ดอกบัวในสายลม

    ภาค 4 ตอนที่ 11: ทายาทมังกรและแผนการรับชายารองคนที่สอง

    หกเดือนแห่งการใช้ชีวิตในตำหนักบูรพาภายใต้การควบคุมที่มองไม่เห็นของ หลี่เฟิ่งหวง ได้ผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็วราวกับความฝัน รัชทายาทหลงซาน ยังคงตกอยู่ในวังวนของความอ่อนเพลียและอาการ นกเขาไม่ขัน ที่ไม่ได้รับการแก้ไข แม้จะทรงพยายามหาหมอหลวงที่ไว้ใจมาตรวจพระอาการอย่างลับๆ หลายครั้ง แต่ผลวินิจฉัยก็ยังคงเป็นเช่นเดิม: "อ่อนเพลียจากการตรากตรำงานหนัก" ซึ่งเป็นข้อสรุปที่ฮ่องเต้ทรงสร้างขึ้นอย่างแนบเนียนเพื่อปกปิดแผนการอันซับซ้อนของพระองค์ และเพื่อรักษาหน้าของรัชทายาทไว้ในสายตาของขุนนาง

     

    สิ่งที่ทำให้รัชทายาททรงสับสนที่สุดคือภาพที่ปรากฏต่อพระเนตรในทุกเช้าที่ตื่นบรรทม พระองค์มักจะตื่นขึ้นมาพร้อมกับความรู้สึก อ่อนล้า ไปทั้งสรรพางค์กาย ราวกับเพิ่งผ่านศึกรักอันดุเดือดมาหมาดๆ และที่สำคัญคือ พระองค์จะพบ หลี่เฟิ่งหวง ชายาเอก และ ซูเม่ย ชายารอง นอนอยู่ข้างๆ ในสภาพที่ชวนให้เข้าใจผิดอย่างยิ่งยวด

     

    เสื้อผ้าของพวกนางมักจะหลุดลุ่ย เผยให้เห็นผิวเนื้อขาวผ่องที่มีรอยแดงช้ำคล้ายรอยจูบและรอยกัดที่เกิดจากความเร่าร้อนของราคะ ร่างกายของพวกนางมีกลิ่นหอมหวานของเหงื่อไคลและกลิ่นอายของบทรักที่เพิ่งจบลง และที่สำคัญที่สุดคือ บนผิวเนื้อของพวกนางมักมี คราบน้ำรัก ของบุรุษที่แห้งกรังติดอยู่ ซึ่งรัชทายาททรงเชื่อว่าเป็นของพระองค์เองอย่างไม่มีข้อสงสัย พระองค์ทรงสำรวจร่างกายของตนเอง ก็พบร่องรอยเช่นเดียวกัน ทั้งรอยเล็บที่แผ่นหลัง รอยจูบที่ซอกคอ และความปวดเมื่อยตามข้อต่อต่างๆ สิ่งเหล่านี้ตอกย้ำความเชื่อของพระองค์ว่า ตนเองได้ทำรักกับชายาทั้งสองอย่างบ้าคลั่งในยามค่ำคืน เพียงแต่ฤทธิ์ยาที่ทำให้พระองค์หลับลึกจนเกินไปทำให้พระองค์จำรายละเอียดไม่ได้เท่านั้น

     

    "ข้าช่างเป็นบุรุษที่เร่าร้อนยิ่งนัก" รัชทายาททรงรำพึงในพระทัยด้วยความภาคภูมิใจที่ถูกสร้างขึ้น "แม้ร่างกายจะอ่อนเพลีย แต่สัญชาตญาณแห่งบุรุษเพศก็ยังคงแข็งแกร่งจนสามารถปรนเปรอชายาทั้งสองได้ถึงเพียงนี้ พวกนางคงจะรักและต้องการข้ามากเป็นแน่"

     

    ความเชื่อที่ผิดๆ นี้ทำให้รัชทายาททรงรู้สึกว่าตนเองยังมี ศักดิ์ศรี และ ความสามารถ ในฐานะบุรุษเพศอยู่ พระองค์จึงตัดสินใจเบี่ยงเบนความสนใจจากความบกพร่องทางกายที่ยังคงมีอยู่ ไปสู่การสร้าง จุดเด่นอื่น ที่จะทำให้พระองค์เป็นที่ยอมรับในราชสำนักและสามารถสืบทอดราชบัลลังก์ได้อย่างสง่างาม

     

     

