หวนคืนสู่นภา

    ตอนที่ 50 : จิตสังหารที่ถูกกระตุ้น

    หลังจากเสิ่นอี้หลานได้กระอักเลือดออกมา เขารู้สึกว่าร่างกายของเขาเบาขึ้นมาก "นะ-นี่...มันได้ผลจริงๆหรือ?"

    เสิ่นอี้หลานมองไปที่หลี่ชิงหยุนและเห็นเขาพยักหน้ากลับมาอย่างเคร่งขึม ราวกับเขารู้ว่าหลี่ชิงหยุนต้องการให้เขาทำอะไร เขายกมือขึ้นพร้อมวาดบางสิ่งกลางอากาศ

    เสิ่นอี้หลานเริ่มเขียนอักษรรูนร่ายข้อจำกัด เพื่อไม่ให้มีการดักฟังจากภายนอก 

    หลังจากร่ายข้อกำจัดแล้ว หลี่ชิงหยุนถอนหายใจ "ท่านผู้นำเสิ่น ข้าสามารถรักษาท่านได้ เพียงแต่ข้ามีทางให้ท่านเลือกสองทาง..."

    "วิธีการแรก ขับไล่ฉีแห่งความตายออกจากร่างกายให้หมดในคราวเดียว แต่มันอาจจะใช้เวลาสักระยะในการฟื้นฟูฉีในร่างกายของท่านให้กลับมาเป็นปกติ ข้อดีของวิธีการนี้คือหากท่านไม่กลัวว่าจะมีใครพยายามลอบสังหารท่านในช่วงเวลานี้ นี่เป็นตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุด"

    "ส่วนวิธีการที่สอง ข้าจะใส่พลังฉีพิเศษของข้าเข้าไปในร่างกายของท่าน เพื่อชำระล้างฉีแห่งความตายให้กลายเป็นฉีบริสุทธิ์ จากนั้นท่านสามารถค่อยๆดูดซับมันเข้าสู่ร่างกายทีละเล็กน้อย ข้อดีของวิธีการนี้คือร่างกายของท่านยังมีร่องรอยฉีแห่งความตายอยู่ในร่างของท่าน เพียงแต่ฉีที่ข้าส่งไปจะค่อยๆขัดเกลามัน และนำฉีแห่งความตายมาเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับท่านเอง"

    "หากจะให้แนะนำ ข้าอยากแนะนำให้ท่านใช้วิธีการที่สอง ด้วยวิธีนี้คนในตระกูลของท่านอาจจะยังคิดว่ายังมีฉีแห่งความตายหลงเหลืออยู่ในร่างกายของท่าน บางทีแผนการในตระกูลเสิ่นของผู้อาวุโสบางคนอาจจะถูกเปิดเผยในไม่ช้า ข้าจึงเชื่อว่าให้พวกเขาดำเนินแผนการต่อไป โดยให้พวกเขาคิดว่าท่านยังป่วยอยู่"

    "วิธีที่การสองดีทั้งสำหรับท่านและข้า หากเราใช้วิธีการแรก หลังจากที่ข้ารักษาท่านได้ เกรงว่าผู้อาวุโสสูงสุดคงส่งคนมาสังหารข้าในคืนนี้แน่นอน" หลี่ชิงหยุนพูดพร้อมถอนหายใจอย่างขมขื่น

    เสิ่นอี้หลานที่กำลังฟังก็รู้สึกมึนหัวไปขณะหนึ่ง "นายน้อยหลี่เจ้าทำเช่นนั้นได้หรือ?"

