ราชันหมื่นอักขระ

จารึกที่ 254 : อักขระมารกลืนวิญญาณ

จารึกที่ 254 : อักขระมารกลืนวิญญาณ : จุดกำเนิดเส้นชีพจรของคนขยะ


สายลมสีโลหิตพัดผ่านผืนดินสีดำเกรียมแห่งแดนเนรเทศสูญญตา หอบเอากลิ่นคาวเลือดของสุนัขป่าหกดวงตาที่เพิ่งถูกกฎเกณฑ์แห่งมิติสับละเอียดไปลอยอวลอยู่ในอากาศธาตุ ความเงียบงันอันน่าสะพรึงกลัวกลับมาปกคลุมอาณาบริเวณนี้อีกครั้ง ทว่ามันมิใช่ความเงียบสงบ แต่เป็นความเงียบของสุสานที่รอคอยการฝังกลบวิญญาณดวงต่อไป


ท่ามกลางกองเลือดและเศษซากเนื้อที่กระจัดกระจาย อาเจีย ทรุดตัวคุกเข่าหอบหายใจอย่างหนักหน่วง ร่างกายของเขาเปรอะเปื้อนไปด้วยโลหิตของทั้งตนเองและศัตรู แขนขวาของเขาสั่นสะท้านอย่างไม่อาจควบคุม นัยน์ตาสีเงินยวงจับจ้องไปยัง 'ผลึกสีเลือด' ที่บัดนี้ฝังตัวละลายหายเข้าไปในท่อนแขนของเขาเรียบร้อยแล้ว


ลวดลายอักขระสีแดงคล้ำประหนึ่งเส้นเลือดดำที่กำลังเน่าเปื่อย ค่อยๆ ปรากฏขึ้นบนผิวหนังของเขา มันคือ 'อักขระมาร' (魔符 - หมัวฝู) ที่แฝงเจตจำนงแห่งการช่วงชิงและกลืนกินอย่างบ้าคลั่ง!


พริบตาที่อักขระมารแทรกซึมผ่านผิวหนัง ความเจ็บปวดที่เหนือล้ำกว่าการถูกทัณฑ์สวรรค์โบยตีก็ปะทุขึ้น!


"อ๊ากกกกกก!!!"


เสียงร้องโหยหวนของอาเจียดังก้องไปทั่วแดนเนรเทศ ร่างกายของเขาเกร็งกระตุกอย่างรุนแรง เส้นเลือดทั่วร่างปูดโปนจนแทบจะปริแตก พลังงานสีแดงดำที่เต็มไปด้วยความอาฆาตแค้นของสัตว์อสูรบรรพกาลและเจตจำนงของมารผู้สร้างอักขระ พุ่งทะลวงเข้าสู่เส้นเลือดของเขาประหนึ่งเข็มพิษนับล้านเล่มที่แทงทะลุพร้อมกัน!


มันคือกฎเกณฑ์แห่งการแย่งชิง! อักขระมารนี้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อแทรกซึมเข้าสู่ 'เส้นชีพจรลมปราณ' ของเหยื่อ จากนั้นจะวิ่งตรงเข้าสู่จุดตันเถียน เพื่อกัดกินวิญญาณและยึดครองร่างนั้นให้กลายเป็นพยนต์มารที่ไร้สติสัมปชัญญะ


เจตจำนงอันชั่วร้ายของมันคำรามก้องในกระแสเลือดของอาเจีย มันพุ่งทะยานไปตามสรีระอย่างบ้าคลั่ง หวังจะตามหาสายธารแห่งปราณเพื่อมุ่งสู่แก่นแท้ของวิญญาณ!


ทว่า... เมื่อเจตจำนงของอักขระมารพุ่งทะลวงผ่านกล้ามเนื้อและกระดูก หวังจะเข้าสู่เส้นชีพจรหลัก... มันกลับต้องเผชิญหน้ากับ 'ความว่างเปล่า' ที่แท้จริง!


ร่างกายของอาเจีย... ไม่มีเส้นชีพจรลมปราณ!


