วิเศษ วาเรีย ภาคหน่วยบริการประชาชน

    บทที่ 5 งานxอบรมxวัดระดับ 3/3

    “ทำไมวันนี้คนเยอะแบบนี้ละ เป็นวันอาทิตย์แท้ๆ น่าจะไม่มีเรียนนิ”


     

    ฟินน์ที่เดินทางมาถึงมหาลัยกับอินและลีออน เมื่อเห็นผู้คนจำนวนมากในวัยนักศึกษาและผู้คนทั่วไปอีกมากมาย ที่มารวมตัวกันอยู่ที่คณะวิทยาศาสตร์ประลองวิเศษของมหาวิทยาลัย พร้อมกับคอยตอนรับเจ้าหน้าที่หน้าใหม่ที่มารับการวัดระดับพลัง ก็ทำให้ฟินน์ต้องถามออกมา


     

    “รู้สึกว่าช่วงนี้จะมีรายการทีวีที่เกี่ยวกับหน่วยบริการประชาชนเยอะและได้รับความนิยมมาก เลยทำให้เจ้าหน้าที่บางคนกลายเป็นที่ชื่นชอบเหมือนพวกไอดอลกับนักแสดง พ่อฉันก็เริ่มมีแฟนคลับแล้วด้วยเห็นปกติกลัวชื่อเลออนกันแท้ๆ พอวันนี้เป็นวันวัดระดับวิเศษคนก็เลยให้ความสนใจ…หลังจากฝึกซ้อมเสร็จชีวิตนายหาความบันเทิงบ้างหรือปล่าวเนี่ยถึงไม่รู้”


     

    “ก็ที่บ้านฉันต้องให้น้องๆ ดูทีวีนิ ถ้าเปรียบเทียบพวกเขามองเราเป็นเหมือนฮีโร่ในการ์ตูนที่ดูสมัยเด็กอย่างนั้นหรอ”


     

    ประโยคฮีโร่สมัยเด็กที่ฟินน์พูดมานั้น ทำให้ลีออนนึกถึงการ์ตูนฮีโร่ที่เขาเคยดูสมัยเด็ก และคิดตามคำพูดของฟินน์จนแสดงท่าทีขนลุกออกมา


     

    “มันยังมีตัวอย่างเท่ๆ ให้เปรียบเทียบกว่าพวกฮีโร่ในการ์ตูนเด็กเยอะนะ

    สงสัยฉันต้องเอาหนังสือการ์ตูนให้นายยืมอ่านบ้างแล้วล่ะ”


     

    “ฉันก็อยากลองอ่านดูเหมือนกันนะ เห็นอินอ่านประจำเลย ถ้าย้ายออกจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าแล้วคงเหงาน่าดูเลยด้วย”


     

    ฟินน์พูดตอบตกลงลีออนออกไปก่อนที่จะเดินตรงเข้าไปยังคณะวิทยาศาสตร์ประลองวิเศษที่มีกลุ่มคนมากมาย กำลังยืนรออยู่ ทันทีที่ฝูงชนเห็นรูปลักษณ์ของฟินน์และลีออนก็ต่างกรีดร้องออกมาอย่างปลาบปลื้ม ก่อนที่เสียงเหล่านั้นจะสร้างความตกใจให้กับฟินน์จนเร่งเดินเข้าสถานที่ที่เตรียมไว้ให้ไป


     

    “นี่พวกนายมาถึงแล้วหรือ”


     

    ทันทีที่แคร์เห็นการปรากฏตัวของฟินน์และลีออนก็ทักทายแก่พวกเขาเหมือนกับเธอกำลังรอพวกเขาอยู่ก่อนจะมองหาใครบางคนเพิ่มเติมจนฟินน์ถามออกไป


     

    “มองหาใครอย่างงั้นหรอครับคุณแคร์?”


