โคตรมวยไทยถล่มโลกเซียน

    ตอนที่ 60 จอมปีศาจเถาหนาม

    เสือโคร่งขนาดใหญ่หลายตัว พอกระโจนเข้าหามนุษย์ ก็ถูกกระสุนอาคมยิงเข้าใส่

    ทำให้พวกมันต่างล้มตายกันไปในทันที พวกทหารรับจ้าง ต่างดีใจ และมั่นใจยิ่งต่างเดินหน้าเข้ายิงใส่ พวกเสือที่เหลือ แต่ทว่า เสือที่ถูกยิงตายมันกลับกลายเป็นซากศพมนุษย์ แล้วมันก็ค่อยๆ ลุกขึ้นยืน กลายเป็นผีดิบ ชุดที่ใส่คล้ายกับชุดนักรบโบราณ ขจรเห็นก็จำได้ พวกมันเป็นพวกทหารอังวะ ในสมัยสองร้อยกว่าปีก่อน ที่ถูกเขาฆ่าตาย และ ผีดิบบางตัวก็มีลักษณะเหมือนเชลยศึกกรุงศรี ในเวลานั้นด้วย

    คราวนี้พวกมันลุกขึ้นยืน แล้วเดินทื่อ จู่โจมพร้อมกับกรงเล็บที่แหลมคม พวกมทหารรับจ้างก็ระดมยิงปืนใส่ไม่ยั้ง แต่ทว่า ไม่อาจระคายผิวของมันได้

    ขจรเลยนำระเบิดมือของ ทหารรับจ้างที่ยังคงตกตะลึง แล้วนำไปยัดเข้าปากผีดิบ

    จากนั้นก็ปลดสลักระเบิด แล้วถีบร่างของผีดิบ เข้าไปในกลุ่มของมัน

    ตูม !! ร่างของผีดิบระเบิดเป็นชิ้น กระจัดกระจาย วิญญาณคล้ายกับถูกดูดกลับไปทางทิศตะวันตก ขจรรีบตามเข้าไป โดยมีส่างตาตามไปติดๆ 

    ขจรมาถึงป่าทึบแห่งหนึ่ง ที่วิญญาณพุ่งกลับเข้าไป ก็ไม่อาจเข้าไปได้ เพราะป่าทึบแห่งนี้มันเป็นป่าหนามและมีควันสีดำ ล่อยไปมาอยู่โดยรอบ

    “ ส่างตา นี่มันป่าอะไร?”

    “ ป่าหมอกดำ  มันเป็นป่าหนาม และมีควันพิษลอยอยู่ตลอดเวลา ไม่มีใครเข้าไปได้หรอกครับ”

    แล้วพวกทีมทหารรับจ้าง ก็ตามขจรมาติดๆ

    “ เกิดอะไรขึ้น นายวิ่งตามใครมาหรือครับ”  พรานเดชเอ่ยอย่างสงสัย

    “ ผมสัมผัสได้ ว่าวิญญาณของพวกผีดิบนั้น หายลับเข้าไปในป่าหมอกดำแห่งนี้”

    “ นายเห็นวิญญาณจริงๆ ด้วย”  ส่างตาเอ่ยอย่างตกใจ เพราะนอกจากเขาเองที่เห็นแล้ว นึกไม่ถึงว่าขจรจะเห็นด้วยเข่นกัน

    “ หรือว่า แอลจะอยู่ข้างในป่าตรงนี้” พงศธรเอ่ยอย่างสงสัย

    “ ข้างในป่าหมอกมีแต่ควันพิษ แถมยังมีต้นหนามขึ้นมากมาย ไม่เคยมีใครเข้าไปในนั้นได้หรอกครับ”

    “ รอให้ฟ้าสว่างเสียก่อน ค่อยสำรวจกันอีกที” ขจรบอกออกไป แต่ในใจกลับได้ยินเสียงของผู้หญิงคนหนึ่ง กำลังเรียกร้องหาเขา

    “ พี่ทับ ช่วยข้าด้วย  พี่ทับ ช่วยข้าด้วย”

    เสียงนี้ขจร จำได้แม่น นั่นคือเสียง ของทิพย์ที่ตายไปเมื่อสองร้อยกว่าปีก่อน 

    นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ !

    พอฟ้าสว่างขจร กับ ส่างตา ก็เดินสำรวจไปรอบๆ ป่าหมอกดำ

    “ หินเจ้าปัญญา ท่านรู้ไหม หมอกดำนี่คือ อะไร?”