ตั้งแต่กำเนิด เขาคือ 'คนขยะ' ที่สวรรค์ปิดตายเส้นทางแห่งมรรคาวิถี ไร้ซึ่งเส้นชีพจร ไร้ซึ่งรากฐานแห่งการสัมผัสไอปราณฟ้าดิน เมื่อไม่มีเส้นชีพจร ย่อมไม่มีเส้นทางให้พลังมารไหลเวียน! เจตจำนงของอักขระมารที่เคยกราดเกรี้ยวและกลืนกินผู้บำเพ็ญเพียรมานักต่อนัก พลันเกิดความสับสนงุนงงอย่างถึงขีดสุด ราวกับแม่น้ำที่ไหลเชี่ยวทว่าจู่ๆ ก็ถูกกลืนหายไปในหลุมดำที่ไร้ก้นบึ้ง!


เมื่อไม่อาจหาทางเข้าสู่จุดตันเถียนได้ ความบ้าคลั่งของอักขระมารก็แปรเปลี่ยนเป็นการทำลายล้างอย่างสะเปะสะปะ! มันเริ่มแผดเผาและกัดกิน 'กระดูกวิญญาณ' ที่แขนขวาของอาเจียแทน!


"กรอดดด... แคร่ก!"


เสียงกระดูกแขนขวาของอาเจียกำลังถูกบดขยี้ด้วยเจตจำนงมารดังก้องออกมาภายนอก ผิวหนังของเขาปริแตก เลือดสีแดงสดไหลทะลัก ทว่าเลือดเหล่านั้นกลับถูกอักขระมารสูบกลืนกลับเข้าไปเป็นพลังงานของมันเอง ความเจ็บปวดแสนสาหัสทะลวงเข้าสู่โสตประสาท อาเจียล้มลงไปนอนเกลือกกลิ้งกับพื้นดินสีดำเกรียม มือซ้ายจิกทึ้งเกล็ดดินจนเล็บฉีกขาด


"สวรรค์... บัดซบ! แม้แต่ของเหลือเดนของมาร... ก็ยังคิดจะรังแกคนขยะอย่างข้าหรือ!"


อาเจียกัดฟันจนกรามแทบแหลก รสชาติคาวเลือดคละคลุ้งในโพรงปาก สติสัมปชัญญะของเขากำลังจะถูกความเจ็บปวดพัดพาให้ดับสูญ ทว่าในห้วงแห่งความเป็นความตายนั้นเอง ภาพใบหน้าของมิตรสหายพลันผุดขึ้นมาในความมืดมิด...


ภาพของฉินมู่หลางที่กระอักเลือดแต่ยังคงกำกระบี่นิรันดร์เพื่อปกป้องเขา...


ภาพของเฟิงอี้หรานที่ฝืนใช้ปราณอัคคีจนเส้นชีพจรแตกซ่าน...


และที่ตราตรึงที่สุด... ภาพของ เฟิงหลิงเอ๋อร์ ดรุณีน้อยที่สวมกอดเขาไว้จากเบื้องหลัง ใช้ร่างกายที่บอบบางของนางเป็นโล่กำบังรอยแยกแห่งหายนะ พร้อมกับคำกระซิบที่ดังก้องในวิญญาณ... 'ข้าจะอยู่กับท่าน... ไม่ว่าที่ใด...'


"ข้ายังตายไม่ได้... พวกเขายังรอข้าอยู่... ข้าจะมาตายเป็นปุ๋ยในนรกนี่เพียงเพราะเศษอักขระโสโครกนี่น่ะหรือ? ฝันไปเถอะ!"


เจตจำนงแห่งการเอาชีวิตรอดและความตระหนี่ถี่เหนียวที่ฝังรากลึกในก้นบึ้งวิญญาณของอาเจีย พลันระเบิดออก! สัญชาตญาณพ่อค้าของเขากู่ร้อง... 'อักขระมารนี่ มันคือขุมพลังงานมหาศาล! มันเข้ามาอยู่ในร่างข้าแล้ว มันก็ต้องเป็นของข้า! ใครอนุญาตให้มันมาทำลายทรัพย์สินของข้า!'


