ทะลุมิติไปเป็นพระชายาแพทย์ผู้มากพรสวรรค์ [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 42 คิดเพ้อเจ้อ

            “เสด็จแม่ องค์ชายใหญ่ป่วยเป็นโรคประหลาดอันใดหรือ? แม้แต่หมอหลวงก็หาสาเหตุไม่ได้” มู่จื่อหลิงมิได้ร้อนรนไปกับนางด้วยฮองเฮาไม่ยอมพูด ทว่านางมีเวลา ท้ายที่สุดผู้ที่ทุกข์ทรมานก็ยังเป็นหลงเซี่ยวหลี

            เห็นท่าทางอึกๆ อักๆ ของฮองเฮาไทเฮาก็เปิดปากเอ่ยง่ายๆ “องค์ชายใหญ่ไม่รู้ว่าเป็นอันใด เข้าไปใกล้ตัวสตรีไม่ได้”

            แม้มู่จื่อหลิงจะรู้อยู่แล้วแต่พอได้ยินไทเฮาพูดเช่นนี้ นางก็อยากหัวร่อนัก

            นอกจากนางที่รู้ว่าเพราะเหตุใดหลงเซี่ยวหลีจึงเป็นเช่นนี้คนทั่วไปคงจะคิดไปว่าเหตุที่หลงเซี่ยวหลีเป็นเช่นนี้มิใช่เพราะสัมผัสสตรีมากเกินไปหรือ ไทเฮาก็ไม่ทราบว่าอันใดเช่นกันแต่วาจานี้ก็พูดได้อย่างรื่นหูเสียจริง

            “เข้าไปใกล้ร่างกายสตรีไม่ได้? หม่อมฉันไม่เคยเห็นอาการเจ็บป่วยเช่นนี้มาก่อนเพคะ”มู่จื่อหลิงแสร้งทำทีไตร่ตรองพลางกล่าว

            ยามนี้นางอยากเห็นท่าทางของฮองเฮาที่แบกใบหน้าแก่ๆนั่นมาขอร้องให้นางไปรักษาหลงเซี่ยวหลียิ่งนัก

            ดังคาดเมื่อฮองเฮาได้ยินคำพูดนี้ก็ร้อนรนขึ้นมา ยามนี้หาได้มีท่าทางมารดาแห่งใต้หล้าไม่

            “หลิงเอ๋อร์เจ้าก็ช่วยไปตรวจดูเถิด โรคทางสมองที่เซี่ยวหนานเป็นมาหลายปีเจ้าก็รักษาหายได้มิแน่ว่าครั้งนี้ก็รักษาได้” ฮองเฮากล่าวอย่างกระสับกระส่าย

            ยามประสบเรื่องราวต่างๆ นางมักจะสุขุมเยือกเย็นหากหลงเซี่ยวหลีมิใช่บุตรชายเพียงคนเดียวของนางคาดว่านางคงไม่เสียกิริยาเช่นนี้ต่อหน้าคนทั้งหมด

            “หม่อมฉันสามารถช่วยตรวจดูได้แต่จะรักษาได้หรือไม่นั้นหม่อมฉันมิกล้ารับรอง” มู่จื่อหลิงแกล้งทำทีเป็นกังวล

            “หลิงเอ๋อร์พยายามเต็มที่ก็ดีแล้วอายเจียจะไม่ทำให้เจ้าลำบากใจ” แม้ไทเฮาจะกล่าวเช่นนี้ทว่าในใจกลับมิได้คิดเช่นนี้ หากรักษาไม่หาย เจ้าก็อย่าได้ฝันว่าจะจากไปได้

            “หม่อมฉันจะต้องทุ่มเทสุดความสามารถเพคะ”มู่จื่อหลิงกล่าวอย่างอ่อนน้อมถ่อมตน

            ไทเฮาปากไม่ตรงกับใจในใจนั้นจะวางแผนอันใดอยู่นางมิอาจรู้ได้ และจะไม่บอกว่านางมีความมั่นใจถึงสิบส่วนหรือต่อให้ไม่มี นางก็ไม่เกรงกลัวว่าไทเฮาจะเล่นลูกไม้ใดอยู่เบื้องหลัง

