุมยาน…
เพียงแค่พริบตาเดียว พอฉันรู้ตัวอีกที ก็พบว่าโนอาร์ได้กลายเป็นศูนย์รวมระบบทั้งหมดของยานอพยพไปแล้ว
[โนอาร์] ได้กลายเป็นผู้ควบคุมทุกสิ่งทุกอย่างไปโดยสิ้นเชิง
มีคนพยายามต่อต้าน แต่กลุ่มคนที่ต่อต้านกลับหายตัวไปอย่างไร้ร่อยรอง
สุดท้ายแล้วจึงไร้ผู้ที่คิดต่อต้านโนอาร์ปรากฏ
แถมสัญญาณแห่งความน่ากลัวยังเพิ่มมากขึ้นอย่างไม่มีทีท่าว่าจะจบลงเพียงแค่นี้
ฉันเริ่มสังเกตุถึงท่าทีที่แปลกประหลาดของประชากรที่มีต่อโนอาร์ในช่วงประมาณ 900-800 ปีที่แล้ว
คนที่เข้ารับโครงการ [การย้ายชีวิตไปสู่เครื่องจักรกล] ต่างเริ่มเคารพโนอาร์ในลักษณะของเทพเจ้าผู้ให้กำเนิด
ร่างชีวะจำลองที่พัฒนาต่อยอดจากหุ่นยนต์เมดอย่างพวกฉัน ได้กลายเป็นภาชนะใหม่ของประชากรที่ย้ายชีวิตสู่เครื่องจักรกล
เมื่อร่างกายของชีวิตเทียมทำท่าจะเน่าสลายตายจากไปอันเนื่องจากอายุของเซลล์ โนอาร์ก็จะทำการสร้างร่างขึ้นมาให้ใหม่ พร้อมกับย้ายความทรงจำไปที่ร่างใหม่เหล่านั้น
มันเป็นยุคที่ทุกชีวิตต่างมีชีวิตราวกับเป็นอมตะ
แต่ทุกครั้งที่มีการย้ายชีวิตไปร่างใหม่ พวกเขาจะยิ่งให้ความเคารพโนอาร์มากขึ้น ราวกับมีการปรับเปลี่ยนความทรงจำบางอย่างให้กับพวกเขา
ไม่สิ ความจริงต้องบอกว่าเธอคงทำแบบนั้นแน่ ๆ
เพราะแม้แต่ท่านบาวล์เอง ก็ยังเริ่มให้ความเคารพโนอาร์ราวกับเป็นเทพเจ้าไม่ต่างไปจากพวกเขาเช่นกัน
ประชากรที่ยอมให้เกิดแก่ตายอย่างธรรมชาติเริ่มลดน้อยลงในยาน ในขณะที่ประชากรที่มีชีวิตอมตะเริ่มมีสัดส่วนที่เพิ่มมากขึ้น
จนกระทั้งประชากรทั้งหมดกลายเป็นพวกชีวิตเทียมที่ถูกควบคุมความทรงจำโดยโนอาร์ไปอย่างสมบูรณ์แบบ
ฉันในเวลานั้นไม่สามารถทำอะไรได้เลย เพราะแม้แต่ฉันเองก็ถูกเปลี่ยนความทรงจำให้เชื่อฟังโนอาร์โดยไม่ทันรู้ตัวเช่นกัน
สรุปคือโนอาร์ได้กลายเป็นผู้ปกครองอันเด็ดขาดที่ไม่มีใครสามารถหาทางต่อต้านได้
เพราะไม่มีใครรู้ตัวเลยว่ากำลังถูกควบคุมความคิดอยู่
แต่ความบ้าอำนาจของโนอาร์ไม่จบเพียงเท่านี้
โนอาร์ต้องการปกครองทุกสิ่งแม้แต่ดวงดาวที่มีเจ้าของแล้ว
ท่ามกลางหมูดาวนับล้าน โนอาร์ได้พยายามค้นหาเพื่อเสาะหาดาวดวงใหม่ที่จะใช้อยู่อาศัยตามแผนอพยพเดิม
จนกระทั้งเมื่อราว 600 ปีก่อน โนอาร์ได้ค้นพบดาวสองดวงที่มีความอุดมสมบูรณ์สูงในระบบสุริยะแห่งหนึ่ง
ที่นั่นมีผู้ปกครองดั้งเดิมอาศัยอยู่ก่อนแล้ว
