จ้าวศัสตราเทวะ [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 3 ตอนที่ 88 มีดเพลิง แห่งปลอกแขน

                ไป๋หยุนเฟยก้มศีรษะครุ่นคิดประกายแห่งปัญญาค่อยๆปรากฏชัดในดวงตาของไป๋หยุนเฟยอย่างแช่มช้า...

              “ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้เดิมทีข้าไม่เข้าใจว่าไฉนทวนเปลวอัคคีและปลอกแขนถึงอัพเกรดขึ้นมาได้แต่หากเป็นไปตามที่พี่หงยินกล่าว... นั่นก็เป็นเพราะแก่นพลังธาตุไฟแม้ข้าจะไม่ใช่ศิษย์สำนักช่างประดิษฐ์และไม่ทราบวิธีหลอมสร้าง...แต่ข้ามีกระบวนการอัพเกรด! ข้าอาจจะไม่ทราบว่าเพราะเหตุใดแต่การคาดเดาของข้าต้องไม่ผิดพลาดแน่ ยามที่แก่นพลังธาตุไฟผสานเข้ากับวัตถุวิญญาณกระบวนการอัพเกรดก็เกิดการเชื่อมโยงด้วยเช่นกันจึงบังเกิดผลเช่นนี้ไม่เพียงแต่ระดับของวัตถุวิญญาณจะเพิ่มขึ้นเท่านั้นแต่ถึงกับเพิ่มระดับการอัพเกรดโดยที่ข้าไม่อาจควบคุมหรือนี่จะเป็น... ความเร้นลับของกระบวนการอัพเกรด?”

              “แต่ที่ผ่านมากระบวนการอัพเกรดไม่เคยเกี่ยวข้องกับแก่นพลังธาตุไฟ... อาจบางทีหลังจากข้ากลายเป็นภูตวิญญาณแก่นพลังธาตุไฟที่ควบแน่นจะมีคุณสมบัติพิเศษช่วยให้โอกาสอัพเกรดสำเร็จเพิ่มเป็นสิบส่วน? ช่างน่าเสียดายนักที่ไม่มีโอกาสทดลองเพื่อหาคำตอบหลังจากแก่นพลังธาตุไฟหลอมรวมกับร่างแล้วก็รู้สึกแตกต่างจากก่อนเป็นภูตวิญญาณอย่างใหญ่หลวง...”

                “หยุนเฟยเจ้าคิดอะไรอยู่?” เสียงของหงยินที่แว่วเข้าหูดึงสติไป๋หยุนเฟยกลับคืนมา

                “ไม่มีอะไร...พี่หงยิน ข้าคิดว่า...” ไป๋หยุนเฟยลังเลเล็กน้อยจากนั้นราวกับตกลงใจได้จึงกล่าวกับหงยิน “พี่หงยินขอข้าดูวัตถุวิญญาณทั้งหมดของท่านได้หรือไม่?”

                หงยินเหม่อมองอย่างตะลึงลาน“เอ๊ะ? เจ้าจะดูไปทำไม?”

                “นี่...”ไป๋หยุนเฟยไม่ทราบจะตอบกลับอย่างไร แต่สุดท้ายจึงตัดสินใจได้“ท่านก็ทราบดีว่าข้ามีความลับบางอย่างที่ไม่อาจบอกผู้อื่นได้ที่จริงแล้วสาเหตุหลักที่สำนักธารน้ำแข็งตามล่าข้าแทบพลิกแผ่นดินก็เพราะความลับนี้ข้าทราบว่าพี่หงยินจะไม่ผลักข้าไปสู่อันตรายและแม้ข้าจะไม่อาจอธิบายเหตุผลโดยละเอียด แต่ก็สามารถบอกต่อท่านได้ว่าข้าสามารถ... ยกระดับสิ่งของขึ้นได้ แม้ไม่อาจยกระดับจนเทียบเท่าปลอกแขนนี้แต่ก็อย่างน้อยก็สามารถเพิ่มพูนพลังขึ้นมาได้อีกเล็กน้อย...”

