เลี่ยงหรง หรือนาม ฉี เลี่ยงหรง นามนี้ผู้เป็มารดาเป็ผู้ตั้งให้ ั้แ่เกิดนั้นเลี่ยงหรงอยู่กับมารดาสองคน มิเคยเห็นบิดาแม้แต่ครั้งเดียวรู้เพียงแค่ว่าบิดาเป็ทหาร มารดานั้นทำงานอย่างหนักหวังเลี้ยงดูข้าให้เติบโต
เมื่อถึงฤดูหนาวที่ไรมักจะเป็ท่านแม่ที่เสียสละอาหารให้ข้าเสมอแม้ตนจะอดอยาก มิเคยให้ข้าอดตาย เพราะเช่นนี้ร่างกายของท่านจึงรับภาระหนัก ทำให้ร่างกายเริ่มอ่อนแอ เริ่มมีอาหารหนักขึ้นเรื่อยๆ ข้าในตอนนั้นอายุเก้าหนาว มิอาจทนเห็นมารดาเ็ปได้อีก จึงเริ่มหางานทำ
แต่ด้วยที่ข้ายังเด็กที่อายุเพียงเก้าหนาวจะไปทำอันใดได้มากละ ได้แต่เก็บของป่าไปขาย รับจ้างทำไร่ ทำนาทั่วไป แต่สุดท้าย มารดาก็เสียไป ในตอนที่เลี่ยงหรงอายุได้สิบสองหนาว ชีวิตนี้ก็มิเหลือใครจึงอยู่อย่างโดดเดียวเรื่อยมา หางานทำเรื่อยๆ จนสามปีผ่านไป
หลังจากสามปีต่อมาก็มีการเกณฑ์ทหารั้แ่อายุสิบห้าขึ้นไป เลี่ยงหรงที่อายุสิบห้าพอดี ได้ยินเช่นนี้มิรอช้าไปสมัครเข้าร่วมกับกองทัพ ยังไงชีวิตนี้ก็มิมีใครแล้ว อย่างน้อยได้ทำประโยชน์เพื่อบ้านเมือง แม้จะลำบากเพียงใดก็ตามที
การฝึกในกองทัพมิได้สวยหรูแต่อย่างใด มันเต็มความเหน็ดเหนื่อย ลำบาก ใช้ความพยายาม อดทน มีใจเข้าสู้
จนวันหนึ่งเลี่ยงหรงได้แสดงความสามารถทางด้านการใช้กระบี่ ซึ่งวันนั้นมีเหล่าแม่ทัพ รองแม่ทัพและนายกองทั้งหลาย มาร่วมชม การใช้กระบี่ของเลี่ยงหรงไปเข้าตาคนผู้หนึ่ง คนผู้นั้นก็คือแม่ทัพหลวนซาน แม่ทัพประจำทิศใต้ในขนานนั้น
ทำให้เลี่ยงหรงได้รับการฝึกฝนจากแม่ทัพหลวนซานมาโดยตลอดเมื่อฝึกได้ระยะหนึ่งก็สามารถแสดงฝีมือจนมีผลงานจนได้มาเป็นายกองโดยใช้เวลาสองปีครึ่ง แล้วใช้เวลาอีกหนึ่งปีในการเป็รองแม่ทัพเคียงคู่กับอาจารย์ของตนก่อนที่แม่ทัพหลวนซานจะเกษียณตนเองแล้วแต่งตั้งเลี่ยงหรงในวัยยี่สิบปี ขึ้นเป็แม่ทัพแทน
" ท่านแม่ทัพขอรับ ท่านแม่ทัพ " ใครเรียกข้ากันใยเสียงคุ้นๆนัก “ เลี่ยงหรง เ้าเลี่ยงหรง “
" อะ อืม " ตรงหน้าข้าตอนนี้คืออู่ซวน รองแม่ทัพของทัพทักษิณ แถมยังเป็สหายที่ของเลี่ยงหรงอีกด้วย เดี่ยวนะอู๋ซวนตายไปแล้วนี่ มันเกิดเื่อะไรขึ้นกันแน่
" เลี่ยงหรงเื่ที่เ้าให้คนของข้าไปสืบเกี่ยวกับแคว้นจ้าวจะทำศึกในครั้งนี้ได้มาแล้ว " ศึก แคว้นเ้า?