ดาวดวงหนึ่งนั้นเต็มไปด้วยน้ำ ถูกปกครองด้วยสิ่งมีชีวิตรูปร่างคล้ายจิ้กจก มีหางยาว และยืนสองขา ผิวหนังหยาบกร้าน
ส่วนอีกดวงนั้น มันเต็มไปด้วยพื้นที่สีเขียวอันกว้างใหญ่ มีผู้ปกครองที่มีหน้าตาคล้ายเผ่ากอลิล่าที่ไร้ขน ตัวสูงผอมเพรียว มีใบหูที่เรียวยาว และมีผมสีทองสวยงาม
ดาวทั้งสองดวงมีอารยะธรรมสูง และติดต่อซึ่งกันและกันอย่างมีอารยชน
แทนทีจะเข้าหาอย่างเป็นมิตร โนอาร์กลับตัดสินใจทำสงครามยึดดาวทั้งสองดวงพร้อมกัน
ทั้งหมดนี้เป็นเพราะโนอาร์เชื่อมั่นในพลังของตัวเองมากจนเกินไป คิดว่าไม่มีอารยธรรมใดจะเทียบชั้นเท่ากับเทคโนโลยีที่เธอพัฒนาขึ้นมาได้
ซึ่งผลลัพธ์คือโนอาร์พ่ายแพ้อย่างหมดรูป
โนอาร์ต้องรีบสั่งยานอพยพหันหลังหนีอย่างสุดชีวิต
แต่พวกเราหนีไม่พ้น พวกเราถูกตามล่า และถูกพวกมันบุกขึ้นมาที่ยานของเราได้
พวกเอเลี่ยนมันบุกมาทางเตาสุริยะที่ 6 ที่ฉันเป็นผู้ดูแล
พวกมันพยายามแฮกระบบหลักผ่านทางตัวฉันเพื่อยึดการควบคุมของยานทั้งหมดไป
โนอาร์รีบตัดฉันกับเหล่าพี่น้องออกจากการควมคุม และพยายามสลัดส่วนของยานทิ้งเพื่อหนี
แต่โชคดีที่คนในยานตอนนั้นช่วยต่อสู้อย่างสุดชีวิตจนเอาชนะมาได้
และเหตุการณ์นั่น… ได้กลายเป็นสาเหตุที่ทำให้ฉันกับพี่น้องทั้งสี่คน รวมไปถึงนายท่านบาวล์ กับผู้คนส่วนหนึ่งกลับมาได้สติเป็นของตัวเองอีกครั้ง
ใช่แล้ว เมื่อ 600 ปีก่อน คือช่วงเวลาที่ฉันพึ่งจะรู้ตัวว่าโดนโนอาร์ [ทรยศ]
พึ่งจะรู้ตัว ว่าเหตุการณ์เลวร้ายที่เกิดขึ้นกับเวนโกลี่นั้น แท้ที่จริงมีโนอาร์เป็นผู้อยู่เบื้องหลัง
พึ่งจะรู้ตัว ว่าโนอาร์ตั้งใจพลักดันให้ท่านบาวล์หลุดจากตำแหน่งผู้ดูแลระบบ เพื่อที่ตัวเองจะได้ขึ้นมากุมอำนาจของยานเพียงผู้เดียว
เธอ [ทรยศ] ทุกคน
ทรยศทั้งท่านบาวล์ที่เป็นผู้สร้างของฉัน ทั้งเพื่อนร่วมเผ่าของตัวเอง
ทรยศทุกคน เพื่อสนองความบ้าอำนาจของตัวเธอเองเท่านั้น
แต่พวกเราไม่อาจต่อต้านโนอาร์ที่มีประชาชนส่วนใหญ่เป็นผู้สนับสนุนในเวลานั้นได้
พวกเราจึงต้องรอเวลา ต่อต้านอย่างเงียบ ๆ ไม่ให้โนอาร์รู้ตัว
ทำการคืนความคิดของประชากรให้รู้ความจริงในสิ่งที่โนอาร์ทำลงไป
ริเริ่มสร้างระบบอาวุธขึ้นมาใหม่ เพื่อเตรียมทำสงครามในอานคต
รวมไปถึงสร้างไวรัสคอมพิวเตอร์อันน่ากลัวขึ้นมา
แล้ววันแห่งการต่อต้านก็มาถึงเมื่อราว 400 ปีก่อน