                “ว่ากระไร!เป็นความจริงหรือ?” ดวงตาหงยินสาดประกายเจิดจ้ายามจับจ้องไปที่ไป๋หยุนเฟย

                “อืมข้าไม่อาจอธิบายวิธีการ แต่ข้าทำได้จริงๆ” กล่าวจบไป๋หยุนเฟยก็ไม่เอ่ยปากอีกเพียงเผยสีหน้าสงบนิ่งให้เห็น

                ประกายตาเจิดจ้าของหงยินถูกรั้งกลับแทนที่ด้วยแววตาครุ่นคิดมันสะบัดมือขวาในมือก็มีมีดสั้นสีขาวปรากฏขึ้นหลังจากยื่นให้แก่ไป๋หยุนเฟยแล้วจึงกล่าวว่า “แม้ว่าจะเป็นอาวุธเช่นนี้ก็ทำได้หรือ?”

                เพียงพริบตาที่มองเห็นมีดสั้นหัวใจของไป๋หยุนเฟยก็แทบกระดอนถึงลำคอ มันสัมผัสกลิ่นคาวโลหิตอันเข้มข้นจากมีดสั้นเล่มนี้ได้อย่างชัดเจนพริบตานั้นไป๋หยุนเฟยถึงกับมองเห็นภาพมายาของสุนัขป่านัยน์ตาสีแดงฉานกำลังขู่คำรามใส่มัน

                ภาพมายานี้คงอยู่เพียงชั่วครู่ก็เลือนหายไปยามที่ไป๋หยุนเฟยเรียกสติกลับคืนมาได้ทุกอย่างก็กลับเป็นปกติมีดสั้นก็เป็นมีดสั้นธรรมดา ไม่ --- ไม่อาจเรียกได้ว่าเป็นมีดสั้นธรรมดาเพราะหากพิจารณาใกล้ๆแล้วไป๋หยุนเฟยพบว่ามีดสั้นนี้สมควรเรียกเป็นเขี้ยวของสัตว์ร้ายมากกว่ามีดเล่มนี้ถึงกับใช้เขี้ยวขัดฝนแล้วตกแต่งให้เป็นมีดสั้น

                เขี้ยวโลหิตนี้ร่ำลือกันว่าเป็นอาวุธของราชันสุนัขป่าโลหิตที่บรรลุถึงระดับแปดมันใช้เขี้ยวของตนเองสร้างเป็นอาวุธที่แหลมคมจนเหลือเชื่อทั้งยังเปี่ยมด้วยพลังมหาศาลในโลกของผู้ฝึกปรือวิญญาณนับเป็นวัตถุวิญญาณที่มีชื่อเสียงอย่างยิ่งแต่ไป๋หยุนเฟยกลับไม่ทราบแม้แต่น้อยมันเพียงรู้สึกว่าอาวุธจัดสร้างอย่างแปลกประหลาดจึงงุนงงอยู่บ้างเท่านั้น

                แม้สีหน้าไป๋หยุนเฟยจะฉายแววสับสนงุนงงแต่ยามที่รับอาวุธชิ้นนี้มาอยู่ในมือ มันก็สะท้านราวถูกสายฟ้าฟาดใส่ 

              “ระดับไอเทม: ของวิเศษระดับต่ำ”

              “พลังโจมตี: 2257”

              “สิ่งจำเป็นในการอัพเกรด:แต้มวิญญาณ 113 แต้ม”

                “ของวิเศษระดับต่ำ!ของวิเศษ...” ไป๋หยุนเฟยงงงันวูบ ความคิดมันสับสนไปชั่วขณะ จากนั้นมันจึงโพล่งออกมาอย่างแตกตื่น“ชั้นนภาระดับต่ำ!”

                หงยินกำลังพิจารณาสีหน้าของไป๋หยุนเฟยชั่วขณะนั้นมันเลิกคิ้วขึ้นพร้อมกับแสดงสีหน้าที่บ่งบอกว่า‘อย่างที่คาดไว้’มันยิ้มพลางกล่าวว่า “อย่างที่คาดไว้เพียงสัมผัสครั้งเดียวหยุนเฟยเจ้าก็สามารถบอกระดับวัตถุวิญญาณได้แล้ว? ไม่เลวมีดสั้นเล่มนี้เรียกว่า‘เขี้ยวโลหิต’ แม้แทบจะไม่อาจนับเป็นชั้นนภาแต่พลังของมันก็ยังร้ายกาจเหลือเชื่อ”