            หลงเซี่ยวหลีไม่เหมือนหลงเซี่ยวหนานคาดว่าไทเฮาและฮองเฮานั้นไม่อยากให้เขาเกิดเรื่องมิเช่นนั้นคงไม่เรียกนางเข้ามาด้วยตนเอง

            “อายเจียล้าแล้วพวกเจ้าไปดูก่อนเถิด” ไทเฮาโบกมือให้ฮองเฮาพามู่จื่อหลิงไปดูหลงเซี่ยวหลี

            บุตรชายของฮ่องเต้ ไม่ว่าใครนางก็ไม่ไปใส่ใจให้มากนักเพียงแต่ฮองเฮาเป็นคนที่ได้รับความคาดหวังจากนางมากที่สุดในบรรดาสนมชายาและยามนี้หลงเซี่ยวหลีก็ยังมีประโยชน์กับนางอยู่บ้าง หากรักษาได้ก็ช่างเถิดแต่รักษามิได้นางก็ไม่เสียหาย แล้วยังมีโอกาสจัดการมู่จื่อหลิงอีกด้วย

            -

            ฮองเฮาพามู่จื่อหลิงไปที่ตำหนักของหลงเซี่ยวหลียังไม่ทันเข้าไปใกล้ ก็มีเสียงโกรธจัดของหลงเซี่ยวหลีลอยออกมา“แค่หมอไร้น้ำยากลุ่มหนึ่ง เปิ่นหวงจื่อจะเก็บไว้ทำอันใดกัน”

            มู่จื่อหลิงรู้ว่าหลงเซี่ยวหลีฆ่าคนอีกแล้วนางไม่สนใจว่าฮองเฮาจะอยู่ด้วย วิ่งขึ้นไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วใช้เท้าเตะประตูที่ปิดสนิทให้เปิดออก

            คนรอบข้างถูกการกระทำนี้ของมู่จื่อหลิงทำให้ตกตะลึงพวกเขานึกไม่ถึงว่าฉีหวางเฟยจะกล้าหาญเช่นนี้

            ในตำหนัก หลงเซี่ยวหลีที่กำลังจะแทงดาบลงก็ชะงักลงจ้องมองไปทางผู้บุกรุกที่ถีบประตูผู้นั้นอย่างดุร้าย

            หลงเซี่ยวหลีเห็นมู่จื่อหลิงตรงหน้าดวงตาก็สว่างวาบ เอ่ยปากออกมาอย่างมิทันรู้ตัว “มู่จื่อหลิง...อุ๊ก!”

            ยังไม่ทันพูดจบหลงเซี่ยวหลีก็อาเจียนออกมาอย่างหมดสภาพราวกับว่าสิ่งของในท้องนั้นถูกอาเจียนออกมาจนหมดแล้ว เหลือแค่เพียงน้ำย่อย

            ในยามปกติหากมู่จื่อหลิงได้เห็นฉากนี้ในใจต้องยินดีในความโชคร้ายของผู้อื่นเป็นแน่ทว่าตอนนี้จะอย่างไรนางก็มิอาจดีใจได้ ทั้งนัยน์ตาและในใจต่างก็แสบร้อนน้อยๆ

            นางยกเท้าก้าวเข้าไปอย่างเชื่องช้า

            ในอากาศคละคลุ้งไปด้วยกลิ่นเหม็นเปรี้ยวจากคราบอาเจียนของหลงเซี่ยวหลีและกลิ่นคาวเลือดเข้มข้นมู่จื่อหลิงอดไม่ได้ที่จะรู้สึกปั่นป่วนในท้อง

            แม้นางจะเพิ่งช่วยชีวิตหมอที่ตกใจจนไม่รับรู้สิ่งใดภายใต้ดาบของหลงเซี่ยวหลีแต่ก่อนหน้าก็มีสองสามคนที่ถูกเขาฆ่าไปแล้ว แต่ละคนทั่วทั้งร่างอาบไปด้วยโลหิตนอนอย่างไร้ลมหายใจบนพื้นอันเย็นเยียบ