    หากวิธีการรักษาของหลี่ชิงหยุนได้ผลจริง เขาอยากจะทำตามวิธีที่หลี่ชิงหยุนแนะนำ

    "ข้าไม่จำเป็นต้องโกหก อีกอย่างเสิ่นชิงเป็นสหายของข้า หากนางต้องถูกส่งไปที่ตระกูลหงเพื่อเป็นนางบำเรอจริงๆ... เกรงว่าข้าจำเป็นจะต้องกำจัดตระกูลหงด้วยตัวข้าเอง" หลังจากพูดจบ เจตนาฆ่าของหลี่ชิงหยุนถูกจุดขึ้นมาทันทีโดยไม่ได้ตั้งใจ เหมือนกับถ่านไฟเก่าที่จู่ๆก็ติดไฟลุกลามขึ้นมาอย่างกะทันหัน!

    ภาพการตายของครอบครัวของเขาและคนรักของเขาผุดขึ้นมาในหัวอย่างฉับพลัน ราวกับว่าเขาได้กลับไปเป็นจักรพรรดิเมฆาอีกครั้ง!

    ดวงตาของเขาเริ่มเป็นสีแดง ออร่าแห่งการสังหารปะทุออกมาปกคลุมรอบๆห้อง ออร่านี้แสดงถึงความเกลียดชัง ความสิ้นหวัง ความเสียใจและเจตนาฆ่าที่กำลังผสมปนเปกัน!

    เสิ่นอี้หลานเห็นท่าไม่ดีเขารีบใช้ฉีปกป้องจิตวิญญาณของเสิ่นชิงทันที

     

    [เกิดอะไรขึ้นกับเด็กคนนี้!?]


    "วู้ม!"

     

    ออร่าสังหารกวาดไปทั่วห้องจนสิ่งของในห้องเริ่มตกลงมาทีละอย่าง!


    "ชิงหยุน! ชิงหยุน!" เสียงตะโกนของเสิ่นชิงดังลั่นพร้อมกับเขย่าตัวของหลี่ชิงหยุนอย่างแรง ใบหน้าของนางดูกังวลอย่างมาก เพราะนางไม่เคยเห็นเขาเป็นเช่นนี้มาก่อน

    แม้แต่เสิ่นอี้หลานก็ยังมีเหงื่อออกเย็นๆที่กลางหลังของเขา 

    [ออร่าสังหารที่หนาแน่นเช่นนี้... แม้แต่ผู้ที่อยู่ในสนามรบและทำสงครามมากกว่าร้อยปี ก็คงไม่สามารถมีออร่าสังหารเช่นนี้ได้]

     

    [ชายหนุ่มผู้นี้เขาเคยเจอความสิ้นหวังแบบใดมากันแน่?]


    หลี่ชิงหยุนได้สติกลับคืนมาช้าๆ ราวกับว่าเขาเพิ่งกลับมาจากความฝัน เขาดูมึนงงเมื่อเห็นว่าเสิ่นชิงกำลังจับไหล่เขาอย่างแรง "เกิดอะไรขึ้น?"

    "ชิงหยุน เจ้าเป็นอะไรไป..." น้ำตาของเสิ่นชิงเริ่มไหล เมื่อครู่นางสัมผัสได้ถึงความสิ้นหวังอย่างรุนแรง มันเป็นความสิ้นหวังที่ไม่มีใครสามารถช่วยปลอบประโลมเขาได้ น้ำตาของนางจึงไหลออกมาเองโดยไม่ได้ตั้งใจราวกับว่านางได้ประสบกับเหตุการณ์ความสิ้นหวังของหลี่ชิงหยุนด้วยด้วยตัวเอง

    "เสิ่นชิง ข้าไม่เป็นไร" หลี่ชิงหยุนเริ่มจำได้ลางๆว่าจิตสังหารเขาถูกจุดขึ้นมา เขาคาดเดาว่านี่อาจเป็นผลกระทบจากกระบี่กลืนวิญญาณ

    หากสิ่งนี้เป็นผลกระทบจากกระบี่กลืนวิญญาณจริงๆ แค่คิดเขารู้สึกก็เสียวสันหลังวาบ จากความโกรธแค่เพียงเล็กน้อยก็สามารถกระตุ้นความโกรธที่ฝังอยู่ในใจของเขาได้ทั้งหมด! นี่เป็นเรื่องที่อันตรายสำหรับเขาในอนาคตอย่างแน่นอน 