                “แล้วเป็นอย่างไร? หากว่าเป็นวัตถุวิญญาณชั้นนภาแล้วเจ้ายังสามารถเพิ่มพลังของมันดังที่เจ้าบอกได้อยู่หรือไม่?” หงยินจ้องมองไป๋หยุนเฟยที่อยู่ในภวังค์ครุ่นคิดด้วยแววตาคาดหวัง

                หลังจากใคร่ครวญชั่วครู่ไป๋หยุนเฟยก็ปลุกปลอบตนเองก่อนจะพยักหน้า “อืม ไม่มีปัญหาข้าเพียงต้องการเวลาอยู่บ้าง พี่หงยินวันพรุ่งนี้ข้าค่อยคืนมีดเล่มนี้ให้แก่ท่าน”

                “โอเป็นความจริง?” หงยินยินดีอย่างยิ่ง มันยิ้มพลางกล่าวว่า “อืม ตามสบายไม่จำเป็นต้องเร่งมือ ต่อให้ใช้เวลาอีกหลายวันก็ไม่เป็นไร”

                ไป๋หยุนเฟยยิ้มให้แก่หงยินที่แสดงสีหน้ายินดี“ฮ่า ฮ่า ไฉนพี่หงยินท่านจึงปลอดโปร่งนัก?นี่เป็นวัตถุวิญญาณชั้นนภา หรือไม่กลัวข้านำมีดสั้นนี้หลบหนีไป?”

                หงยินเพ่งตามองไป๋หยุนเฟยด้วยสีหน้าเรียบเฉยก่อนจะส่งสายตาอย่างดุดัน“เจ้าดูถูกพี่ใหญ่เจ้าเกินไปแล้วหรือเจ้าคิดจริงๆว่าจะสามารถหลบหนีไปจากเงื้อมมือข้าได้? ฮ่า ฮ่า...”

                หลังจากสนทนากันช่วงสั้นๆหงยินย้ำเตือนเรื่องที่ไป๋หยุนเฟยต้องทราบหลายอย่างเกี่ยวกับคุณสมบัติพื้นฐานของวิญญาณตนเองทั้งยังห้ามไม่ให้พยายามเพิ่มพูนพลังวิญญาณในช่วงเวลานี้อันดับแรกที่ไป๋หยุนเฟยต้องทำก็คือสร้างความคุ้นเคยกับพลังใหม่ที่ได้รับมายามนี้มันเป็นภูตวิญญาณระดับกลาง แม้ร่างกายมันจะปรับสภาพเข้ากับพลังได้แล้วแต่ยังคงต้องเรียนรู้ที่จะควบคุมพลังและร่างกาย ระดับการควบคุมของมันยังเป็นวีรชนวิญญาณจึงจำเป็นต้องทำความคุ้นเคยกับพลังของด่านภูตวิญญาณก่อนจึงจะสามารถฝึกปรือต่อไปได้

                …………

                ยามค่ำคืนไป๋หยุนเฟยนั่งขัดสมาธิบนเตียงโดยมีเขี้ยวโลหิตอยู่ในมือมันเพ่งความคิดจดจ่ออยู่กับการอัพเกรด

                นี่เป็นครั้งแรกที่มันมีโอกาสได้อัพเกรดสิ่งของในระดับของวิเศษไป๋หยุนเฟยจึงไม่กล้าเลินเล่อผู้ใดจะทราบว่าระหว่างการอัพเกรดจะเป็นเช่นเดียวกับที่อัพเกรดระดับหายากและสมบัติตกทอดหรือไม่

                แต่ทุกอย่างก็ผ่านพ้นอย่างราบรื่นสิ่งที่ไป๋หยุนเฟยกังวลกลับไม่บังเกิดขึ้นนอกจากสิ้นสูญพลังวิญญาณจากการอัพเกรดผิดพลาดที่มากขึ้นและโอกาสสำเร็จที่ต่ำลงแล้วก็ไม่มีสิ่งใดผิดปกติไป๋หยุนเฟยจึงสามารถอัพเกรดเขี้ยวโลหิตได้จนถึงระดับ +10

              “ระดับไอเทม: ของวิเศษระดับต่ำ”

              “ระดับการอัพเกรด: +10”

              “พลังโจมตี: 2257”

              “พลังโจมตีเพิ่มเติม: 1263”