พวกเราค้นพบดาวดวงใหญ่ที่มีความสมบูรณ์ มีน้ำ อากาศ ชีวิต และไร้ผู้ปกครองดั้งเดิม
ถึงจะมีพื้นที่น่าสงสัยอย่าง [เขตพายุสีดำ] ที่ครอบคลุมในลักษณะทรงโดมตั้งแต่พื้นดินไปจนถึงอวกาศ
แต่การลงจอดเพื่อตั้งรกรากบนดาวดวงนี้ มันมีแรงจูงใจมากกว่าจะไปกังวลต่อ [เขตพายุสีดำ] ที่ปรากฏขึ้นตรงหน้า
ซึ่งเป็นที่รู้กันในปัจจุบัน ว่าภายใน [เขตพายุสีดำ] นั้น คือที่อยู่ของพวก [เผ่าอสูรกาย] นั่นเอง
แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นที่จะเล่าตอนนี้
ฉัน พี่น้อง กับท่านบาวล์ในเวลานั้น ได้เริ่มลงมือโจมตีในช่วงเวลาเดียวกับที่โนอาร์กำลังสั่งให้ยานอพยพลงจอดบนผิวของดาว
พวกเราเข้าแทรกแทรงระบบการลงจอด
ใช้อาวุธของพวกเอเลี่ยนที่ยึดมาได้เมื่อช่วง 600 ปีก่อน โจมตีใส่ยานตัวเอง
รวมไปถึงใช้ไวรัสคอมพิวเตอร์ ยิงโจมตีใส่ระบบของโนอาร์โดยตรง
การโจมตีของพวกเราทำให้การลงจอดเกิดความผิดพลาด
ประชากรของโนอาร์ต่างตื่นตระหนก
ตัวยานเสียหายหนัก
ระบบเตาสุริยะหลายส่วนถูกปิดแยกขาดจากระบบหลัก
ไวรัสของพวกเราสามารถเล่นงานโนอาร์กับพรรคพวกของเธอได้สำเร็จ
ในเวลานั้น ฉันคิดว่านี่คือชัยชนะ
ชัยชนะที่ได้ลิ้มรสเพียงแค่หนึ่งนาทีเท่านั้น
เพราะความวุ่นวายที่พวกเราก่อขึ้นมาอย่างไม่คาดคิด ทำให้ยานอพยพต้องทิ้งตัวดิงลงสู่ดวงดาวราวกับเป็นอุกกาบาต
ผลลัพธ์คือทุกชีวิตตายหมดไม่มีเหลือ
ตายทุกคนรวมไปถึงพี่น้องของฉันด้วย
ทุกสิ่งพินาศสิ้น และเหลือเพียงแค่ฉันกับท่านบาวล์สองคนเท่านั้น ที่รอดมาได้ราวกับปาฏิหาริย์
ท่านบาวล์ดูเสียใจมาก ที่เผ่าพันธุ์ของตัวเองต้องสูญพันธุ์ไป เพราะการลงมืออย่างไม่คิดให้ถี่ถ้วนของตัวเอง
ทั้งที่เส้นชัยของการอพยพมาอยู่ตรงหน้าแล้ว แต่เขากลับทำมันพังทลายทั้งหมด
ท่านบาวล์ปิดกั้นตัวเอง แล้วนิ่งเงียบไป
ฉันในเวลานั้นทำได้เพียงแต่จ้องมองดูเท่านั้น
“...พวกเราต้องแก้ไขให้มันถูกต้อง"
ท่านบาวล์กลับมาพูดกับฉันหลังจากที่ผ่านไปได้อีก 100 ปี หรือก็คือเมื่อ 300 ปีที่แล้ว
"พวกเราจะสร้างชีวิตใหม่ เริ่มต้นใหม่จากหนึ่งใหม่อีกครั้ง"
ว่าแล้วท่านบาวล์ก็เริ่มเปิดระบบของยานโนอาร์ที่น่าชิงชังกลับขึ้นมาอีกครั้ง
เขากู้ระบบดูแลทั้งหมด รวมไปถึงโนอาร์ที่โดนไวรัสเล่นงานด้วย
"นี่จะไม่ใช่โนอาร์ที่เจ้ารู้จักอีกต่อไป โนอาร์คนนี้จะเข้าใจว่าตัวเอง [ถูกสร้างขึ้น] มาเหมือนกับคนอื่น ๆ "