นัยน์ตาสีเงินยวงที่กำลังจะเลือนลาง พลันเปิดเบิกกว้าง! ความเจ็บปวดยังคงอยู่ ทว่ามันถูกกดทับด้วยความโกรธแค้นและความโอหังที่เหนือล้ำกว่าลิขิตฟ้า!


"ในเมื่อสวรรค์ไม่ยอมมอบเส้นชีพจรให้ข้า... ในเมื่อโลกนี้มองข้าเป็นคนขยะ... เช่นนั้นข้าก็จะใช้ความว่างเปล่าของข้า กลืนกินพวกเจ้าทั้งหมด!"

อาเจียรวบรวมสัมผัสเทวะที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิด พุ่งตรงดิ่งเข้าสู่จิตวิญญาณดั้งเดิมของตนเอง ดิ่งลึกลงไปหา 'ดวงตาที่มืดบอด' ซึ่งเป็นแก่นแท้แห่งสูญตาที่ฝังอยู่ในส่วนลึกที่สุดของวิญญาณ


"อักขระสูญตา... ตื่นขึ้นมา!"


วูบ!


ภายในห้วงสำนึกของอาเจีย มิติสีขาวโพลนพลันสั่นสะเทือน อักขระหลิง (零) ที่เคยหลับใหลจากการฝืนใช้พลัง พลันลืมตาตื่นขึ้น! มันมิได้ตอบสนองต่อปราณฟ้าดิน ทว่ามันตอบสนองต่อเจตจำนงอันกล้าแข็งและ 'ความบ้าคลั่ง' ของนายมัน!


แสงสีเงินยวงที่เย็นเยียบและบริสุทธิ์ที่สุด แผ่ซ่านออกจากแก่นวิญญาณของอาเจีย ไหลทวนกระแสเลือดมุ่งตรงไปยังท่อนแขนขวาที่กำลังถูกแผดเผาด้วยไฟมาร!


การปะทะกันระหว่างสองมรรคาวิถีอันยิ่งใหญ่ได้อุบัติขึ้นภายในร่างของมนุษย์ผู้ไร้เส้นชีพจร!


ด้านหนึ่งคือ 'เจตจำนงอักขระมาร' ที่เปี่ยมด้วยความอาฆาต ความตะกละตะกลาม และกฎเกณฑ์แห่งการช่วงชิงชีวิต


อีกด้านหนึ่งคือ 'เจตจำนงอักขระสูญตา' ที่เป็นตัวแทนของต้นกำเนิด ความไร้ขีดจำกัด และกฎเกณฑ์แห่งการทำให้สรรพสิ่งกลับคืนสู่ความไม่มี!


"กรรร!"


เสียงกรีดร้องที่มองไม่เห็นดังขึ้นในร่างของอาเจีย อักขระมารสัมผัสได้ถึงภัยคุกคาม มันละทิ้งการกัดกินกระดูก แล้วพุ่งเป้าเข้าโจมตีคลื่นแสงสีเงินยวงนั้นทันที พลังงานสีดำแดงม้วนตัวเป็นอสรพิษมารนับร้อยตัว หวังจะฝังเขี้ยวพิษลงบนความว่างเปล่า


ทว่า... อักขระสูญตามิได้ต่อสู้! มันมิได้กางม่านป้องกัน และมิได้ใช้ความแข็งแกร่งเข้าปะทะ!


วิถีแห่งสูญตา คือสัจธรรมแห่งความสิ้นสุด!


เมื่ออสรพิษมารสัมผัสกับแสงสีเงินยวง พวกมันมิได้ถูกฟาดฟันให้ขาดสะบั้น แต่มันค่อยๆ 'เลือนหาย' ไปประหนึ่งหมึกที่หยดลงในมหาสมุทรอันกว้างใหญ่! ความอาฆาตแค้น ความชั่วร้าย และเจตจำนงของมารผู้สร้างอักขระ ถูก 'ความว่างเปล่า' กักขังและ 'ลบล้าง' ให้สูญสิ้นไปทีละน้อย!