              “ผลกระทบเพิ่มเติมระดับ +10: เมื่อจู่โจมมีโอกาส 30%ที่จะ’ข่มขวัญ’ บังคับให้พลังของศัตรูทุกด้านลดลง 20% เป็นเวลา 10 วินาที”

              “สิ่งจำเป็นในการอัพเกรด:แต้มวิญญาณ 113 แต้ม”

                ไป๋หยุนเฟยใช้มือซ้ายลูบศีรษะด้วยความเหนื่อยล้า“อุปกรณ์ชั้นของวิเศษยากที่จะอัพเกรดจริงๆ เพื่ออัพเกรดถึง +10ข้าล้มเหลวไปถึงหกครั้งสูญแต้มวิญญาณไปถึงสองพันห้าร้อยแต้มนี่แทบจะถึงขีดจำกัดของข้าแล้วนั่นหมายความว่าแต้มวิญญาณของข้าที่เป็นภูตวิญญาณระดับกลางสมควรมีอยู่ประมาณสามพันแต้ม...”

                “อุปกรณ์ตั้งแต่ชั้นหายากเมื่ออัพเกรดถึงระดับ+10 จะมีพลังโจมตีเพิ่มเติมราวครึ่งหนึ่งของพลังโจมตีดั้งเดิมนี่มิใช่หมายความว่าวัตถุวิญญาณทั้งหมดเป็นเช่นนี้หรือ? น่าเสียดายที่ข้าไม่มีวัตถุวิญญาณมากพอจะพิสูจน์อีกอย่างข้าก็ไม่กล้าจะอัพเกรดต่อไป! ความเสี่ยงมันมากเกินไป หากถ้าอัพเกรดล้มเหลวข้าคงได้แต่ใช้ท่อนไม้ต่อสู้แทน ทวนเปลวอัคคีและปลอกแขนอัพเกรดได้เพราะโชคช่วยน่าเสียดายที่ไม่มีโอกาสเช่นนี้เป็นครั้งที่สองอีก...”

                ไป๋หยุนเฟยเอียงหน้ามองเขี้ยวโลหิตด้วยความพอใจ“พลังโจมตีเพิ่มขึ้นจากเดิมกว่าครึ่ง ไม่ทราบว่าพี่หงยินจะยินดีหรือไม่? ทั้งผลเพิ่มเติมก็ไม่เลวโอกาสสามส่วนนับว่าไม่น้อยและการลดพลังทุกด้านของคู่ต่อสู้ลงสองส่วนมิใช่รวมถึงความเร็วและพลังด้วยหรือ? ด้วยฝีมืออันสูงส่งของพี่หงยินรวมกับพลังจากมีดเล่มนี้เช่นนั้น... แทบจะเรียกได้ว่ากุมชัยชนะเอาไว้แล้ว!”

                หลังจากเก็บเขี้ยวโลหิตไว้แล้วไป๋หยุนเฟยครุ่นคิดชั่วขณะจึงนำปลอกแขนสีแดงฉานออกมา

                “ผลกระทบเพิ่มเติมสำหรับ+10 ข้าทดสอบระหว่างต่อสู้กับจางเจิ้นซานแล้ว ผลของมันนับว่าร้ายกาจเหนือธรรมดานั่นหมายถึงว่าข้าสามารถหยิบยืมพลังจากคู่ต่อสู้มาเสริมการโจมตีของตนเองได้เมื่อผสานพลังโจมตีและป้องกันเข้าด้วยกันข้าย่อมสามารถพลิกเปลี่ยนกระแสการต่อสู้ได้!สำหรับ‘มีดสั้นปีกเพลิง’จากผลกระทบระดับ +12 นี้ ข้ากลับยังไม่ลองทดลองมาก่อนต้องใช้แต้มวิญญาณเพื่อเรียกใช้งาน?หมายความว่า...”

                ไป๋หยุนเฟยสวมปลอกแขนลงบนแขนขวาก่อนจะถ่ายทอดพลังวิญญาณลงไปปลอกแขนก็เรืองแสงสีแดงฉานสาดส่องไปทั่วห้อง แต่นอกจากนั้นกลับไม่มีสิ่งใดเปลี่ยนแปลง

                “เอ๊ะ? หมายความว่าอย่างไร?ไฉน‘มีดสั้นปีกเพลิง’จึงไม่ปรากฏขึ้น...”ชั่วขณะที่ไป๋หยุนเฟยกำลังสับสน คำ‘อัญเชิญมีดสั้นปีกเพลิง’ก็ผุดวาบขึ้นในห้วงความคิด จากนั้น...