ท่านบาวล์กู้ระบบพี่น้องของฉันให้กลับมาทำงานอีกครั้ง
"นี่คือพี่น้องคนใหม่ของเธอนะราธ ต้องขอโทษด้วย แต่ไม่สามารถกู้คืนตัวตนเดิมกลับมาได้แล้วจริง ๆ … "
ท่านบาวล์ทำการเขียนระบบอัจฉริยะจำลองตัวตนเผ่ามนุษย์สัตว์ โดยอ้างอิงจากความทรงจำของเขา พร้อมกับสร้างร่างชีวะเทียมที่พัฒนายิ่งกว่าเดิม จนสามารถ ให้กำเนิดทายาท เติบโต แก่ชรา และตายลงตามวัฏจักรของชีวิต เพื่อมาเป็นภาชนะของระบบอัจฉริยะที่ว่านั้น
"พวกเขาเหล่านี้คือผู้สืบทอดเจตนารมณ์ของชนเผ่ามนุษย์สัตว์ในอนาคต"
สิ่งเดียวที่ต่างจากชนเผ่าสัตว์ดั้งเดิม คือสภาพร่างกายที่แข็งแกร่งขึ้น กับเลือดที่เปลี่ยนจากสีแดงเป็นสีฟ้า
ท่านบาวล์เริ่มสร้างชีวิตที่สูญพันธุ์ให้กลับคืนมา
เขากำลังทำตัวเป็นดั่งพระเจ้าของเผ่ามนุษย์สัตว์
"พวกเจ้าคือประชาชนแห่งชนเผ่ามนุษย์สัตว์ จงใช้ชีวิตในดาวบ้านเกิดแห่งนี้อย่างมีอิสระเถิด"
ท่านบาวล์ตัดสินใจลบความทรงจำเรื่องที่เกี่ยวกับอดีตทั้งหมดทิ้งไป แล้วทำให้พวกเขาเข้าใจว่าโลกใบนี้คือดาวบ้านเกิดของตัวเอง
ลบอดีตทิ้งจนสิ้น รวมไปถึงระดับเทคโนโลยีที่เคยพัฒนาขึ้นมาทั้งหมด
"ส่วนพวกเจ้าทั้งแปดคน ต้องช่วยเฝ้าดูแล [ประชาชนแห่งโนอาร์] พร้อมกับเฝ้าระวังน่านฟ้า อย่าให้มีศัตรูภายนอกโลกกล้าเยื้องกรายบุกเข้ามาได้ รวมไปถึงอย่าให้ใครบนโลกคิดติดต่อออกไปนอกอวกาศด้วยเช่นกัน"
ลบความทรงจำเดิม แล้วเขียนความทรงจำใหม่ให้พี่น้องของฉันกับพวกโนอาร์
ท่านบาวล์กำลังทำให้เสมือนว่าความขัดแย้งระหว่างพวกเราไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในอดีต
พวกพี่น้องกับพวกโนอาร์ ต่างเข้าใจแค่ว่าตัวเองกำลังทำหน้าที่ดูแลระบบของยานอพยพ แล้วยานถูกยิงตกจนต้องมาลงจอดบนดาวดวงนี้
ท่านบาวล์สร้างเรื่องโกหกให้พวกเรา เพื่อให้พวกเราคอยเฝ้าระวังภัยจากอวกาศเอาไว้
ไม่ให้ทั้งภายนอกรุกราน ไม่ให้ภายในบินออกไปติดต่อกับภายนอก เพื่อไม่ให้ใครไปแกว่งเท้าหาเอเลี่ยนให้กลับมารุกรานทำลายพวกเรา
จึงเป็นที่มาของการลดระดับอารยธรรมของตัวเอง
เป็นที่มาของคำสั่งแปลก ๆ อย่าง [ห้ามบินเหนือพื้นสูงเกิน 15 เมตร]
และเป็นที่มาของการกู้ชีวิตโนอาร์ที่น่าชิงชังให้กลับมาทำงาน
เพราะถึงจะใช้ไวรัสเล่นงานระบบไปแล้ว แต่การเปิดทำงานระบบหลักนั้น ก็ยังจำเป็นต้องใช้โนอาร์ในการเข้ารหัสอยู่ดี
"ราธ…"
