ชวีหนานอียิ้มพลางกล่าว “ย่อมได้”
ซูเหลาเหย่บอกลาชวีหนานอี ก่อนจะพาซูเยว่หยิ่งกลับไปรักษาตัวที่บ้านตระกูลซู
ชวีหนานอีถามอู่จั้วที่รออยู่ด้านข้าง “เจ้าว่ามุมปากของซูเยว่หยิ่งฉีกออกด้วยอาวุธชนิดใด?”
อู่จั้วครุ่นคิดก่อนตอบ “เรียนใต้เท้า ข้าน้อยตรวจสอบอย่างละเอียด พบว่าบาดแผลฉีกออกโดยกริชขนาดเล็กที่คมกริบ กริชนั่นคงเป็นวัตถุที่เรียวบางและแหลมคมมาก น่าจะมีขนาดพอ ๆ กับความบางของนิ้วมือ อีกทั้งยังโค้งงอเล็กน้อยขอรับ”
ชวีหนานอีตอบกลับเบา ๆ “โอ้?”
อู่จั้วกล่าวต่อ “หากเป็นกริชธรรมดา ปากแผลจะเป็นเส้นตรงแทนที่จะโค้งเล็กน้อย นอกจากนี้ หากเป็นกริชธรรมดา ปากแผลจะใหญ่และลึกกว่านี้ จนกรีดไปถึงครึ่งหน้าของซูเยว่หยิ่ง ข้าทำงานด้านนี้มาไม่ต่ำกว่าสิบปี ข้าน้อยมองออกว่าผู้ที่ลงมือต้องการเพียงสั่งสอนซูเยว่หยิ่ง ไม่คิดถึงกับเอาชีวิต มิเช่นนั้น...” เขายกมือขึ้นมาทำท่าปาดคอตนเอง “หากทำเช่นนี้ ซูเยว่หยิ่งคงตายไปนานแล้ว”
หลี่ต้าจ้วงส่ายหน้ากล่าว “ไม่ใช่ ๆ ตอนที่ข้าไล่ตาม ข้าเห็นโจรสาวผู้นั้นกำลังบีบคอซูเยว่หยิ่ง ท่าทางเช่นนั้น แค่เห็นก็รู้ว่าต้องการฆ่า เรื่องนี้ไม่ผิดแน่”
อู่จั้วโต้กลับด้วยความชำนาญ “หรือบางทีผู้ที่กรีดหน้าซูเยว่หยิ่งและคนที่จะบีบคอนางให้ตายอาจเป็นคนละคนกัน? โจรชั่วมิได้ก่ออาชญากรรมเพียงลำพังเสมอไป”
ชวีหนานอีถามหลี่ต้าจ้วง “เจ้าเห็นรูปลักษณ์ของโจรสาวผู้นั้นหรือไม่?”
หลี่ต้าจ้วงตอบอย่างแน่วแน่ “ใต้เท้า ข้าน้อยเห็นใบหน้าของโจรสาวผู้นั้นไม่ชัด” เขาขมวดคิ้วก่อนจะกล่าว “แต่เมื่อมองด้านหลังกลับรู้สึกคุ้นตา เพียงแต่นึกไม่ออกว่าเคยพบเห็นที่ใด” ทว่าจู่ ๆ เขาก็เบิกตากว้าง พลางตะโกน “ใต้เท้า! ข้าน้อยรู้สึกว่า ด้านหลังของโจรสาวผู้นั้นดูคล้ายกับเจ้าซานเซียว”
ชวีหนานอีเลิกคิ้ว “ซานเซียว?”