     

    “แล้วอินละ ไม่ได้มาด้วยกันหรอ พวกนายอยู่คิววัดระดับแรกๆ นะ”


     

    “สงสัยจะแอบไปเข้าทางประตูหลังมั้งครับเดียวก็คงจะมา..ว่าแต่ไอ้เครื่องที่ตั้งอยู่บนเวทีคืออะไรหรอครับ”


     

    ฟินน์ที่อธิบายถึงเหตุผลที่อินไม่ได้มาพร้อมกับพวกเขาแก่แค่นั้น ก็ถามถึงอุปกรณ์วิเศษที่ถูกตั้งเด่นอยู่กลางเวทีขนาดใหญ่ พร้อมกับหน้าจอที่แสดงอยู่บนเวทีด้วย


     

    “เครื่องวัดระดับวิเศษไง…อย่าบอกนะว่าที่อินลงทุนเดินอ้อมไกลเพราะกลัวคนมองนะ”


     

    “ก็ประมาณนั่นแหละครับ แต่อินก็ไม่ได้กลัวผู้คนอะไรขนาดนั้นนะครับแค่เลี่ยงได้ก็เลี่ยง ขนาดเมื่อกี้ผมเดินมายังตกใจเสียงของพวกเขาเลย อินคงเดาได้อยู่แล้ว”


     

    “ถ้าอย่างนั้นก็เสียใจด้วยนะ ช่วงนี้หน่วยบริการประชาชนดูเหมือนจะเป็นที่ป๊อบปูล่าของผู้คนขึ้นมาก การวัดระดับวิเศษเลยต้องจัดขึ้นบนเวทีแบบนี้ เพื่อให้ผู้คนที่มาดูได้ชมการวัดระดับของเจ้าหน้าที่ใหม่ด้วย อินคงเลี่ยงสายตาผู้คนไม่ได้หรอก”


     

    “ไม่ต้องเป็นห่วงหรอกครับ ไม่ได้กลัวอะไรขนาดนั้น แค่ถ้าไม่จำเป็นก็ไม่อยากไปยืนให้ถูกจ้องเฉยๆ”


     

    อินที่พึ่งมาถึงก็พูดออกมาพร้อมกับโค้งหัวทักทายแก่แคร์


     

    “ถ้าอย่างนั้นก็ดีแล้ว ดูจากความสามารถและหน้าตาของฟินน์แล้ว หลังจากผ่านวันนี้ไปคงจะมีแฟนคลับเยอะน่าดู นายที่เป็นเพื่อนของเขาคงหลีกเลี่ยงสายตาพวกเขาไม่ได้หรอก”


     

    เมื่ออินได้ยินคำแนะนำของแคร์นั้น เขาก็ยิ้มออกมาเล็กน้อยและพยักหน้าให้กับเธอเพื่อบอกว่าเขาเข้าใจในข้อนั้นดี ก่อนที่ฟินน์จะถามบางอย่างกับแคร์ออกไปจนเปลี่ยนบรรยากาศโดยรอบ


     

    “หน้าตาของผมดูดีในสายตาของคุณแคร์หรอครับ”


     

    แคร์หญิงสาวที่ยืนถือเอกสารอยู่ในมือพร้อมกับวางท่าทีให้ดูเป็นผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือ เนื่องจากว่าที่การงานของเธอนั้น เมื่อได้ยินคำถามที่ฟินน์ถามเธอขึ้นมา ก็ทำให้ตกใจและหันมองไปที่ฟินน์ ก่อนที่ใบหน้าและปลายหูของเธอจะมีสีแดงขึ้นมาเล็กน้อย และยื่นจ้องหน้ากันอยู่อย่างนั้น เสมือนทั้งคู่ไม่ได้รับรู้ความวุ่นวายที่เกิดรอบๆ สถานที่เลย


     

    ทางด้านลีออน ที่ได้ยินคำถามของฟินน์และการแสดงออกของแคร์นั้นก็เผยรอยยิ้มออกมาและพยายามจะแซวบรรยากาศที่เกิดขึ้นของทั้งสองคน แต่ก็โดนอินเพื่อนสนิทของเขาที่รู้นิสัยกันดี ยื่นมือมาปิดปากเขาที่แม้จะมีความสูงต่างกันถึงยี่สิบเซนติเมตรก็ตาม ก่อนที่จะดึงมือกลับมาและส่งสัญญาณมือให้ลีออนรอสักพัก ก่อนจะปล่อยให้บรรยากาศของฟินน์และแคร์อยู่เหมือนเดิม


