บ๊อบ วิลสันได้เห็นหน้าเทย์เลอร์อีกครั้ง ตอนเช้าวันศุกร์เขาชะโงกหน้าเข้าไปที่หน้าต่างรถเชฟวี่คันนั้น
“แล้วจะลับมาอีกหรือเปล่านี่?”
เทย์เลอร์ที่กำลังจะถอยรถออกจากตรงนั้นถอนเท้าที่แตะคันเร่งออก
“จะมาก่อนหิมะตก
“ถ้าอย่างนั้นจะช่วยปิดบ้านให้”
“ไม่ต้องหรอกครับผมปิดเรียบร้อยแล้ว ขอบคุณในน้ำใจนะบ๊อบ” แต่เมื่อเห็นสีหน้าของชายชราแปลกเปลี่ยนไปเขาก็รีบกล่าวต่อว่า“แต่ถ้าคุณ้าใช้อะไรที่บ้านก็เชิญตามสบายเลยนะผมยกบ้านหลังนี้ให้คุณจนกว่าจะกลับมา อ้อ...ในตู้เย็นมีเครื่องกระป๋องหลายอย่างผมว่าคุณเอาออกมากินเสียดีกว่า รวมทั้งเบียร์ด้วย”
วิลสันพยักหน้ารับสีหน้าค่อยดีขึ้นบ้าง
“แล้วผมจะบอกแอนนี่”
เทย์เลอร์ขยับจะเคลื่อนรถออกแต่วิลสันยังคงยืนอยู่ในที่เดิม
“บ๊อบผมจำเป็ต้องไปแล้วนะ”
“เมื่อวานคุณทำให้แอนนี่ใมากนะเทย์เลอร์”
“ผมไม่ได้ตั้งใจเลย...”เขาพูดด้วยน้ำเสียงเลื่อนลอย
“ผมก็คิดว่าคุณไม่ได้ตั้งใจเขาเล่าเื่รูปที่คุณเขียนให้ฟัง”
เทย์เลอร์พูดไม่ออกรูปแผ่นนั้นยังวางอยู่ที่เบาะหลังในลักษณะคว่ำหน้าไว้เทย์เลอร์ไม่ยอมหันไปมองแต่วิลสันจ้องดูอยู่
“ผมก็เลยต้องเอามันไปให้พ้นจากที่นี่”เขาเอ่ยออกมาอีก
“คุณไม่รู้ตัวหรอกว่าเขียนรูปนี้ขึ้นจนเมื่อแอนนี่ร้องขึ้น...”
ตอนแรกเทย์เลอร์ก็คิดอยากจะพูดปดอยู่เหมือนกันแต่เมื่อเห็นสีหน้าและแววตาที่บอกความห่วงใยของชายชราเพื่อนบ้านเขาก็ทำไม่ลง
“ผมก็กลัวแทบตายเหมือนกัน”เขาตอบอย่างยอมรับ
“ผมเคยได้ยินเื่อย่างนี้มาบ้างเหมือนกันนะมันเป็การเขียนออกมาจากจิตใต้สำนึก”
เทย์เลอร์ไม่สนใจจะรับฟังคำพูดของวิลสันต่อเขาเพียงแต่ยักไหล่
“เทย์เลอร์ ผมว่าคุณลองเชื่อคำแนะนำของคนแก่อย่างผมสักครั้งเถอะนะหาใครสักคนมาช่วยเหลือคุณเสีย”
“ก็เพราะเหตุนั้นละครับที่ทำให้ผมต้องรีบกลับ”
“ผมไม่ได้หมายความถึงหมอสมัยใหม่หรอกแต่หมายถึงใครบางคนที่มีความรู้เกี่ยวกับเื่นี้...”