นี่ข้าย้อนเวลากลับมางั้นรึ ถ้าเป็ศึกกับแคว้นจ้าวงั้นก็สามปีก่อนรึ ใช่แล้วอู๋ซวนก็ยังไม่ตาย ข้าก็ยังไม่ตาย ไม่นึกเลยว่าคำขอของข้าจะเป็จริง
สามปีนี้ข้าเจอฝ่าาตอนไหนกันนะ อย่างน้อยก็มิใช่ตอนศึกแคว้นจ้าวแน่ๆ ข้าตอนนี้ก็ยังมิได้เจอกับฝ่าาเลย ข้าจะตัดใจจากท่านให้ได้ อย่างไรเสียความรักของข้ากับฝ่าาก็เป็เื่ที่เพ้อฝันมิอาจเป็จริงได้
" เลี่ยงหรง " ใยวันนี้ถึงเหม่อลอยแปลกๆ แถมยังเป็บ่อยๆอีกตั้งหาก
" พูดต่อเถอะ "
" ผู้ที่นำทัพในครั้งนี้เป็องค์ชายรอง ทางแคว้นจ้าวมีการเตรียมเสบียง อีกไม่เกินสองเดือนมิพ้นเกิดศึกแน่นอน " ทุกอย่างยังเหมือนเดินสินะ
" ท่านแม่ทัพขอรับ " มีทหารชายผู้หนึ่งวิ่งมาด้วยความเร่งรีบ สีหน้าดูตื่นตะหนกอย่างเห็นได้ชัด
" มีอันใด ค่อยๆพูด " ในอดีตมิมีเหตุการณ์เช่นนี้นิ หวังว่าจะมิใช่เื่ใหญ่โตหรอกนะ เลี่ยงหรงได้แต่คิดในใจ
" คะ…คือ ชินอ๋องเสด็จมาขอรับ "
หะ!! O∆O
ชินอ๋องหรือองค์ชายใหญ่ นาม ถัง เหลียงซาน ประสูตจากฮองเฮา มีพี่น้องร่วมมารดาหนึ่งคน คือองค์ชายสาม นาม ถัง เหลียงซี ซึ่งชินอ๋องเป็ผู้เหมาะสมกับบัลลังก์ัมากที่สุด ทั้งความเฉลียวฉลาด ไม่ว่าจะเป็ทั้งด้านการเมืองหรือการรบ วรยุทธอันเก่งกาจ ศาสตร์ที่บุรุษพึ่งมีองค์ชายล้วนทำได้หมด ทำให้เป็ที่ชื่นชมของประชาชน
แม้ชินอ๋องจะเก่งกาจเพียงใดแต่ว่าฮองเฮามิได้เป็ที่โปรดปรานเท่าพระสนมกุ้ยเฟยพระมารดาขององค์ชายรอง ซึ่งปัจจุบันเป็หนิงอ๋อง ไม่ว่าสิ่งใดหนิงอ๋องล้วนได้รับความเอาใจใส่และถูกตามใจ มันจึงเป็เหมือนดาบสองคมแม้จะได้ความรักจากบิดา แต่ด้านความสามารถกลับสู้ชินอ๋องไม่ได้เลยแม้แต่นิดเดียว
การเมืองในตอนนี้จึงเกิดการคานอำนาจระหว่างชินอ๋องและหนิงอ๋อง ในตอนนี้หนิงอ๋องได้เปรียบเื่ขุนนางเพราะเป็ที่โปรดปรานทำให้ขุนนางหลายคนคิดว่า ฮ่องเต้ทรงเลือกหนิงอ๋องเป็แน่ ส่วนองค์ชายใหญ่นั้นเป็แม่ทัพแดนเหนือ จึงได้เปรียบทางการทหาร
ทัพอุดรเป็ของชินอ๋อง ทัพประจิมเป็ของราชครู ทัพบูรพาเป็ของลูกชายคนโตของอัครเสนาบดีฝ่ายซ้ายซึ่งเป็บิดาของพระสนมกุ้ยเฟย
และทัพทักษิณเป็ดินแดนที่แถบจะไม่มีลูกขุนนางมาสมัคร แต่ถ้าจะสมัครไม่อนุญาตให้ใช้เส้นสายอย่างเด็ดขาย จึงถือได้ว่าเป็ทัพที่มาจากสามัญชนแต่ก็เป็ทัพที่ได้ใจของราษฎรมากที่สุด เพราะขึ้นเื่ความเที่ยงธรรม ไม่ยอมใคร แต่ที่มีชื่อเสียงที่สุดคงเป็แม่ทัพที่ขึ้นมาเป็แม่ทัพ ล้วนแต่มีความสามารถ มีวิชาที่สืบทอดต่อๆกันมา เรียกได้เป็ทัพที่ทรงคุณภาพในขนาดเดี่ยวกันก็เป็ทัพที่เหล่าองค์ชายต่างหมายปองมากที่สุด
แล้ว ?