     

    “มัวยืนทำอะไรกันอยู่ห่ะ อย่าไปรบกวนแคร์มันสิ พวกนายต้องไปรอวัดระดับพลังอยู่นู่นได้แล้ว”


     

    ทันทีที่เสียงของเลย์ดังขึ้น ก็ทำให้บรรยากาศที่ฟินน์และแคร์สร้างขึ้นหายพังลง พร้อมกับที่ทั่งสามคนรีบเดินตามเลย์ที่มาตามพวกเขาไป



     

     

     


     

    “ระดับD”


     

    ทันทีที่ภาพบอกระดับวิเศษปรากฏขึ้นที่หน้าจอ เจ้าหน้าที่หน่วยบริการประชาชนที่ดูแลการวัดระดับวิเศษอยู่ก็ประกาศผลวัดระดับขึ้น ทำให้เจ้าหน้าที่ฝึกหัดดึงแขนของตัวเองออกจาก เครื่องวัดระดับวิเศษพร้อมกับเสียงปรบมือของมวลชนที่กำลังดูอยู่


     

    เมื่อการวัดระดับวิเศษของคนก่อนหน้าเสร็จสิ้นเจ้าหน้าที่ฝึกหัดอีกคนก็เดินไปบนเวที พร้อมกับสอดแขนของตัวเองเข้าไปยังเครื่องวัดระดับวิเศษต่อ ก่อนที่มันจะบีบรัดไปที่แขนของเจ้าหน้าที่คนนั้นและแสดงผลของการวัดระดับวิเศษขึ้นที่หน้าจอ


     

    “ระดับE”


     

    เมื่อสิ้นเสียงประกาศของเจ้าหน้าที่หน่วยบริการประชาชนก็มีเสียงตบมือดังขึ้นจากมวลชนโดยรอบอีกครั้งหนึ่ง


     

    “ประชาชนประเทศเรานิสัยดีกว่าที่คิดนะถึงได้ระดับต่ำก็ยังปรบมือให้กำลังใจกันอยู่”


     

    ลีออนที่ยืนดูกันว่าระดับวิเศษอยู่กับอินและฟินน์รวมถึงเจ้าหน้าที่หน้าใหม่คนอื่นด้วย ก็พูดออกมาด้วยความชื่นชม


     

    “นี้ลีออนถึงเจ้าหน้าที่หน่วยบริการประชาชนที่เคยแนะนำพวกเราถึง

    เกณฑ์การวัดระดับวิเศษของแต่ละประเทศแล้วก็จริงเถอะ แต่เกณ์การวัดระดับของเรานี่มัน หมายถึงอะไรยังงั้นหรอ พ่อของนายได้บอกไหม”


     

    ฟินที่กำลังยืนคิดถึงเกณฑ์วัดระดับของประเทศตัวเองอยู่เมื่อได้ยินลีออนพูดขึ้นมาก็ถือโอกาสถามออกไปทันที


     

    “ไอ้พวก ตัวอักษรสัญลักษณ์E D C B A S พ่อฉันไม่รู้จักหรอก รู้สึกจะเป็นหนึ่งในองค์ความรู้ของพวกท่านที่ปรึกษา ถามอินมันจะดีกว่า”


     

    ทันทีที่ลีออนพูดจบ ก็พูดส่งให้อินซ์อธิบายต่อ ทำให้สายตาของฟินน์นั้นหันไปสนใจที่อิน


     

    “Eให้แทนผู้คนส่วนใหญ่ ส่วนคนที่มีระดับวิเศษสูงกว่านั้น ก็จัดเรียงตามกันไปตามสัญลักษณ์ที่ให้ท่องนั่นแหละ ส่วนระดับวิเศษที่พวกเขาเลือกใช้การแบ่งระดับแบบนี้ก็เพื่อ ลดการแบ่งระดับวิเศษให้มากที่สุด ให้เหลือแค่เจ็ดระดับ เพราะเชื่อว่าจะช่วยลดความเหลื่อมล้ำ ในการที่คนมีวิเศษสูงจะมองว่าคนมีวิเศษต่ำต้อยกว่าตัวเองได้ มากกว่าแบ่งย่อยเป็นเลเวลถึง100เลเวลอย่างดีอาดูแอล อีกทั้งการที่ใช้ตัวอักษรที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน จะทำให้คนส่วนหนึ่ง รู้สึกว่าตัวเองไม่ได้โดนด้อยค่าอย่างคำว่าชนชั้นล่าง ที่ประเทศน๊อบไฮใช้”