เทย์เลอร์สังเกตเห็นความเคลื่อนไหวที่เกิดอยู่ตรงหน้าต่างห้องครัวบ้านของบ๊อบจึงหันไปมองทางนั้นและพบว่าเป็แอนนี่จึงถอยรถออกจากตรงนั้น ซึ่งทำให้บ๊อบ วิลสันต้องรีบะโถอยออกห่าง
“ช่วยลาแอนนี่แทนผมด้วยแล้วกัน”เทย์เลอร์บอก
เขาเต็มไปด้วยความโกรธบ๊อบกับแอนนี่ วิลสัน จะมีความรู้อะไรเกี่ยวกับเื่นี้ ในเมื่อสองผัวเมียต่างก็จมอยู่ที่นี่ห่างไกลจากโลกแห่งความเป็จริงอย่างมาก สิ่งที่บ๊อบรู้มันก็แค่ว่าวันนี้อากาศจะดีหรือไม่ หรือตอนกลางวันแอนนี่จะทำอะไรให้กินเท่านั้น
เขามาถึงทวิน ซิตี้ก่อนเที่ยง จึงขับรถตรงเข้าไปในตัวเมือง เมื่อจอดรถแล้วก็เดินดิ่งเข้าไปในสำนักงานของนายแพทย์อาร์โนลด์แองเจล่าเงยขึ้นมองหน้าด้วยความแปลกใจ เทย์เลอร์สังเกตเห็นว่าดอกกุหลาบที่เขานำมาให้เธอเมื่อวันก่อนยังอยู่ในแจกันแต่ก็เริ่มเหี่ยวเฉาลงบ้างแล้ว
“คุณโฮลด์แมน...ทำไมไม่โทรศัพท์เข้ามาก่อนล่ะคะ?”
“ผมเพิ่งกลับเข้ามาในเมืองอยากขอพบหมอสักหน่อย”
“เช้าวันนี้มีนัดเต็มเลยค่ะขอเป็ตอนบ่ายได้ไหมคะ?”
“แองเจล่ากรุณาอย่าทำกับผมอย่างนี้อีกเลยนะ ช่วยบอกเขาก็แล้วกันว่าผมมาถึงแล้ว”
เธอมองไปยังม้วนผ้าใบที่เขาถืออยู่ในมือแต่ก็ไม่เห็นอะไรเนื่องจากเขาหันด้านที่มีรูปเข้าไว้ข้างในเธอลุกขึ้นยืนอย่างไม่เต็มใจก่อนจะเดินเข้าไปในห้องทำงานส่วนตัวของนายแพทย์อาร์โนลด์ เพียงครู่ก็กลับออกมา
“รอสักครู่นะคะหมออนุญาตให้คุณเข้าพบได้ แต่เพียงแค่ 5 นาทีเท่านั้น”
เทย์เลอร์ทรุดตัวลงนั่งหญิงสาวคนหนึ่งผู้มีดวงตาช้ำบวมมองหน้าเขาด้วยแววตาเศร้าซึ่งทำให้เขาอดละอายใจไม่ได้ที่มาแย่งเวลานัดหมายของเธอ
อีก 15 นาทีต่อมา เสียงเครื่องติดต่อภายในบนโต๊ะทำงานของแองเจล่าก็ดังขึ้นและเธอก็ทำมือเป็สัญญาณให้เทย์เลอร์เข้าไปได้เขาหันมายิ้มอย่างขออภัยกับหญิงสาวผู้นั้น
สีหน้าของนายแพทย์อาร์โนลด์ไม่ได้บอกว่ายินดีที่ได้เห็นหน้าเขาแม้แต่น้อยและเทย์เลอร์ก็ไม่คิดจะนั่งลงสนทนาด้วย
“สงสัยว่าที่ไปพักผ่อนมาคงไม่ช่วยให้คุณหายตึงเครียดลงได้เลยสินะไปมากี่วันล่ะ 2 วันใช่ไหม?”
“3 ครับหมอ”
เขารู้สึกสะใจอย่างบอกไม่ถูกเมื่อเห็นดวงตาของนายแพทย์เบิกโพลงขึ้น ตอนที่เห็นรูปบนผืนผ้าใบพิจารณารูปนั้นอยู่เป็ครู่แล้วจึงได้สบตาเทย์เลอร์
“ถ้าคุณใช้เวลาที่ผมบอกให้ไปพักผ่อนทำสิ่งนี้ละก็ผมว่าคำแนะนำของผมไม่มีประโยชน์หรอก”
“ตอนที่เขียนรูปนี้ผมคิดว่าตัวเองกำลังเขียนรูปวิว”
“อย่างนั้นหรือ?”อาร์โนลด์พิจารณารูปนั้นด้วยความสนใจทุกแง่มุมก่อนจะถามว่า “เด็กนั่นคือลูกสาวคุณใช่ไหม?”