    “ มันคือ พิษของซากสัตว์ดึกดำบรรพ์  บางทีเจ้าอสรพิษเขี้ยวเงิน อาจอาศัยอยู่ในป่าหมอกดำแห่งนี้”

    “ ถ้าเช่นนั้น ถ้าแอลถูกมันจับไปในป่าหมอกดำ ไม่ถูกหมอกพิษแล้วรึ?”

    “ เจ้าอย่าเพิ่งคิดมากไป ยังไม่เห็นศพ ก็อย่าเพิ่งด่วนตัดสินใจ ข้าสัมผัสได้ว่า ในป่าแห่งนี้ ไม่ใช่มีแต่ เจ้าอสรพิษเขี้ยวเงิน มันมีสัตว์ดึกดำบรรพ์มากมาย และยังมีปีศาจที่มีตบะ นับพันปีอาศัยอยู่ด้วย”

    “ หรือว่า พวกเสือผีดิบนั่น เป็นฝีมือของปีศาจพันปีตนนั้น”

    “ ก็เป็นไปได้ เพราะการจับวิญญาณมาเป็นเสือเช่นนี้ ต้องเป็นผู้ที่ตบะพันปีขึ้นไป”

    “ แล้วผมจะเข้าไปป่าหมอกดำนี้ยังไง”

    “ ใช้ดาบสยบฟ้า ทำลายประตูหมอกพิษ ทางทิศตะวันออก   ส่วนแหวนบ่วงนาคบาศ สามารถป้องกันหมอกพิษนี้ได้”

    “ เข้าใจแล้ว”

    ส่างตามองขจรที่ยืนนิ่ง สายตามองเข้าไปในป่าหมอกดำ

    “ นาย นาย”  ส่างตาเรียกขจรที่เงียบไปนาน

    “ หืม”

    “ นาย มองอะไร?”

    “ เมื่อคืนผมเห็นพวกวิญญาณเข้าไปในป่าหมอกดำแห่งนี้ ผมว่าบางที พวกของคุณแอล อาจอยู่ข้างในนี้ก็ได้”

    “ จะเป็นไปได้ยังไง นอกจากหมอกพิษ แล้ว ยังมีต้นหนามที่ขึ้นหนาแน่นขนาดนี้  ใครจะเข้าไปได้”

    แล้วพรานเดช ก็พาพวกผู้พันไทเกอร์ กับ คุณพงศธรมาสมทบกับ ขจร

    “ เป็นไงส่างตา พบเห็นอะไรผิดปกติหรือไม่”

    “ คือว่า...” ส่างตามองมาทางขจร

    “ ส่างตาเห็นวิญญาณเสือ หลบเข้าไปในป่าหมอกดำ ทางทิศตะวันออก ผมว่าบางที่พวกของคุณแอลอาจหลงเข้าไปในนี้”

    “ เป็นไปได้ยังไง ป่าหมอกดำ มีแต่หมอกพิษ ป่าหนามก็เต็มไปหมด” พรานเดชเอ่ยด้วยความแปลกใจ 

    “ ทุกคนถอยไปก่อน ผมจะให้ส่างตาลองสวดคาถามเปิดป่า”

    ขจรพูดจบก็มาคุยกับ ส่างตาสองต่อสอง

    “ คาถาเปิดป่านี่ ท่องยังไงครับ”

    “ ก็สวดมนตร์อัญเชิญเทวดาทั่วไปนี่แหละ เดี๋ยวผมจะช่วยเอง”

    ทุกคนถอยหลังออกมา ปล่อยให้ส่างตานั่งสวดคาถามุบมิบ อยู่คนเดียว ขจรก็นำดาบสยบฟ้าออกมา แล้วเดินไปยืนตรงประตูป่าหมอกดำ ซึ่งเป็นตำแหน่งประตูทางเข้าที่ หินเจ้าปัญญาบอกเอาไว้

    ขจรใช้ดาบกรีดที่ฝ่ามือ แล้วเลือดก็ไหลเข้าไปในตัวดาบสยบฟ้า ขจรก็ฟันดาบเข้าใส่ ประตูป่าหมอกดำ ทันที

    เปรี้ยง !!