    รัชทายาทหลงซานทรงทุ่มเทให้กับการเรียนรู้การบริหารงานราชการอย่างจริงจัง พระองค์ทรงใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ในห้องทรงอักษร ทรงอ่านฎีกาและเอกสารราชการอย่างขะมักเขม้น ทรงเข้าเฝ้าฮ่องเต้เพื่อขอคำแนะนำและขอให้มอบหมายงานสำคัญๆ ให้กับพระองค์ ฮ่องเต้ทรงแสร้งทำเป็นชื่นชมในความขยันขันแข็งของพระโอรส และทรงมอบหมายงานที่สำคัญแต่ไม่ซับซ้อนให้พระองค์จัดการ เพื่อให้รัชทายาทรู้สึกว่าตนเองมีบทบาทสำคัญในการปกครองแผ่นดิน

     

    "ลูกข้าเติบโตขึ้นแล้วจริงๆ" ฮ่องเต้ทรงกล่าวต่อหน้าขุนนางด้วยรอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยความภาคภูมิใจ "ความขยันหมั่นเพียรของรัชทายาทเป็นที่ประจักษ์แก่ทุกคนแล้ว ข้าเชื่อว่าเขาจะสามารถสืบทอดราชบัลลังก์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ"

     

    การกระทำของรัชทายาททำให้ขุนนางหลายคนเริ่มเห็นความตั้งใจจริงของพระองค์ และเริ่มหันมาสนับสนุนพระองค์อย่างเปิดเผย เพราะพวกเขาเชื่อว่ารัชทายาทกำลังเตรียมพร้อมสำหรับการสืบทอดราชบัลลังก์อย่างแท้จริง การที่รัชทายาททรงมุ่งมั่นในงานราชการ ทำให้พระองค์ไม่มีเวลามาสนใจเรื่องราวภายในตำหนักบูรพา ซึ่งนั่นคือสิ่งที่ หลี่เฟิ่งหวง และ ฮ่องเต้ ต้องการมากที่สุด เพราะมันทำให้แผนการของพวกเขาราบรื่นยิ่งขึ้น

     

     

    ในขณะที่รัชทายาททรงวุ่นอยู่กับงานราชการ ฮ่องเต้ ก็ทรงปฏิบัติภารกิจ เร่งสร้างทายาท อย่างเต็มที่ พระองค์จะเสด็จมาที่ตำหนักบูรพาเกือบทุกสามวัน โดยอ้างว่ามาเยี่ยมเยียนหลี่เฟิ่งหวงและซูเม่ย แต่ความจริงแล้วคือการมาสานต่อบทรักอันเร่าร้อนกับชายาทั้งสอง

     

    หลี่เฟิ่งหวง ในฐานะชายาเอกและผู้บงการหลัก จะเป็นผู้จัดเตรียมทุกอย่างให้พร้อม นางจะวางยาในเหล้าของรัชทายาทเพื่อให้พระองค์หลับลึกจนไม่รู้สึกตัว และจะเตรียม ซูเม่ย ชายารอง ให้พร้อมสำหรับการร่วมรักสามเส้าอันเร่าร้อน ซูเม่ยให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่และยินดีที่จะเป็นเครื่องมือในการสร้างทายาทให้กับฮ่องเต้ เพราะนางรู้ดีว่าการตั้งครรภ์กับฮ่องเต้ต่างหากที่จะทำให้นางมีอำนาจที่แท้จริงและหลุดพ้นจากสถานะชายารองที่ไร้อำนาจ

     

    บทรักของฮ่องเต้ หลี่เฟิ่งหวง และซูเม่ยนั้นดำเนินไปอย่าง เร่าร้อน และ บ้าคลั่ง ฮ่องเต้ทรงใช้พละกำลังและประสบการณ์ทั้งหมดในการปรนเปรอสตรีทั้งสองอย่างถึงพริกถึงขิง หลี่เฟิ่งหวงจะทำหน้าที่เป็นผู้กระตุ้นและผู้ร่วมรักที่เต็มไปด้วยตัณหา นางจะใช้เรียวลิ้นและปลายนิ้วปรนเปรอซูเม่ยอย่างชำนาญ ในขณะที่ฮ่องเต้ทรงใช้ท่อนเนื้ออันแข็งแกร่งรุกเร้าซูเม่ยอย่างหนักหน่วง บางครั้งหลี่เฟิ่งหวงก็ร่วมรักกับฮ่องเต้ต่อหน้าซูเม่ย เพื่อให้ซูเม่ยได้เรียนรู้และตื่นเต้นไปกับบทรักที่เหนือกว่าจินตนาการ การร่วมรักทุกสามวันเป็นไปอย่างเข้มข้นและเต็มไปด้วยความหวังที่จะให้กำเนิด ทายาทมังกร โดยเร็วที่สุด