     

    [ข้าต้องหาวิธียับยั้งมัน]


    "นายน้อยหลี่ เจ้าสบายดีหรือไม่?" แม้แต่เสิ่นอี้หลานก็กังวลเช่นกัน 

    หลี่ชิงหยุนพยักหน้าและโบกมือบอกว่าเขาไม่เป็นไร "ท่านผู้นำเสิ่น ท่านต้องการเลือกวิธีการใด? ข้าจะเริ่มรักษาให้ท่านโดยทันที"

    "เอาล่ะ ตัวเลือกที่สองเป็นสิ่งที่ดีมาก ข้าเองก็อยากรู้แผนการของผู้อาวุโสสูงสุดหลังจากนี้เช่นกัน" ดวงตาของเสิ่นอี้หลานมีความโกรธและความเศร้าโศกปะปนอยู่

    "เอาล่ะ ข้าจำเป็นต้องให้คำแนะนำเล็กน้อยแก่ท่านในการชำระล้างฉี..." หลี่ชิงหยุนเริ่มอธิบายอย่างช้าๆเพื่อให้เสิ่นอี้หลานเข้าใจ

    เสิ่นอี้หลานที่ได้ฟังการแนะนำของหลี่ชิงหยุน เขากำลังประเมินบุคลิกภาพของหลี่ชิงหยุนอยู่ลึกๆ 'ชายหนุ่มผู้นี้ไม่ใช่แค่ฉลาดเท่านั้น แถมยังเจ้าเล่ห์อีกต่างหาก'

    ต้องบอกว่าเสิ่นอี้หลานชื่นชอบในแผนการของหลี่ชิงหยุนอย่างมาก

    หลี่ชิงหยุนไม่รีรอเขาดึงพลังฉีต้นกำเนิดจากเจดีย์ปฐมกาลออกมาบางส่วนเข้าสู่ร่างกายของเสิ่นอี้หลานทันที

    ร่างกายและเส้นลมปราณของเสิ่นอี้หลานกว้างเกินกว่าระดับลมปราณหยกอย่างเขาจะใช้ฉีต้นกำเนิดจากร่างกายเขาได้ ดังนั้นทางเลือกเดียวคือใช้ฉีต้นกำเนิดจากเจดีย์ปฐมกาลโดยตรง!

    ออร่าฉีสีทองฉายผ่านนิ้วชี้ของหลี่ชิงหยุน เขากดลงไปที่ตันเถียนของเสิ่นอี้หลานและปลดปล่อยพลังงานสีทองเข้าสู่ตันเถียนอย่างช้าๆ

    เสิ้นอี้หลานเองก็เริ่มดูดซับฉีต้นกำเนิดมาห่อหุ้มตันเถียนของเขา

    บัดนี้ฉีต้นกำเนิดอันโกลาหลกำลังไหลผ่านไปรอบๆตันเถียน และขั้นตอนต่อไปคือรวบฉีแห่งความตายมาไว้ ณ จุดเดียว!

    ดังนั้นหลี่ชิงหยุนจึงหยิบเข็มขึ้นมา เขาฝังเข็มเข้าสู่จุดต่างๆที่มีฉีแห่งความตายเกาะอยู่ เพื่อขับไล่พวกมันทั้งหมดไปยังตันเถียนในคราวเดียว!

    "จึก!"