หลี่ต้าจ้วงพยักหน้า “ใช่ ๆ ๆ เป็นเจ้าซานเซียวตัวนั้น! ซานเซียวที่ยาวจิ่วเคยเลี้ยง ใต้เท้า ท่านคงจำได้ใช่ไหม พวกเราไปจับนาง ทว่านางกลับปล่อยค้างคาวออกมา ก่อนจะกระโดดข้ามหลังคาหนีไป? โจรสาวที่ข้าน้อยเจอก็กระโดดขึ้นหลังคาเช่นกัน ท่าทางเหมือนกับซานเซียวไม่มีผิด! ใช่ ๆ ๆ เหมือนกันราวกับแกะ”
ความจริงแล้ว เรื่องนี้ต่างกัน เมื่อตอนที่หูเหยียนเป็นซานเซียว นางกระโดดข้ามหลังคาหนีไป แต่ในตอนที่เป็นลวี่เยา นางใช้เท้าถีบหลี่ต้าจ้วงเพื่อยืมแรงกระโดดขึ้นไปบนหลังคา อย่างไรก็ตาม หลี่ต้าจ้วงเห็นเพียงว่าซานเซียนสามารถกระโดดขึ้นไปบนนั้น เมื่อนำมาปะติดปะต่อ เขาจึงสรุปว่าลวี่เยากระทำการเหมือนกัน ทำผิดให้เป็นถูก นั่นคงเป็นความหมายของมัน
ชวีหนานอีรู้สึกกระปรี้กระเปร่า พลางกล่าว “ไป ไปดูกัน”
ทุกคนมาถึงหน้าประตูบ้านหลี่ต้าปิง ชวีหนานอีวนเวียนดูด้านนอกอย่างละเอียดอยู่รอบหนึ่ง ก่อนใช้บันไดปีนขึ้นกำแพง
บนกำแพงมีคราบเลือดแห้งติดอยู่ ไม่ทราบเป็นของผู้ใด บนกิ่งไม้นอกบ้านมีตะขอสามแฉกแขวนเอาไว้ และเชือกเส้นหนึ่งตกอยู่บนพื้น
ปีศาจสาวมีวิชาตัวเบา สามารถกระโดดขึ้นหลังคา ตะขอสามแฉกนั่นคงเอาไว้ใช้จับตัวเด็ก ทว่าตอนนี้ตะขอสามแฉกนั่นเพราะเหตุใดกลับแขวนอยู่บนต้นไม้?
ปีศาจสาวเก่งกาจเช่นนั้น รอยเลือดนี้คงมิใช่ของนาง หากมิใช่ของนาง ก็เป็นของซูเยว่หยิ่ง หากเป็นของซูเยว่หยิ่ง เช่นนั้นแล้วเหตุใดนางจึงมายืนอยู่บนกำแพง? และตะขอสามแฉกนั่นเป็นของใคร?
ชวีหนานอีครุ่นคิดพักใหญ่ ก่อนจะนั่งยองบนกำแพงและถามหลี่ต้าจ้วง “ซูเหลาเหย่ผู้นั้นนอนไม่หลับตอนกลางคืนหรือ?”
ที่บ้านหลี่ต้าจ้วงมีพี่สาวซึ่งเป็นม่าย มีชื่อเสียงโด่งดังว่าเป็นคนปากมากในเขตลิ้วเหอ นางมักจะออกไปเดินเล่นทุกวัน ทั้งเหนือใต้ออกตกไม่มีเรื่องไหนที่นางไม่รู้ เรื่องใดที่หลี่ต้าจ้วงเล่าให้พี่สาวฟัง วันต่อมา ทั้งเขตลิ้วเหอล้วนทราบ โชคดีตอนอยู่บ้านหลี่ต้าจ้วงมิใช่คนปากไม่มีหูรูด ไม่เอ่ยถึงเรื่องในที่ว่าการเขต แน่นอนว่ามิใช่เพราะหลี่ต้าจ้วงไม่ชอบพูด เพียงแต่พี่สาวของเขาล้วนเอาแต่พูด จนเขาไม่มีจังหวะแทรก
เมื่อหลี่ต้าจ้วงนึกถึงคำพูดของพี่สาว เขารีบกล่าว “พี่สาวข้าน้อยบอกว่า ซูเหลาเหย่ผู้นั้นทุกคืนจะนับเงิน นับจนเป็นตะคริว แน่นอนว่าไม่มีเวลานอนหลับขอรับ”
ชวีหนานอีดุ “เหลวไหล!”
หลี่ต้าจ้วงเกาศีรษะ กล่าวต่อ “ข้าน้อยเองก็คิดว่าเรื่องนี้น่าสงสัย แต่ท่านพี่ข้าเคยบอกว่า ซูเหลาเหย่มักจะให้หมอจัดยานอนหลับให้ ดูเหมือนเขาจะนอนไม่หลับจริง ๆ” หลี่ต้าจ้วงพึมพำเงียบ ๆ “บางทีอาจทำเรื่องผิดศีลธรรมไว้มากจนจิตใจไม่สงบ”
ชวีหนานอียืนขึ้น ปีนลงบันได “ไปสืบมา ดูว่าซูเหลาเหย่ผู้นั้นไปรับยาที่ไหน และรับยาชนิดใดมาบ้าง”
หลี่ต้าจ้วงลดเสียงลงถาม “ใต้เท้าสงสัยตระกูลซูหรือขอรับ? ซูเยว่หยิ่งออกมาข้างนอกกลางดึกนั้นแปลกประหลาดก็จริง ทว่าข้าน้อยกลับรู้สึกว่าเหมือนนางจะถูกหลอก”
ชวีหนานอีไม่ตอบคำถามของหลี่ต้าจ้วง แต่ย้อนถาม “โดนหลอกอย่างไร?”