     

    “ถ้าอย่างนั้นทำไมไม่ยกเลิกการวัดระดับไปเลยละ ถ้าไม่อยากให้มีการแบ่งระดับมากนัก”


     

    “ถึงเราไม่จัดระดับเกณฑ์การวัดระดับวิเศษขึ้นมาเองคนของเราก็คงไปจัดระดับกันเองด้วยการใช้เกณฑ์ของประเทศอื่นอยู่ดี เลยตั้งเกณฑ์ของตัวเองขึ้นมาดีกว่า อีกอย่างอาชีพบางอาชีพ ก็ต้องใช้เกณฑ์ระดับวิเศษในการจ้างงาน อย่างเช่นหน่วยบริการประชาชนที่เป็นอยู่นี้ไง คนทั่วไปก็สามารถมาวัดระดับวิเศษเพื่อใช้ยื่นในการสมัครงานอื่นๆ ที่เกียวกับระดับวิเศษ และเรียกเงินเดือนที่สูงขึ้นได้ด้วย….”


     

    “ระดับC”


     

    ไม่ทันที่อินจะได้อธิบายต่อ เสียงประกาศวัดระดับจากเจ้าหน้าที่พนักงานหน่วยบริการประชาชนก็ดังขึ้นจนทำให้มีเสียงโห่ร้องและเสียงปรบมือที่ดังมากกว่าทุกครั้งที่ผ่านมาและเรียกความสนใจของฟินน์ให้ไปอยู่บนเวทีแทน


     

    เมื่อหันขึ้นไปบนเวทีที่เพิ่งประกาศผลไปนั้น ก็เจอกับชายผิวเข้มที่เคยมาหาเรื่องพวกเขาในวันรับบัตรประจำตัว ซึ่งเจ้าของระดับวิเศษที่เพิ่งประกาศผลไปกำลังยืนให้คนถ่ายรูปอยู่ พร้อมกับแสงแฟลชมากมายที่ส่องไปที่ชายคนนั้น


     

    “นี้หรอที่คุณแคร์พูดถึง ถ้าผลการวัดระดับวิเศษออกมาดี ก็จะได้รับความสนใจสินะ”


     

    ฟินที่เห็นชายคนนั้นกำลังยืนให้คนถ่ายรูปอยู่ก็นึกถึงคำพูดของแคร์ออกมา พร้อมกับหันไปคุยกับอิน โดยที่ไม่ได้สังเกตเลยว่าชายผิวเข้มคนนั้นได้ส่งสายตาดูถูกมาให้กับพวกเขา


     

    “ถ้านายอายุสิบแปด และผลการวัดระดับออกมาในระดับCละก็อนาคตจะได้ไปอยู่ในระดับSแน่นอนเพราะการสนับสนุนของรัฐบาลผ่านผลวิเศษ และอาจจะขึ้นถึงขั้นวีรบุรุษก็ได้ ก็เลยทำให้จะได้รับความสนใจเป็นพิเศษ”


     

    “วีรบุรุษอย่างนั้นหรอ…ถ้าอย่างงั้นวันนี้ถ้าผลการวัดระดับวิเศษของฉันออกมาที่ระดับC อนาคตฉันก็มีโอกาสที่จะ ต่อกรกับระดับวีรบุรุษได้สินะ”


     

    “นายเนี่ยนะ จะได้ระดับC เป็นบ้าไปแล้วหรือยังไง”


     

    อินที่ได้ยินคำพูดของฟินน์ก็หัวเราะออกมาเล็กน้อยก่อนจะยิ้มให้กับความคิดของเขา และเดินไปทางเวทีวัดระดับวิเศษ


     