    ขณะนี้ฉีแห่งความตายกำลังวิ่งไปในทิศทางเดียวกัน เป้าหมายของมันคือตันเถียนอย่างแม่นยำ

    ผ่านไปเพียงหนึ่งก้านธูป ในร่างกายของเสิ่นอี้หลาน ฉีแห่งความตายได้มารวมกลุ่มอยู่ในตันเถียน ซึ่งบริเวณรอบๆนอกของตันเถียนมีฉีต้นกำเนิดของหลี่ชิงหยุนกำลังปิดกั้นทางออกของฉีแห่งความตาย และกำลังชำระล้างมันอย่างช้าๆ

    ขณะนี้แม้ว่าเสิ่นอี้หลานจะยังเจ็บปวดอยู่มาก แต่เขารู้สึกอบอุ่นและสบายตัวขึ้นเมื่อฉีต้นกำเนิดของหลี่ชิงหยุนไหลเวียนไปทั่วร่าง

    หลี่ชิงหยุนมีเหงื่อออกเต็มใบหน้า เขาปาดเหงื่อออกก่อนจะกล่าวว่า "ท่านผู้นำเสิ่น ท่านสามารถย่อยสลายฉีแห่งความตายได้ตลอดเวลาด้วยความช่วยเหลือจากฉีพิเศษของข้า วิธีที่ดีที่สุดข้าแค่อยากให้ท่านเก็บฉีแห่งความตายเหลือไว้ให้สามารถจับร่องรอยได้ หากทำเช่นนั้นผู้อาวุโสสูงสุดจะไม่สงสัยทั้งท่านและข้า-"

     

    ทว่าหลี่ชิงหยุนพูดยังไม่ทันจบ เขาหมดสติไปทันทีด้วยความเหนื่อยล้า


    เสิ่นชิงเข้ามาพยุงร่างของหลี่ชิงหยุนไว้ไม่ให้ล้มลง นางมองไปที่หลี่ชิงหยุนด้วยสายตาที่อ่อนโยนและเข้าใจดีถึงความพยายามของเขา 

     

    [เขาเหนื่อยมากจริงๆ เหตุใดเขาจึงต้องฝืนตนเองเช่นนี้?]


    "ชิงเอ๋อร์ พาหลี่ชิงหยุนไปพักผ่อน พรุ่งนี้ข้าจะไปหาเขาเป็นการส่วนตัว" เสิ่นอี้หลานอารมณ์ดีขึ้นอย่างมากในตอนนี้

    "เข้าใจแล้ว" เสิ่นชิงพยักหน้ารับทราบ

    "เจ้าจะให้เขาพักที่ตำหนักของเจ้าก็ได้... ข้าไม่ถือ" เสิ่นอี้หลานมองไปที่เสิ่นชิงพร้อมกระพริบตาอย่างเจ้าเล่ห์ และยกนิ้วโป้งให้กับนาง

    "ท่านพ่อ! ท่านกำลังคิดบ้าอะไรอยู่!?" ใบหน้าของเสิ่นชิงกลายเป็นสีแดง เมื่อนางเข้าใจความหมายในคำพูดของเสิ่นอี้หลาน

    "ฮ่าๆๆๆ" เสิ่นอี้หลานเริ่มพูดด้วยน้ำเสียงที่จริงจังหลังจากหัวเราะหยอกล้อ "ชิงเอ๋อร์ ข้ามีคำแนะนำบางอย่างสำหรับเจ้า"

    ขณะที่เสิ่นชิงตั้งใจฟัง เสิ่นอี้หลานก็กล่าวขึ้น "หากเจ้ารักเขาจริงๆ คอยดูแลเขาให้มากๆ ข้าสัมผัสได้ถึงความเหงาจากตัวของเขา ราวกับว่าทั้งชีวิตของเขาไม่มีใครให้พึ่งพา อารมณ์ของความทุกข์ยากที่ข้าเห็นนั้นเป็นของจริง ออร่าเช่นนี้ไม่สามารถปลอมแปลงขึ้นมาได้"