อักขระมารดิ้นรนอย่างบ้าคลั่ง มันพยายามหนีออกจากร่างของอาเจีย ทว่าร่างกายที่ไร้เส้นชีพจรนี้ กลับกลายเป็นกรงขังที่สมบูรณ์แบบที่สุด ความว่างเปล่าโอบรัดมันไว้ทุกทิศทาง บีบอัดจนเจตจำนงมารเริ่มปริแตก!


"แคร่กกก... เพล้ง!"


ในที่สุด เจตจำนงที่ชั่วร้ายของอักขระมาร


ก็แตกสลายอย่างสมบูรณ์! สิ่งที่หลงเหลืออยู่ในท่อนแขนขวาของอาเจีย... บัดนี้ไม่มีเจตจำนงอื่นใดเจือปน มีเพียง 'แก่นพลังงานบริสุทธิ์ของอักขระ' ที่อัดแน่นด้วยกฎเกณฑ์แห่งมรรคาที่มหาศาลเกินคณานับ!


อาเจียหอบหายใจถี่รัว เหงื่อเย็นเยียบไหลชโลมร่าง ทว่าดวงตาสีเงินยวงของเขากลับทอประกายเจิดจ้าประหนึ่งดวงดาราที่รอดพ้นจากเงามืด!

"ฮ่าฮ่าฮ่า... เสร็จข้าล่ะ! พลังงานบริสุทธิ์ที่ไร้เจ้าของ! มันคือทรัพย์สินของข้าแล้ว!" วิญญาณพ่อค้าของเขากู่ร้องด้วยความยินดี


ทว่า ปัญหาใหญ่ยังคงอยู่ พลังงานมหาศาลนี้หากปล่อยไว้ในร่างที่ไร้เส้นชีพจร มันจะระเบิดออกและทำให้เขาร่างแหลกสลายในไม่ช้า เขาต้องหาทาง 'ระบาย' และ 'กักเก็บ' มันไว้ให้ได้!


สายตาของอาเจียจ้องมองไปที่กระดูกแขนขวาของตนเองที่เผยให้เห็นรอยร้าวผ่านผิวหนังที่ฉีกขาด ความคิดอันบ้าบิ่นและฝืนลิขิตฟ้าที่สุดในประวัติศาสตร์ของผู้บำเพ็ญเพียร พลันบังเกิดขึ้นในสมองของยอดคนหน้าเงิน!


"เส้นชีพจรลมปราณ... แท้จริงแล้วมันก็คือ 'ร่องน้ำ' ที่สวรรค์ขุดไว้ในร่างกายมนุษย์เพื่อให้ไอปราณฟ้าดินไหลผ่าน..." อาเจียพึมพำกับตนเอง นัยน์ตาทอประกายความบ้าคลั่ง "ในเมื่อสวรรค์ไม่ยอมขุดร่องน้ำนั้นให้ข้า... เช่นนั้นข้าก็จะใช้ความเจ็บปวดนี้... สลักมันขึ้นมาบนกระดูกของข้าเอง! ข้าจะสร้าง 'เส้นชีพจรเทียม' ที่ยิ่งใหญ่กว่าที่สวรรค์เคยประทานให้ผู้ใด! แล้วเชื่อมต่อมันเข้ากับเตาหลอมปราณจำลองของข้า!"


ไม่รอช้า อาเจียกัดฟันรวบรวมเจตจำนงสูญตาที่ควบคุมพลังงานอักขระบริสุทธิ์นั้นไว้ เขาเปลี่ยนมันให้กลายเป็น 'มีดแกะสลัก' ที่คมกริบที่สุดในโลกหล้า!


"จารึก!"


"ฉึกกก!"


อาเจียตวัดเจตจำนง บังคับให้พลังงานบริสุทธิ์นั้น 'กรีด' ลงบนพื้นผิวของกระดูกแขนขวาตนเองโดยตรง!


"อ๊ากกกกกก!!!"