    ดาบเดียว ม่านหมอกสีดำก็ถูกแหวกออกเป็นสองส่วน ต้นหนามที่เลื้อยพันรอบๆ ก็ค่อยๆเปิดออกเป็นทาง ส่างตาลุกขึ้นมายืนข้างๆ ขจร

    “ ตรงนี้เป็นประตูจริงๆ ด้วย”

    “ ไปบอกให้ทุกคนตามมา อย่าให้ห่างจากผมเป็นอันขาด”

    ส่างตายกมือให้สัญญาณกับ พรานเดช ให้พาคนเข้ามาได้ แล้วก็กำชับว่าไม่ให้ห่างจากตัวเขา

    ขจรเดินหยิบเอา แหวนนาคบาศออกมาสวมที่นิ้ว แล้วเข้าประตูไปในทันที หมอกพิษสีดำ ทำท่าจะกลับมาปิดประตู แต่พอเข้าใกล้ขจร  พวกมันก็หยุด แล้วต้องถอยห่างออกไปไกล ไม่อาจต้านทานอำนาจ ของ แหวนนาคบาศได้

    ทั้งหมดผ่านประตูหมอกดำเข้าไป ด้านในก็กลับกลายเป็นอีกโลกหนึ่ง หาได้มีควันพิษ มีแต่อากาศที่บริสุทธิ์  ต้นไม้ที่มีอยู่นั้นดูใหญ่โตกว่าโลกปัจจุบันยิ่งนัก

    แล้วทันใดนั้น ก็มีได้โนเสาร์คอยาว ค่อยๆ เดินออกมาจากหลังต้นไม้ใหญ่

    มีฝูงแรดดึกดำบรรพ์ ไทรเซลาท็อปส์  มีนกเทอราโนดอนเจ้าเวหา บินเต็มท้องฟ้า

    ทุกคนได้แต่อ้าปากค้าง ไม่คิดว่าทุกคนจะหลุดมาในยุคไดโนเสาร์

    “ นี่พวกเรา  ไม่ได้ฝันไปใช่ไหม” คุณพงศธรเอ่ยออกมาอย่างตื่นเต้น

    ขจรนั้นไม่สนใจสิ่งแวดล้อม แต่กลับสนใจเสียงหนึ่งที่กำลังบอกให้เขาช่วย เขามองไปทางทิศเหนือ ที่มีต้นไม้ขึ้นสูงเทียบเท่ากับ ไดโนเสาร์ 

    ขจรเห็นต้นไม้ต้นนี้มันมีขนาดใหญ่ แต่ที่น่าหวาดกลัวคือมันมี กิ่งหนามเถาวัลย์ สีดำ พันอยู่รอบๆ ลำต้นขนาดใหญ่ของมัน เสียงของทิพย์ดังมาจากใต้ต้นหนามสีดำยักษ์ต้นนี้

    “ พวกเราจะทางไหนต่อดี”  พงศธร มองซ้าย มองขวา แล้วถามพรานเดช กับ พรานส่างคำ

    ทั้งสองพราน ก็มองหน้ากันแล้วก็ส่ายหัว หันไปมองขจรคล้ายขอความคิดเห็น

    ไม่ทันที่ขจรจะตอบ  แผ่นดินก็เริ่มสั่นสะเทือน มีสัตว์ยุคดึกดำบรรพ์ ทั้งแรด ทั้งแร็ปเตอร์ เสือคาบดาบ  พวกมันก็ต่างรวมตัวกัน พุ่งเข้ามาหากลุ่มของทหาร ทั้งหมดต่างตกใจ รีบวิ่งหนีเข้าหาที่หลบภัย โดยมีช้างแมมมอธ ส่งเสียงคำรามคล้ายกับว่ามันเป็นผู้สั่งการ

    ทุกคนต่างวิ่งหนีกันจ้าละหวั่น พร้อมสาดกระสุนปื่นเพื่อป้องกันตัว แต่ว่าพวกสัตว์ยุคดึกดำบรรพ์มีมากเหลือเกิน เลยต้องวิ่งหนีกันสุดชีวิต

    ขจรไม่หนี กลับท่องคาถาแปลงกายอีกครั้ง ร่างของเขากลายเป็นยักษ์ตัวดำ  วิ่งเข้าไปที่ต้นเถาหนาม แต่ว่า มีเสือคาบดาบ สองเขี้ยว ยาวโง้ว เข้ามาขวาง

    ร่างของมันใหญ่โต พอกับ ของยักษ์ขจร แต่ท่ว่า มันก็หาใช่คู่ต่อสู้ของยักษ์ขจรไม่ ถูกกระบองโลหะ ฟาดเข้าที่หัว สมองของมันถึงกับแตกละเอียด กลายร่างเป็นซากศพผีดิบ แต่ไม่ทันจะทำอะไร ก็ถูกฟาดด้วยกระบองโลหะ จนสูญสลายกลายเป็นขี้เถ้า มีทีเร็กซ์ วิ่งเข้ามาหาเขาเกือบหกตัว แต่ไม่ทันได้เข้าใกล้ ถูกฟาดคอหัก ตายไปในทันที ร่างของมันก็เปลี่ยนเป็นผีดิบ ก็รีบหนีกลับไปที่ต้นหนามสีดำ

    แต่ก็ช้าไป ถูกไล่ทุบจนตายไม่มีเหลือ จนเหลือช้างแมมมอธตัวใหญ่ ที่เผยเห็นวิญญาณที่สิงสู่ในร่างของช้างดึกดำบรรพ์ตัวนี้

    “ นายกองสุกี้?”