    "เขาเป็นชายหนุ่มที่มีแนวโน้มที่ดี ดังนั้นหากเจ้าต้องการอยู่เคียงข้างเขาจริงๆ เพียงแค่เอาใจใส่เขาให้ดีที่สุด" เสิ่นอี้หลานทิ้งคำแนะนำให้กับเสิ่นชิงอย่างจริงจัง เขาเองก็อยากให้นางสนิทสนมกับหลี่ชิงหยุนเช่นกัน

    เสิ่นชิงเองก็รับรู้ได้เช่นกันว่าอารมณ์ของหลี่ชิงหยุนก่อนหน้านี้ ราวกับเขาไม่เหลืออะไรให้พึ่งพาจริงๆ 

    ในชีวิตที่แล้วหลี่ชิงหยุนอาจจะมีความแข็งแกร่งที่เพียงพอต่อการเป็นผู้ไร้เทียมทาน แต่เขาไม่เหลืออะไรเลยและยึดติดอยู่กับการแก้แค้น ดังนั้นเขาจึงไม่มีเป้าหมายที่ทะเยอทะยานอย่างเช่นชายหนุ่มเลือดร้อนทั่วๆไป นี่เป็นสิ่งที่แปลกประหลาดในสายตาของใครหลายๆคน

    หากเป็นชายหนุ่มทั่วไปใครๆก็อยากจะมีอำนาจมาไว้ในครอบครอง ใครๆก็อยากจะมีความแข็งแกร่งที่ไร้เทียมทาน แต่ในชีวิตนี้ความต้องการของหลี่ชิงหยุนนั้นตรงกันข้ามทั้งหมด

    เสิ่นชิงกอดหลี่ชิงหยุนไว้ในอ้อมแขนขณะที่นางเดินออกมาจากห้องของเสิ่นอี้หลาน

    ก่อนที่นางจะเรียกผู้อาวุโสคนที่สามเพื่อให้พาตัวหลี่ชิงหยุนไปพักผ่อน 

    "ลุงสาม ช่วยพาเขาไปพักผ่อนที่ตำหนักของข้าด้วย" เมื่อได้ยินคำพูดของเสิ่นชิง ผู้อาวุโสลำดับที่สามถึงกับผงะ 

    "คุณหนูน้อย แบบนี้เกรงว่า...จะไม่ดี" ผู้อาวุโสลำดับสามพูดช้าๆ

    "หรือท่านอยากให้เขาพักที่อื่น? หากเป็นเช่นนั้นเกรงว่าคนในตระกูลเสิ่นอาจจะคิดทำบางอย่างที่ไม่ดีกับเขาก็ได้" เสิ่นชิงมองผู้อาวุโสสามด้วยสายตาเฉียบแหลมพร้อมโต้เถียง

    "แต่..." ผู้อาวุโสลำดับที่สามกำลังจะโต้แย้ง

    "นี่คือคำสั่งของท่านพ่อ! หากท่านไม่เชื่อข้า ท่านสามารถถามเขาได้ด้วยตัวเอง" เสิ่นชิงจำเป็นต้องอ้างถึงบิดาของนาง

    "เอาล่ะ ข้าจะส่งคนรับใช้ไปจัดเตรียมเครื่องนอนให้เขา" เมื่อได้ยินว่าเป็นคำสั่งของหัวหน้าตระกูล ผู้อาวุโสลำดับที่สามอุ้มหลี่ชิงหยุนกลับไปอย่างเชื่อฟัง และเสิ่นชิงก็เดินตามไปติดๆ

    .

    .

    .

    ~ ในอาคารของตระกูลเสิ่น ~

     

    มีชายชุดดำกำลังมองไปที่กลุ่มของผู้อาวุโสสามและอีกสองคนที่กำลังเดินไปที่บ้านพักของเสิ่นชิงด้วยใบหน้าเย้ยหยัน "ฮ่าๆๆๆ! อี้หลาน อีกไม่กี่วันชีวิตของเจ้าจะจบลง และบุตรสาวของเจ้าเองก็คงไม่มีจุดจบที่ดีไปกว่าเจ้าอย่างแน่นอน..."