ความเจ็บปวดในครั้งนี้ ทวีคูณยิ่งกว่าตอนที่ถูกอักขระมารกัดกินนับร้อยเท่า! มันคือการทำลายและสร้างใหม่ในระดับแก่นวิญญาณ! อาเจียต้องรักษาความเยือกเย็นของจิตใจ บังคับเส้นสายพลังงานให้ลากผ่านกระดูกอย่างแม่นยำตามโครงสร้างของ 'วงจรผสานอักขระสิบระดับชั้น' ที่เขาเคยเรียนรู้มาจากพู่กันนิรันดร์


เลือดสีสดกระฉูดออกจากบาดแผล ทว่าทันทีที่พลังงานบริสุทธิ์สลักลงบนกระดูก เลือดเหล่านั้นก็ถูกดูดซับเข้าไปหลอมรวมกับลวดลายสลักนั้นทันที!


ลวดลายเส้นแรกถูกสลักเสร็จสิ้น... ร่องกระดูกที่ถูกกรีด พลันเรืองแสงสีเงินอมแดง มันคือเส้นทางไหลเวียนพลังงานเส้นแรกที่ถือกำเนิดขึ้นในร่างของคนขยะ!


"ยังไม่พอ! ต้องสลักให้ครบทั้งระบบ! และลากมันไปบรรจบที่จุดตันเถียน!"


อาเจียตาแดงก่ำ เขาฝืนทนความเจ็บปวดจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน ฟันของเขากัดกันจนมีรอยแตกร้าว เขากรีดเส้นที่สอง เส้นที่สาม ถักทอวงจรอักขระลงบนกระดูกตั้งแต่ท่อนแขนลามขึ้นไปจนถึงหัวไหล่! ทุกรอยสลักคือการประกาศสงครามกับสวรรค์ ทุกหยาดเลือดคือการลงทุนเพื่อพลังอำนาจ!


เวลาในแดนเนรเทศสูญญตาช่างบิดเบี้ยว สำหรับโลกภายนอกอาจผ่านไปเพียงชั่วพริบตา ทว่าสำหรับอาเจียที่ต้องทนทุกข์ทรมานกับการแกะสลักกระดูกตนเอง ราวกับเขาตกนรกขุมที่ลึกที่สุดมานับร้อยปี


"นะ... นายท่าน..." เจ้าสัว ที่นอนเป็นเศษโลหะอยู่ไม่ไกล พยายามส่งสัมผัสเทวะออกมามองดูเจ้านายของมัน ดวงตาสีอำพันที่แตกร้าวของพยนต์เทวะฉายแววความตกตะลึงและเกรงขามอย่างที่สุด แม้แต่มันที่เป็นพยนต์ไร้ความเจ็บปวด ยังรู้สึกหนาวสั่นกับความเด็ดเดี่ยวและบ้าคลั่งของมนุษย์ผู้นี้


"นายท่าน... ท่านกำลังแหกกฎเกณฑ์ของการมีชีวิต... หากท่านทำสำเร็จ... ท่านจะไม่ใช่มนุษย์ธรรมดาอีกต่อไป..." เจ้าสัวรำพึงในใจ


"แคร่ก... วาบบบ!!!"


และแล้ว ในจังหวะที่เส้นลวดลายอักขระเส้นสุดท้ายถูกสลักบรรจบกันที่หัวไหล่ขวา และพุ่งทะลวงเข้าเชื่อมต่อกับ 'เตาหลอมปราณจำลอง' ณ จุดตันเถียนอย่างสมบูรณ์! วงจรพลังงานและระบบกักเก็บที่สมบูรณ์แบบก็ถูกถักทอขึ้นบนร่างกายของอาเจีย!


พริบตานั้น ท่อนแขนขวาของเขาพลันระเบิดแสงสว่างสีเงินอมแดงเจิดจรัสทะลุผิวหนังออกมา! กลิ่นอายที่แผ่ซ่านออกมายามนี้ มิใช่กลิ่นอายของอักขระมาร และมิใช่ปราณฟ้าดินบริสุทธิ์ ทว่ามันคือกลิ่นอายของ 'อักขระหลอมกระดูก' มรรคาวิถีใหม่ที่หลอมรวมเจตจำนงสูญตาและพลังงานแห่งเต๋าเข้าไว้ด้วยกัน!


