แหวนภัสดา

    เที่ยวงานวัด (3)

            เกตุแก้วมองตุ๊กตาผู้หญิงในมือตัวเองก่อนจะมองไปที่ตุ๊กตาผู้ชายในมือของคุณหลวง หญิงสาวกำลังคิดว่าจะกินตรงไหนก่อนดีพลันสายตาก็เห็นว่าคุณหลวงกินหัวตุ๊กตาผู้ชายเข้าปากไปเสียแล้ว นั่นทำให้เกตุแก้วอดขำไม่ได้จึงหัวเราะออกมาอย่างไม่ปิดบัง

            คุณหลวงภัสดาเห็นอาการของเกตุแก้วที่ดูอารมณ์ดีเป็นพิเศษเขาถึงกับยืนอึ้งรู้สึกซาบซึ้งไปทั่วหัวใจ แต่ก่อนเกตุแก้วมักจะมึนตึงใส่เขา หล่อนแสดงออกให้เห็นอยู่เสมอว่าไม่เคยมีความสุขเมื่ออยู่กับเขาเลยแต่วันนี้เกตุแก้วกลับทำในสิ่งที่เขาอยากเห็นมาตลอด ท่าทางของหล่อนเวลานี้ดูมีความสุขยิ่งนักหล่อนยิ้ม หล่อนพูดอย่างสนิทสนมกับเขา ชายหนุ่มรู้สึกดีใจมากเขาจึงถามขึ้นด้วยอารมณ์ที่สุนทรีอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนในชีวิต

            “ขำอะไรรึ?” คุณหลวงถามขึ้นปากก็ยังเคี้ยวหัวตุ๊กตาไม่หยุดเกตุแก้วถาม ทั้งที่ยังหัวเราะไม่หยุด

            “คุณหลวงกินหัวตุ๊กตาก่อนเลยรึเจ้าคะ?”  ปากเคี้ยวหยับๆ แต่สีหน้างงๆ

            “กินตรงไหนก่อนก็อร่อยเหมือนๆ กันมันเป็นน้ำตาลเหมือนกันหมด หล่อนลองดูสิ” คนพูดชี้ชวนเกตุแก้วกินหัวตุ๊กตาผู้หญิงบ้าง ก่อนจะพยักหน้าว่าเป็นจริงดังที่เขาพูดคุณหลวงยิ้ม

            “เห็นรึไม่ ว่าฉันมิได้ปดหล่อน”เมื่อเห็นว่าเกตุแก้วชอบเขาจึงหยิบขนมน้ำตาลเสียบไม้ขึ้นมาอีกอันหนึ่งแล้วยื่นให้เกตุแก้ว ขนมน้ำตาลไม้นั้นมันเป็นรูปดอกไม้สีสวยงาม

            “รับไว้สิ” คนยื่นให้เอ่ยขึ้นเกตุแก้วรับไว้ไม่กล้ายิ้ม เพราะเธอไม่มั่นใจว่าที่คุณหลวงให้มันหมายความว่ากระไรเขาบอกความในใจ รึแค่เห็นว่ามันอร่อยจึงซื้อให้อีกอันหญิงสาวจึงถือเอาไว้แต่ไม่กินพอดีคุณหลวงหันไปเห็นพระยาปรีดาศักดิ์มากับคุณหญิงเนื่องทอง มีบัวทองเดินตามหลังมาติดๆคุณหลวงภัสดาจึงเข้าไปไหว้ทำความเคารพพระยาปรีดาศักดิ์และคุณหญิงเนื่องทองอย่างนอบน้อมเกตุแก้วยกมือไหว้ตามพระยาปรีดาศักดิ์รับไหว้เกตุแก้วแต่คุณหญิงเนื่องทองกลับยกพัดขึ้นมาโบกสะบัดไม่รับไหว้เสียงอย่างนั้น

            “ไหว้พระกันเถอะหลาน” พระยาปรีดาศักดิ์พูดกับคุณหลวงภัสดาอย่างมีเมตตาส่วนบัวทองมองไปทางเกตุแก้วด้วยสายตาชิงชังในใจแอบอิจฉาที่เกตุแก้วได้มางานวัดกับคุณหลวงภัสดา

            “นั่นใครรึพ่อภัส? งามจริงอย่างกับนางอัปสรแน่ะ” พระยาปรีดาศักดิ์มองไปทางเกตุแก้วพร้อมเอ่ยชมจากใจขณะที่คุณหลวงภัสดากำลังจะแนะนำเกตุแก้วให้รู้จัก บัวทองก็สอดขึ้นทันที

            “บ่าวของแม่ลำเภาเจ้าค่ะคุณพ่อ”พระยาปรีดาศักดิ์ไม่เชื่อคำพูดบัวทองแม้แต่น้อย ด้วยหน้าตาผิวพรรณที่ผุดผ่องกริยามารยาทราวกับผู้ดี เมื่อเห็นดังนั้นคุณหญิงเนื่องทองรีบพูดต่อ