    เมื่อเห็นว่าชายเจ้าของระดับพลังวิเศษระดับC เดินลงจากเวทีไปแล้ว อินก็เดินขึ้นไปบนเวทีต่อพร้อมกับสอดแขนของเขาเข้าไปที่เครื่องวัดระดับวิเศษ ก่อนที่จะมีเสียงแจ้งเตือนขึ้นมา


     

    “กรุณาสอดแขนเข้ามาภายในเครื่อง กรุณาสอดแขนเข้ามาภายในเครื่อง”


     

    เจ้าหน้าที่ที่เห็นว่าอินสอดแขนเข้าไปในเครื่องมือระดับวิเศษแล้ว แต่กลับมีเสียงแจ้งเตือนขึ้นมาและไม่ยอมทำงานทำ ทำให้เจ้าหน้าส่งสัญญาณให้อินดึงมือออกมาและสวมมันเข้าไปอีกครั้ง แต่ก็ยังคงมีเสียงแจ้งเตือนขึ้นมาอีกรอบ

    ทำให้อินที่เห็นอย่างนั้น ก็ดึงแขนของเขาออกจากเครื่อง และเดินลงจากเวทีไป


     

    เจ้าหน้าที่ควบคุมเครื่องวัดระดับวิเศษที่เห็นอินเดินหายไปแล้วนั้น ก็เขาไปเช็กดูการทำงานของอุปกรณ์วัดระดับวิเศษว่ายังทำงานได้อยู่ ก็ได้ตั้งใจจะกวักมือเรียกให้อินขึ้นไปวัดระดับวิเศษอีกครั้ง แต่ก็ไม่พบเขาแล้ว และเป็นแคร์ที่ส่งสัญญาณให้เขาเริ่มวัดระดับวิเศษคนอื่นต่อได้เลย


     

    “เสียใจไหม”


     

    ลีออนที่เห็นเพื่อนของเขาเดินมาหลบอยู่ข้างหลังร่างกายที่สูงใหญ่ของเขา ก็ถามความรู้สึกของอินออกไป พร้อมกับฟินน์ที่มองอินด้วยสีหน้าเห็นใจ


     

    “ก็รู้อยู่ตั้งแต่แรกแล้วนิว่ามันจะต้องเป็นแบบนี้ จะมาถามทำไมกัน...ฉันไม่ควรขึ้นไปลองวัดตั้งแต่แรกแล้ว”


     

    คำพูดของอินที่พูดออกมานั้นถึงแม้เขาจะไม่ได้มีสีหน้าเศร้าอะไร แต่ก็ทำให้เพื่อนของเขาทั้งสองคนรู้สึกเศร้าออกมา ก่อนที่อินจะยิ้มออกมาให้กับฟินน์และพยักหน้าไปด้านข้างเพื่อให้ฟินน์ขึ้นไปวัดระดับวิเศษ



     

    ทันทีที่ฟินน์เดินขึ้นไปบนเวที ด้วยรูปร่างและหน้าตาของเขา ทำให้มีเสียงและแสงจากแฟลชมากมาย ที่เริ่มถ่ายรูปเขาทั้งๆ ที่ยังไม่ได้เริ่มวัดระดับวิเศษเลย แสงแฟลชมากมายและเสียงกรี๊ดกร้าดของหญิงสาวที่ดังออกมานั้น ทำให้ฟินน์

    ยืนแข็งทื่อและตกใจต่อภาพตรงหน้าของเขาเป็นคู่หนึ่ง ก่อนที่จะเดินต่อไปยังเครื่องวัด ระดับวิเศษและสอดแขนของเขาเข้าไปในเครื่องนั้น


     

    “ระดับ…B”


     

    นี่เป็นครั้งแรกเลยตั้งแต่เริ่มการวัดระดับพลังวิเศษมา ที่เสียงของ

    เจ้าหน้าที่ ตะกุกตะกักเล็กน้อยก่อนที่จะ ประกาศระดับวิเศษออกมาจนเหล่าผู้ที่มาชมการวัดระดับ ที่อยู่ในบริเวณนั้นต่างเงียบกับเสียงประกาศระดับวิเศษที่ตัวเองได้ยิน และมองไปที่บนหน้าจอขนาดใหญ่ ที่แสดงผลระดับวิเศษด้วยสายตาเดียวกัน