     

     

    ในที่สุด ความพยายามก็เป็นผล หลังจากผ่านไปหกเดือน ข่าวดีที่ทุกคนรอคอยก็มาถึง หลี่เฟิ่งหวงตั้งครรภ์แล้ว ข่าวนี้สร้างความปลื้มปิติให้กับทุกคนในวังหลวงอย่างหาที่สุดมิได้

     

    รัชทายาทหลงซาน ทรงดีพระทัยอย่างยิ่ง พระองค์ทรงเชื่อว่าทายาทในครรภ์ของหลี่เฟิ่งหวงคือ หลักฐาน ที่ชัดเจนที่สุดว่าพระองค์ยังคงมีสมรรถภาพทางเพศ และความพยายามในการร่วมรักในยามค่ำคืนของพระองค์นั้นได้ผล พระองค์ทรงดูแลหลี่เฟิ่งหวงอย่างดีที่สุด ทรงพระราชทานของกำนัลมากมาย และทรงประกาศให้ทุกคนในวังหลวงทราบถึงความสำคัญของทายาทคนแรกของพระองค์

     

     

    แม่ทัพใหญ่หลี่ บิดาของหลี่เฟิ่งหวง ซึ่งเป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุดของแคว้น ได้รับเกียรติอย่างสูงจากราชสำนัก เนื่องในโอกาสที่บุตรสาวตั้งครรภ์ทายาทคนแรกของรัชทายาท ฮ่องเต้ทรงพระราชทานบรรดาศักดิ์ให้แก่แม่ทัพใหญ่หลี่เป็น หลี่กว๋อกง ซึ่งเป็นบรรดาศักดิ์ชั้นสูงที่ สามารถสืบทอดต่อไปยังลูกหลานได้ ทำให้ตระกูลหลี่กลายเป็นตระกูลขุนนางที่ทรงอิทธิพลอย่างแท้จริงและมั่นคงในอำนาจ มารดาของหลี่เฟิ่งหวง ก็ได้เลื่อนขั้นเป็น ฮูหยินขั้น 1 อย่างสมเกียรติ ซึ่งเป็นตำแหน่งสูงสุดที่สตรีในตระกูลขุนนางจะได้รับ การพระราชทานบรรดาศักดิ์ครั้งนี้เป็นการตอกย้ำถึงความสำคัญของหลี่เฟิ่งหวงในฐานะชายาเอกและผู้ให้กำเนิดทายาทคนแรกของรัชทายาทอย่างชัดเจน

     

    แต่คนที่ปลื้มปิติที่สุดคือ ฮ่องเต้ พระองค์ทรงพระราชทานรางวัลมากมายให้กับหลี่เฟิ่งหวงและครอบครัวของนาง รางวัลที่พระราชทานนั้นยิ่งใหญ่และล้ำค่ากว่ารางวัลที่เคยพระราชทานให้กับพระสนมคนใดๆ ในวังหลวง ราวกับว่าทายาทในครรภ์ของหลี่เฟิ่งหวงคือ บุตรของพระองค์เอง ฮ่องเต้ทรงประกาศให้ทุกคนทราบว่าทายาทคนนี้คือ หลานคนแรก ของราชวงศ์ และทรงให้ความสำคัญกับหลี่เฟิ่งหวงเป็นพิเศษ ทรงเรียกนางเข้าเฝ้าบ่อยครั้งเพื่อสอบถามถึงพระอาการและดูแลความเป็นอยู่ของนางอย่างใกล้ชิด ทรงพระราชทาน สมุนไพรบำรุงครรภ์ ที่หายากที่สุดในแผ่นดิน และทรงสั่งให้หมอหลวงที่ทรงไว้ใจที่สุดมาดูแลนางอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง

     

     