     

            “อันที่จริงก็ไม่ใช่บ่าวแต่กำเนิดหรอกค่ะเจ้าคุณพี่แม่เกตุแก้วน่ะเป็นถึงลูกขุนน้ำขุนนาง” คุณหญิงเนื่องทองพูดพร้อมจิกตามองไปทางเกตุแก้ว

            “แต่บังเอิญพ่อกับแม่ของหล่อนละโมบโลภมากร่วมกันฉ้อราษบังหลวงคิดคดยักยอกเงินแผ่นดินลูกสาวเลยต้องตกอับมาเป็นบ่าวไพร่ในเรือนพ่อภัสอย่างที่เจ้าคุณพี่เห็นนี่แหละเจ้าค่ะ”บัวทองสะใจที่แม่พูดออกไปแบบนั้น เหมือนกับตอกหน้านังเกตุแก้วที่บังอาจทำเป็นมาชูคอเดินเที่ยวงานวัดเคียงคู่กับคุณหลวงภัสดาบัวทองแทบจะเก็บความหมั่นไส้เนื่องจากอิจฉาริษยาเอาไว้ไม่อยู่ด้วยซ้ำ

            ส่วนทางด้านของเกตุแก้ว หล่อนออกจะชินชาที่โดนสองแม่ลูกแดกดันเรื่องพ่อกับแม่เสียแล้วหญิงสาวยืนนิ่งแม้ในใจจะนึกโมโหอยู่ก็ตาม คุณหลวงภัสดาเอกงก็ไม่ชอบใจที่สองแม่ลูกพูดจาหักหน้าเกตุแก้วเช่นนี้เขากำลังจะสวนขึ้นเพื่อปกป้องหญิงสาวแต่ไม่ทันจะได้เอ่ยอะไร พระยาปรีดาศักดิ์ก็พูดแทรกเสียก่อน

            “เอาน่าแม่เนื่องทอง ลูกด้วยบัวทองเพลาๆ กันบ้างเถอะคำพูดคำจา คนล้มไปแล้วอย่าพากันกระหน่ำซ้ำเติมนักเลยน่า” คราวนี้เกตุแก้วเงยหน้ามองพระยาปรีดาศักดิ์เต็มตา แม้จะเป็นครอบครัวเดียวกันแต่ดูเหมือนว่าพระยาปรีดาศักดิ์ผู้นี้จะมีความยุติธรรมอยู่ไม่น้อยคุณหญิงเนื่องทองได้ยินผู้เป็นสามีตำหนิแบบนั้นก็ได้แต่ค้อนให้กับลมฟ้าอากาศทางด้านบัวทองก็ขุ่นใจไม่น้อยที่โดนผู้เป็นพ่อตำหนิแต่เมื่อเห็นคุณหลวงธรรมธรกำลังมุ่งหน้ามาทางกลุ่มของพวกเธอ บัวทองก็รีบสะกิดผู้เป็นแม่ทันที

            คุณหลวงธรรมธรเข้ามาทำความเคารพพระยาปรีดาศักดิ์ก่อนจะไหว้คุณหญิงเนื่องทองแต่เมื่อหันไปทางเกตุแก้วคุณหลวงธรรมธรถึงกับตกตะลึงวันนี้หล่อนดูงามกว่าทุกวันยิ่งนัก ชายหนุ่มได้แต่เก็บความขมขื่นเอาไว้ในใจที่เขาไม่สามารถจะครอบครองหล่อนเอาไว้ได้เกตุแก้วแม้จะไม่ได้รักคุณหลวงธรรมธรเลยแต่ก็อดเสียใจไม่ได้ที่เป็นคนทำร้ายจิตใจเขาไปแบบนั้นแต่จะให้หล่อนทำยังไงได้เล่า ในเมื่อหล่อนตกเป็นของคุณหลวงภัสดาและไม่อาจจะเป็นของใครได้อีกแล้วทางด้านคุณหลวงภัสดาเมื่อเห็นสายตาของคุณหลวงธรรมธรเช่นนั้นก็ขยับเดินไปยืนเคียงข้างเกตุแก้วอย่างแสดงความเป็นเจ้าของอยู่ในทีคุณหลวงธรรมธรมองด้วยความไม่ชอบใจเท่าไหร่นักเพราะว่ายังทำใจไม่ได้

             คุณหญิงเนื่องทองรับไหว้คุณหลวงธรรมธรพร้อมกับส่งสายตาอย่างมีความนัย ก่อนจะหันไปพูดกับพระยาปรีดาศักดิ์ผู้เป็นสามี