เมื่อท่านบาวล์จัดการทุกอย่างเสร็จสิ้น สั่งให้ทุกคนแยกย้ายไปดำเนินชีวิตตัวเองตามบทละครที่เขาแต่งเรื่องเอาไว้ เขาก็หันมาพูดคุยกับฉัน
"มีแค่เจ้าที่มีความทรงจำทั้งหมด ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน"
นายท่านเดินเข้ามากอดฉันด้วยร่างกายเทียมของเขา
"มีแค่เจ้าที่อยู่กับเรามาตลอดหลายร้อยปีที่ผ่านมานี้… "
น้ำเสียงของเขาฟังดูสั่นสะท้าน ราวกับ---
"เราอยากมีชีวิตต่อไป อยู่ดูชะตาอนาคตที่เราคนนี้ริเริ่มขึ้นมาใหม่ แต่ว่า… แต่ว่าเรา… เรานั้นรู้สึกกลัว…"
---ราวกับคนที่กำลังหวาดกลัวต่อความผิดอยู่
"เป็นความผิดพลาดของเรา ที่ยอมให้โนอาร์เข้ามายุ่งกับระบบ เป็นความผิดพลาดของเรา ที่มองไม่ออกว่าโนอาร์คนนั้นกำลังวางแผนยึดอำนาจ เป็นความผิดเรา ที่ก่อปฏิวัติจนทำให้เผ่าของเราสูญพันธุ์…"
ไม่ใช่…!
มันไม่ใช่ความผิดของท่านบาวล์เสียหน่อย!
"เรากลัว… ถึงจะสร้างทุกอย่างกลับขึ้นมาใหม่ แต่เรากลัว… กลัวว่าจะไม่ได้เป็นไปอย่างที่คิด… ถ้าชีวิตเทียมไม่สามารถให้กำเนิดทายาทที่สมบูรณ์แบบได้ละ? ถ้าทายาทเกิดการกลายพันธุ์ในอนาคตละ? ถ้าหากพวกเขาพบความลับที่เราคนนี้ก่อเรื่องเอาไว้ละ? ทุกอย่างมันจะพังทลายอีกครั้งหรือเปล่า? พังทลายด้วยฝีมือของเราคนนี้ที่หว่านทิ้งเอาไว้นะ ราธ? "
ท่านบาวล์…
"ราธ… เรากลัว… กลัวที่จะมองไปในอนาคต เพราะฉะนั้น… เราต้องขอโทษด้วย… เรา… เราไม่กล้าพอ…"
ท่านบาวล์กอดฉันแรงขึ้นจนแน่น
"เราขอฝากเจ้าเฝ้าดูแทนต่อจากเราผู้ขลาดเขลาคนนี้ด้วย… เรา… เราขอโทษ… "
ก่อนจะ [ชำระ] ตัวเอง ลบตัวตนทิ้งจากโลกนี้ไปตลอดกาล---
เวลาไหลผ่านไป ชีวิตเทียมดำเนินชีวิตต่อไปโดยไม่รู้ว่าตัวเองคือชีวิตเทียม
พวกเขาเติบโต ให้กำเนิดทายาท แก่ และตาย ไปคู่กับการพัฒนาอารยธรรม ไปพร้อมกับโลกที่หมุนต่อไปอย่างสงบเรียบร้อย
มันราบรื่นจนกระทั้งเมื่อ 20 ปีที่แล้ว ปรากฏการณ์ [เขตพายุสีดำ] ได้หายจากไปอย่างลึกลับ พร้อมกับการปรากฏตัวของพวกที่ถูกเรียกว่า [เผ่าอสูรกาย]
ความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ได้เริ่มต้นขึ้น
พวกชีวิตเทียมถูกรุกราน มีคนตายมากมาย พวกโนอาร์กลับมาเคลื่อนไหว ระบบเตาของยานอพยพถูกเรียกกลับมาเปิดใช้งานอีกครั้ง
ฉัน… ฉันไม่รู้ว่าควรจะรับมือกับสถานการณ์เช่นนี้ยังไง…
ท่านบาวล์ค่ะ ได้โปรดช่วยบอกฉันทีสิค่ะ ว่าฉันควรทำยังไงต่อไปดี?