    หลี่เฟิ่งหวงไม่เคยลืม ชิงเยว่ สาวใช้คนสนิทที่ภักดีต่อนางมาโดยตลอด และนางก็ไม่ลืมสัญญาที่เคยให้ไว้เรื่องการจัดหาสามีที่แข็งแรงให้แก่ชิงเยว่ นางได้ทูลขอให้ฮ่องเต้ทรงจัดสรร องครักษ์เงา ที่มีร่างกายกำยำแข็งแรงและมีทักษะเป็นเลิศมาแต่งงานกับชิงเยว่ ซึ่งฮ่องเต้ก็ทรงอนุญาตด้วยความเต็มใจ เพราะทรงเห็นว่าเป็นการตอบแทนความภักดีของสาวใช้ที่ดูแลชายาเอกของรัชทายาทเป็นอย่างดี

     

    แต่หลี่เฟิ่งหวงไม่ได้หยุดอยู่แค่นั้น นางรู้ดีว่าความต้องการทางกายของชิงเยว่นั้นรุนแรงเกินกว่าที่บุรุษเพียงคนเดียวจะตอบสนองได้ นางจึงทูลขอให้ฮ่องเต้ทรงจัดสรร องครักษ์เงาอีกคน ที่มีคุณสมบัติไม่แพ้กันมาเป็น สามีน้อย ของชิงเยว่ โดยให้ทั้งสามอยู่ร่วมกันอย่างเปิดเผยในเรือนที่จัดเตรียมไว้ให้

     

    "ชิงเยว่เป็นสาวใช้ที่ภักดีที่สุดของหม่อมฉันเพคะ" หลี่เฟิ่งหวงทูลฮ่องเต้ด้วยรอยยิ้มที่ซ่อนความนัย "นางทำงานหนักมาตลอดชีวิต หม่อมฉันต้องการให้นางได้รับความสุขอย่างเต็มที่ และบุรุษเพียงคนเดียวอาจจะไม่เพียงพอต่อความต้องการของนางเพคะ หม่อมฉันได้สังเกตเห็นว่าชิงเยว่มีความต้องการที่รุนแรงและเป็นธรรมชาติ การมีบุรุษที่แข็งแกร่งถึงสองคนจะช่วยให้นาง เต็มอิ่ม และ มีความสุข อย่างแท้จริง ซึ่งจะทำให้นางสามารถปรนนิบัติหม่อมฉันได้อย่างเต็มที่โดยไม่มีเรื่องใดให้กังวล"

     

    ฮ่องเต้ทรงหัวเราะอย่างพอพระทัยในความใจกว้างและเข้าใจโลกของหลี่เฟิ่งหวง พระองค์ทรงจัดสรร องครักษ์เงาชั้นยอด สองคน คือ หลง ผู้เงียบขรึมแต่แข็งแกร่ง และ เฟย ผู้ร่าเริงแต่ดุดัน ให้แก่ชิงเยว่ทันที องครักษ์ทั้งสองมีร่างกายที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามและใบหน้าที่หล่อเหลาคมคาย พวกเขาถูกฝึกมาเพื่อปรนนิบัติเจ้านายอย่างไม่มีข้อแม้ และตอนนี้ภารกิจของพวกเขาก็คือการปรนนิบัติ ชิงเยว่ อย่างเต็มที่และสม่ำเสมอ

     

    ชิงเยว่ ได้รับการแต่งงานอย่างสมเกียรติ และได้ย้ายเข้าไปอยู่ในเรือนใหม่พร้อมกับสามีทั้งสองของนาง นางได้ลิ้มรสความสุขทางกายที่รุนแรงและเร่าร้อนจากบุรุษที่แข็งแกร่งถึงสองคนพร้อมกัน ความต้องการที่ถูกกดทับมานานของนางได้รับการปลดปล่อยอย่างเต็มที่ ทำให้ชิงเยว่ยิ่งรู้สึก ภักดี และ ซาบซึ้ง ในบุญคุณของหลี่เฟิ่งหวงอย่างหาที่สุดมิได้ นางรู้ดีว่าชีวิตที่สุขสบายและเต็มอิ่มเช่นนี้ จะไม่มีวันเกิดขึ้นได้หากปราศจากความเมตตาของเจ้านายของนาง

     

     

    หลังจากตั้งครรภ์ได้สองเดือน หลี่เฟิ่งหวงก็เริ่มดำเนินการตามแผนการขั้นต่อไป นางรู้ดีว่าการตั้งครรภ์จะทำให้นางไม่สามารถร่วมรักกับฮ่องเต้ได้ชั่วคราว และนางก็ไม่ต้องการให้ฮ่องเต้ทรงหันไปหา ซูเม่ย เพียงคนเดียว เพราะนั่นอาจทำให้อำนาจของซูเม่ยเพิ่มขึ้นจนควบคุมได้ยาก นางต้องการให้มีหมากตัวใหม่เข้ามาเพื่อ ถ่วงดุลอำนาจ และ สร้างความสับสน ให้กับรัชทายาทมากขึ้น