            “คุณพี่คะอิฉันขอตัวประเดี๋ยวนะเจ้าคะ”พูดจบก็หันไปขยิบตาให้กับคุณหลวงธรรมธรและบัวทองลูกสาวของตนเองทั้งสองเห็นดังนั้นจึงพร้อมใจกันขอตัวเดินตามคุณหญิงเนื่องทองออกไปเกตุแก้วมองตามรู้สึกสงสัยอยู่ในใจเพราะไม่เคยเห็นคุณหญิงเนื่องทองกับคุณหลวงธรรมธรจะสนิทกันเท่าไหร่ทางด้านคุณหลวงภัสดาเองก็แปลกใจไม่น้อยไปกว่าเกตุแก้วแต่ว่าเขามีธุระสำคัญที่จะต้องคุยกับพระยาปรีดาศักดิ์จึงไม่ได้ให้ความสนใจ คุณหญิงเนื่องทองสักเท่าไหร่และเห็นเป็นโอกาสอันดีที่คุณหญิงเนื่องทองและบัวทองไม่ได้อยู่ตรงนี้ด้วย

            “ท่านเจ้าคุณกระผมมีเรื่องจะเรียนขอความเมตตาจากท่านเจ้าคุณขอรับ” คุณหลวงภัสดาเอ่ยขึ้นด้วยความนอบน้อมอย่างที่สุด

            “มีอะไรว่ามาเถิดพ่อภัสอย่าทำให้เป็นพิธีรีตองอยู่เลย คนกันเองแท้ๆ เชียวนะ” พระยาปรีดาศักดิ์เอ่ยขึ้นอย่างเอื้ออารีคุณหลวงภัสดายืนลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหันไปบอกเกตุแก้ว

            “หล่อนอยู่ตรงนี้ห้ามไปไหนเดี๋ยวฉันคุยธุระเสร็จจะรีบกลับมา” คำสั่งค่อนข้างเข้มงวดเกตุแก้วพยักหน้ารับคำ เมื่อสั่งความกับเกตุแก้วเรียบร้อยแล้ว คุณหลวงภัสดาก็หันไปพูดกับพระยาปรีดาศักดิ์

            “เชิญทางนี้เถิดขอรับ กระผมขอรบกวนเวลาท่านเจ้าคุณไม่นาน”คุณหลวงภัสดาผายมือเชิญให้พระยาปรีดาศักดิ์เดินนำเขาหันมามองเกตุแก้วแว้บหนึ่งแล้วรีบเดินตามพระยาปรีดาศักดิ์ออกไป

            เกตุแก้วมองตามหลังพระยาปรีดาศักดิ์หล่อนรู้สึกว่าพระยาปรีดาศักดิ์ผู้นี้นิสัยใจคอแตกต่างไปจากคุณหญิงเนื่องทองและบัวทองไม่น้อยมีความยุติธรรมทั้งยังเมตตาไม่ดูถูกเหยียดหยามคนอื่นๆ ที่ต่ำต้อยกว่าตนคนแบบนี้ช่างน่าเคารพยำเกรงเป็นอย่างยิ่ง

            เมื่อทั้งสองปลีกตัวออกไปพูดธุระสักพักหนึ่งเกตุแก้วที่ยืนรอคุณหลวงภัสดาอยู่นาน เธอมองนั่นมองนี่พร้อมกับกินตุ๊กตาเคลือบน้ำตาลไปเรื่อยๆแต่แล้วก็ต้องหยุดชะงักเมื่อมีเสียงหนึ่งดังมาจากทางด้านหลัง

            “ลูกหลานผู้ใดรึมายืนอยู่คนเดียว?”เกตุแก้วรีบหันไปตามเสียงก็พบเป็นชายหนุ่มคนหนึ่งแต่งตัวค่อนข้างดีน่าจะเป็นหัวหน้ากลุ่มส่วนชายหนุ่มที่ตามมาด้วย ล้วนอายุรุ่นราวคราวเดียวกันแต่การแต่งตัวไม่ดีเท่าคนที่เอ่ยถามเธอเกตุแก้วไม่ตอบแต่ทำหน้าเหรอหราหันมองไปทางที่คุณหลวงภัสดากับพระยาปรีดาศักดิ์เดินไปพูดคุยกันในใจก็ขอให้เขากลับมาเร็วๆ

            “งามจริง” ชายหนุ่มกลุ่มนั้นยืนล้อมวงเข้ามาพร้อมวาจาแทะโลม

            “แม่นางฟ้านางสวรรค์ไปเที่ยวงานวัดด้วยกันดีรึไม่ ประเดี๋ยวพวกข้าจะพาไปเอง”  พูดพร้อมเดินอาดๆเข้ามาฉุดแขนของเกตุแก้ว เกตุแก้วสะบัดแขนออกจากการเกาะกุมรีบเดินหนีออกมาในใจแอบหวั่นๆ ว่าตัวเองจะได้รับอันตรายแน่แล้วพวกนั้นไม่ยอมเช่นกันวิ่งเข้าไปล้อมวงยืนดักหน้าดักหลังเกตุแก้วเอาไว้ แล้วทำท่าจะเข้าไปฉุดดึงหญิงสาวให้ไปกับพวกมันแต่ยังไม่ทันจะได้ดึงไปไหน