            แม้ตนเองจะเป็นหมอเห็นการเกิดการตายมาจนชินแล้ว แต่ฉากนี้ก็ยังทำให้มู่จื่อหลิงหวาดกลัวจนผงะถอยหลัง

            คนพวกนี้แม้จะไม่ถูกนางฆ่าตายแต่ก็ตายเพราะนาง

            นางรู้ว่าเพราะเรื่องนี้ผู้ที่ตายภายใต้เงื้อมมือหลงเซี่ยวหลีมิได้มีเพียงแค่เท่านี้ทว่ายามนี้ก็ไม่สามารถคืนชีพมาได้แล้ว ตอนนี้ทำได้เพียงหยุดยั้งการสังหารหมู่ของหลงเซี่ยวหลีเท่านั้น

            นี่เป็นครั้งแรกที่นางลงโทษคนเลวแล้วรู้สึกเสียใจ

            นางไม่คิดว่าหลงเซี่ยวหลีจะโหดเหี้ยมเช่นนี้หาญกล้าฆ่าคนในวังอย่างโจ่งแจ้งตามอำเภอใจ เขาสามารถกวัดแกว่งดาบปลิดชีพคนไร้ความผิดเหล่านี้ตามใจชอบไร้ซึ่งความปรานี ตาไม่กะพริบเสียด้วยซ้ำ

            หลงเซี่ยวหลีที่ยังอาเจียนอยู่ด้านข้างเห็นมู่จื่อหลิงเดินเข้ามาก็รีบร้อนพูดว่า “อย่า...เจ้าอย่าเข้ามา...อุ๊ก!”

            แม้หลงเซี่ยวหลีจะปรารถนาให้มู่จื่อหลิงเข้าใกล้เขาทว่าก็ไม่อยากให้นางเข้ามาใกล้ สองสามวันมานี้เขาถูกทรมานจนแทบเสียสติแล้ว

            ไม่ว่าจะเห็นสตรีหรือได้กลิ่นชาดกลิ่นแป้งของพวกนางเขาก็จะอ้วกออกมาไม่หยุดเขาคิดมาตลอดว่าเป็นเพราะร่างกายของสนมพวกนั้นมีปัญหาจนทำให้เป็นเช่นนี้อย่างกะทันหัน

            มู่จื่อหลิงได้สติกลับมาจากความเศร้าสลดชะงักฝีเท้าลง จึงเห็นหลงเซี่ยวหลีอาเจียนอย่างหมดสภาพอยู่ตรงนั้นการใช้ชีวิตในช่วงสองสามวันมานี้ทำเอาเขาผอมลงไปถึงหนึ่งรอบนางมิได้เห็นใจแม้แต่น้อย ในดวงตากลับปรากฏกระแสโทสะระลอกหนึ่ง

            ยามนี้นางเคียดแค้นเสียจนอยากใช้มีดพันเล่มแล่เนื้อหลงเซี่ยวหลีหากไม่ใช่เพราะต้องการหยุดการฆ่าคนของเขา นางคงไม่ถอนพิษให้หลงเซี่ยวหลีโดยง่ายแน่

            ฮองเฮาผู้ตามมาที่หลังเมื่อเห็นฉากนี้เข้าก็ไม่ได้รู้สึกอันใดเลยแม้แต่น้อยเสมือนว่าคุ้นเคยกับความโหดเหี้ยมของหลงเซี่ยวหลี

            ราวกับคนตายที่นอนอยู่บนพื้นเหล่านี้ต่อให้ตายก็ไม่สาสมกับความผิดนางไม่มองร่างของพวกเขาต่อแม้แต่เสี้ยววินาที สายตาของนางจับจ้องไปที่หลงเซี่ยวหลีที่กำลังอาเจียนเต็มไปด้วยความกังวลใจ

