เทพยุทธ์โลกนิยาย

    ตอนที่ 44 กึ่งเทพยุทธ์และเทพยุทธ์



    ตอนที่ 44


    ถ้าเปรียบพลังวัตร/พลังจิตเป็นไม้ฟืน พลัง'ธรรมชาติ'ก็คือน้ำมันเผาไหม้ได้ดีกว่า แต่พลังธรรมชาติก็เปรียบดั่งน้ำร้อน เหล่าผู้ฝึกตนทั้งหลายจึงต้องหาวิธี ผสานพลังวัตร/พลังจิตเข้ากับพลังธรรมชาติ แล้วนำมาโคจรในร่างกายหรือดึงดูดเข้าสู่ห้วงแห่งจิตสำนึก โดยไม่เป็นอันตรายต่อร่างกายหรือห้วงแห่งจิตของตน จึงจะนับว่าเป็นกึ่งเทพยุทธ์ที่แท้จริง


    เมื่อเข้าสู่ระดับกึ่งเทพยุทธ์ผู้ฝึกตนส่วนใหญ่ มักจะข้ามไปฝึกวิชาของอีกสายหนึ่ง เพื่อปูพื้นฐานของตัวเองให้แน่นขึ้น ให้สามารถต่อสู้ได้ทุกสถานการณ์


    ส่วนระดับเทพยุทธ์คือ การที่สามารถใช้ พลังแรกกำเนิดธรรมชาติหรือ 'พลังปฐม' ได้ พลังปฐมถ้าฝึกจนเชี่ยวชาญจะสามารถสร้างโลหะขึ้นมาจากความว่างเปล่าได้ ยิ่งถ้าฝึกได้ถึงระดับเดียวกับเทียนจุน ก็จะสามารถแปลงพลังปฐมเป็นอายุขัยไม่ต้องกลัวจะแก่ตาย 


    แต่เทพยุทธคนอื่นๆก็ไม่ใช่ว่าไม่มีวิธีจะยืดอายุขัย วิธีที่ว่านี้ก็คือตามหาบ่อแห่งชีวิตที่กระจายอยู่ในป่าเร้นลับ แล้วดูดซึมพลังของมันเข้าสู่ร่างกายแปลงเป็นอายุขัย จะได้มากจะได้น้อยก็ขึ้นอยู่กับปริมาณพลังในบ่อแห่งชีวิต


    บ่อแห่งชีวิตไม่มีใครรู้ว่ามันเกิดจากอะไร รู้เพียงว่ามีแต่เทพยุทธ์เท่านั้นที่จะใช้งานมันได้ และมันยังเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่เทพยุทธ์หลายคนเปิดศึกเป็นตาย เพื่อแย่งชิงบ่อแห่งชีวิตที่มีพลังเข้มข้นกัน


    _____________________________


    ครึ่งชั่วโมงผ่านไป…


    ไป๋กุนหลางก็ลืมตาขึ้นมา...ความเจ็บปวดที่แขนขวาได้บรรเทาลงบ้างแล้ว แต่ไป๋กุนหลางก็ยังไม่อาจขยับแขนขวาได้ พลังธรรมชาติก็ยังคงวิ่งพล่านอยู่ในแขน เขาต้องแบ่งพลังวัตรกว่าครึ่งไปสะกดมันไว้ 


    ไป๋กุนหลางจึงต้องตัดผ้าคลุมที่ตอนนี้กลายเป็นผ้าขี้ริ้วไปแล้ว มาทำเป็นสายคล้อง...คล้องแขนขวาไว้กับคอเหมือนคนแขนหัก แล้วลุกขึ้นเดินโซซัดโซเซไปข้างหน้า


    ห่างไปไม่ไกลตรงหน้าไป๋กุนหลาง มีหลุมขนาดพอให้คนลงไปนอนเหยียดแข้งเหยียดขาได้สบาย ลึกประมาณเอวผู้ใหญ่ กลางหลุมมีศพที่ไม่มีแขนไม่มีขา กลางลำตัวมีกระบี่ไร้ด้ามปักตรึง! หน้าเละมองไม่ออกเลยว่าตรงไหนปาก ตรงไหนจมูก สิ่งเดียวที่ยืนยันได้ว่าศพนี้คือเฟิ่งกุย ก็คือเขาสีดำบนศรีษะ!


    มาถึงไป๋กุนหลางก็ใช้มือซ้ายดึงกระบี่มังกรขนดขึ้นมาดู…('ดีนะที่ตูทำตามที่เจ้าระบบแนะนำ ว่าให้ฝึกกระบี่มือซ้ายไว้' ไป๋กุนหลางคิด) ปรากฏว่ากระบี่หักครึ่งท่อน ครึ่งใบเหลือคมด้านเดียว


    ไป๋กุนหลางใคร่ครวญสักพักก็ตวัดกระบี่หักฟัน! 


    ฉับ! 

    ฟันเขาของเฟิ่งกุยขาดแล้วเอาใส่ห่อผ้า หวังจะเอาไปตรวจสอบว่าสิ่งนี้มันคืออะไรกันแน่


    ขณะห่อเขาสีดำ ไป๋กุนหลางสังเกตุเห็นประกายแสงลอดออกมาจากใต้ร่างของเฟิ่งกุย จึงเขี่ยศพออกแล้วหยิบมาดู สิ่งที่เห็นทำให้ไป๋กุนหลางตกตะลึง!...'นี่มันสารีริกธาตุนี่!'