            "พลั่ก...!!” หัวโจกที่ทำท่าดึงแขนของเกตุแก้วพลันล้มลงไปกองกับพื้นเพราะคุณหลวงภัสดาแล่นเข้ามาแล้วชกเข้าให้ที่ใบหน้าพ่อหนุ่มคนนั้นเต็มแรงคุณหลวงรีบดึงเกตุแก้วมายืนข้างหลังตนพร้อมมองหน้าพวกหนุ่มๆ เหล่านั้นอย่างเอาเรื่องปากก็ประกาศก้อง

            “กูหลวงภัสดาปรีชานุภาพส่วนนี่เมียกู พวกมึงอย่าคิดแตะต้อง” ในขณะที่กำลังหน้าสิ่วหน้าขวานแต่เกตุแก้วกลับหน้าร้อนฉ่าแดงซ่านเป็นลูกตำลึง พร้อมกับแอบดีใจลึกๆที่คุณหลวงไม่อายกับการบอกทุกคนว่าหล่อนคือเมียของเขา เมื่อคุณหลวงไล่พวกคนพาลออกไปได้แล้วเกตุแก้วก็เข้ามาดูอาการ จับมือจับแขนว่าเจ็บตรงไหนรึไม่คุณหลวงมองตามท่าทางของหญิงสาว แอบนึกดีใจที่หญิงสาวเป็นห่วงเขา

            “ฉันไม่เป็นอะไร ขอบใจที่เป็นห่วง”เมื่อได้ยินคุณหลวงบอกอย่างนั้นเกตุแก้วจึงปล่อยมือฝ่ายคุณหลวงจึงเป็นคนถามขึ้นบ้าง

            “หล่อนเล่า เจ็บตรงไหนรึไม่? ขอฉันดูหน่อย” เกตุแก้วส่ายหัว รีบตอบ

            “พวกมันยังไม่ได้ทำอะไรอิฉันดอกเจ้าค่ะคุณหลวงเข้ามาเสียก่อน” เมื่อคุณหลวงได้ยินเกตุแก้วตอบก็โล่งใจแต่ไม่วายทำเสียงในลำคอคล้ายๆ กับว่าไม่พอใจ

            “อย่ามาเรียกฉันว่าคุณลงคุณหลวง”เกตุแก้วงง ที่อีกฝ่ายบอกแบบนั้น

            “หล่อนควรเรียกฉันเสียใหม่”คุณหลวงพูดเสียงเบาลงเล็กน้อย เกตุแก้วแปลกใจ

            “คุณหลวงจะให้อิฉันเรียกว่าอย่างไรเจ้าคะ”รีบถามขึ้นเพราะปกติหล่อนก็เรียกเขาแบบนี้มาโดยตลอด

            “แม่เกตุแก้วต่อไปหล่อนต้องเรียกฉันว่าคุณพี่” น้ำเสียงวาบหวาน

            “เข้าใจรึไม่?” ถามย้ำอย่างคาดคั้น

            “ไหนลองเรียกฉันใหม่ซิ” เกตุแก้ว ชักงักทำหน้าเหรอหรา

            “จะให้เรียกตอนนี้เลยรึเจ้าคะ?”เธอรู้สึกไม่ชินปากเพราะไม่เคยเรียกแบบนี้มาก่อนแต่คุณหลวงไม่ตอบกลับปั้นหน้าจริงจังเกตุแก้วจึงอ้อมแอ้มเรียกสรรพนามคนออกคำสั่งเสียใหม่

            “เจ้าค่ะคุณพี่” เมื่อเกตุแก้วพูดจบ คุณหลวงก็ยิ้มร่าอารมณ์ดีอย่างที่สุด

            “อืม...ต่อไปหล่อนต้องเรียกฉันแบบนี้ ต้องเรียกให้ติดปาก” เขาออกคำสั่งอีกครั้ง

            “ไปกันเถอะแม่เกตุแก้วไปดูตรงโน้นกัน คนเริ่มมาเยอะแล้ว” เขาเองจากที่เรียกเกตุแก้วเฉยๆก็เปลี่ยนเป็น แม่เกตุแก้ว เป็นการให้เกียรติคนถูกเรียกนั่นเองพูดจบคุณหลวงก็จับมือเกตุแก้วแล้วเดินไปตรงซุ้มการละเล่นด้านหน้า.

    คล้ายกับเรื่องแหวนภัสดา ที่คุณอ่าน