                “ปัง!”

                เสียงปะทุดังทุ้มหนักสะท้านไปทั้งห้องแสงสีแดงฉานพวยพุ่งจากปลอกแขนที่มีลูกไฟติดอยู่ด้านบนหลังจากก่อตัวเหนือแขนของไป๋หยุนเฟยแล้ว‘ก้อน’เพลิงก็เริ่มยืดยาวพ้นจากปลอกแขนจากนั้นยืดเรียวเป็นรูปลักษณ์ของมีดเพลิงความยาวเชียะเศษ

                ไป๋หยุนเฟยนิ่งงันไปชั่วขณะก่อนจะสะท้านตื่นจากห้วงความคิด มันจับจ้องไปที่‘มีดสั้นปีกเพลิง’ด้วยสายตาเป็นประกาย

                “นี่หรือ? กลับมีขนาดเพียงเท่านี้ไม่ทราบว่าจะมีพลังเท่าใด...” มันสะบัดมือซ้ายก็ปรากฏมีดสั้น +9 อยู่ในมือหลังจากกระชับมีดขึ้นมาระดับสายตาก็วาดมือขวาฟันมีดเพลิงลง

                “เคร้ง!”เสียงโลหะดังสดใสพร้อมกับใบมีดครึ่งใบร่วงลงสู่พื้น ไป๋หยุนเฟยถือมีดครึ่งเล่มที่มีเหล็กหลอมเหลวหยดลงจากรอยตัดจากที่มองเห็นใบมีดราวกับถูกหลอมจนละลายแยกจากกัน!

                ไป๋หยุนเฟยลอบสูดลมหายใจหนาวเหน็บก่อนจะยื่นมือหยิบเศษใบมีดขึ้นมาหลังจากมองดูมีดเพลิงที่เต้นระริกอยู่เหนือแขนขวาก็ฉีกยิ้มอย่างยินดี“เพลิงอันร้อนแรงนัก! นี่เป็นเพียงแค่รูปลักษณ์ที่เล็กที่สุดเท่านั้นหากว่าข้าถ่ายทอดพลังวิญญาณมากขึ้น...”

                ไป๋หยุนเฟยชักนำพลังวิญญาณถ่ายทอดสู่ปลอกแขนเพิ่มเติมส่งผลให้มีดเพลิงปะทุยืดยาวออกอีกหนึ่งเชียะความร้อนแผดเผาที่แผ่ออกมาถึงกับพุ่งขึ้นสูงในพริบตา

                ขณะเพ่งตามองไป๋หยุนเฟยก็หยุดถ่ายทอดพลังวิญญาณลงไปจึงได้เห็นมีดเพลิงแตกเป็นประกายไฟสาบสูญไป

                “วิเศษวิเศษมาก! คิดไม่ถึงว่า‘มีดสั้นปีกเพลิง’จะทรงพลังถึงเพียงนี้!แม้จะสิ้นเปลืองพลังวิญญาณอย่างยิ่ง แต่ก็นับว่าคุ้มค่า!เมื่อเป็นเช่นนี้ข้าก็จะแข็งแกร่งมากขึ้นไปอีก!!” หัวใจของไป๋หยุนเฟยเต้นถี่ด้วยความพลุ่งพล่านมันมองดูปลอกแขนพร้อมกับพึมพำกับตนเอง “ถ้าเช่นนั้นต่อไปนี้ข้าจะเรียกเจ้าว่า‘ปลอกแขนมีดเพลิง’!”

                หลังจากพักผ่อนชั่วครู่ไป๋หยุนเฟยจึงนำเครื่องประดับชิ้นหนึ่งออกมาจากแหวนช่องมิติ

                “ต่อไปสมควรอัพเกรดเครื่องประดับสักหลายสิ้นแล้วมอบชิ้นที่ดีที่สุดให้แก่อวี้เหอ เมื่อให้คำมั่นไปแล้วก็ต้องรักษาคำพูด...”

                “อัพเกรด...”