ในอดีตชินอ๋องมิได้มาเสียหน่อย ชินอ๋องเนี่ยใยถึงมาได้เล่า
" ท่านแม่ทัพมีเื่อันใดหรือไม่ขอรับ " ก็ในิดหน่อยนะสิในอดีตมิได้เป็เช่นนี้ซะหน่อยด้วย
" ไปรับเสด็จชินอ๋องเถอะ " เลี่ยงหรงรีบเปลี่ยนสีหน้าเป็เ็าก่อนจะออกจากกระโจมไป
นอกจากชินอ๋องและยังมีคุณหนูเจียง มาอีกด้วย ทำไม มาทำไม แล้วทำไมต้องเป็นางด้วย เลี่ยงหรงคิดอย่างรำคาญใจก่อนจะเอยรับเสด็จชินอ๋อง
" คารวะชินอ๋องพ่ะยะค่ะ " เมื่อผู้เป็แม่ทัพเอ๋ยทำความเคราพทหารที่เหลือก็เอยตาม
" กระหม่อมต้องขออภัยด้วยที่มิได้เตรียมที่รับรองให้ "
" เปิ่นหวางมิถือโทษ เป็เปิ่นหวางที่มาอย่างกะทันหัน "
" แล้วไม่ทราบว่าคุณหนูเจียง " เลี่ยงหรงปลายตามอง ข้านั้นมิชอบนางเลย หญิงเสแสร้งตีสองหน้าเช่นนางหรือจะอยากมาที่ค่ายทหาร
หึ สตรีนางนี้ในอดีตดูถูกข้าซะมากมาย ที่มานี่คงมิพ้นตามชินอ๋องมาเป็แน่ วุ่นวายนัก
" นางอยากมาช่วยน่ะ เปิ่นหวางเองก็มิรู้ว่าจะห้ามนางเช่นไรดี "
" ข้าเจียงหรู เ้าค่ะ " นางทำความเคราพด้วยความงมงามตามฉบับคุณหนูที่ถูกสั่งสอนดั่งคุณหนูในห้องหอ
" ข้าว่าทัพทางตะวันออก้าความช่วยเหลือมากกว่าทางนี้อีก คุณหนูเจียงน่าจะสนใจมากกว่า " หึ ข้ามิปล่อยนางมาเดินที่นี่หรอก
" ท่านแม่ทัพใยพูดเช่นนี้เ้าค่ะ " นั้นไงละมิทันไรนางก็จะร้องเสียแล้ว คนเช่นนางนะรึจะมาช่วย
" ข้าพูดตามความจริง อีกอย่างมิทันพูดอันใดคุณหนูเจียงจะร้องไห้เสียแล้ว เช่นนี้จะช่วยอะไรได้รึ " เลี่ยงหรงพูดอย่างไม่ไว้หน้าแม้นตรงนี้จะยังมีชินอ๋องอยู่ก็ตาม
" ท่านอ๋องเพคะ " คุณหนูเจียงเมื่อเห็นว่าแม่ทัพเลี่ยงพูดจาไม่ไว้หน้านางจึงหันไปขอความช่วยเหลือว่านางนั้นถูกอีกฝ่ายว่าร้ายใส่
" นั่นสิ คุณหนูเจียงคงมิเหมาะกับที่นี่ ให้นางพักที่สักหน่อยแล้วค่อยเดินทางไปทางเหนือเถิด " มินึกว่าชินอ๋องจะเห็นด้วย
" ทะ…ท่านอ๋อง " นางไม่นึกเลยว่าตนจะถูกผลักใสได้ลงคอ
" เชิญท่านอ๋องที่ที่พัก กระหม่อมจัดเตรียมไว้พ่ะยะค่ะ "
" รบกวนท่านแม่ทัพเสียแล้ว " ทำไมรู้สึกว่ารอยยิ้มของชินอ๋องนั้นดูแปลกๆ ชอบกล " แต่เปิ่นหวางอยากให้แม่ทัพเลี่ยงไปส่ง " เลี่ยงหรงถึงกับขมวดคิ้วกับคำพูดของชินอ๋อง
" เช่นนั้นเชิญท่านอ๋อง " ชินอ๋องยิ้มหวานให้กับเลี่ยงหรงทำเอาองค์รักษ์และทหารที่อยู่แถวนั้นถึงกับไม่เป็กันเลยทีเดียว