    .

    .

    .

    ~ ตำหนักของเสิ่นชิง ~


    ขณะนี้หลี่ชิงหยุนกำลังนอนหลับสนิทอยู่บนเตียง โดยมีเสิ่นชิงกำลังดูแลหลี่ชิงหยุนอยู่ข้างกาย


    "ครั้งนั้นเจ้าเป็นคนดูแลข้า คราวนี้ให้ข้าได้ตอบแทนเจ้า" เสิ่นชิงขยับหลี่ชิงหยุนขึ้นมานอนบนตักของนางเบาๆ นางเพียงแค่นั่งนิ่งและลูบใบหน้าของหลี่ชิงหยุนอย่างอ่อนโยน และเริ่มนึกถึงเรื่องราวในป่าสนดำที่หลี่ชิงหยุนได้ช่วยนางไว้

    "ก่อนหน้านี้ เจ้าไปเจออะไรมากันแน่..." เสิ่นชิงพึมพำเบาๆและนางกำลังหลงอยู่ในภวังค์

    นางยังจดจำสายตาที่สิ้นหวังของเขาก่อนหน้านี้ได้เป็นอย่างดี

    [อะไรที่ทำให้เจ้าสิ้นหวังได้ถึงขนาดนี้?]

    [เกิดอะไรขึ้นกับอดีตของเจ้า?]

    เสิ่นชิงรู้จากนาหลันเสี่ยวฉีว่าหลี่ชิงหยุนย้ายเข้ามาอยู่ในเมืองอาทิตย์สีชาดเมื่อเขาอายุได้ 12 ปี ดังนั้นนางจึงคิดว่าก่อนหน้านั้น หลี่ชิงหยุนต้องเจอเรื่องบางอย่างที่ไม่ดีมา

    เสิ่นชิงกำลังนั่งพิงกำแพงและกำลังจะคล้อยหลับ...

    "ท่านพ่อ... อย่าทิ้งข้าไป-" หลี่ชิงหยุนที่กำลังนอนอยู่บนตักของเสิ่นชิงพึมพำขึ้นมาเบาๆราวกับเขากำลังละเมอ

    "ท่านพ่อ! หนีไปด้วยกัน! อย่าทิ้งข้าไว้คนเดียว!" ใบหน้าของหลี่ชิงหยุนเริ่มบิดเบี้ยวด้วยความสิ้นหวัง ราวกับว่าเขาได้พบกับฝันร้ายที่สุดในชีวิต!

    น้ำตาสองสายเริ่มไหลลงมาจากดวงตาที่ปิดสนิทของเขา มันไหลลงมาอย่างต่อเนื่อง...

    "ชิงหยุน..." เสิ่นชิงที่เห็นเขาร้องไห้เช่นนี้ นางยื่นมือของเพื่อเช็ดน้ำตาให้หลี่ชิงหยุนอย่างเบามือ "ชายที่แข็งแกร่งอย่างเขาร้องไห้ออกมาเช่นนี้? ช่างคาดไม่ถึงเลยจริงๆ"


    จู่ๆหลี่ชิงหยุนพึมพำชื่อใครบางคนออกมาเบาๆ "โหรวซี...ข้าขอโทษ..."

    เสิ่นชิงสะดุ้งโหยงในทันที "โหรวซี? นั่นชื่อของสตรีไม่ใช่หรือ?"

    [นางคือใคร? นางมีความสัมพันธ์อย่างไรกับชิงหยุนกันแน่?]

    เสิ่นชิงเริ่มจดจำชื่อนี้เอาไว้ในหัว

     

    [ดูเหมือนว่าสตรีผู้นี้จะมีความสำคัญต่อหลี่ชิงหยุนอย่างยิ่ง]


    หลังจากนั้นไม่นานหลี่ชิงหยุนก็เงียบไป สถานการณ์ในห้องเริ่มกลับมาเป็นปกติ...