    ที่แท้คนที่ตายไปในสงคราม ได้ตกมาเป็นทาสของ ปีศาจต้นหนามสีดำยักษ์ต้นนี้

    ช้างแมมมอธยักษ์ พุ่งเข้าหายักษ์ขจร ที่ก็ไม่ยอมหลบไปไหน ทั้งสองปะทะกัน ยักษ์ขจร จับงาที่ใหญ๋ของมันทั้งสองข้าง แล้วยกขึ้นฟ้า แล้วเหวี่ยงลงมากับพื้น

    โครม !!  ช้างแมมมอธกระดูดหักไปทั้งตัว ยักษ์ขจรกระโดดเข้ามา จับขาแล้วแทงเข่าคู่กลางลำตัวช้างมแมมอธ

    ตูม !!

    วิญญาณนายกองสุกี้ที่ฝังตัวอยู่ในตัวช้างแมมมอธ ถึงกับกระเด็นออกมาจากร่าง ที่กลายเป็นซากศพไปแล้ว พยายามหนีกลับไปหา  ปีศาจต้นหนามสีดำ

    แต่ว่า พอยักษ์ขจรกำลังจับตัว ผีดิบสุกี้ได้ รากของต้นเถาหนามก็พุ่งเข้ามารัดร่างของยักษ์ขจรไว้ จนร่างของเขา ถูกดูดเข้าไปหาต้นเถาหนามยักษ์ แล้วมันก็กลืนยักษ์ขจรเข้าไปในลำต้นของมัน  ในต้นเถาหนามดำต้นนี้ ด้านในเป็นรูโพลงขนาดใหญ่มีซากศพมนุษย์มากมายกองรวมกัน 

    บางคนก็ถูกมัดด้วยเถาวัลย์สีดำ ลอยต่องแต่งอยู่ใจกลางลำต้น แล้วถูกหนามทิ่มแทง เพื่อให้เลือดหยดลงมาตรงกลาง ซึ่งพื้นล่างมี รูขนาดใหญ่คล้ายกับปากปีศาจ คอยดืมกินเลือดสดๆ ของผู้ที่ถูกจับแขวนเอาไว้ แล้วปล่อยให้เลือดไหลลงมาทีละน้อยนั้น มี แอล ม่อน กับ พี่อ้วนตากล้องถูกมัดเอาไว้ด้วย แต่ว่าตรงผนังรอบๆ กลับมีซากศพผีดิบฝังอยู่ริมผนังด้านในหลายตัว รวมทั้ง ผีดิบนายกองสุกี้ด้วย

    ทันใดนั้นเอง ขจรก็พบกับ วิญญาณของทิพย์ ลอยมาอยู่ที่ด้านหน้าของเขา

    “ พี่ทับ ทำไมชาตินี้พี่ถึงได้กลายเป็นยักษ์เป็นมารไปแล้ว”

    “ มันไม่ใช่อย่างที่เจ้าเห็น แล้วนี่เจ้าไม่ได้ไปเกิดใหม่เป็น แอลหรอกรึ?”

    “ นังหนูคนนั้นไม่ใช่ข้าสักหน่อย  ตอนนั้นหลังจากที่ข้าตาย เจ้าปีศาจเถาหนามยักษ์ตนนี้จับเอาวิญญาณมาใช้เป็นทาสของมัน มันบังคับข้าให้ไปล่าสิ่งมีชีวิตที่มันต้องการ มาดื่มเลือด ข้าไม่อาจหนีรอดจากมันได้”

    “ เจ้าอยู่ในป่าหมอกดำมาตลอดเลยรึ?”