     

    ก่อนที่ความเงียบนั้นจะถูกทำลายลงด้วยเสียงโห่ร้องดีใจ ของชายสูงอายุที่ยืนอยู่ในงานนั้นด้วย เมื่อเสียงโห่ร้องดังขึ้นมาก็ทำให้เสียงโห่ร้องของผู้คนโดยรอบ ต่างดังขึ้นตามกันมา และทำให้เสียงมันขยายบริเวณออกไป จนได้รับความสนใจของผู้คนโดยรอบและรีบวิ่งมาดูการวัดระดับพลังวิเศษเพิ่มด้วย


     

    ฟินน์ที่ยืนมองหน้าจอประกาศระดับวิเศษอยู่ ด้วยความตกใจกับปฏิกิริยาของคนโดยรอบนั้น ก็รู้สึกตัวขึ้นมาและรีบพาตัวเองเดินลงจากเวทีทันทีแต่กลับมีผู้คนมากมายมาล้อมรอบตัวของเขาไว้จนเกิดความวุ่นวาย


     

    “ว่าที่ระดับวีรบุรุษโผล่มาแล้ว รีบประกาศออกเพจข่าวของเราเร็ว”


     

    เหล่านักข่าวมากมายที่กำลังลุ่มถ่ายรูปฟินน์อยู่นั้น เมื่อเห็นเขาลงจากเวทีก็รีบติดต่อ ไปที่สำนักงานของตนให้ออกข่าวทันที ก่อนจะไปรวมกับกลุ่มคนที่ลุ่มขอถ่ายรูปกับฟินน์อยู่ โดยที่ไม่มีใครสังเกตเห็นลีออนที่เดินขึ้นเวทีไปเลย


     

    ด้วยความแออัดแล้ววุ่นวายที่เกิดขึ้นก็ทำให้ฟินน์พยายามมองหาอินเพื่อขอความช่วยเหลือ แต่อินก็หมดปัญญาที่จะเดินเข้าไปช่วยเพราะจำนวนคนที่อยู่โดยรอบ จนกระทั่งเสียง ประกาศระดับพลังวิเศษของลีออนดังขึ้น


     

    “ระ..ระดับ B”


     

    เมื่อปรากฏระดับBขึ้นมาอีกคนหนึ่งก็ทำให้ผู้คนที่อยู่โดยรอบฟินน์นั้นเกิดอาการตกใจและหันไปมองบนเวที ทำให้อินอาศัยจังหวะที่คนกำลังให้ความสนใจลีออนนั้น ดึงฟินน์ออกมาจากฝูงชนและวิ่งออกมาจากงานวัดระดับวิเศษ



     

     

     


     

    “ทิ้งลีออนไว้อย่างนั้นจะไม่เป็นอะไรหรอ”


     

    “ไม่เป็นอะไรหรอกไอ้หมอนั่นก็เป็นคนดังอยู่แล้ว แถมพลังพิเศษของมันคงไม่ยากที่จะออกมาได้หรอก”


     

    “นั้นสินะ..ไม่คิดเลยว่าจะได้ระดับB”

    ฟินน์ที่เลิกเป็นห่วงลีออนหลังจากได้ยินคำพูดของอินนั้นก็นึกถึงระดับวิเศษของตัวเองและยิ้มออกมาอย่างดีใจ


     

    “ไม่ได้สิเรื่องแปลก ตั้งแต่นายมาขอให้ฉันกับลีออนช่วยฝึกเพิ่มระดับวิเศษอย่างจริงจังให้เพราะอยากจับตัวไอ้ภาพลวงตานั้น ก็ฝึกมาตลอดจะไม่ได้ระดับBได้ไงกัน”


     

    เมื่อฟินน์คิดไปถึงเรื่องราวตอนเด็กที่ร่วมฝึกกับลีออนและอิน ฟินน์ก็มองไปที่อินพร้อมกับรอยยิ้มของเขา


     

    “เพราะนายแท้ๆ ฉันถึงมาได้ขนาดนี้…ขอบใจมากนะ”