รอยบาดแผลฉีกขาดบนท่อนแขนสมานตัวอย่างรวดเร็วด้วยพลังชีวิตมหาศาลที่ไหลเวียนอยู่ใน 'เส้นชีพจรเทียม' เส้นแรกของเขา! ท่อนแขนขวาของอาเจียบัดนี้มีลวดลายอักขระสีเงินยวงจางๆ ปรากฏอยู่บนผิวหนัง มันดูงดงาม ลึกล้ำ และแฝงด้วยพลังแห่งการทำลายล้างที่น่าสะพรึงกลัว!


อาเจียทรุดตัวลงนอนหงายหอบหายใจอย่างหมดแรง เหงื่อเปียกชุ่มไปทั้งร่างประหนึ่งเพิ่งขึ้นจากสระน้ำ ทว่าบนใบหน้าของเขากลับปรากฏรอยยิ้มที่บิดเบี้ยวและเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ


เขายกแขนขวาขึ้นเหนือหัว กำหมัดแน่น!


"ตู้มมม!"


เพียงแค่การกำหมัด มิติอากาศในแดนเนรเทศรอบกำปั้นของเขาพลันแตกออกเป็นรอยร้าวเล็กๆ! พลังกายเนื้อบริสุทธิ์ที่ถูกหล่อหลอมด้วยอักขระบนกระดูก แข็งแกร่งยิ่งกว่าผู้บำเพ็ญเพียรระดับสร้างรากฐานขั้นสมบูรณ์เสียอีก! และนี่เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นของการมีเส้นชีพจรเทียมเพียงเส้นเดียวเท่านั้น!


"ฮ่าฮ่าฮ่า! สำเร็จ! ข้าทำสำเร็จแล้ว! สวรรค์... เจ้าเห็นหรือไม่! ข้าไม่ได้ง้อเส้นชีพจรของเจ้าอีกต่อไป! จากนี้ไป ข้าจะล่าอักขระทั้งหมดในนรกแห่งนี้... ข้าจะสลักมันลงบนกระดูกทุกชิ้น ลงบนผิวหนังทุกตารางนิ้ว! ข้าจะกลายเป็นคัมภีร์อักขระที่มีชีวิต!"


เสียงหัวเราะของราชันหมื่นอักขระดังก้องไปทั่วดินแดนสีเลือด ปลุกเร้าให้สัตว์อสูรบรรพกาลในที่ห่างไกลต้องเงี่ยหูฟังด้วยความหวาดระแวง

อาเจียค่อยๆ พยุงตัวลุกขึ้นยืน แม้ร่างกายยังอ่อนล้า ทว่าแววตาของเขาเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง มันมิใช่ดวงตาของคนที่รอคอยปาฏิหาริย์ แต่เป็นดวงตาของผู้ที่จะลงมือช่วงชิงทุกสิ่งมาด้วยน้ำพักน้ำแรง (และความหน้าเงิน) ของตนเอง!


เขาเดินโขยกเขยกเข้าไปหาเศษโลหะของเจ้าสัว วางฝ่ามือขวาที่เพิ่งสลักอักขระเสร็จสิ้นลงบนเกราะสีทองที่เย็นเฉียบ


"ไอ้เศษเหล็ก... ได้เวลาเลิกสำออยแล้ว" อาเจียแสยะยิ้ม "ในเมื่อข้ามีเส้นชีพจรแล้ว ข้าก็จะใช้มันเป็นสื่อกลาง ดึงเอาไอปราณและกฎเกณฑ์แห่งความตายในดินแดนนี้ มาแปรสภาพเป็นพลังงานหล่อเลี้ยงให้พวกเจ้า!"


อาเจียหลับตาลง กระตุ้นเส้นชีพจรอักขระที่แขนขวา พริบตานั้น กลิ่นอายแห่งความตายและเศษเสี้ยวปราณโลหิตที่ลอยอวลอยู่ในอากาศของแดนเนรเทศ พลันถูกดูดซับเข้าสู่แขนขวาของเขาราวกับน้ำวน ทะลวงผ่านเส้นชีพจรเทียมเข้าสู่เตาหลอมจำลอง! ทว่าด้วยอำนาจของอักขระสูญตา มันได้กรองเอาความชั่วร้ายทิ้งไป เหลือเพียงปราณบริสุทธิ์ที่ถูกส่งผ่านฝ่ามือเข้าสู่แกนกลางของเจ้าสัว!