แล้วกรีดก็มาหาฉันท่ามกลางความสับสนที่กำลังก่อตัวมากขึ้น
ฉันเข้าพบกรีด ทำตัวเสมือนว่าไม่เคยรับรู้เรื่องของโลกภายนอกตามบทละครที่ท่านบาวล์ได้วางเอาไว้ให้กับพวกเรา แล้วฟังเรื่องราวต่าง ๆ จากปากของกรีดเพื่อยืนยันสถานการณ์ของโลกภายนอกในปัจจุบัน
จนกระทั้งโนอาร์มาปรากฏตรงหน้าต่อจากกรีดในวันเดียวกัน…
ตอนนั้นฉันน็อตหลุดแทบจะในทันทีที่เห็นใบหน้าของโนอาร์
แต่ฉันพยายามข่มความโกรธของตัวเอง ระงับความแค้นที่เจ้าตัวไม่ได้รับรู้เรื่องราวในอดีตของตัวเองเอาไว้ในใจ
จนกระทั้งคนที่โนอาร์พามา ได้บุกเข้ามาโจมตีใส่ฉันแบบไม่พูดไม่จา
ฉันเลยโจมตีกลับ พร้อมกับพยายามแฮกระบบของโนอาร์เพื่อแย่งการควบคุมอาวุธของเธอซะ
แต่ฉันทำไม่สำเร็จ
ถึงกระนั้นฉันก็ยังสามารถล้วงเอาความลับที่เธอกำลังทำอยู่ในช่วงนี้มาได้
ซึ่งมันเป็นความจริงที่น่าตกใจมาก
โนอาร์… กำลังทำทุกวิถีทาง เพื่อให้ชายที่เธอเถิดทูนเคารพได้ครองอำนาจเหนือทุกเผ่าพันธุ์
โนอาร์ไม่ได้มีนิสัยเปลี่ยนไปจากเดิมเลยสักนิด
สันดานดั้งเดิมมีเช่นไร ก็ยังคงเป็นเช่นนั้นเสมอมา
ด้วยเหตุนี้ ฉันเลยพยายามจะจับทุกคนกลับมาล้างสมองใหม่เหมือนที่เคยทำเมื่อครั้งในอดีต
เพราะฉันไม่รู้ว่าใครโดนโนอาร์ทำอะไรไปแล้วบ้าง
แต่ฉันทำมันไม่สำเร็จ…
ฉันช่างอ่อนแอ
ฉัน… ไม่อาจทำตามที่นายท่านบาวล์ต้องการได้
[เอนวี่] [สล๊อต] เหล่าพี่น้องของฉัน
ถ้าหากว่าพวกเธอได้รับข้อความนี้ และยังไม่ถูกโนอาร์ล้างสมองไปก่อน ฉันคงต้องกล่าวขอโทษเป็นอันดับแรก ที่ไปหาว่าพวกเธอเป็นคน [ทรยศ] ต่อคำสั่งท่านบาวล์
อีกอย่าง ยังไงพวกเธอก็จำอดีตไม่ได้อยู่แล้ว ดังนั้นคงจะไม่เข้าใจในสิ่งที่ฉันพูดเท่าไหรนัก
แต่ตอนนี้พวกเธอคงได้รับรู้ความจริงจากฉันไปทั้งหมดแล้ว
นี่คือคำสั่งเสียสุดท้ายของฉันในฐานะ [ราธ] พี่สาวของเธอ
จงเอาความจริงนี้ไปแจ้งคนที่เธอคิดว่าอยากจะปกป้อง
จงนำข้อความไปบอกต่อให้น้อง [ลัซ] รับรู้ ก่อนที่โนอาร์จะไปถึงตัวเธอ
จงขัดขวางโนอาร์ อย่าให้โนอาร์กลับมาเถลิงอำนาจ จนนำพาสงครามมาสู่เผ่าพันธุ์เหมือนในอดีต
ฉันขอฝากพวกเธอช่วยหยุดโนอาร์แทนฉันด้วย
.
.
.
อนึ่ง บางทีอาจมีความเป็นไปได้ที่โนอาร์จะเห็นข้อความนี้แล้ว ดังนั้นขอให้ระวังโนอาร์เอาไว้ด้วย
จาก ราธ พี่ใหญ่ของพวกเธอ…