หลี่ต้าจ้วงตอบ “ข้าน้อยคิดว่า ซูเยว่หยิ่งผู้นั้นถูกหลอก จึงได้ออกมาข้างนอกคนเดียวในยามเกิงสาม เพื่อไปเอาดินตรงทางเข้าที่ว่าการเขต แต่สุดท้ายกลับเจอกับซานเซียวตัวนั้นที่กำลังวิ่งหนี เมื่อซานเซียวเห็นว่ามีคนพบเข้า จึงอดไม่ได้คิดลงมือฆ่านาง โชคดีที่ข้าน้อยไปทันเวลา จึงช่วยชีวิตนางได้” หลี่ต้าจ้วงรู้เรื่องเพียงนิดหน่อย ก็กลับเอาเรื่องซูเยว่หยิ่งมาเขียนเพิ่มเป็นเรื่องเป็นราว
ชวีหนานอีชี้ไปที่กำแพง “แล้วเลือดนั่นล่ะ? จะอธิบายอย่างไร?”
หลี่ต้าจ้วงครุ่นคิดอย่างหนัก แต่ก็ไม่สามารถอธิบายว่าเหตุใดจึงมีรอยเลือดบนกำแพง ทว่าด้วยไหวพริบเขาจึงถาม “ใต้เท้าสงสัยว่าเลือดนั่นเป็นของซูเยว่หยิ่งใช่ไหมขอรับ?”
ชวีหนานอีพยักหน้าด้วยความพอใจ “ก็อย่างที่เขาว่ากัน ซานเซียวตัวนั้นมีพลังเก่งกาจ จะบาดเจ็บจนเลือดตกยางออกได้อย่างไร? เลือดนี่ แน่นอนว่าต้องเป็นของซูเยว่หยิ่ง”
หลี่ต้าจ้วงขมวดคิ้วถาม “ดึกดื่นปานนั้น ซูเยว่หยิ่งจะมาปีนกำแพงด้วยเหตุใด? นางต้องการสู้กับซานเซียว หรือว่า...”
ชวีหนานอีหรี่ตาพลางกล่าวต่อ “หรือว่า...ต้องการขโมยเด็ก?”
หลี่ต้าจ้วงเบิกตากว้าง ร้องเสียงดัง “ใต้เท้า?!”
ชวีหนานอีใช้นิ้วชี้เคาะศีรษะตนเอง ยิ้มพลางกล่าว “ข้าก็แค่พูดไปอย่างนั้น” เมื่อนึกถึงขี้เถ้าและทองก้อนกระดาษที่หลี่ถังซื่อเอาออกมา เขาอดไม่ได้ที่จะบ่น “หากมีคนแปลกประหลาดเช่นนั้นอยู่จริงล่ะ? หึ...ซูเยว่หยิ่งบอกว่าจำหลายๆ เรื่องไม่ได้ หรือว่านางจะถูกมนตร์สะกดของใครเข้า จึงปีนขึ้นไปบนกำแพงอย่างโง่เขลาเช่นนั้น?” เมื่อนึกถึงเรื่องที่ปีศาจสาวสามารถเรียกหนูเรียกค้างคาวก็ยิ่งรู้สึกสงสัย เพียงแต่ปีศาจสาวตนนั้นกำลังหลบซ่อนอยู่ในเขตลิ้วเหอแห่งนี้ ราวกับมันสามารถระเหิดหายไปจนหาไม่เจอ
ชวีหนานอีสะบัดแขนเสื้อ และตัดสินใจจะไปเยี่ยมฮัวชิงหร่าน ครานี้หากฮัวชิงหร่านไม่ออกแรงคงเสียชื่อลูกศิษย์คนสุดท้ายของอาจารย์จางแล้ว
เสน่หาชั่วกัลป์เล่ม 2 ของน้องหูเหยียนออกแล้วเจ้าค่า ฝาก E-book ไว้ในอ้อมอกอ้อมใจด้วยนะเจ้าคะ
ทุกท่านสามารถคอมเมนต์ให้กำลังใจกันได้น้าขอบพระคุณมากเจ้าค่ะ

ลิงก์ Ebook (Meb): https://rebrand.ly/hrs639g
***ถึงจะมี Ebookแล้ว แต่ยังเปิดให้อ่านฟรีจนจบนะคะ***