    “ ใช่แล้ว เมื่อไม่นานมานี้  ปีศาจอสรพิษเขี้ยวเงิน  กับ จอมปีศาจเถาหนาม ค้นพบหนทางออกไปจากโลกดึกดำบรรพ์นี้ได้ ปีศาจมันจับคนมาดื่มเลือด แล้วก็ส่งมอบร่างไปให้ ปีศาจอสรพิษเขี้ยวเงิน เพื่อให้ต้นกล้วยไม้วิญญาณของมันกิน ทำให้ข้าเริ่มสัมผัสตัวท่านได้ แต่ดูเหมือนว่า ข้าจะทำให้ท่านเดือดร้อนแล้ว”

    แล้วพวกของพงศธร กับ ทหารรับจ้างทั้งหมด และ พรานทั้งสอง ก็ถูกจับมัดด้วยเชือกเถาหนาม พาเข้ามาเหมือนๆ กับ ขจร และ ไม่รู้สึกตัวสักคน

    “ เจ้าไม่ต้องห่วง ข้าจะช่วยปลดปล่อย พวกเจ้าทุกๆ คนเอง”

    “ แต่ว่า..” ทิพย์มองสภาพขจรที่ถูกมัดด้วยเถาหนาม ก็ได้แต่เป็นห่วง  เพราะหากว่าดิ้นจะหนี  หนามที่แหลมคมก็จะทิ่มลึกลงไปในเนื้อมากยิ่งขึ้น

    ทันใดนั้นเอง ก็มีเสียงหัวเราะออกมาดังๆ จากปีศาจต้นเถาหนามยักษ์

    “ เจ้าเด็กน้อย เจ้าคิดว่าเจ้าเป็นใคร คิดว่าจะปล่อยทาสวิญญาณเหล่านี้ของข้าได้อย่างนั้นหรือ?”

    แล้ว วิญญาณของทิพย์ก็ถูกดูดไปติดกับผนังต้นไม้ที่ ดวงตาสองดวง และปาก กำลังหัวเราะออกมา

    “ เจ้าปีศาจ ข้าขอเตือนเจ้า ปล่อยวิญญาณเหล่านี้ไปซะ แล้วก็ปล่อยเพื่อนๆ ของข้า มิเช่นนั้น อย่าหาว่าข้าไม่เตือน” ยักษ์ขจรเอ่ยเสียงเข้ม

    “ วาจาไร้สาระ ข้าจะฆ่าเจ้า แล้วส่งเจ้าไปให้ กล้วยไม้วิญญาณกลืนกินซะให้หมด ตัวใหญ่แบบนี้ มันต้องชอบแน่ๆ” 

    แล้วเถาหนาม ก็ค่อยๆ รัดยักษ์ขจรแน่นขึ้นเรื่อยๆ ทำให้เนื้อของเขาถูกเจาะเป็นรู

    แต่พอขจรเปิดการทำงานของเกราะเพชร เถาหนามก็ไม่อาจเจาะร่างของเขาได้

    ยักษ์ขจร เกร็งกำลังออกแรง เถาหนามที่รัด ถึงกับ ขาดกระจาย ร่างของขจรเป็นอิสระ ก็ต่อยเข้าไปที่แกนกลางของต้นไม้ไป 1 ที

    “ ตูม แกนกลางต้นเถาหนาม ถึงกับหักกลาง คนที่ถูกมัดก็ค่อยๆ ร่วงหล่นสูพื้น ยักษ์ขจรรีบเข้าไปรับ แอล กับม่อน ลงพื้นอย่างปลอดภัย แล้วก็ใช้เท้ากระทืบปาก

    ที่อ้ารับเพื่อจะกินเลือดมนุษย์ จนบี้แบน เละเทะไปหมด ปีศาจเถาหนามกรีดร้องเสียงดังลั่น ปล่อยกิ่งเถาหนามที่แหลมคม พุ่งเข้าหาขจร จากทุกทิศทุกทาง

    แต่ ตูม !!  พลังของเกาะเพชร ทำลายเผาไหม้เถาหนามที่แหลมคมจน ระเบิดกระจัดกระจาย

    แล้วขจรก็ตวัดดาบสยบฟ้า ฟาดออกไป ทีเดียว คราวนี้ลำตั้นที่ใหญ่โต ถูกฟันขาดกลางเป็นสองท่อน  ลำต้นที่ใหญ่ค้ำฟ้า ค่อยๆ ล่วงลงสู้พื้น ปีศาจเถาหนามส่งเสียงรองด้วยความเจ็บปวด ผีดิบทุกตัวมีผีดิบสุกี้เป็นหัวหน้า พุ่งเข้ามาจะ จัดการกับ ขจร  รวมทั้งวิญญาณของทิพย์ด้วย แต่ขจรกลับดึงร่างวิญญษณของทิพย์กลับเข้ามาใน แผ่นหนังมิติ แล้วใช้ดาบสยบฟ้าจัดการฟาดฟันออกไปพวกที่เข้ามาในรัศมีดาบ ร่างก็กลายเป็นขี้เถ่าไปในทันที....

    คล้ายกับเรื่องโคตรมวยไทยถล่มโลกเซียน ที่คุณอ่าน