            “หวงเอ๋อร์” ฮองเฮาเรียกออกมาอย่างปวดใจแต่ก็ไม่กล้าก้าวขึ้นไปด้านหน้า

            “อุ่ก...ออกไปออกไปให้หมด” หลงเซี่ยวหลีอดทนต่อไปไม่ไหวแล้ว คำรามออกมา

            “เสด็จแม่เสด็จออกไปก่อนเถิดเหลือหม่อมฉันไว้จะสะดวกกว่า” มู่จื่อหลิงกล่าวอย่างเรียบเฉยสองแม่ลูกหน้าเนื้อใจเสือคู่นี้ทำให้นางอับจนวาจาจริงๆชีวิตคนตั้งมากมายบทจะฆ่าก็ฆ่า

            ฮองเฮามิได้ปฏิเสธนางอยากจะก้าวไปข้างหน้าดึงมือมู่จื่อหลิงแต่ถูกมู่จื่อหลิงหลบเลี่ยงอย่างคาดไม่ถึง แต่ ณขณะนี้ฮองเฮานั้นไม่สนใจที่จะโมโหแล้ว กำชับกับมู่จื่อหลิงว่า “หลิงเอ๋อร์เจ้าจะต้องรักษาเซี่ยวหลีให้หาย”

            “หม่อมฉันจะพยายามเพคะ!” มู่จื่อหลิงยังคงกล่าวด้วยใบหน้าไร้ความรู้สึก

            หากมิใช่เพราะหลงเซี่ยวหลีฆ่าคนส่งเดชนางคงไม่มารักษาหลงเซี่ยวหลีจนหายด้วยความปรารถนาดีแน่

            แต่จะดีกว่าถ้าหลงเซี่ยวหลีจดจำบทเรียนครั้งนี้ไว้ทำแค่พอเหมาะพอควร มิเช่นนั้นครั้งหน้านางคงมิได้วางยาเพียงอย่างเดียวเท่านั้นและคงไม่มาถอนพิษให้เขาอย่างใจดีเช่นนี้

            ฮองเฮาพยักหน้าไม่ได้ถามต่อให้มากความ พาคนทั้งกลุ่มออกไป

            หลังจากที่ฮองเฮาจากไปมู่จื่อหลิงหาที่นั่งที่ไกลจากหลงเซี่ยวหลีที่สุดนำเชือกสีแดงออกมาให้หมอนำไปมัดมือของหลงเซี่ยวหลี

            แม้จะสามารถนำยาแก้พิษให้หลงเซี่ยวหลีได้ในทันทีแต่นางยังต้องแสร้งทำท่าทีเสียหน่อย กลั่นแกล้งเขาอีกสักครั้งมิเช่นนั้นหากรักษาหายในทันทีก็จะเด่นชัดจนเกินไปหลังจากหลงเซี่ยวหลีสติแจ่มใสขึ้น ก็ยากที่จะรับรองได้ว่าเขาจะไม่สงสัยตนเอง

            มู่จื่อหลิงใส่ยาแก้พิษไว้บนเชือกเพียงแค่หลงเซี่ยวหลีสัมผัสโดนก็จะไม่เป็นไรแล้วแต่ว่าฤทธิ์ของยาก็จะมิได้ออกอย่างรวดเร็วเพียงนั้น

            ยามนี้นางอยู่ห่างจากหลงเซี่ยวหลีอย่างน้อยสิบเมตรต่อให้ต้องการจับชีพจรจริงๆ ก็จับไม่ได้ นางมิใช่เทพเซียนเสียหน่อย

            ท่านหมอเองก็มิกล้ารับเชือกแดงจากมู่จื่อหลิงยังคงนอนคว่ำอยู่กับพื้นไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัวมู่จื่อหลิงรู้ว่ายามนี้ไม่มีใครอยากเข้าใกล้หลงเซี่ยวหลี ด้วยกลัวว่าความผิดเล็กๆเพียงความผิดเดียว ชีวิตน้อยๆ ก็อาจจะรักษาไว้ไม่อยู่

            “องค์ชายใหญ่ยามนี้เปิ่นหวางเฟยต้องจับชีพจรท่าน หวังว่าท่านจะให้ความร่วมมือเปิ่นหวางเฟยต้องพยายามรักษาท่านจนหายดี” มู่จื่อหลิงไร้ทางเลือก ตอนนี้ในที่แห่งนี้มีเพียงนางที่พูดได้และกล้าพูด