    สารีริกธาตุในโลกนี้ไม่ได้หมายถึงสิ่งที่ได้มาจากศพของนักบวชผู้ทรงศีล แต่หมายถึงสิ่งที่ได้มาจากการควบแน่นโดยธรรมชาติของ'พลังปฐม' จนกลายเป็นผลึกที่ใสเหมือนแก้วแต่แข็งเหมือนหิน หายากมาก!ส่วนใหญ่จะอยู่ในป่าเร้นลับ เป็นวัตถุดิบสำคัญที่ใช้ทำศาสตราวุธระดับเทพ


    สารีริกธาตุที่ไป๋กุนหลางเจอมีขนาดเท่าหัวแม่มือสามก้อน ไม่พอใช้สร้างกระบี่เล่มหนึ่ง…


    'แต่ก็ถือว่าเป็นค่าทำขวัญละกัน' ไป๋กุนหลางคิด แล้วเอาสารีริกธาตุใส่กระเป๋า เสร็จรีบขึ้นจากหลุมไปหาสถานที่มิดชิดปลอดภัย เพื่อพักรักษาตัว ส่วนการออกจากป่าหมอกไป๋กุนหลางตัดออกจากสมองเลย เพราะตัวเขาตอนนี้เผชิญหน้าอสูรหมอกระดับหนึ่ง แค่สองถึงสามตัว ก็จอดไม่ต้องแจวแล้ว


    _____________________________


    ในเวลาเดียวกับที่ไป๋กุนหลางพักรักษาตัว...


    ณ ห้องที่อึ้มครึ้มแห่งหนึ่ง...มีชายฉกรรจ์หน้าตาน่ากลัวหลายสิบคน กำลังนั่งสุมหัวทำบางอย่างกันอยู่


    "ข้าแทงว่าเป็นผู้หญิง สามเหรียญทอง!"


    "ข้าว่าผู้ชาย ห้าเหรียญทอง!"


    "ข้าว่าแฝด ห้าเหรียญทอง!"


    "ข้าว่า………….


    พวกเขาทุกคนกำลังพนันบางสิ่งบางอย่างกันอยู่ ซึ่งไม่รู้ว่าคืออะไร


    "เอ้าแทงกันหมดแล้วนะ!" ชายที่ดูเหมือนจะเป็นหัวหน้ากล่าวถาม เมื่อไม่มีใครค้านเขาก็หยิบดาบที่มีคราบเลือดสดใหม่ ย่างสามขุมไปหาหญิงท้องแก่ที่ถูกตรึงไว้กับหลักไม้ขยับไปไหนไม่ได้ ปากก็ถูกผ้ายัดไว้ไม่อาจส่งเสียง มีเพียงดวงตาทอแวววิงวรร้องขอชีวิต ข้างๆนางมีศพของสตรีและทารกที่พอจะระบุได้ว่าเป็นเพศอะไรอยู่หลายศพ 


    เห็นสภาพแล้ว ไม่ต้องถาม ก็รู้ว่าพวกมันพนันสิ่งใดกัน


    "ได้เวลาเฉลยแล้ว" มันกล่าว พร้อมกับเงื้อดาบขึ้น


    "อื้อ!..อื้อ!" หญิงสาวท้องแก่ส่ายหน้า พยายามส่งเสียงร้องวิงวร


    ฉัวะ!!


    "เป็นผู้ชาย" ชายผู้ลงดาบกล่าว


    เมื่อรู้คำตอบผู้ที่ทายถูกก็เฮลั่น!..ผู้ที่ทายผิดสถบด่า!


    ในตอนนั้นเองก็มีคนเปิดประตูเข้ามา แล้วตะคอกเสียงดังให้ทุกคนได้ยินว่า "ท่านผู้นำบอกให้เตรียมตัวไปโจมตีหมู่บ้านต่อไปได้แล้ว!...เพื่อประกาศศักดาให้คนแถบชายฝั่งทะเล! รู้จักความน่ากลัวของพวกเรา กลุ่มโจรสลัดมังกรโฉด!!"


    เฮ!!!


    คนทุกคนในห้อง เฮลั่น! สนับสนุน แล้วเดินออกไปจากห้องโดยไม่สนใจศพของเหล่าสตรีและทารก ประหนึ่งว่าพวกนางมิใช่มนุษย์เหมือนพวกมัน


    หมู่บ้านขนาดใหญ่ที่มีผู้อยู่อาศัยประมาณห้าร้อยคน ตอนนี้กลายเป็นซากปรักหักพัง มีศพมนุษย์กระจายอยู่เต็มไปหมด ไม่มีสัญญาณชีวิตใดๆ เว้นเพียงเหล่านกแร้งหลายร้อยตัวบินวนอยู่บนฟ้า รอคอยให้กลุ่มโจรสลัดมังกรโฉดไปไกลๆ พวกมันจะได้ลงมาหาอาหารใส่ท้องให้เต็มอิ่ม


    หลายวันผ่านไป...สายลมที่พัดจากทะเลเข้าหาชายฝั่ง มักพกพากลิ่นเกลือหอมสดชื่นกระจายไปไกล ทว่าเมื่อสายลมสายนั้นพัดผ่านหมู่บ้านแห่งนี้ กลิ่นเกลือกลับถูกย้อมด้วยกลิ่นเลือดเหม็นเน่าและกลิ่นเหม็นไหม้ ชวนให้ผู้คนที่สูดดมเข้าไปรู้สึกคลื่นเหียนอยากจะอาเจียน


    ช่างน่าเวทนายิ่งนัก


    ______________________________


    ไม่แรงไปหรอกเนอะ


    ขออภัยด้วยนะครับที่ลงช้า เข้าปีใหม่แล้วยุ่งมาก ช่วงนี้อาจจะลงไม่เป็นเวลา คงต้องกลางๆเดือนมกราคมถึงจะลงเวลาปกติได้


    ขอขอบคุณนะครับที่ติดตามอ่าน 

    คล้ายกับเรื่องเทพยุทธ์โลกนิยาย ที่คุณอ่าน