"ครืด... กลวิธานตอบรับ... แก่นวิญญาณฟื้นฟูขั้นปฐม..."


อักขระหลิงบนอกของเจ้าสัวกลับมาสว่างไสวอีกครั้ง ดวงตาสีอำพันของมันสาดประกายวาบ!


"ฮ่าฮ่าฮ่า! ข้าผู้เป็นพยนต์เทวะ... ฟื้นคืนชีพแล้ว! นายท่าน... การลงทุนของท่านช่างคุ้มค่ายิ่งนัก! ข้าจะรีบซ่อมแซมตัวเอง แล้วเราจะไปขูดรีดสมบัติของพวกตัวประหลาดในนรกนี้ให้หมดเนื้อหมดตัวกันเถิด!" เจ้าสัวส่งกระแสจิตอย่างคึกคะนอง แม้ร่างของมันจะยังลุกไม่ขึ้น แต่วิญญาณพ่อค้าของมันกลับมาลุกโชนอย่างเต็มเปี่ยมแล้ว!


เจ้าถุงเงิน ที่ซ่อนตัวอยู่ก็ส่งเสียงฟ่อแฟ่ ขยับขาที่หักเข้ามารับกระแสปราณฟื้นฟูจากอาเจียเช่นกัน


ท่ามกลางดินแดนที่ไร้ซึ่งความหวัง อาเจียและพยนต์ของเขาได้จุดประกายแห่งการอยู่รอดขึ้นมาแล้ว!


"เตรียมตัวให้พร้อมสหายเอ๋ย..." อาเจียทอดสายตามองข้ามเทือกเขาสีเลือดเบื้องหน้า นัยน์ตาสีเงินยวงแฝงด้วยความเด็ดเดี่ยว "ที่นี่อาจจะไร้ซึ่งเวลาที่แน่นอน... อาจจะต้องอยู่ที่นี่นับสิบ นับร้อยปี... แต่จงจำไว้... พวกเราจะขูดรีดทรัพยากรทุกอย่างที่นี่เพื่อทำให้ข้าและพวกเจ้าแข็งแกร่งที่สุด! แล้วข้าจะใช้สองมือนี้... ฉีกมิติระยำนี่กลับไปหาทุกคนให้จงได้!"


การเดินทางเพื่อหล่อหลอมร่างกายและจิตวิญญาณ... การก้าวจาก 'คนขยะ' สู่การเป็น 'ผู้ยิ่งใหญ่' อย่างแท้จริง ท่ามกลางสัตว์อสูรและผู้บำเพ็ญมารในแดนเนรเทศสีเลือด... เพิ่งจะลั่นระฆังเริ่มต้นขึ้น!

คล้ายกับเรื่องราชันหมื่นอักขระ ที่คุณอ่าน

อหังการยอดคนเหนือยุทธ

อหังการยอดคนเหนือยุทธ

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
423K 2687
พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

นิยาย เกมออนไลน์
479K 1734
จุติเทพยุทธ์จอมราชัน 【จบ】

จุติเทพยุทธ์จอมราชัน 【จบ】

นิยาย แฟนตาซี
3.06M 3586
หมื่นอสุราสยบฟ้า หนึ่งมรรคานิจนิรันดร์

หมื่นอสุราสยบฟ้า หนึ่งมรรคานิจนิรันดร์

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
1.44M 2988
(จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

(จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

นิยาย เกมออนไลน์
603K 912
ประชา : 2090 (จบแล้ว)

ประชา : 2090 (จบแล้ว)

นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
18K 258
มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

นิยาย เกมออนไลน์
3.72M 1271
อสูรมังกรฟ้า เล้งซาน [จบ]

อสูรมังกรฟ้า เล้งซาน [จบ]

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
4.85M 1165
ระบบเปลี่ยนชีวิต

ระบบเปลี่ยนชีวิต

นิยาย แฟนตาซี
627K 658
ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
207K 185