            ยามนี้มู่จื่อหลิงอยู่ไกลจากหลงเซี่ยวหลีนักหลงเซี่ยวหลีจึงค่อยๆ สงบลง

            ได้ยินเสียงมู่จื่อหลิงจึงเงยหน้ามองไปทางนางหัวใจของเขานั้นก็สั่นไหวอย่างอดไม่ได้ คนงามเช่นนี้ได้แต่มองกินไม่ได้เขาจึงยิ่งทุกข์ทรมานมากขึ้นไปอีก

            “น้องสะใภ้สามสามารถรักษาโรคประหลาดของเปิ่นหวงจื่อได้จริงหรือ”หลงเซี่ยวหลีถามอย่างไม่อยากเชื่อ

            หากสตรีผู้นี้รักษาเขาหายได้จริงๆเขาก็ขอสาบาน ไม่ว่าต้องใช้วิธีใดก็ต้องเอาตัวนางมาให้ได้

            เขารู้ว่าหลงเซี่ยวอวี่ไม่เคยแตะต้องสตรีผู้นี้เป็นแน่แทนที่จะปล่อยให้นางเดียวดายไปทั้งชีวิต มิสู้เขาช่วยนางสักหนเขาจะทำให้มู่จื่อหลิงกลายเป็นผู้หญิงของเขา

            “เปิ่นหวางเฟยจะพยายามอย่างสุดความสามารถหวังว่าก่อนรักษาเสร็จองค์ชายใหญ่จะไม่ทำให้หมอเหล่านี้ลำบากใจ” มู่จื่อหลิงยังคงพูดถ้อยคำพวกนี้นางไม่รับรู้ความคิดสกปรกภายในใจหลงเซี่ยวหลีในยามนี้เลยแม้แต่น้อย

            หลงเซี่ยวหลีแค่นเสียงเย็นอย่างไม่ยินยอม“หึ หมอไร้น้ำยากลุ่มหนึ่ง วันนี้เปิ่นหวงจื่อจะไว้ชีวิตสุนัขอย่างพวกเจ้าชั่วคราว”

            เห็นหลงเซี่ยวหลีเอ่ยปากแล้วมู่จื่อหลิงก็สั่งหมอไปมัดเชือกสีแดงให้หลงเซี่ยวหลี แม้ท่านหมอจะอกสั่นขวัญแขวนแต่ยามนี้นอกจากฟังคำสั่งแล้วเขาจะยังทำอันใดได้อีกอีกอย่างองค์ชายใหญ่ก็พูดแล้วว่าจะไม่เอาชีวิตพวกเขาชั่วคราว

            หลังจากท่านหมอมัดเชือกแดงให้หลงเซี่ยวหลีแล้วมู่จื่อหลิงก็หาที่นั่งทรุดตัวนั่งลงไปปิดตาลงแสร้งทำท่าจับชีพจรอย่างเชื่อมั่นในประสบการณ์ของตนเองประเดี๋ยวส่ายศีรษะประเดี๋ยวพยักหน้า ทำเอาใจของคนที่ดูอยู่กระเด้งกระดอนไปกับนางด้วย

            ไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหนมู่จื่อหลิงจึงลืมตาขึ้นมา

            “เป็นอย่างไร” หลงเซี่ยวหลีถามอย่างไม่รอช้าท่านหมอที่อยู่ด้านข้างเองก็อยากจะรู้อย่างกระวนกระวาย ฉีหวางเฟยดูออกจริงๆ หรือนางมีความรู้การแพทย์จริงๆ ใช่หรือไม่

            “องค์ชายใหญ่เพียงแค่หมกมุ่นในกามารมณ์มากเกินไปการเร่งร้อนสำเร็จความปรารถนา ทำให้ไฟราคะย้อนกลับมาทำร้ายจึงมีอาการเช่นนี้ขอให้วันหน้าสำรวมมากขึ้น และเปิ่นหวางเฟยเองจะเขียนเทียบยาให้กินสองสามวันก็ฟื้นคืนกลับมาดังเดิม” มู่จื่อหลิงพูดอย่างไม่ช้าไม่เร็ว