“เกือบจะคล้าย...”
“แล้วไอ้ปิศาจนั่นล่ะ?”
“ผมไม่รู้”
“ลูกสาวคุณถูกแทงตายใช่ไหม?”
“เื่หนึ่งในอีกหลายๆเื่”
“อืม...แล้วที่เขียนไว้ข้างบนนั่นมันอะไรล่ะ?”
“ผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่ามันหมายความว่าอะไร”
“แต่คุณเป็คนเขียนมันขึ้นมาเองนะคุณโฮลด์แมน”
“ผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าตัวเองอยากรู้ความหมายของมันหรือเปล่าแต่ว่าเหตุการณ์อย่างนี้มันควรจะยุติได้แล้วนะครับหมอ เอาละ...ผมอยากให้หมอช่วยอธิบายในแง่วิชาการให้ผมฟังหน่อย”
“ผมว่า...บางทียาอาจจะเป็วิธีสุดท้ายที่จะช่วยคุณได้นะแต่ถ้าใช้ยามันก็อาจส่งผลกระทบกับงานที่คุณทำอยู่ได้”
“เวลานี้งานของผมก็ได้รับผลกระทบอยู่แล้วละครับหมอ ต้องบอกว่ามันเสียหายแล้วด้วยซ้ำถ้าหมอไม่สามารถให้คำอธิบายกับผมได้ผมก็คงต้องไปที่อื่น”
“ผมรู้สึกผิดหวังในตัวคุณมากนะคุณโฮลด์แมน” เขาเขียนอะไรบางอย่างลงในใบสั่งยาก่อนจะยื่นให้เทย์เลอร์“เพราะคุณพยายามจะหลีกเลี่ยงสิ่งที่เป็รากเหง้าของปัญหาอยู่ตลอดเวลา”
“ผมก็ทำทุกอย่างที่มันจะช่วยให้สบายใจขึ้นอยู่แล้วนี่” เทย์เลอร์ตอบห้วนๆ
เขารับใบสั่งยาเดินถือรูปแผ่นนั้นออกไปทางประตูด้านข้าง
ผู้หญิงคนที่เดินมาเปิดประตูบังกะโลหลังเล็กที่ตั้งอยู่บนถนนฟิลล์มอร์มีสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสเมื่อเชื้อเชิญให้มาริลีนเข้าไปในบ้าน
“กู๊ดอัฟเตอร์นูนค่ะ มิส บริกก์”
“สวัสดีค่ะคุณนายลาซาเรค”
“ส่งเสื้อคลุมมาให้ฉันเถอะค่ะแล้วก็เข้าไปในห้องทำงานเลยนะคะ เขากำลังรอคุณอยู่ในนั้น จะดื่มอะไรดีค่ะ? กาแฟหรือชา หรือว่าจะเอาเครื่องดื่มอย่างอื่น?”
“ขอชาก็แล้วกันค่ะขอบคุณ” มาริลีนตอบเรียบๆ
เธอเดินผ่านเข้าไปในห้องนั่งเล่นอดที่จะเหลือบตามองผนังที่เต็มไปด้วยหนังสือนับร้อยพันเล่มไม่ได้นอกจากนั้นบนผนังก็ยังประดับด้วยรูปถ่ายขาว-ดำอีกด้วยมาริลีนมองดูเด็กหนุ่มสาวในรูปที่หลายคนเมื่อมาถึงเวลานี้ล้วนแต่แก่กว่าเธอทั้งสิ้น และอีกหลายคนก็ตายไปแล้ว
เธอเดินเข้าไปในห้องทำงานแคบๆที่อยู่ทางด้านหลังของตัวบ้านอย่างคุ้นเคยที่จริงเธอไม่ได้มาที่บ้านหลังนี้เกือบปีแล้ว อีมิล ลาซาเรคแก่ชราลงมากและเธอก็ไม่ใคร่แน่ใจนักว่า เมื่อมาถึงเวลานี้เธอสมควรจะมาพบเขาหรือไม่แม้ว่าจะมีความ้าให้เป็เช่นนั้นอย่างที่สุดก็ตาม