     

    ในคืนหนึ่ง หลี่เฟิ่งหวงได้พูดคุยกับรัชทายาทด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนและเต็มไปด้วยความห่วงใย นางเสนอให้รัชทายาท รับชายารองคนที่สอง เข้ามาในตำหนัก

     

    "ฝ่าบาทเพคะ หม่อมฉันเกรงว่าการที่หม่อมฉันไม่สามารถปรนนิบัติพระองค์ได้ จะทำให้พระองค์ เหงา และ ขาดความสุข เพคะ" หลี่เฟิ่งหวงกล่าวด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความจริงใจ "อีกทั้งซูเม่ยก็เป็นเพียงสตรีคนเดียวที่เหลืออยู่ นางอาจจะ เหนื่อยล้า เกินไปในการปรนนิบัติพระองค์เพียงคนเดียว หม่อมฉันจึงขอเสนอให้พระองค์รับชายารองคนที่สอง เพื่อช่วยลดความเหงาของพระองค์ และช่วยแบ่งเบาภาระของซูเม่ยเพคะ"

     

    รัชทายาททรงเห็นด้วยทันที พระองค์ทรงรู้สึกว่าตนเองเป็นบุรุษที่โชคดีที่สุดในแผ่นดินที่มีชายาเอกที่ ใจกว้าง และ เข้าใจ พระองค์ถึงเพียงนี้ พระองค์ทรงเชื่อว่าการรับชายารองคนที่สองจะช่วยเสริมอำนาจทางการเมืองของพระองค์ และที่สำคัญที่สุดคือ จะทำให้พระองค์รู้สึกว่าตนเองยังคงเป็น บุรุษที่สมบูรณ์ ที่มีสตรีมากมายต้องการปรนนิบัติ

     

    หลี่เฟิ่งหวงได้เสนอชื่อ หลิวเยว่ บุตรสาวของ เสนาบดีกรมพิธีการ นางมีรูปโฉมงดงาม กิริยามารยาทเรียบร้อย และที่สำคัญที่สุดคือ นางเป็นสตรีที่ อ่อนโยน และ ว่าง่าย ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่หลี่เฟิ่งหวงต้องการมากที่สุด เพราะนางรู้ดีว่าสตรีที่อ่อนโยนและว่าง่ายจะถูกควบคุมได้ง่ายกว่าสตรีที่มีความทะเยอทะยานสูงอย่างซูเม่ย

     

    "หลิวเยว่จะเป็นหมากตัวใหม่ที่ข้าจะใช้ในการควบคุมอำนาจในตำหนักบูรพา" หลี่เฟิ่งหวงคิดในใจ "นางจะช่วยแบ่งเบาภาระของซูเม่ยในการปรนเปรอฮ่องเต้ และจะช่วยสร้างความสับสนให้กับรัชทายาทมากขึ้นไปอีก หากนางตั้งครรภ์ขึ้นมา รัชทายาทก็จะยิ่งเชื่อมั่นว่าตนเองมีสมรรถภาพทางเพศอย่างเต็มที่ และจะยิ่งทุ่มเทให้กับการบริหารราชการมากขึ้นไปอีก ซึ่งนั่นคือสิ่งที่ฮ่องเต้ต้องการมากที่สุด"

     

    การเตรียมการสำหรับการรับชายารองคนที่สองจึงเริ่มต้นขึ้นอย่างเงียบๆ ภายใต้การดูแลของหลี่เฟิ่งหวง โดยมีรัชทายาทที่อ่อนแอเป็นเพียง หุ่นเชิด ที่ไม่รู้ตัว และมีฮ่องเต้ที่เปี่ยมด้วยอำนาจเป็น คู่รัก และ พันธมิตร ที่แข็งแกร่งที่สุดของนาง หลี่เฟิ่งหวงมองไปยังท้องของตนเองด้วยรอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยชัยชนะ นางรู้ดีว่า ทายาทมังกร ในครรภ์ของนาง คือ กุญแจสำคัญ ที่จะเปิดประตูสู่อำนาจที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิมในอนาคตอันใกล้นี้

     

    คล้ายกับเรื่องดอกบัวในสายลม ที่คุณอ่าน