            มู่จื่อหลิงทำสีหน้าปกติหนักแน่นว่าเป็นเพราะหลงเซี่ยวหลีมักมากในกามมิอาจอดกลั้นจึงกลายเป็นเช่นนี้ นางพูดเป็นช่องเป็นฉาก ราวกับเป็นเช่นนี้จริงๆทำให้ผู้อื่นหาข้อสงสัยไม่ได้

            เนื่องจากคนในที่นี้ล้วนรู้นิสัยของหลงเซี่ยวหลีแม้พวกเขาจะมิเคยได้ยินไฟราคะย้อนกลับอันใดมาก่อนทว่ายามนี้ฉีหวางเฟยสามารถรักษาองค์ชายใหญ่ได้ ชีวิตเล็กๆ ของพวกเขาก็รักษาเอาไว้ได้แล้วหาได้กล้าคิดอันใดให้มากความไม่

            ตอนนั้นพวกเขาล้วนคิดว่าองค์ชายใหญ่เป็นโรคฮวาหลิว[1] แต่อาการนั้นไม่เหมือนโรคฮวาหลิวอย่างสิ้นเชิงโรคที่เห็นสตรีก็จะอาเจียนออกมาเช่นนี้ไม่เคยได้ยินมาก่อน

            “จริงหรือ? เช่นนั้นเจ้าก็รีบสั่งยาเถิด” หลงเซี่ยวหลีถามอย่างตื่นเต้น

            เขามิได้โกรธเคืองมู่จื่อหลิงที่กล่าวว่าหมกมุ่นในตัณหาเลยแม้แต่น้อยเนื่องจากเป็นเรื่องที่ไม่สามารถปฏิเสธได้

            ตอนนี้ที่เขาได้ยินก็คือโรคของเขาสามารถรักษาได้ขอแค่รักษาได้ ไหนเลยที่เขาจะไปสนใจอะไรขนาดนั้น ยามนี้เขาก็เริ่มคิดเพ้อฝันไปแล้ว

            มู่จื่อหลิงเห็นท่าทางตื่นเต้นของหลงเซี่ยวหลีในใจก็เต็มไปด้วยความรังเกียจ ช่างเป็นสุนัขที่เลิกกินอุจจาระไม่ได้จริงๆแผลยังไม่ทันหาย ก็คิดจะกระโดดเสียแล้ว

            “องค์ชายใหญ่สิ่งที่เปิ่นหวางเฟยพูดไปเมื่อครู่มิใช่เพียงความเร่งเร้าของกิจระหว่างชายหญิงเท่านั้นแต่เรื่องอื่นๆ ก็เช่นกัน ไม่อย่างนั้นต่อให้สั่งยาอีกก็คงไร้ผลแล้ว” มู่จื่อหลิงกล่าวเตือนอีกครั้งด้วย‘ความปรารถนาดี’

            ขณะนี้เองหลงเซี่ยวหลีจึงได้ฟังแม้เขาจะรีบเร่ง แต่เขาก็ยังต้องพยายามควบคุมตนเองให้ได้

            สตรีผู้นี้ร้ายกาจจริงๆ ด้วยเพียงแค่จับชีพจรก็หาสาเหตุของโรคได้แล้ว ยามนี้หลงเซี่ยวหลีนั้นจินตนาการไปจนถึงวันที่มู่จื่อหลิงยอมจำนนต่อเขาแล้ว

            หากหลงเซี่ยวหลีรู้ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้ล้วนเป็นมู่จื่อหลิงบันดาลให้ก็ไม่รู้ว่าเขาจะยังพูดคุยกับนางดีๆ อยู่หรือไม่

            -------------------------------------

            เชิงอรรถ

            [1] โรคฮวาหลิวเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ในจีนยุคโบราณ

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติไปเป็นพระชายาแพทย์ผู้มากพรสวรรค์ [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    นิยาย รัก
    421K 828
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    นิยาย รัก
    627K 1276
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    นิยาย รัก
    324K 1320